Marvel : The King ราชาของโลกมาเวล - ตอนที่ 42
“ซู่เจิน คุณอย่าลืมนะว่าคุณก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของ SHIELD แล้วตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่!” เขาได้แต่ตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ
ซู่เจินเหยียดนิ้วของเขาออกมา และส่ายมันเล็กน้อย ทำให้ปืนที่อยู่ในอากาศทั้งหมดเริ่มเคลื่อนไหว และพูดขึ้นมาว่า “ก่อนอื่นผมไม่ได้เป็นคนของ SHIELD ผมเป็นแค่ที่ปรึกษาเท่านั้น เพราะว่าผมยังไม่ได้เข้าร่วมกับ SHIELD ของคุณอย่างเป็นทางการ ส่วนเรื่องของเฉินห่าวหรานในตอนนี้เขาเป็นลูกทีมของผม และไม่ได้อยู่ในการเฝ้าระวังของพวกคุณอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นถ้าพวกคุณไม่อยากยอมรับมันพวกคุณจะใช้กำลังบังคับมันไปจากผมก็ได้นะ! ผมจะได้ใช้พวกคุณในการฝึกลูกทีมของผมไปด้วยเลย! “
“คุณต้องการเป็นศัตรูกับ S.H.I.E.L.D. จริง ๆ ใช่ไหม ” ผู้รับผิดชอบถามขึ้นมาดูความรวดเร็ว
“พวกคุณขู่ผมงั้นหรอ? ไม่ว่าผมจะไปที่ไหนก็เจอแต่พวกคนหยิ่งผยองแบบนี้ตลอด ผมจะบอกให้ชัด ๆ ตรงนี้เลยนะว่า ผมไม่เคยกลัวใครไม่ว่าจะเป็น SHIELD หรือใครก็ตาม ที่ผมไม่ลงมือก็เพราะผมไม่อยากมีปัญหาก็แค่นั้น แต่ถ้าพวกคุณอยากมีปัญหาผมก็พร้อมเสมอ เข้าใจไหม?”
ซู่เจินไม่ใช่คนที่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องของพวกนี้ ส่วนสาเหตุที่เขายอม SHIELD ในตอนแรกก็เพื่อหลีกเหลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะถึงยังไงความแข็งแกร่งก็เป็นตัวกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว ถ้าเขาแข็งแกร่งใครจะทำอะไรเขาได้
ในตอนแรกเขามีแค่ไวรัสเอ็กซ์ตรีมมิส ความสามารถในการควบคุมเพลิง ก็สามารถทำให้เขาอยู่ยงคงกระพันได้แล้ว แต่สำหรับโลกมาเวลความสามารถแค่นี้มันยังต่ำเกินไป! และเมื่อไม่นานมานี้เขายังได้กลืนกินความสามารถเพิ่มเติมอีกมากมาย รวมถึงความสามารถของ Human Torch และเขายังมีทีมเป็นของตัวเอง ทำให้เขาสามารถปกป้องตัวเองได้จากภัยอันตรายต่าง ๆ ได้ ถึงแม้จะยังไม่สามารถเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกได้ก็ตาม
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ซู่เจินไม่จำเป็นที่จะต้องเกรงกลัวพวกเขาด้วยซ้ำ!
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนโหดร้าย แต่เขาก็ไม่ต้องการให้ใครกล้ามายั่วยุเขาเช่นกัน!
“และผมหวังว่าพวกคุณจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้ของพวกคุณนะ!”
เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของซู่เจิน พวกเขาก็อยากลุกขึ้นและเข้าไปต่อยหน้าของซู่เจินสักหมัดจริง ๆ แต่เขาก็ไม่มีความกล้าพอ ที่จะทำ เพราะเขารู้ดีว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนพวกนี้แน่นอน ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่บ่นอยู่ในใจของเขาเท่านั้นและติดต่อกับผู้อำนวยการของ SHIELD ให้เร็วที่สุด
เพราะว่าตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องของเฉินห่าวหรานเพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว!
นิค ฟิวรี่ ได้รับการติดต่ออย่างรวดเร็วและทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อทราบข่าว แม้ว่าเขาจะรู้ว่าซู่เจินไม่ใช่คนที่จะยอมคนง่ายๆ และตอนนี้ซู่เจินยังกล้าที่จะเป็นศัตรูกับ SHIELD อีก ซู่เจินจะต้องมีความมั่นใจมากแน่นอนว่าเขาสามารถต่อสู้กับ SHIELD ได้!
ทำให้ นิค ฟิวรี่ ในตอนนี้ต้องการโทรไปหาผู้มีอำนาจทั้งหลายและบอกกับซู่เจินว่า SHIELD ไม่ใช่สถานที่ ที่ใครก็สามารถยั่วยุได้ อย่างไรก็ตามเขาก็รีบหยุดความคิดของเขาทันที
“แจ้งกัปตันอเมริกาให้เขาลองพูดคุยกับซู่เจินดู เพื่อว่าเขาจะทำอะไรได้บ้าง!” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งนิค ฟิวรี่ ก็ตัดสินใจถอยทัพก่อนชั่วคราวและปล่อยให้กัปตันอเมริกาไปลองเจรจากับซู่เจินดูก่อน!
“ผู้อำนวยการนิค … ดูเหมือนว่าโทรศัพท์ของกัปตันอเมริกาจะไม่สามารถติดต่อได้ชั่วคราว!”
ทันทีที่คำพูดของ นิค ฟิวรี่ จบลง มาเรีย ฮิลล์ ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นมาทันที
“โทรไม่ติด? เป็นไปได้ยังไง”
นิค ฟิวรี่ รู้สึกงงงวยเล็กน้อยและหยิบมือถือของเขาออกมาและโทรหากัปตันอเมริกาด้วยตัวของเขาเอง
ในขณะเดียวกันซู่เจินที่กำลังมองไปที่กัปตันอเมริกาที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยรอยยิ้มและพูดขึ้นมาอย่างเรียบเฉยว่า “เดี๋ยวอีกไม่นาน ผู้อำนวยการ นิค ฟิวรี่ จะโทรมาหาคุณ”
“เป็นไปไม่ได้หรอก…”
กัปตันอเมริกาไม่ได้เชื่อคำพูดของซู่เจินมากนัก เพราะว่าอยู่ดี ๆ เขาก็ถูกซู่เจินพามาที่นี่ได้ยังไงก็ไม่รู้ และเขาก็ยังไม่เข้าใจด้วยว่าสถานการณ์ตรงหน้านี้มันคืออะไร แถมเมื่อได้ยินคำพูดของซู่เจินว่า นิค ฟิวรี่ จะโทรมาหาเขาด้วยตัวเองเขาก็ยิ่งไม่เชื่อแล้วใหญ่ และก่อนที่กัปตันอเมริกาจะพูดจบ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาทันที
กริ๊ง! กริ๊ง!
และเมื่อกัปตันอเมริกามองไปยังชื่อของหมายเลขคนโทรเข้ามา กัปตันอเมริกาก็มองไปทางซูเจินด้วยความไม่อยากเชื่อและกดรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว
“ผมเอง อืม! คุณพูดว่าซู่เจินใช่ไหม ผมก็ไม่รู้เหมือนกันอยู่ดี ๆ ก็ถูกเขาพาตัวมาที่นี่ อืม!ตอนนี้เขานั่งอยู่ข้างหน้าของผม และก่อนที่คุณจะโทรเข้ามา เขาก็ยังบอกผมอีกว่าคุณจะโทรเข้ามาหาผม โอเคผมเข้าใจแล้ว ! “ เมื่อกัปตันอเมริกาวางสายเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็หันหน้ามองไปที่ซู่เจินและพูดว่า ” ผมควรขอบคุณคุณสินะที่พาผมมาที่นี่ล่วงหน้า หรือนี่อาจจะเป็นการทำนายอนาคตใช่ไหม ? มันน่ามหัศจรรย์มาก เอาละกลับมาเข้าเรื่อง! ในเมื่อผมมาอยู่ที่นี่แล้วเรามาคุยกันดีกว่าว่าจะทำยังไงกับเรื่องพวกนี้ “
แน่นอนว่าซู่เจินสามารถทำนายเห็นอนาคตได้ แม้ว่าบางครั้งความสามารถนี้จะใช้งานไม่ค่อยได้ก็เถอะ แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญจริง ๆ มันค่อนข้างมีประโยชน์อย่างมหาศาล และเมื่อกี้เขายังสามารถมองเห็นอนาคตได้ว่า นิค ฟิวรี่ กำลังโทรหากัปตันอเมริกาให้มาหาเขาที่นี่ ดังนั้นซู่เจินเลยให้บริ๊งค์ไปพาตัวของกัปตันอเมริกามาที่นี่เพื่อไม่ให้เสียเวลา
แหละในตอนนี้ซู่เจินก็เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นกัปตันอเมริกาหรือนิค ฟิวรี่ พวกเขาจะต้องคิดให้รอบคอบซะก่อน ก่อนที่พวกเขาจะเป็นศัตรูกับคนที่สามารถทำนายอนาคตได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิค ฟิวรี่ ได้เปลี่ยนใจอย่างกันหัน
เพราะหลังจากที่กัปตันอเมริกาได้บอกกับ นิค ฟิวรี่ ว่าเขาถูกพาตัวมาที่นี่ล่วงหน้าโดยคนของซู่เจิน ก็ทำให้นิค ฟิวรี่ถึงกับคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เพราะในตอนแรกเขาต้องการที่จะฉีกหน้าของซู่เจิน แต่ในตอนนี้เขาได้เปลี่ยนใจอย่างกระทันหันแล้วให้กัปตันอเมริกาไปเจรจาและดูท่าทางของซู่เจินว่าจะเอายังไง ส่วนเรื่องของเฉินห่าวหรานในตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว!
“ให้คนพวกนั้นกลับไปได้แล้วล่ะ เพราะตอนแรกที่พวกเขาบุกเข้ามาในห้องมันทำให้ผมกลัวมากจริง ๆ!” ซู่เจินเหลือบมองไปที่คนกลุ่มนั้นแล้วพูดขึ้นมาด้วยท่าทางหวาดกลัว
“ คุณกลัวงั้นหรอ?”
กัปตันอเมริกาบ่นขึ้นมาในใจของเขาคนเดียวและโบกมือให้พวกเขา “พวกคุณกลับกันไปก่อน เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการเอง!”
เมื่อสิ้นเสียงของกัปตันอเมริกา ปืนที่ลอยตัวอยู่ในอากาศก็ค่อย ๆ ลอยกลับไปหาเจ้าของที่ละคน และวางลงบนมือของพวกเขา พวกเขามองไปที่ปืนและเหลือบมองไปทางกัปตันอเมริกาเล็กน้อย และหันหลังเดินจากไป
“โล่งขึ้นเยอะเลยว่าไหม!”
ซู่เจินยิ้มออกมาและขยับมือของเขาเบา ๆ ทำให้ไวน์แดงที่อยู่ข้าง ๆ เขาลอยขึ้นมาและรินลงไปในแก้วไวน์อย่างช้า ๆ และซู่เจินก็ยื่นมือของเขาออกมา เชิญให้กัปตันอเมริกานั่งลงแล้วพูดว่า “นั่งก่อนสิ เดี๋ยวผมจะแนะนำคุณให้กับสมาชิกในทีมของผมรู้จัก เพราะผมเชื่อว่าในอนาคต คุณจะต้องได้ติดต่อกับพวกเขาบ่อย ๆ อย่างแน่นอน!”