Marvel : The King ราชาของโลกมาเวล - ตอนที่ 22
มีคน ๆ หนึ่งโลยตัวกลับหัวอยู่บนหลังคา เขาสวมชุดสีแดง มีลายแมงมุมอยู่กลางหน้าอก และหน้ากากสีแดง
ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูคุ้นเคยเช่นนี้ซู่เจินสามารถบอกได้อย่างรวดเร็วเลยว่าเขาคือสไปเดอร์แมน
เมื่อเห็นซู่เจิ่นมองไปที่เขา สไปเดอร์แมนก็กระโดดลงมายืนอยู่ตรงหน้าของซู่เจิ่นและชี้นิ้วไปที่เขาแล้วพูดว่า “เฮ้ ถ้าคุณไม่ยอมรับว่าคุณกำลังอุ้มเธออยู่ คุณคิดว่าฉันจะมองไม่เห็นงั้นหรอ? คุณรู้หรือไม่? ฉันกับน้องชายของเธอ Human Torch มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันดังนั้นคุณควรวางเธอลง “
“ แล้วถ้าฉันปฏิเสธล่ะ?”
ซู่เจิ่นเหล่มองไปที่สไปเดอร์แมน จะเห็นได้ชัดว่าสไปเดอร์แมนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเขาอย่างมหันต์ ซู่เจินไม่รู้ว่าวันนี้มันเป็นวันซวยของเขาหรือเปล่า ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็โดนเข้าใจผิดไปหมด
แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะมานั่งอธิบายเหตุผลให้ใครฟัง
ถ้ามีคนหนึ่งคนหรือสองคนมาพูดกับคุณด้วยน้ำเสียงแบบนี้ คุณคิดว่าพวกเขาจะอารมณ์ดีอยู่ไหม? ถ้าหากสไปเดอร์แมนถามเขาสักหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น บางทีซู่เจินอาจจะยังให้อภัยได้ แต่เมื่อเขากล้าใช้น้ำเสียงแบบนั้นเพื่อดูถูกคนอื่นมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่ใช่ไหมที่ซู่เจินจะต้องสั่งสอนเขาสักหน่อย?
สไปเดอร์แมนยักไหล่ “ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่มีทางเลือก แต่ … คุณคิดจริง ๆ หรอว่าคุณจะเป็นคู่ต่อสู้ของผมได้คุณยังต้อง … “
ก่อนที่สไปเดอร์แมนจะพูดจบซู่เจินก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าสไปเดอร์พร้อมกับเตะไปที่สไปเดอร์แมนอย่างเต็มแรง
“นายควรจะรู้นะว่าความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด ถ้านายชนะฉันได้จะพาเธอไปอย่างงั้นหรอ … มันน่ารำคาญ หายไปให้พ้นจากสายตาฉันซะ!” ซู่เจินตะโกนอย่างเหลืออดและเตะไปที่สไปเดอร์แมน
สไปเดอร์แมนตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาเอาแขนขึ้นมากันการโจมตีของซู่เจิน แต่ด้วยความรุนแรงทำให้สไปเดอร์แมนกระเด็นถอยหลังไปสองสามก้าวและเขย่าแขนของเขาด้วยความเจ็บปวดแล้วพูดว่า “เจ็บจัง ทำไมคุณถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้”
หลังจากพูดจบเขาก็ยกแขนขึ้นและแสดงท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ของสไปเดอร์แมน ที่ข้อมือของเขามีเครื่องยิงใยแมงมุมอยู่เขายิงใยแมงมุมออกมาทันที
ใยแมงมุมร่วงลงสู่พื้น ประกอบกับท่าทางที่งุนงงของสไปเดอร์แมน เพราะว่าใยแมงมุมไม่สามารถยิงโดนซู่เจินได้ เพราะว่าซู่เจินสามารถหลบมันได้อย่างง่ายได้
ทันใดนั้นสไปเดอร์แมนก็ยิงใยแมงมุมไปที่กำแพงและลอยตัวขึ้นในอากาศพร้อมกับโจมตีซู่เจินไปด้วยอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานตัวซู่เจินก็ถูกปกคลุมเต็มไปด้วยใยแมงมุม
“นายต้องการใช้ใยแมงมุมเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของฉันงั้นหรอ ฉันต้องบอกว่านี่เป็นความคิดที่ฉลาดมากและมันก็สอดคล้องกับสไตล์การต่อสู้ของนายตามปกติ เพราะถึงที่สุดความสามารถของนายก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมายดังนั้นถ้านายไม่ ‘ พยายามใช้ความคิดของนายในการแก้สถานการณ์ ฉันกลัวว่านายอาจจะตายไปนานแล้วก็ได้” ซู่เจินกล่าวออกมาพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย
“เฮ้ แม้ว่าผมจะขอบคุณสำหรับคำชมของคุณ แต่ … ผมว่าคุณควรวางเธอลงก่อนนะ” สไปเดอร์แมนที่กำลังโหนตัวอยู่พูดออกมา
“คำชม ? นายคิดว่าฉันกำลังชมนายอยู่งั้นหรอ แม้ว่านายจะฉลาดมากและรู้วิธีใช้ข้อดีของตัวเองในการต่อสู้ แต่ … นายลืมสิ่งหนึ่งไป … ” ซู่เจินพูดด้วยความเย้ยหยัน
สไปเดอร์แมนอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย หรือว่าเขาลืมอะไรไป?
“คนบางคนนายไม่สามารถใช้สมองเพื่อชนะเขาได้!”
ซู่เจินหัวเราะเยาะเย้ยและจุดไฟแช็คเพื่อจุดเปลวไฟขึ้นมา ซู่เจินอุ้มตัวซูซานเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของเขาทำให้มือเขาไม่ว่าง แต่เปลวเพลิงที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขา ถูกซู่เจินควบคุมด้วยความคิดพุ่งโจมตีไปที่สไปเดอร์แมน
“ พระเจ้า … ไม่นะ … ”
สไปเดอร์แมนตะโกนอย่างหดหู่และใยแมงมุมของเขาก็ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ในพริบตา
ยังไม่จบเพียงเท่านี้เพราะเปลวเพลิงได้มาอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว!
เขารีบใช้ใยแมงมุมเคลื่อนตัวหลบไปมาในอากาศอย่างรวดเร็ว
“คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมฉันไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน คุณเป็นผู้มาใหม่ใช่หรือไม่” สไปเดอร์แมนถามออกมาราวกับว่าคุยกับเขามันเป็นเรื่องธรรมดา ๆ ในขณะที่ซ่อนตัวอยู่
นี่คือสไปเดอร์แมน สไปเดอร์แมนที่ชอบเล่นติดตลกซะด้วย
น่าเสียดายที่ซู่เจินไม่มีความคิดที่จะคุยกับเขา สไปเดอร์แมนหยุดอยู่นิ่ง ๆ และเฝ้าดูอย่างใจเย็น เขาเห็นว่าซู่เจินควบคุมเปลวเพลิงให้รวมตัวกันเป็นลูกไฟขนาดใหญ่
“นายชอบดอกไม้ไฟไหม?“
ซู่เจินพูดพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ลูกไฟลอยขึ้นไปบนฟ้าและก็ระเบิดขึ้น ทำให้ประกายไฟกระเด็นจากการระเบิดกลายเป็นเหมือนดอกไม้ไฟที่บานสะพรั่งสวยงามยามราตรี
มีเสียงดังวิ่งพลานไปทั่ว สไปเดอร์แมนเงยหน้าขึ้นไปมองโดยไม่รู้ตัวและก็พบว่ามีเปลวเพลิงอยู่บนใยแมงมุมของเขาที่ใช้ห้อยตัวอยู่ และมันกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
“ไม่!”
สไปเดอร์แมนตะโกนอย่างร้อนรนและร่างของเขาก็ตกลงมา
เขาพยายามจะพ่นใยแมงมุมออกมาเพื่อทำให้ร่างกายของเขาสมดุล แต่ทันใดนั้นซู่เจินก็วางซูซานที่เขาอุ้มอยู่ลง และเอามือทั้งสองข้างปิดหูของเธอเอาไว้และ … อ้าปากขึ้น
“อะไรกัน……”
มีเสียงเสียดแทงแสบแก้วหูดังขึ้นมา
คลื่นเสียงที่เกิดกระเพื่อมและสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงพุ่งตรงไปยังสไปเดอร์แมนที่กำลังจะทรงตัวในชั่วพริบตาทำให้ไม่สามารถควบคุมร่างกายของเขาได้ ราวกับว่าวที่ขาดสายขาย สไปเดอร์แมนกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงตรง และร่างของเขาก็ตกลงมากระแทกพื้นอย่างรวดเร็ว
ซู่เจินหยุดมองไปที่สไปเดอร์แมนที่กำลังมึนงงและก้มตัวลงไปอุ้มซูซานขึ้นมา “จำไว้ว่าฉันชื่อซู่เจิน ในครั้งต่อไปที่นายเจอฉันจะเป็นการดีกว่าที่นายจะอยู่ห่าง ๆ ฉันเอาไว้ !”
“ อย่าคิดว่าผมจะปล่อยคุณไป … ”
สไปเดอร์แมนสบัดหัวไล่ความมึนงงและยิงใยแมงมุมไปที่ซู่เจิน แต่ก็ถูกเปลวเพลิงแผดเผาอย่างง่ายดาย
“ อยู่ไหนกัน”
จู่ ๆ เขาก็พบว่าซู่เจินหายตัวไป
ในขณะที่เขากำลังจะมองหามันก็มีเงาปรากฏตัวขึ้นตรงของหน้าเขา
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเขาก็เห็นซู่เจินที่กำลังเยาะเย้ยเขาอยู่ตรงหน้า สไปเดอร์แมนก็ยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “เฮ้ ผมแค่ล้อคุณเล่นเฉย ๆ ผมหวังว่าคุณจะไม่ถือสาผมนะ?”
“แน่นอนฉันไม่ถือสา แต่ … ฉันก็แค่อยากล้อเล่นกับนายเฉย ๆ มั่งไง!”
ซู่เจินพูดด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขจากนั้นเขาก็จับตัวสไปเดอร์แมนเอาไว้
“ไม่นะ……”
เสียงกรีดร้องของสไปเดอร์ดังออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องของการปะทะกันของหมัดและส้นเท้า
ห้านาทีต่อมาซู่เจินก็อุ้มซูซานขึ้นมาและเดินออกจากซอยด้วยรอยยิ้มอันสดใส
วันนี้ได้ระบายอารมณ์กับสไปเดอร์แมนมันทำให้เขารู้สึกดีมาก
หลังจากซู่เจิ่นจากไป สไปเดอร์แมนก็เดินกะเผลกๆ ออกมาจากซอย และเดินจากไปอย่างเขินอาย แม้ว่าซู่เจินจะไม่ได้ใช้แรงเต็มที่ แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ใช่น้อย แต่ยังดีหน่อยที่เป็นสไปเดอร์แมนถ้าเปลี่ยนเป็นคนธรรมดาคงตายไปนานแล้ว ในกรณีนี้สไปเดอร์แมนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกันและไม่น่าจะสามารถฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น
“ซูเจิ่นผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ … ไม่ได้ฉันต้องรีบติดต่อ แฟนแทสติก โฟร์ ให้เร็วที่สุดเพื่อไปช่วยซูซาน!”