Marvel : The King ราชาของโลกมาเวล - ตอนที่ 44
เมื่อมองไปที่ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดรอบ ๆ ตัวของเขา มันเต็มไปด้วยโขดหินสูงตระหง่านอยู่เต็มไปหมด ซู่เจินในตอนนี้กำลังยืนอยู่บนขอบของหน้าผา ทำให้เขาได้ยินเสียงลมที่หวีดหวิวไปมาอย่างน่าขนลุก และด้วยความมืดมิดและความกดอันจากบรรยากาศรอบ ๆ ทำให้ซู่เจินรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เมื่อเขาหันไปรอบ ๆ เขาก็เจอกับก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง ซึ่งที่ด้านล่างของมันมีช่องว่างขนาดเท่ากับกำปั้นที่กำลังเปร่งแสงสีแดงจาง ๆ ออกมาจากด้านในราวกับว่ามันมีอะไรบางอย่างติดอยู่
“อนุภาคอีเทอร์!” ซู่เจินพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
เพราะว่านี่คือสิ่งที่เขากำลังตามหามันอยู่ และตอนนี้มันก็อยู่ตรงหน้าของเขา!
ว่ากันว่าโลกถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับความมืดและถูกปกครองโดยเหล่าดาร์กเอลฟ์ และหลังจากนั้นชาวแอสการ์ดก็เปิดฉากโจมตีเพื่อทำลายล้างเหล่าดาร์กเอลฟ์ ทำให้โลกกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง และอนุภาคอีเธอร์ก็ยังเป็นอาวุธของผู้นำเผ่าดาร์กเอลฟ์ที่มีชื่อว่า มาเลคิธ!
ในขณะเดียวกัน เรียลลิตี้ สโตน ก็ยังเป็นหนึ่งใน อินฟินิตี้ สโตน ที่ทรงพลังและสามารถทำให้โลกกลับมาสู่ความมืดมิดได้อีกครั้งด้วยพลังของมัน ไม่ว่าใครก็จินตนาการออกใช่ไหมว่ามันทรงพลังแค่ไหน และถึงแม้ว่าเหล่าดาร์กเอลฟ์จะถูกทำลายล้างจนหมดสิ้นหรือถูกขับไล่ออกไป แต่พลังงานของอนุภาคอีเทอร์ก็ยังแข็งแกร่งเกินไปจนไม่สามารถทำลายมันได้ ทำให้มันถูกฝังลึกลงไปในสวาทาลฟ์ไฮม์ ใต้อาณาจักรแห่งความมืดมิด ซึ่งมันเป็นที่ที่ซู่เจินกำลังยืนมองอยู่ตอนนี้
อย่างที่ทราบกันว่าพลังงานของอนุภาคอีเธอร์นั้นแข็งแกร่งมาก และมันจะฝังอยู่ในร่างกายของผู้ที่ครอบครองมันและคอยดูดซับพลังงานจากร่างกายของผู้ครอบครองตลอดเวลา
ซึ่งซู่เจินยังไม่แน่ใจว่าร่างกายของเขาจะสามารถรองรับพลังของอนุภาคอีเทอร์ได้หรือไม่ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะมีพลังของไวรัสเอ็กซ์ตรีมมิสและทำให้เขาสามารถฟืนฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็อาจไม่สามารถรองรับพลังของอนุภาคอีเธอร์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่เขายังโชคดีที่มีระบบอยู่ ทำให้เขาสามารถเก็บอนุภาคอีเทอร์เอาไว้ในมิติเก็บของได้ และค่อย ๆ กลืนกินมันอย่างช้า ๆ แค่นี้เขาก็ไม่มีอันตรายอะไรแล้ว
แต่อนุภาคอีเทอร์นี้ มีคนที่ต้องการครอบครองมันเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเหล่าดาร์กเอลฟ์ ชาวแอสการ์ด หรือธานอสในอนาคต ซึ่งพวกเขาแต่ละคนก็มีความแข็งแกร่งมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาเลคิธ ผู้นำของเหล่าดาร์กเอลฟ์ ที่สามารถสัมผัสถึงอนุภาคอีเทอร์ได้และเมื่อเขาได้รับอนุภาคอีเทอร์มามันจะทำให้เขาตื่นขึ้นจากการหลับไหล ดังนั้นแผนของซู่เจินในตอนนี้ก็คือ เอาอนุภาคอีเทอร์ไปเก็บไว้ในมิติเก็บของของเขา ทำให้มาเลคิธไม่สามารถสัมผัสถึงอนุภาคอีเทอร์ได้!
เมื่อซู่เจินคิดได้เช่นนั้นเขาก็ค่อย ๆ ยื่นมือของเขาออกมาและจับไปที่อนุภาคอีเทอร์
ทันใดนั้นอนุภาคอีเธอร์ก็ค่อย ๆ ห่อหุ้มไปที่มือของซู่เจินและแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว และด้วยพลังงานที่มหาศาลของอนุภาคอีเทอร์ทำให้เขารู้สึกว่าภายในร่างกายของเขากำลังมีอะไรบางอย่างที่กำลังดูดกลืนพลังงานของเขาอย่างรวดเร็ว!
“ไอ้เวรเอ้ย!” ซู่เจินไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าอนุภาคอีเธอร์จะแข็งแกร่งมากอะไรขนาดนี้
ไม่นานหลังจากนั้นซู่เจินก็รู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังถูกเจาะให้เป็นรู ทำให้เขาเกิดความเจ็บปวดอย่างมหาศาลขึ้นภายในและหมดสติไปในที่สุด โดยที่เขายังไม่ได้เก็บอนุภาคอีเทอร์เก็บไว้ในมิติเก็บของเขาเลย
และเมื่อเขาหมดสติไป ไวรัสเอ็กซ์ตรีมมิสที่อยู่ในร่างกายของเขามันก็ทำงานขึ้นมาอย่างรวดเร็วและแสดงพลังของมันออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายพลังงานของไวรัสเอ็กซ์ตรีมมิสก็ถูกกลืนกินโดยพลังของอนุภาคอีเธอร์ ทำให้ตอนนี้ร่างกายของซู่เจินถูกโอบล้อมเต็มไปด้วยอนุภาคอีเธอร์ ทีละชั้น ๆ จนกลายเป็นดักแด้สีดำและลอยอยู่บนอากาศ
เมื่อเวลาผ่านไปซู่เจินก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกเลยก็คือความมืดมิด!
ซึ่งเขาไม่รู้ว่าตอนนี้เวลามันผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว กว่าเขาจะฟื้นสติขึ้นมาได้
“มันสมควรแล้วที่เป็นหนึ่ง อินฟินิตี้ สโตน เพราะพลังของมันแข็งแกร่งมากจริง ๆ มันไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายของคนธรรมดาจะรองรับพลังของมันได้เลย ไม่งั้นธานอสที่แข็งแกร่งซะขนาดนั้น ทำไมเขาจะต้องใช้ถุงมืออินฟินิตี้กันเลทเพื่อรองรับพลังของ อินฟินิตี้ สโตนด้วยละจริงไหม?” ซู่เจินถอนหายใจออกมาเบา ๆ และเริ่มตรวจสอบร่างกายของเขาทันที
ตอนนี้อนุภาคอีเทอร์ได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วและไม่ทางที่เขาจะกำจัดมันออกไปได้
และในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าตัวเขาเองอ่อนแอลงเล็กน้อย แต่ความสามารถของไวรัสเอ็กซ์ตรีมมิสกับแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิม และเขาเชื่อว่าตราบใดที่เขาไม่ได้ใช้พลังของอนุภาคอีเทอร์ เขาก็จะไม่มีอันตรายอะไรมากนักในตอนนี้!
ดูเหมือนว่าจะเป็นสัญญาณที่ดี
“ระบบคุณสามารถเอาอนุภาคอีเทอร์เก็บไว้ในมิติเก็บของได้หรือไม่?” ซู่เจินถามระบบขึ้นมา
“ได้ แต่มันต้องใช้เวลาสักพัก!” ระบบตอบกลับซู่เจินขึ้นมาทันที
“โอเค!”
เพราะว่าตอนนี้เขาได้เอาอนุภาคอีเทอร์ออกจากผนึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาจจะทำให้มาเลคิธหัวหน้าของเผ่าดาร์กเอลฟ์ จับสัมผัสถึงอนุภาคอีเทอร์ได้ และตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล นำกองทัพมาแย่งชิงอนุภาคอีเทอร์ไปจากเขาก็ได้ และต่อจากนั้นเขาก็จะสังเวยโลกทั้งเก้าเพื่อให้โลกตกลงสู่ความมืดมิดอีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งซู่เจินไม่ได้กลัวว่าเขาจะไม่สามารถสู้กับมาเลคิธได้ แต่เพราะว่ามาเลคิธมีพลังอำนาจในการควบคุมอนุภาคอีเธอร์ ทำให้ซู่เจินกลัวว่ามาเลคิธจะนำอนุภาคอีเทอร์ออกไปจากร่างกายเขา โดยที่เขายังไม่ได้กลืนกินพลังของมันได้อย่างสมบูรณ์
และตอนนี้ระบบกำลังดำเนินการเอาอนุภาคอีเทอร์เข้าไปเก็บไว้ในมิติเก็บของของเขาอยู่ แต่ทันใดนั้นซู่เจินก็สังเกตเห็นพลังงานบางอย่างจำนวนมหาศาลกำลังพุ่งลงมาจากบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว เมื่อพลังงานนั้นลงมาถึงเบื้องหน้าของซู่เจินก็เกิดแสงสว่างอันแพรวพราวขึ้นมา ทำให้ซู่เจินขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
เขารู้ดีว่าสิ่งนี้มันคืออะไร
มันคือสะพานไบฟรอสต์( สะพานสายรุ้ง ) ที่ชาวแอสการ์ดใช้เดินทางไปยังอาณาจักรต่าง ๆ ทั้งเก้าโลก!
เมื่อแสงค่อย ๆ สลายหายไป ก็ปรากฏเป็นชายผมบลอนด์ ที่สวมชุดเกราะที่ดูสวยงาม และผ้าคลุมไหล่สีแดงที่ปริ้วไสวไปกับสายลม!
และชายคนนี้ยังถือค้อนอยู่ในมือของเขาอีกด้วย!
เขาก็คือ ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า!
“ระบบหยุดการเก็บอนุภาคอีเทอร์เอาไว้ก่อน! ฉันมีแผน!”
เมื่อซู่เจินมองไปที่ธอร์ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาก็รีบบอกให้ระบบหยุดการเก็บอนุภาคอีเทอร์ทันที
แน่นอนว่ามาเลคิธน่าจะจับสัมผัสของอนุภาคอีเทอร์ได้ และซู่เจินยังต้องการเวลาอีกสักพักใหญ่ ๆ ในการกลืนกินพลังของอนุภาคอีเทอร์จนหมด แต่เนื่องจากอยู่ดี ๆ ธอร์ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาและธอร์ก็น่าจะพาเขาไปยังที่แอสการ์ดแน่นอน และแน่นอนว่าการที่จะเอาไปแอสการ์ดได้มันไม่มีได้มีบ่อย ๆ ทำให้ซู่เจินตัดสินใจยังไม่เก็บอนุภาคอีเทอร์เข้าไปในมิติเก็บของอยู่ที่นี่พวกเขาส่วนใหญ่จะพาเขาไปที่วังนางฟ้าเป็นเรื่องยากที่จะมีโอกาสเช่นนี้มันน่าเสียดายที่ไม่ได้ไปดูมันอาจจะยังมีประโยชน์อยู่บ้าง ไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหนคุณสามารถซื้อเวลาให้ตัวเองกลืนอนุภาคอีเธอร์ได้
แน่นอนว่ามาเลคิธน่าจะจับสัมผัสของอนุภาคอีเทอร์ได้ และเขาก็ยังต้องการเวลาอีกสักพักใหญ่ ๆ ในการกลืนกินพลังของอนุภาคอีเทอร์จนหมด แต่เนื่องจากธอร์ปรากฎตัวขึ้นมาอยู่ตรงหน้าเขาเช่นนี้ ซู่เจินเดาได้ว่าธอร์น่าจะพาตัวเขาไปยังแอสการ์ดแน่นอน ซึ่งโอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ และถ้าเขาตอบตกลงไปกับธอร์เขาก็สามารถยื้อเวลาในการกลืนกินอนุภาคอีเทอร์ได้ เพราะว่ามาเลคิธคงไม่กล้าบุกเข้ามาโจมตีแอสการ์ดที่มีโอดินปกครองอยู่ล่ะมั้ง?