Marvel : The King ราชาของโลกมาเวล - ตอนที่ 36
ภายในโรงงานร้างสักแห่งในตัวเมือง มีผู้หญิงอยู่คนหนึ่งกำลังนั่งกินแฮมเบอร์เกอร์อยู่ที่พื้นอย่างเอร็ดอร่อย เธอสวมใส่แจ็คเก็ตหนังสีดำ ผมสีแดง ตาสีฟ้า และรอยสักสีม่วงบริใกล้ ๆ ดวงตาของเธอ
เธอมีชื่อว่า คลาริซ เธอเป็นเด็กกำพร้าและจู่ๆ ความสามารถพิเศษของเธอก็ตื่นขึ้นมา เธอสามารถสร้างพอร์ทัลขนาดใหญ่ เพื่อพาคนอื่น ๆ และตัวเธอย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ ตัวเธอนั้นเป็นคนขี้อาย และเธอก็กลัวมากเพราะหลังจากที่เธอได้มีความสามารถแปลก ๆ นี้มา และเธอไม่สามารถควบคุมมันได้ ทำให้เธอต้องตกอยู่ในอันตรายหลายครั้ง ต่อมาเธอก็ค่อย ๆ ตีตัวออกห่างจากผู้คน และพยายามฝึกควบคุมความสามารถของเธอ และช่วยเหลือมนุษย์กลายพันธุ์คนอื่น ๆ ทำให้ในช่วงนี้เธอค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่พวกมนุษย์กลายพันธุ์
และไม่นานมานี้เธอก็ได้ช่วยเหลือมนุษย์กลายพันธุ์คนหนึ่งที่เพิ่งตื่นจากการหลับไหล เธอเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่มีความสามารถในการสร้างกระดูกที่พิเศษออกมาเป็นอาวุธได้และเธอยังมีหัวใจอยู่สองอันภายในร่างกายของเธอ ทำให้คลาริซในตอนนี้กำลังนั่งกินแฮมเบอร์เกอร์ด้วยความอารมณ์ดี และฮัมเพลงเบา ๆ ออกมา
ทันใดนั้นเสียงฮัมเพลงของเธอก็หยุดลงกะทันหัน และเธอก็หันหน้าออกไปทางนอกหน้าต่าง เธอก็พบเข้ากับลูกไฟขนาดใหญ่ ที่กำลังมุ่งหน้าตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว
เพ้ง!
หน้าต่างแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ จากคลื่นความร้อนที่กำลังพุ่งประทะเข้ามา และไม่นานคลื่นความร้อนก็ค่อย ๆ สลายหายไปและปรากฏเป็นรูปร่างของคนคนหนึ่ง
เป็นคนเอเชียและมีหน้าตาที่ค่อนข้างหล่อเหลา!
เขาก็คือซู่เจิน!
ซู่เจินมองลงไปที่เสื้อผ้าของเขาและพยักหน้าขึ้นลงด้วยความพึงพอใจ เพราะทุกครั้งที่ตัวของเขากลายเป็นไฟ เสื้อผ้าของเขาจะถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี แต่ในครั้งนี้เขาได้ลองเอาพลังจิตของเขาครอบคลุมเสื้อผ้าของเขาเอาไว้ทำให้เสื้อผ้าของเขาไม่ได้รับความเสียหาย หรือถูกแผดเผาจนไม่เหลือชิ้นดี!
เพราะก่อนที่เขาจะมีชุดที่สามารถรองรับพลังของเขาได้ เขาก็คงจะต้องใช้วิธีนี้ไปก่อนแก้ขัด
แถมมันยังช่วยให้เขาสามารถฝึกควบคุมพลังจิตได้อีกด้วย
“คุณเป็นใคร?”
ในมือของคลาริซมีคริสตัลเล็กที่ถูกสร้างขึ้นจากความสามารถพิเศษของเธออยู่ เธอจ้องมองไปที่ซู่เจินด้วยความระมัดระวังและถามขึ้นมา
ซู่เจินยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตรและพูดขึ้นมาว่า “เธอไม่ต้องกลัว ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรกับเธอ ผมชื่อว่า ซู่เจิน มาที่นี่ก็เพื่อเชิญเธอเข้าร่วมทีมของผม!”
“ขอโทษนะฉันไม่เคยได้ยินชื่อของคุณมาก่อนเลย และฉันก็ไม่ต้องการเข้าร่วมทีมกับใครทั้งนั้น!” คลาริซพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“คลาริซ เฟอร์กูสัน เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน แถมยังเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่สามารถเปิดพอร์ทัลขนาดใหญ่ และพาคนอื่นหรือตัวเองเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อตอนที่เธอยังเด็กเธอกลัวความสามารถของตัวเองเป็นอย่างมาก แต่เธอก็มีความพยายามและหัดควบคุมพลังของเธอมาตลอด จนทำให้เธอทำสามารถใช้ความสามารถของเธอได้อย่างมีประสิทธิภาพและคอยช่วยเหลือมนุษย์กลายพันธุ์คนอื่น ๆ มาตลอด ผมพูดถูกไหม ? “ซู่เจินมองไปที่เธอและพูดด้วยรอยยิ้ม
ใบหน้าของคลาริซเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะรู้ข้อมูลของเธอมากขนาดนี้
“จริง ๆ เธอไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับมันมากนักหรอก ที่ผมตรวจสอบข้อมูลของเธอก็เพราะเห็นว่าเธอเป็นคนที่น่าสนใจ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์ แต่ผมก็มีความสามารถมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ ผมสามารถทำนายอนาคตได้หรือจะเรียกว่า ผู้เผยพระวจนะ! ก็ได้ ผมรู้ว่าโลกในตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เผชิญกับหายนะต่าง ๆ พวกคุณที่เป็นมนุษย์กลายพันธุ์จะไม่สามารถหลบหนีมันได้แน่นอน และในอนาคตอันใกล้นี้จะเกิดเหตุการณ์การทำลายล้างมนุษย์กลายพันธุ์เกิดขึ้น ถ้าหากว่าเธอต้องการจะช่วยพวกเขาจริง ๆ เพียงตัวเธอคนเดียวไม่สามารถช่วยพวกเขาได้หรอกนะ!“
“ฉันรู้ว่าตัวคนเดียวคงทำไม่ได้แน่นอน และถ้าฉันร่วมมือกับคุณ ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่คุณพูดมามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหักกันแน่! “คลาริซยังไม่เชื่อซู่เจินโดยทันที
“เป็นเรื่องจริง! เพราะว่าผมจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำลายโลกใบนี้แน่นอน ดังนั้นไม่ว่าพวกมันจะเป็นใคร ตราบใดที่พวกเขาพยายามที่จะทำลายหรือยึดครองโลก พวกเขาทั้งหมดก็จะเป็นศัตรูของผมทันที ผมพร้อมที่จะต่อสู้กับพวกเขาโดยเอาชีวิตของผมเป็นประกัน! และสำหรับสิ่งที่เธอบอกว่าเรื่องที่ผมพูดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือโกหก เธอสามารถพิสูจน์มันได้ด้วยตาของเธอเอง และถ้าเห็นว่าสิ่งที่ผมพูดไปมันไม่ใช่เรื่องจริง! เธอสามารถจากไปได้ทุกเมื่อที่เธอต้องการ!” ซู่เจินมองไปที่เธอด้วยความจริงใจ และค่อยๆยื่นมือออกมา ” มีแค่เธอคนเดียวจะไปทำอะไรได้จริงไหม ? เข้าร่วมทีมของผมสิแล้วเราจะช่วยกันปกป้องโลกไปด้วยกัน!”
คำพูดของซู่เจินค่อย ๆ ชักจูงคลาริซที่ละน้อย เพราะว่าถ้าเธออยู่คนเดียวเธอก็จะมีอิสระในการทำสิ่งต่าง ๆ แต่ถ้าเธอเกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมาจริง ๆ แล้วใครจะเป็นคนที่คอยช่วยเธอล่ะ? หรือว่าบางทีฉันควรที่จะเข้าร่วมกับเขา? และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนเอเชียด้วย และถ้าสิ่งที่เขาพูดมันเกิดขึ้นจริง ๆ ขึ้นมาล่ะ?
“ คุณสามารถรับประกันได้ไหมว่าถ้าเกิดว่าพวกมนุษย์กลายพันธุ์เกิดวิกฤตขึ้นมาจริง ๆ คุณจะช่วยเหลือพวกเขา?” คลาริซถามขึ้นมาด้วยความจริงจัง
“ผมสัญญา!” ซู่เจินก็ตอบขึ้นมาด้วยความจริงจังเช่นกัน
“เอาล่ะ! ฉันจะเข้าร่วมทีมของคุณ แต่ฉันขอบอกคุณไว้ก่อนเลยว่าถ้าคุณได้กระทำสิ่งต่าง ๆ นอกเหนือจากสิ่งที่คุณพูดมา ฉันจะจากไปทันที!” คลาริซจับมือกับซู่เจินด้วยความยินดี ส่วนซู่เจินในตอนนี้เขากำลังยิ้มอย่างมีความสุข
ถึงแม้ว่าซู่เจินจะบอกกับคลาริซว่าเธอจะจากไปตอนก็ได้ แต่เขาก็คิดว่าเธอคงจะไม่ทำแบบนั้นหรอกมั้ง ? เพราะไม่งั้นเธอก็คงไม่เข้าร่วมทีมกับเขาตั้งแต่แรกหรอกจริงไหม ?
โดยไม่คิดไม่ฝันการชักชวนลูกทีมคนแรกของเขาก็ผ่านไปได้ด้วยดี!
“ผมคิดว่าคุณควรมีชื่อที่ดีกว่านี้!” ซู่เจินมองไปที่เธออย่างนุ่มนวล ภายใต้สายตาของเธอที่มองมาที่เขาอย่างงุนงงและพูดขึ้นมาช้า ๆ ว่า “จากนี้ไปเธอมีชื่อว่า บริ๊งค์ เพราะว่ามีเพียงชื่อนี้เท่านั้นที่เข้ากับความสามารถของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเชื่อผมเถอะว่า … อีกไม่นานพวกมนุษย์กลายพันธุ์และคนทั้งหมดบนโลกใบนี้ จะต้องรู้จักชื่อนี้ของคุณอย่างแน่นอน! “
“บริ๊งค์งั้นหรอ ? ก็ดูดีนะ ต่อไปนี้ฉันมีชื่อว่า บริ๊งค์!” คลาริซไม่สิ ควรเรียกเธอว่าบริ๊งค์สินะในตอนนี้ บริ๊งค์พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและถามขึ้นมาว่า “แล้วเราจะทำอะไรกันดีตอนนี้?”
“ไหนเธอลองโชว์ความสามารถให้ผมดูหน่อย … ” ซู่เจินพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม