Marvel : The King ราชาของโลกมาเวล - ตอนที่ 23
ในโรงแรมซู่เจินเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความอารมณ์ดี เพราะการอาบน้ำอุ่นทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย
ในตอนแรกซู่เจินต้องการออกข้างนอกเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ที่ไหนได้เขาดันเจอกับซูซานแม่หญิงล่องหนโดยบังเอิญและยังต้องไปต่อสู้กับเธออีกแค่นั้นไม่พอเขายังเจอกับสไปเดอร์แมนที่พยายามจะหยุดเขาอีกคนและก็เกิดการต่อสู้ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
แม้ว่ามันจะจบลงด้วยชัยชนะทั้งสองครั้ง แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดทุกทีที่นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อมองไปยังซูซานที่ตอนนี้ยังนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องของเขา ซู่เจินก็หยิบไวน์แดงออกมาและรินไวน์ใส่แก้ว เขาเดินไปนั่งบนโซฟาและดื่มไวน์อย่างสบาย ๆ พลางคิดถึงการต่อสู้ที่เกิด
แม้ว่าเขาจะชนะทั้งสองคนอย่างง่ายดาย แต่ซู่เจินก็พบว่ารูปแบบการโจมตีของเขายังอ่อนเกินไป
แม้ว่าซูซานและสไปเดอร์แมน ทั้งคู่จะไม่ได้เป็นฮีโร่สายระยะประชิด ดังนั้นความสามารถของไวรัสเอ็กซ์ตรีมมิสจึงไม่มีโอกาสได้ใช้มากนัก
แม้ว่าความสามารถในการควบคุมเปลวเพลิงมันจะดี แต่มันก็เป็นแค่การควบคุมเปลวเพลิงเท่านั้น ไม่ได้มีพลังอะไรมากมายหากว่าเขาไม่ได้เพิ่มพลังของเปลวเพลิงให้รวมกับพลังของไวรัสเอ็กซ์ตรีมมิส เขากลัวว่ามันจะไม่สามารถบดขยี้สนามแม่เหล็กพลังจิตของซูซานได้
แม้ว่าความสามารถคลื่นเสียงจะไม่เลว แต่มันก็น่าทุเรศเกินไปจะพระเอกคนในที่ปล่อยคลื่นเสียงออกจากปาก และไม่น่าดูบ้าง?
“ มันคงถึงเวลาที่จะต้องหาความสามารถเพิ่มแล้วสิ!” ซู่เจินจิบไวน์แดง เขาคิดว่าสไปเดอร์แมนในตอนนี้คงจะไปบอกข่าวกับพรรคพวกของซูซานเรียบร้อยแล้วว่าเธอถูกจับตัวไป แน่นอนว่าปัญหาในครั้งนี้คงไม่จบง่าย ๆ แน่นอน
เขาควรปล่อยซูซานไปดีไหม?
แม้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงความเข้าใจผิด แต่จะให้เขาทำยังไงได้ละ?
ดูจากแนวโน้มแล้วสไปเดอร์แมนน่าจะไปหาใครเป็นคนแรก? S.H.I.E.L.D. ? สมาชิกของทีมเวนเจอร์ส? หรือ แฟนแทสติก โฟร์? แฟนแทสติก โฟร์ มีแนวโน้มมากที่สุดเพราะว่าซูซานเป็นหนึ่งในสมาชิกของ แฟนแทสติก โฟร์ และจากข้อมูลของ สไปเดอร์แมนดูเหมือนว่าเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ คนพลังไฟ [Human Torch] ? ซึ่งซูซานเป็นพี่สาวของจอห์นนี่ และโดยเฉพาะบุคลิกของจอห์นนี่ เขาค่อนข้างเป็นคนใจร้อนและเขาน่าจะพุ่งตรงมาหาเขาทันทีที่รู้ข่าวแน่นอน และซู่เจินน่าจะไม่มีโอกาสได้อธิบายให้จอห์นนี่ฟังแน่นอน เพราะด้วยบุคลิกของจอห์นนี่ น่าจะไม่ฟังอะไรแน่นอน
Human Torch หรือจอห์นนี่ เขาสามารถสร้างอุณหภูมิได้สูงหลายพันองศาและเขาสามารถบินได้แถมยังสามารถโจมตีด้วยเปลวเพลิงและมีภูมิต้านทานต่อเปลวเพลิงอีกด้วย อย่างไรก็ตามเปลวเพลิงของเขา มันเป็นสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติและจะดับลงถ้าไม่มีออกซิเจนและยังสามารถใช้น้ำดับได้อีกด้วย
พูดง่าย ๆ ก็คือความสามารถของจอห์นนี่ อยู่ในระดับประมาณกลางเกือบสูง
ตอนนี้ซู่เจินกำลังพิจารณาเส้นทางในอนาคตของเขาเพราะหลังจากเขากลืนกินไวรัสเอ็กซ์ตรีมมิสและกลืนความสามารถในการควบคุมเพลิงเข้าไป ทำให้เขาแน่ใจว่าเส้นทางของพลังในอนาคตของเขาคงหนีไม่พ้นอะไรที่เกี่ยวกับเพลิงแน่นอน แต่แน่นอนว่ามันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาสามารถกลืนกินความสามารถได้ทุกอย่างไม่มีขีดจำกัด แต่ในตอนนี้เขาจะพัฒนาพลังเปลวเพลิงของเขาไปก่อนชั่วคราว เพราะว่ามันสะดวกเวลาที่จะใช้งาน
เดิมทีแผนของเขาคือความสามารถในการควบคุมเพลิงและจากนั้นจะไปกลืนกินความสามารถที่สามารถสร้างเปลวเพลิงได้ ซึ่งเจ้าของของความสามารถนี้อาศัยอยู่ที่ฮ่องกง ซึ่งในตอนนี้เขายังไม่มีเวลาที่จะไปที่นั่น ทำให้ซู่เจินนั่งคิดพิจารณาอยู่ว่าจะเอาความสามารถของจอห์นนี่ดีหรือไม่?
แต่แผนไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและตอนนี้ดูเหมือนว่าคำสั่งนี้กำลังจะเปลี่ยนไป
“ไม่รู้ว่าความสามารถในการควบคุมเพลิงของฉันจะสามารถควบคุมเปลวเพลิงของ Human Torch ได้หรือไม่” ซู่เจินเขย่าไวน์แดงในแก้วให้มันแกว่งไปมาและรออย่างเงียบ ๆ
…
…
“จอห์นนี่พี่สาวของนายถูกชายลึกลับชื่อซู่เจินจับตัวไป ฉันหาตำแหน่งของเขาเจอแล้ว แต่ฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งเกินไป ฉันไม่สามารถเอาชนะเขาได้ ฉันกลัวว่าถ้าไปคนเดียวจะไม่สามารถช่วยพี่สาวนายออกมาได้” แน่นอนว่าสไปเดอร์แมนจะต้องติดต่อ Human Torch เป็นคนแรกแน่นอนเพราะว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและ Human Torch ยังเป็นน้องชายของซูซานอีกด้วย
ในขณะที่จอห์นนี่กำลังนั่งเล่นอยู่ในบาร์ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากสไปเดอร์แมน ในตอนแรกจอห์นนี่จะชวนสไปเดอร์แมนมานั่งเล่นด้วยกัน แต่เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่สไปเดอร์แมนพูดเขาก็ล้มเลิกความคิดทันที
“อะไรนะนายบอกว่าซูซานถูกลักพาตัวไป ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? โอเค ฉันจะไปเดี๋ยวนี่แหละ!”
จอห์นนี่รีบถามที่อยู่กับสไปเดอร์แมน และเตรียมตัวที่จะออกไป แต่…
“คุณจะไปแล้วงั้นหรอ คุณไม่อยากไปหาสถานที่ดี ๆ และดื่มต่อด้วยกันหน่อยหรอ” ผู้หญิงที่อยู่รอบ ๆ จอห์นนี่พูดขึ้นมาด้วยความผิดหวัง
จอห์นนี่หัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “มีผู้ชายคนหนึ่งมาลักพาตัวพี่สาวของผมไป ดังนั้นผมจะต้องไปจัดการกับเขาก่อน และเมื่อผมกลับมาผมจะพาพวกคุณไปดื่มกันต่อที่อื่น รอผมหน่อยนะที่รัก เดี๋ยวผมจะกลับมาให้เร็วที่สุด”
หลังจากพูดจบจอห์นนี่ก็เดินออกมาจากบาร์ ร่างของเขาสั่นขึ้นและกลายเป็นเปลวเพลิงบินหายไปบนท้องฟ้าภายใต้สายตาที่มองไปที่เขาด้วยความประหลาดใจของทุกคน
บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมสไปเดอร์กำลังพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดจากบาจแผลที่ซู่เจินได้ทิ้งเอาไว้ให้ดูเป็นของต่างหน้า เมื่อเห็นเปลวเพลิงบินมาจากระยะไกล ไม่นานจอห์นนี่ก็ร่อนตัวลงบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม และสไปเดอร์แมนที่กำลังจะพูดขึ้นมาแต่ถูกจอห์นนี่พูดดักมาก่อนว่า “ผู้ชายคนนั้นอยู่ที่ไหน ฉันรอไม่ไหวแล้วที่จะบอกกับเขาว่าคิดยังถึงได้กล้ามาเป็นศัตรูกับพวกเรา แฟนแทสติก โฟร์” จอห์นนี่พูดออกมาอย่างอวดดี
“ เขาอยู่ที่ชั้นสิบเก้าของโรงแรม แต่ฉันเดาว่าเขาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าฉันกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ และเขาก็มีความสามารถที่สามารถควบคุมเพลิงได้ดังนั้นนายน่าจะแพ้ทางเขาอย่างสมบูรณ์แบบเลยล่ะ” สไปเดอร์แมนกล่าวเตือนสติของจอห์นนี่
“ฉันไม่เชื่อ เพราะว่าเปลวเพลิงของฉันไม่มีใครสามารถควบคุมมันได้!” จอห์นนี่พูดอย่างมั่นใจจากนั้นเขาก็พุ่งตรงไปที่ชั้นที่สิบเก้าผ่านทางหน้าต่างของโรงแรม เขาเห็นว่าซูซานกำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอนส่วนชายคนนั้นกำลังนั่งดื่มไวน์แดงอยู่บนโซฟา
“ นายสินะ!”
จอห์นนี่พูดจบก็บินเข้าไปหาซู่เจินในทันที
เพ้ง! เพ้ง!
หน้าต่างแตกละเอียดจากการพุ่งชนของจอห์นนี่
“ฉันว่าแล้วว่าต้องเป็นนาย!” เมื่อเห็นจอห์นนี่พุ่งเข้ามาหาเขา ซู่เจินก็ไม่ได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
“คุณซู่เจิน คุณลักพาตัวพี่สาวของผมไป คุณต้องการเป็นศัตรูกับ แฟนแทสติก โฟร์ ของพวกเราใช่หรือไม่?” จอห์นนี่ตะโกนถามไปที่ซู่เจิน
ซู่เจินยักไหล่ “ฉันคิดว่านี่อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด!”
“ผมไม่คิดว่านี่จะเป็นความเข้าใจผิด แม้ว่ามันจะเป็นความเข้าใจผิดก็ตาม แต่ผมจะฟังคำอธิบายของคุณก็ต่อเมื่อได้สั่งสอนคุณซะก่อนว่าอะไรควรทำและไม่ควรทำ!” จอห์นนี่ไม่ได้ฟังคำอธิบายของซู่เจินเลยสักนิด เมื่อจอห์นนี่พูดจบเขาก็ปล่อยเปลวเพลิงออกมาและโจมตีไปที่ซู่เจิน
ซู่เจินหลบออกมาในทันที เปลวเพลิงพุ่งไปโดนกับโซฟาทำให้โซฟาระเบิดกระจุยกระจายเป็นหน้ากลอง
จอห์นนี่เมื่อเห็นว่าโจมตีพลาดเขาก็พุ่งเข้าไปหาซู่เจินและโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งซู่เจินสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย มุมปากของซู่เจินค่อย ๆ ยกขึ้นที่ละน้อย
จอห์นนี่ผู้หยิ่งผยอง ยังไม่รู้ว่าในตอนนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่แผนการของซู่เจินทีละก้าว ที่ละก้าว …