Marvel : The King ราชาของโลกมาเวล - ตอนที่ 45
“ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า! สวัสดีผมชื่อซู่เจิน!”
ซู่เจินเดินเข้าไปหาธอร์แล้วพูดทักทายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ธอร์ไม่คิดว่าซู่เจินจะเดินเข้ามาทักทายเขาด้วยตัวเองโดยไม่เกรงกลัวเขาและเมื่อธอร์เห็นเช่นนั้นเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า”ข้ารู้จักเจ้า เจ้าชื่อว่าซู่เจินเป็นที่ปรึกษาของ SHIELD”
“ในเมื่อคุณรู้อยู่แล้วว่าผมเป็นใคร ผมจะพูดตรง ๆ กับคุณเลยก็แล้วกัน ผมมาที่นี่ก็เพื่อเอาอนุภาคอีเธอร์ เพราะว่าผมสามารถควบคุมมันได้ และผมก็คิดว่าพวกคุณส่วนใหญ่คงไม่เชื่อที่ผมพูดแน่นอน ดังนั้นมีวิธีเดียวที่จะพิสูจน์ได้ก็คือ คุณพาผมไปที่แอสการ์ดแล้วไปตรวจสอบ! แล้วเราจะไปแอสการ์ดกันยังไงละ ? “ซู่เจินพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอนว่าอนุภาคอีเทอร์มันมีพลังมหาศาลและอันตรายเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงทำให้ไม่มีใครสามารถควบคุมมันได้!” แน่นอนว่าธอร์ไม่เชื่อจริง ๆ ว่าซู่เจินจะสามารถควบคุมอนุภาคอีเทอร์ได้จริง “และถ้าคุณเต็มใจที่จะไปแอสการ์ดจริง ๆ มันก็จะเยี่ยมมากเลย!”
“แล้วทำไมผมถึงจะไม่อยากไปละ ? ผมน่ะอยากลองไปที่แอสการ์ดสักครั้ง!” ซู่เจินยักไหล่เบา ๆ และกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เฮมดอลล์!”
ธอร์ตะโกนขึ้นไปข้างบนท้องฟ้าและไม่นานก็มีลำแสงของสะพานไบฟรอสต์พุ่งลงมาห่อหุ้มไปที่ร่างกายของซู่เจินและธอร์อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกเคลื่อนย้ายไปยังแอสการ์ดทันที
เบื้องหลังของเขาคือผู้สอดส่องจักรวาล
ส่วนเบื้องหน้าของเขาก็คือชายผิวดำในชุดเกราะสีทองอร่ามและถือดาบขนาดใหญ่เอาไว้ ผู้พิทักษ์ของแอสการ์ด เฮมดอลล์!
“ยินดีต้อนรับสู่แอสการ์ด!” เฮมดอลล์พูดขึ้นมาเมื่อเห็นซู่เจินปรากฏตัวขึ้น
ซู่เจินพยักหน้าให้กับเฮมดอลล์ และเดินตามธอร์ข้ามสะพานสายรุ้งไป
แม้ว่าเขาจะเคยเห็นความสวยงามของแอสการ์ดในหนังมาแล้ว แต่ความรู้สึกที่ได้สัมผัสจริง ๆ มันแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะว่ามันสวยงามและยิ่งใหญ่อลังการยิ่งกว่าในหนังซะอีก
“เฮ้! เขาเป็นใคร”
หญิงสาวผมดำที่สวมชุดเกราะและมีโล่อยู่ในมือข้างซ้ายส่วนข้างขวาถือดาบ ทักทายธอร์และหันไปมองที่ซู่เจินด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“สวัสดีซิฟ” ก่อนที่ธอร์จะได้พูดอะไรซู่เจินก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและพูดขึ้นมา “ผมมาจากโลกชื่อซู่เจิน”
ซิฟขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะว่าเธอไม่ค่อยชอบพวกเล่นลิ้นสักเท่าไหร่ เธอชอบพวกนักรบที่กล้าหาญไม่ปลิ้นปล่อนเหมือนเขาคนนี้
“ข้าจะพาเขาไปที่วังก่อนและจะกลับมาหาเจ้าที่หลัง!”
ธอร์กล่าวขึ้นมาและพาซู่เจินเดินไปที่วังทันที โดยมีชีฟที่ยืนโบกมือบ๊ายบายอยู่ด้านหลัง
ซิฟไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก
แน่นอนว่าขั้นตอนการตรวจสอบมันง่ายมาก ถึงแม้ว่ามันจะดูลึกลับเล็กน้อย แถมเขายังสัมผัสได้ถึงเวทย์มนต์อีกด้วย แต่จริง ๆ แล้วเวทย์มนต์มันก็คล้ายกับวิทยาศาสตร์อยู่หน่อย ๆ และแน่นอนว่าตลอดกระบวนการการตรวจสอบซู่เจินได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะถึงยังไงพวกเขาก็ไม่สามารถเอาอนุภาคอีเทอร์ออกไปจากร่างกายของเขาได้อยู่ดี
“สถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก พวกเราไม่สามารถเอาอนุภาคอีเธอร์ออกมาจากร่างกายของเขาได้และ … อาจทำให้เขาตกอยู่ในอันตราย” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่อยู่ข้าง ๆ พูดขึ้นมากับธอร์ ธอร์มองไปที่ซู่เจินด้วยแววตาสั่นเครือเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะหาทางช่วยเจ้าเอง”
ซู่เจินหยักไหล่ขึ้นมาเบา ๆ และพูดว่า “ดูเหมือนว่าคุณจะลืมสิ่งที่ผมพูดไปแล้วนะ ผมเคยบอกคุณแล้วว่าผมสามารถควบคุมมันได้!”
ธอร์ส่ายหัวเบา ๆ ด้วยความไม่เชื่อ เพราะว่าเขายังไม่เคยเห็นใครที่สามารถควบคุมพลังของอนุภาคอีเทอร์ได้มาก่อน และในตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากมายไปกว่านี้ ดังนั้นหลังจากที่ซู่เจินได้ตรวจสอบอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ธอร์ก็ได้ให้คนไปจัดเตรียมห้องให้กับซู่เจินโดยทันที เพราะโดยปกติแล้วเขาไม่สามารถปล่อยซู่เจินออกไปเดินเพ่นพ่านข้างนอกได้ ก็จนกว่าจะมีวิธีการเอาอนุภาคอีเทอร์ออกมาจากร่างกายของซู่เจินได้
ซู่เจินในตอนนี้กำลังกระตือรื้อร้นเป็นอย่างมากที่จะได้อยู่ในแอสการ์ดนานยิ่งขึ้น
“ ธอร์! คุณมีชุดให้ผมยืมเปลี่ยนหน่อยไหม ? เพราะดูเหมือนว่าชุดของผมจะมีสไตล์การแต่งตัวไม่เหมือนกับที่นี่อะนะ?” เมื่อเห็นว่าธอร์กำลังจะเดินจากไปซู่เจินก็รีบตะโกนถามขึ้นมาทันที
ธอร์พยักหน้าให้กับซู่เจินและไม่นานหลังจากนั้นก็มีคนเอาชุดมาให้กับเขา
เมื่อมองไปที่ชุดนี้ ซู่เจินก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที
มันก็คือชุดเกราะของแอสการ์ด!
ไม่ว่าจะเป็นวัสดุหรือความสามารถในการป้องกัน มันไม่สามารถเอาไปเปรียบเทียบกับชุดเกราะบนดาวโลกได้เลย แถมเกราะนี้ยังสวมใส่สบายและเหมาะกับตัวเขาเป็นอย่างมาก
“ คิดถูกแล้วที่มาที่แอสการ์ด แปปเดียวเขาก็ได้ชุดเกราะมาเรียบร้อยแล้ว!” ซู่เจินมองไปที่รูปลักษณ์อันน่าเกรงขามของเขาในกระจกด้วยความพึงพอใจ ข้อบกพร่องของชุดเกราะนี้มีเพียงอย่างเดียวก็คือ น้ำหนักของมัน เพราะว่าในปัจจุบันอนุภาคอีเทอร์ได้ดูดกลืนพลังงานภายในร่างกายของเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่งั้นน้ำหนักของชุดเกราะนี่ก็ไม่มีผลกับเขาหรอก!
ซู่เจินไม่ได้เร่งรีบที่จะดูดกลืนพลังของอนุภาคอีเทอร์มากนัก เขาออกไปเดินเล่นข้างนอกเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของที่นี่ว่ามีอะไรบ้าง โดยที่เขาคอยสังเกตการณ์รอบ ๆ แอสการ์ดไปด้วย
พระราชวังอมตะหรือแอสการ์ดเป็นสถานที่ที่ดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวแอสการ์ดพวกเขาเป็นมิตรและมีอัธยาศัยดีต่อคนรอบข้าง และถึงแม้ว่าซู่เจินจะเป็นคนนอกพวกเขาก็ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือกดขี่ข่มเหงแต่อย่างใด แถมพวกเขายังอยากรู้ซะอีกว่าซู่เจินเป็นใครมาจากไหนและมาทำอะไรที่นี่
“เฮ้! เราเจอกันอีกครั้งแล้วนะ”
ในขณะที่ซู่เจินกำลังเดินเล่นอยู่ เขาก็เจอเข้ากับซิฟที่ยืนอยู่ไม่ใกลจากเขามากเท่าไหร่ เขาก็เลยเดินเข้าไปทักทาย
ซิฟขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยและไม่ได้พูดตอบอะไรออกมา
“ดูเหมือนว่าคุณจะเกลียดผมนะ?” แน่นอนว่าซู่เจินไม่ได้เป็นคนตาบอด ที่จะมองท่าทางของซีฟไม่ออกว่าเธอกำลังเกลียดเขาอยู่
อย่างไรก็ตามซู่เจินก็ไม่ได้สนใจอะไรกับท่าทางนั้นมากนัก เพราะว่าเขาค่อนข้างจะสนใจในตัวของซิฟมากที่เดียว
ซิฟเป็นนักรบหญิงแอสการ์ด และเป็นน้องสาวของเฮมดอลล์ เคยมาที่โลกเพื่อช่วยธอร์ฟื้นคืนพลังของเทพเจ้าสายฟ้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ เธอเป็นเทพธิดาแห่งความเย็นชา!
“เจ้าควรรีบไปให้พ้น ๆ จากสายตาของข้าซะ มิฉะนั้นดาบของข้าจะฟันไปที่คอของเจ้า!” ซิฟพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาและดาบในมือของเธอก็เล็งไปที่ซู่เจินอย่างรวดเร็ว
ซู่เจินยักไหล่ขึ้นมาเบา ๆ เขาไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรให้ซิฟคุ่นเคืองกันแน่ เพราะคนอื่น ๆ เธอก็ดูเป็นมิตรดี แต่สำหรับเขาเธอกับทำท่าทางโหดร้ายและรังเกียจออกมาชัดเจน
“เฮ้! ดูเหมือนคุณมีความกล้าไม่ใช่น้อย ถึงได้ยั่วยุนักรบหญิงของเรา!”
ชาวแอสการ์ดคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาก็ยิ้มขึ้นมาและพูดว่า “อย่าไปโกรธแค้นเธอเลย เธอก็เป็นคนแบบนี้แหละ แม้แต่พวกเราก็ไม่กล้าทำให้เธอโกรธ มีแต่พวกนักรบตัวจริงหรือผู้ชายแท้ ๆ เท่านั้นที่เธอจะสนใจ!”
“ฮึ!”
ซิฟส่งเสียงขึ้นมาอย่างเย็นชา เธอเก็บดาบเข้าฟักและหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ?”
ซู่เจินถามผู้ชายคนนั้นขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ชายคนนั้นก็รีบอธิบายอย่างกระตือรือร้นเช่นกัน เพราะว่าเขาชื่นชอบความกล้าหาญของซู่เจินเป็นอย่างมาก ที่กล้ายั่วยุซิฟให้โกรธทั้งที่เขาเพิ่งมาที่แอสการ์ดเป็นครั้งแรก “คุณไม่จำเป็นต้องคิดมากเกี่ยวกับเรื่องของซิฟ เพราะเธอก็ไม่ได้รังเกียจอะไรคุณมากมายซะขนาดนั้น มันก็แค่เธอไม่ค่อยชอบผู้ชายที่กะล่อน เธอชอบผู้ชายที่กล้าหาญและเป็นนักรบตัวจริง สำหรับผู้ชายธรรมดา ๆ เธอจะแสดงท่าทางแบบนี้ตลอด คุณก็น่าจะรู้นะว่าที่นี่คือแอสการ์ดไม่ใช่โลกของคุณ ดังนั้น…ถ้าคุณต้องการได้รับความสนใจจากเธอคุณก็แค่แสดงความแข็งแกร่งและความกล้าหาญของคุณออกมาก็เท่านั้น! ข้าขอสาบานเลยว่าทัศนคติที่เธอมีต่อคุณจะเปลี่ยนไปทันที! “
ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนความแข็งแกร่งก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเสมอ!
อย่างไรก็ตามผู้หญิงอย่างซิฟ ก็ไม่มีเทพธิดาคนไหนสวยสู้เธอได้เลยจริง ๆ