Trash of the Count’s family - ตอนที่ 140.1
บทที่ 140 กลางดึก 2 (1)
อัลเบิร์กเห็นด้วยกับคาร์ลจึงพากันขึ้นไปบนเรือ พวกเขามุ่งไปยังตำแหน่งที่ติดตั้งอุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายมวลสารทันที หัวหน้าอาณาเขตอัลบาโค้งคำนับให้กับอัลเบิร์ก
“ขอให้พระองค์เสด็จพระราชดำเนินโดยปลอดภัยเพคะ”
“อืม..แล้วเราค่อยเจอกันใหม่”
หัวหน้าอาณาเขตอัลบาโค้งคำนับให้กับอัลเบิร์กอีกครั้งก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับคาร์ล คาร์ลโค้งศีรษะให้เธอเล็กน้อยและหันไปมองนักเวทย์ที่เริ่มเปิดใช้งานอุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายมวลสาร
ครืนนนนน!!!
อุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายมวลสารเริ่มสั่นสะเทือนเมื่อมันถูกเปิดใช้งาน
~มนุษย์!..ข้าก็จะมุ่งหน้าไปแล้วเช่นกัน!..ข้าบอกให้เจ้าทองคำคอยปกป้องเจ้าไว้แล้ว!..เอาไว้ค่อยเจอกันนะ!..บ๊ายบาย!!!~
หลังจากราอนพูดจบคาร์ลก็รู้สึกได้ทันทีว่าราอนได้ออกเดินทางไปแล้ว เขาจึงพุ่งความสนใจไปที่แสงจ้าที่เริ่มไหลออกจากประตูซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของอุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายมวลสาร คาร์ลได้ยินเสียงอัลเบิร์กแว่วเข้ามา
“คาร์ล เฮนิตัส”
“พะย่ะค่ะ”
“เจ้าก็แค่ทำตัวให้เป็นปกติตามที่ตัวเจ้าเป็น”
“…ทำตัวให้เป็นปกติตามแบบที่หม่อมฉันเป็นหรือพะย่ะค่ะ?”
แคร๊กกกกก!!!!! ครืนนนนน!!!!ฟิ้ววววววว!!!!!!
อุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายมวลสารสั่นแรงขึ้นก่อนที่แรงดึงดูดบางอย่างจะกระชากเครื่องให้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว คาร์ลไม่ได้สนใจในสภาพแวดล้อมรอบข้างที่เริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่งเมื่อเขายังมองไปที่อัลเบิร์ก
อัลเบิร์กกำลังส่งยิ้มให้กับคาร์ล
“ใช่..แค่ทำตัวตามปกติของเจ้า”
‘หากเจ้าทำตัวเช่นนั้น..มันจะต้องมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นในคืนนี้’
อัลเบิร์กไม่ได้พูดในสิ่งที่ตนคิดออกมา ในขณะที่คาร์ลก็จ้องไปที่อัลเบิร์กและเริ่มคิดในใจ
‘ถ้าเช่นนั้น..ฉันควรจะอยู่นิ่งๆและเงียบกว่าที่เคยเป็นจะดีกว่า’
ความสามารถพิเศษของคาร์ลคือการจ้องมองสิ่งต่างๆรอบตัวด้วยสายตาว่างเปล่าและไม่รับรู้สิ่งใดๆได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง
ว๊าบบบบบบบ!!
ตอนนั้นเองที่สภาพแวดล้อมโดยรอบซึ่งบิดเบี้ยวไปครู่ใหญ่ก็เริ่มปรากฏแสงจ้าและปกคลุมวิสัยทัศน์การมองเห็นของทุกๆคน ไม่กี่วินาทีต่อมาแสงจ้าก็ค่อยๆจางหายไป
เมื่อแสงจ้าหายไปจนหมดกลิ่นเค็มก็ลอยเข้าจมูกของพวกเขาพร้อมกับเสียงคลื่นที่กระแทกเข้าหาฝั่งเป็นระยะๆ
“พวกท่านคือกลุ่มที่สองที่เดินทางมาถึง”
ราชินีลิทาน่าส่งยิ้มให้กับพวกเขา อัลเบิร์กก้าวออกจากอุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายมวลสารและตรงไปหาลิทาน่าทันที
“ท่านลิทาน่า..ยินดีที่ได้พบท่านอีกครั้ง”
“เราไม่ได้พบกันอีกเลยนับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เราพบกันที่จักรวรรดิ..องค์ชายรัชทายาทอัลเบิร์กท่านดู..เอ่อ..ดูเหนื่อยยิ่งนัก”
อัลเบิร์กเริ่มสนทนากับลิทาน่าในขณะที่คาร์ลก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากอุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายมวลสาร เขากวาดสายตาไปมองรอบๆทันที
ลิทาน่าและองครักษ์ประจำกายของเธอเป็นคนจัดการและดูแลอุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายมวลสารบนชายฝั่งแห่งนี้
นักเวทย์ของผืนป่าเป็นคนส่งสัญญาณปลายทางไปบนท้องฟ้าเพื่อให้พวกเขาเคลื่อนย้ายมายังตำแหน่งนี้ได้
‘อยู่ตรงนั้นหรือเปล่านะ?’
คาร์ลมองไปทางชายฝั่งซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยความเสียหายจากไฟป่าอยู่แม้จะผ่านมาหนึ่งปีแล้วก็ตาม มีกระโจมจำนวนหลายหลังซึ่งติดตั้งอุปกรณ์เวทย์ชนิดต่างๆอยู่ภายในตั้งเรียงรายตามกึ่งกลางแนวชายฝั่ง แม้บรรยากาศภายนอกจะมืดเพียงใดแต่แสงจากอุปกรณ์เวทย์ทำให้บริเวณนั้นสว่างขึ้น
~มนุษย์!.สวัสดี!…ข้าอยู่นี่แล้ว!..เจ้าคิดถึงข้าหรือไม่? ~
คาร์ลพยักหน้าตอบรับแม้จะมองไม่เห็นราอนก็ตาม ตอนนั้นเองที่เขามองเห็นกลุ่มคนที่ดูแตกต่างจากนักรบแห่งผืนป่ามุ่งหน้ามาทางพวกเขา
ใบหน้าที่คุ้นเคยซึ่งปะปนมากับฝูงชนกลุ่มใหญ่
~นั่นใช่น้องชายของโรสลินหรือเปล่า?…คนที่ข้าทำให้เขาเปียกไปทั่วร่างจากระเบิดน้ำ? ~
ใช่แล้วหนึ่งในกลุ่มที่เดินมาทางพวกเขาคือ‘เพ็น’ องค์ชายสี่และเป็นองค์ชายคนสุดท้องแห่งอาณาจักรเบร็ค เพ็นสบตาเข้ากับคาร์ลก่อนที่คาร์ลจะส่งยิ้มให้ ร่างของเพ็นสั่นขึ้นเล็กน้อยและเบือนหน้าหนีทันที
‘แน่นอนว่าโรสลินไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย’
คาร์ลอาจไม่เคยพบคนอื่นๆมาก่อนแต่เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าทำไมโรสลินจึงไม่ร่วมประชุมด้วย
“องค์ชายจอห์นแห่งอาณาจักรเบร็คคือกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึง”
‘จอห์น’ องค์ชายรัชทายาทแห่งอาณาจักรเบร็ค เขาคือบุคคลที่จะเป็นผู้นำของประชาชนในอนาคตข้างหน้า โรสลินไม่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนความมั่นใจให้กับจอห์นนั่นเอง
‘หืม?’
จอห์นแต้มยิ้มจางๆให้กับคาร์ล เมื่อเห็นองค์ชายรัชทายาทแห่งอาณาจักรเบร็คส่งยิ้มให้คาร์ลจึงยิ้มกลับโดยอัตโนมัติ จอห์นขยับเข้ามาใกล้คาร์ลและเอ่ยขึ้น
“ข้าดีใจยิ่งนัก..ที่พวกเราได้มารวมตัวกันในวันนี้”
น้ำเสียงของเขาก็เป็นโทนเสียงธรรมดาๆเหมือนพูดเรื่องทั่วๆไปแต่ปัญหาก็คือองค์ชายผู้นี้กลับจ้องคาร์ลไม่วางตา
“แล้วสุภาพบุรุษท่านนี้เป็นใครงั้นรึ?”
คาร์ลคิดว่าคงถึงคิวที่เขาต้องเอ่ยแนะนำตัวแล้ว เขาจึงขยับปากของตนขึ้นเล็กน้อย
‘เป็นเกียรติของกระหม่อมยิ่งนักที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์ในวันนี้…หม่อมฉันชื่อคาร์ล เฮนิตัส..เป็นบุตรชายของขุนนางเล็กๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งอาณาจักรโรมันพะย่ะค่ะ’
นี่คือบทพูดที่คาร์ลต้องการจะเอ่ยออกไป อย่างไรก็ตามกลับมีคนพูดแทรกขึ้นมาและจัดการเอ่ยแนะนำตัวแทนเขาเสร็จสรรพ
“เขาคือสมบัติอันล้ำค่าของอาณาจักรโรมัน”
อัลเบิร์กคือคนที่เอ่ยแทรกคาร์ลขึ้นมา
‘เขาไม่ได้บอกให้ฉันทำตัวเป็นปกติหรืออย่างไร?’
คาร์ลควรทำอย่างไรดีหลังจากถูกแนะนำตัวออกไปเช่นนั้น? คาร์ลซ่อนความกังวลของเขาเอาไว้พลางมองไปที่อัลเบิร์กอย่างรวดเร็วแต่ประโยคต่อมาที่เอ่ยแนะนำเขายิ่งทำให้สถานการณ์ของเขาลำบากเข้าไปใหญ่และคนที่ทำเช่นนั้นคือลิทาน่า
“เขายังเป็นคนกอบกู้ผืนป่าของเราอีกด้วย..ข้าไม่เคยพบขุนนางน้ำดีและน่าเคารพเช่นนี้มาก่อน”
‘ไอกู….’
คาร์ลได้แต่ส่งเสียงครางในใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ลิทาน่าสรรเสริญตนออกมา เขาแกล้งกระแอมไอเมื่อเห็นอัลเบิร์กจ้องมาที่เขา สายตาที่อัลเบิร์กจ้องมาเหมือนจะถามว่าทำไมเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
~เอ่อ..แต่ข้าคิดว่าเจ้าเป็นคนดีแต่อ่อนแอไปหน่อย ~
แน่นอนว่าคาร์ลยังคงไม่สนใจความเห็นของราอนเช่นเดิม เขากำลังคิดว่าจะต้องพูดอะไรสักอย่างออกไป พวกเขาต่างพูดสิ่งอื่นที่ดึงดูดความสนใจของทุกคนโดยไม่คิดที่จะเอ่ยชื่อของเขาออกไปแม้แต่น้อย
คาร์ลอ้าปากจะพูดอีกครั้ง
‘หม่อมฉันชื่อคาร์ล เฮนิตัส…เป็นเกียรติยิ่งนักที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์ในวันนี้’
นั้นคือสิ่งที่เขายืนกรานจะพูด
“ถ้าเช่นนั้น..เจ้าคงเป็นคาร์ล เฮนิตัส..สินะ?”
อย่างไรก็ตามองค์ชายจอห์นกลับเร็วกว่าเขา คาร์ลไม่แปลกใจที่เห็นว่าจอห์นรู้จักตนแต่การที่จอห์นพูดว่า ‘ถ้าเช่นนั้น’ก่อนที่จะเอ่ยชื่อเขาออกมามันทำให้เขากังวลเล็กน้อย
“ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามามากมาย..ไม่ว่าจะมาจากองค์ชายอัลเบิร์ก..ราชินีลิทาน่าและพี่สาวของข้าเอง..แม้แต่เพ็นก็มีเรื่องพูดถึงเจ้าหลายเรื่องทีเดียว..ยินดีที่ได้พบเจ้ายิ่งนัก”
“รู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนักที่ได้พบพระองค์ในวันนี้”
คาร์ลจับมือองค์ชายจอห์นและกล่าวทักทายด้วยความนอบน้อม จากนั้นเขาก็พยายามจะปล่อยมือออกโดยเร็วแต่ดูเหมือนองค์ชายจอห์นจะไม่ยอมให้คาร์ลทำเช่นนั้นโดยง่าย
พวกเขาทั้งคู่สบตาเข้าหากัน
“ตอนนี้พี่สาวของข้ามีความสุขยิ่งนัก…ต้องขอบคุณเจ้าแล้ว”
มุมปากของคาร์ลยกสูงขึ้นเล็กน้อย
~มนุษย์!..ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะดูเข้าท่ากว่าเจ้าเพ็น..หรือเบ็น..หรือชื่อพังค์นะ ?! ~
คาร์ลเข้าใจแล้วว่าทำไมโรสลินจึงวางใจในตัวองค์ชายจอห์นผู้นี้ยิ่งนัก ตอนนั้นเองที่อุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายมวลสารส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง มันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าแขกกลุ่มสุดท้ายเดินทางมาถึงแล้ว
พวกเขาทั้งหมดหันไปมองยังทิศที่ตั้งอุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายมวลสารทันที คาร์ลใช้จังหวะนี้ปล่อยมือจากองค์ชายจอห์นและหันไปมองเช่นกัน แสงจ้าค่อยๆจางหายไปก่อนจะปรากฏร่างของบุคคลสามคนออกมาจากทิศทางนั้น
ฮาโรน โคดิ้ง แกนนำคนสำคัญของอาณาจักรวิปเปอร์พร้อมกับลูกน้องคนสนิทของทูนก้า ฮาโรนโค้งคำนับให้กับกลุ่มคนที่จ้องมองเขาอยู่
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ..หม่อมฉันมีนามว่าฮาโรน โคดิ้ง..เป็นตัวแทนของผบ.ทูนก้าเพื่อเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้”
พวกเขามีโอกาสได้พบกับฮาโรนมาก่อนในงานเฉลิมฉลองที่ถูกจัดขึ้นโดยจักรวรรดิเป็นเพราะ ฮาโรนมักตัวติดกับทูนก้าตลอดทำให้พวกเขาคุ้นเคยกับฮาโรนโดยง่าย
ฮาโรนเอ่ยทักทายกับทุคนจนมาถึงคาร์ลเป็นคนสุดท้าย องค์ชายจอห์นซึ่งยืนอยู่ข้างๆคาร์ลเริ่มพูดขึ้น
“ท่านฮาโรนนี่เป็นครั้งแรกที่ท่านพบกับนายน้อยคาร์ลใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงที่จอห์นเอ่ยขึ้นเป็นน้ำเสียงที่เจือไปด้วยการให้เกียรติต่อฮาโรน พวกเขามารวมตัวกันที่นี่ก็เพื่อหารือตามแนวทางที่มีร่วมกันและจะไม่ต่อสู้กันเอง
“ไม่พะย่ะค่ะ..เราเคยเจอกันมาก่อนแล้ว”
“หืม?..พวกท่านรู้จักกันมาก่อนงั้นหรือ?”
จอห์นไม่รู้ความสัมพันธ์ของคาร์ลและทูนก้ามาก่อน แต่รอยยิ้มที่ฮาโรนมอบให้เขานั้นเต็มไปด้วยความจริงใจจนเขาสัมผัสได้
“ใช่พะย่ะค่ะ..นายน้อยคาร์ลคือคนที่หม่อมฉันนับถือยิ่งนัก”
“ห๊ะ!”
จอห์นอ้าปากค้างให้กับสิ่งที่ตนได้ยิน ในขณะที่คาร์ลก็มองไปยังมือซึ่งอยู่ตรงหน้าเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ฮาโรนเริ่มพูด
“นายน้อยคาร์ล..นี่ก็นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้รู้สึกเช่นนี้..ข้ารู้สึกราวกับเจอเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน”
“….ยินดีที่ได้เจอท่านอีกครั้ง..ท่านฮาโรน”
“นายน้อยคาร์ล..เชิญท่านพูดตามปกติเถิด..ทำเหมือนที่ท่านเคยทำ”
“..ตกลง”
คาร์ลพยักหน้าตอบรับและปล่อยมือจากฮาโรนทันที จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของลูกน้องทูนก้าซึ่งติดตามฮาโรนมาด้วยเอ่ยทักขึ้น
“ยินดีที่ได้พบท่านอีกครั้ง..นายน้อยคาร์ล!”
“นายน้อยคาร์ล..ท่านสบายดีหรือไม่ขอรับ!”
ชาวอาณาจักรวิปเปอร์ที่มีร่างกายใหญ่โตโค้งคำนับเก้าสิบองศาเพื่อทำความเคารพแก่คาร์ล นั่นทำให้คาร์ลหันไปมองฮาโรนทันที
“ท่านผบ.ทูนก้าสั่งให้พวกเขาทั้งสองทำความเคารพแก่สหายของเขา”
คาร์ลเดาะลิ้นตนเองอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นรอยยิ้มของฮาโรน จากนั้นคาร์ลจึงหันไปมอง อัลเบิร์กแทน สายตาที่อัลเบิร์กจ้องมาที่เขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
อย่างไรก็ตามอัลเบิร์กกลับเป็นคนที่ดึงความสนใจของทุกคนไปอยู่ที่เขาอย่างรวดเร็ว
“เราเริ่มประชุมกันเถอะ..นี่ก็เริ่มดึกมากแล้ว”
พวกเขาต้องรีบประชุมให้จบก่อนที่พระอาทิตย์จะเข้ามาเยือน ลิทาน่าจึงผายมือไปยังกระโจมหลังหนึ่งทำให้ผู้นำแห่งอาณาจักรวิปเปอร์ อาณาจักรเบร็คและอาณาจักรโรมันเริ่มสาวเท้าไปยังกระโจมหลังนั้นทันที โดยมีองรักษ์ตามไปอารักขาอาณาจักรละคน
คาร์ลก้าวถอยหลังออกมาเมื่อเห็นมองพวกเขาเดินไปยังกระโจมหลังนั้น ราอนเอ่ยถามเขาขึ้นมา
~เจ้ามนุษย์อ่อนแอ!..เจ้าไม่ตามไปรึ? ~
‘แล้วทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะ?’
คาร์ลมีอย่างอื่นที่ต้องทำและที่สำคัญไปกว่านั้นเขาไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับการสนทนาของกลุ่มคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำอาณาจักรเช่นนี้ ปัญหาหลักๆได้ถูกพูดคุยไปก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาเพียงแค่จะพูดคุยและหารือถึงรายละเอียดยิบย่อยให้มีการจัดการที่ดียิ่งขึ้น แน่นอนว่าคาร์ลไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้
‘องค์ชายจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง’
คาร์ลคิดว่าตนเองสามารถเอนหลังลงเพื่อนั่งรอพวกเขาระหว่างการประชุมได้ ใช่!นั่นคือสิ่งที่เขาคิด
“คาร์ล เฮนิตัส”
ยังไม่ทันที่เขาจะได้นั่งพักองค์ชายอัลเบิร์กก็เรียกเขาขึ้นมา
“พะย่ะค่ะ”