Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 626 เปลือกหอย
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 626 เปลือกหอย
บทที่ 626 เปลือกหอย
เมื่อเจ่าไห่มาถึงแล้ว เขาก็ตกใจมาก ๆ เขาไม่คิดว่าแนวหน้าของสนามรบจะเป็นเช่นนี้
การตั้งรับในแนวหน้าของพวกเขาไม่ได้เหมือนกับการตั้งรับของมนุษย์เลย แนวตั้งรับของมนุษย์จะต้องเป็นปราสาทหรือก๋าแพง แต่แนวตั้งรับของเผ่าเงือกนั้นไม่ได้เหมือนกับสิ่งที่เจ่าไห่
เคยเห็นมาเลย ตรงหน้าของเจ่าไห่ไม่มีโครงสร้างในการป้องกันหรือตั้งรับอะไรเลย สถานที่แห่งนี้ ไม่มีอะไรเลย ถ้าเป็นเช่นนี้การป้องกันของพวกเขาไม่ได้ดีเลย
เจ่าไหมอบไปรอบ ๆ และแน่ใจว่าเขาไม่เห็นกองทัพทางด้านซ้ายและด้านขวาของแนวป้องกันเลย มีแค่กองทัพที่อยู่ตรงกลางซึ่งอยู่ห่างออกไปราว ๆ พันไมล์ พวกเขาไม่ได้มีการป้องกันใด ๆ เลยพวกเขาตั้งการรบเป็นสี่เหลี่ยม จากที่เห็นเจ่าไห่มองว่าคนที่กําลังรบอยู่น่าจะมีประมาณ 1,000 คนเท่านั้น
หลังจากที่เจ่าไห่และคนอื่น ๆ มาถึง พวกเขาก็ไม่ได้เข้าร่วมกองทัพเพื่อรบทันที แต่พวกเขากับหยุดเดินต่อไปก่อนถึงแนวป้องกัน เจ่าไห่รู้ว่าถ้าพวกเขาเข้าไป แดชานจะต้องเปลี่ยนรูปแบบ การป้องกันของพวกเขาอย่างแน่นอน และการจัดการกับแนวรบใหม่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หลังจากที่กองทัพเสริมหยุดลง แดชานเดินไปที่ซอมบี้วาฬของเจ่าไห่ เจ่าไห่รู้ถึงประโยชน์ของการเป็นจอมเวทย์แห่งความมืดแล้ว มันทําให้ไม่มีใครกล้าทําอะไรกับพวกเขา แค่เจ่าไห่เอาซอมบี้ของเขาออกมาก็ไม่มีใครกล้าที่จะโจมตีพวกเขาแล้ว
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเจ่าไห่ เจ่าไห่ทําได้แค่ยิ้มเท่านั้น ไม่มีวิธีอื่นนอกจากวิธีนี้แล้ว วิถีของจอมเวทย์แห่งความมืดนั้นแปลกมาก เขาสามารถสร้างความน่ากลัวต่อคนรอบ ๆ ข้างของพวกเขาได้
เมื่อเห็นแดชานเดินเข้ามา เจ่าไห่ก็เดินไปที่ปากซอมบี้วาฬทันที เมื่อเขาเดินมาถึงปากแล้ว เจ่าไห่ก็ใช้เวทมนตร์แห่งน้ําเพื่อป้องกันไม่ให้น้ําเข้ามาก่อนที่เขาจะให้ซอมบี้วาฬของเขาเปิดปาก
หลังจากนั้นไม่นานแดชานก็มาถึงและเห็นว่าเจ่าไห่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว เขาคํานับให้เจ่าไห่ทันทีและพูดว่า “ข้ายินดีที่ได้พบนายน้อยเจ่าไห่ ข้าอยากให้นายน้อยเข้าร่วมวางแผนการรบกับนายพลหลัวหยิง”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ได้สิ โปรดนําข้าที” แดชานพยักหน้าแล้วหันหลังกองทัพของเขา เจ่าไห่สั่งให้ซอมบี้วาฬตามแดชาน ตอนนี้ไม่ได้มีใครอยู่ข้าง ๆ ของแดชานเลย เจ่าไห่ก็เหมือนกันเขามีแค่ซอมบี้วาฬเท่านั้น เจ่าไห่ไม่ต้องการให้ซอมบี้ของเขาออกมาเยอะเกินไป
ไม่นานพวกเขาก็ไปถึงแล้ว เมื่อไปถึงแล้วเจ่าไห่ได้พบกับเงือกบางตัวที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน พวกเขาทั้งหมดมองมาที่เจ่าไห่ด้วยความสงสัย เจ่าไห่ก็มองพวกเขาด้วยความสงสัยเช่นกัน
เจ่าไห่ใช่เวลาไม่นานเขาก็ไปถึงจุดที่ผู้บัญชากองทัพอยู่ ในขณะที่เจ่าไห่กําลังจะไปถึงเจ่าไห่ก็เป็นว่ามีเปลือกหอยขนาดใหญ่อยู่ข้าง ๆ พวกเขา!
เปลือกหอยนี่มีขนาดที่ใหญ่มาก ๆ น่าจะสูงเกือบ 100 เมตร แม้แต่กําแพงเมืองก็สู้ได้แค่เพียง 30 เมตรเท่านั้น เปลือกหอยนี้เป็นสีฟ้า และลายบนเปลือกเหมือนกับมังกร
เมื่อเห็นเปลือกหอยนี้เจ่าไห่ก็มองไปที่มันอย่างตั้งใจ นั่นเป็นเพราะว่าเจ่าไห่รู้ว่านี้เป็นเปลือกของอะไร มันเป็นของหอยทากมังกรฟ้าที่เป็นที่รู้จักกันไปทั่ว
หอยทากมังกรฟ้าไม่ได้มีชื่อเสียงแค่พวกเงือกเท่านั้น แม้แต่มนุษย์ก็ยังเกรงกลัวต่อสิ่งมีชีวิตนี้ หอยทากนี้มีความแข็งแกร่ง 2 แบบ แบบแรกคือความสามารถในการป้องกัน และอีกแบบคือ เวทมนตร์แห่งน้ําที่น่าเกรงขาม
หอยทากมังกรฟ้าก็ไม่ได้โตง่าย ๆ เช่นกัน มันจะเติบโตประมาณ 1 เมตรทุก ๆ 10 ปี สําหรับหอยทากมังกรฟ้าที่โตได้ขนาดนี้มันน่าจะมีอายุประมาณ 1,000 ปี หากใครพบเจอมันในที่อื่น ๆ มันจะเป็นเหมือนกับสมบัติที่มีค่ามาก ๆ แม้แต่เผ่าเงือกก็ยังมองว่ามันมีค่ามาก
ลอร่าและคนอื่น ๆ อยู่ข้างเจ่าไห่ พวกเธอมองด้วยควาวมตกใจกับหอยทากมังกรฟ้าขนาดใหญ่ที่หาที่เปรียบมิได้ พวกเธอไม่คิดว่าจะมีหอยทากที่ใหญ่มาก ๆ เช่นนี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าหอยทากตัวที่ยังโตไม่เต็มที่ก็สามารถหยุดเทพผู้มีพลังระดับ 9 ได้แล้ว ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการป้องกันของพวกมันแข็งแกร่งมากแค่ไหน และตราบใดที่ใช้เวทมนตร์น้ําของมันได้มันก็จะเป็นอะไรที่ดีมาก เวทมยตร์ที่ใช้ในการสนับสนุนนี้น่ากลัวมากเมื่อใช้ในการต่อสู้ยิ่งไปกว่านั้นหอยทากที่มีอายุ 1,000 ปี ความสามารถของมันจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน ตอนนี้หอนทากนี้อาจจะต้านการโจมตีของเทพผู้มีพลังระดับ 9 หลาย ๆ คนพร้อมกันได้เลย หอยทากมังกรฟ้าตัวนี้เป็นสัตว์เวทย์ที่มีพลังระดับ 9 แต่สําหรับหอยทากตัวนี้นั่น ความกล้าหาญของมันมีน้อยมาก แม้แต่หอยทากมังกรฟ้าที่มีอายุเป็น 100 ปีก็ยังกลัวสัตว์ที่แข็งแกร่งในระดับที่ 8
อาหารของหอยทากมังกรฟ้าก็พิเศษมาก ๆ เช่นกัน พวกมันสามารถกินสาหร่ายได้เพียงชนิดเดียวเท่านั้น และมันก็เป็นสาหร่ายที่หายากมาก เพราะเช่นนี้จํานวนของพวกมันจึงมีน้อยมาก ๆ ในทะเลแห่งนี้อาจมีหอยทากมังกรฟ้าอีกเพียงแค่ 1-2 ตัวที่มีขนาดใหญ่เท่านี้
หลินหลินมองไปที่ท่าทางของพวกเขา และรู้สึกภูมิใจ ด้วยน้ําเสียงที่ภูมิใจเธอพูดว่า “นี่คือ หอยทากนักรบของเผ่านางเงือกของพวกเรา หลังจากที่ได้ทดสอบหรือจดบันทึกจากการต่อสู้ครั้งที่ผ่าน ๆ มา หอยทากนี้สามารถป้องกันและโจมตีเทพผู้มีพลังระดับ 9 ได้พร้อม ๆ กัน 6 คน และสําหรับการโจมตีและป้องกันเผ่ามังกรทะเลเป็นเพราะฝ่าบาทอนุญาตให้น่าออกมาใช้ในการต่อสู้” เมื่อถึงตอนนี้เจ่าไห่และคนอื่น ๆ ก็ดึงสติกลับมาได้แล้ว พวกเขาทั้งหมดหายใจเข้าไปเต็มปอด หอยทากมังกรฟ้านี้แข็งแกร่งมาก ๆ เกินกว่าที่เจ่าไห่จะคิด เจ่าไห่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าพวกมันสามารถป้องกันและโจมตีเทพผู้มีพลังระดับ 9 ได้พร้อมกัน 6 คนเลย มันไม่ได้แค่ป้องกันแต่มัน สามารถโจมตีกลับได้ด้วย นั่นก็หมายความว่าหอยทากตัวนี้มีพลังเท่ากับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ถึง 6 คนหรือมากกว่านั้น มันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์จริง ๆ
ที่สําคัญที่สุดหลินหลินได้บอกบ้างอย่างกับเจ่าไห่ เธอบอกว่าหอยทากนี้ได้ถูกฝึกมาโดยนางเงือกหลายชั่วอายุคน นี่ก็หมายความว่ามันเก็บเอาความแข็งแกร่งมาเรื่อย ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก
หลังจากเห็นท่าทางของเจ่าไห่และคนอื่น ๆ แล้วนั้น หลินหลินก็หัวเราะและพูดว่า “นายน้อย สงสัยไหมว่าทําไมพวกเราสามารถฝึกมันได้? อันที่จริงน่าจะเป็นเพราะราชินีผู้ยิ่งใหญ่เมื่อ 3,000 ปีก่อน ราชินีองค์นี้เป็นเทพผู้มีพลังระดับ 9 เองแต่เธอสนใจงานหัตถกรรมมากกว่ามาก หลังจากหลายปีของการทดลองอะไรหลาย ๆ อย่างรวมไปถึงการฝึกหอยทากเหล่านี้ด้วย”
เจ่าไห่และคนอื่น ๆ มองไปที่หลินหลิน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินเรื่องแบบนี้ การที่ราชินีสามารถสร้างไฟใต้น้ําได้มันก็เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก ๆ เจ่าไห่รู้สึกเคารพมาก ๆ การที่ราชินีสามารถทําเช่นนี้ได้มันก็ถือเป็นความสําเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก
หลินหลินมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “ราชินียังสามารถหาโลหะใต้น้ําได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีกระดูกอสูรอัญมณีและสาหร่ายชนิดพิเศษอีกด้วย สิ่งเหล่านนี้สามารถสร้างเป็นอาวุธได้ ตรีศูลที่แดชานใช้นั้นสร้างขึ้นจากกระดูกสัตว์ร้ายและอัญมณีล้ําค่า ไม่เพียงแต่ควาวมแข็งจะเท่ากับเหล็กแล้ว แต่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าอีกด้วย สิ่งที่สําคัญที่สุดคือไม่สามารถพังได้ง่าย ๆ อาวุธนี้เหมาะกับชนเผ่าเงือกมาก”
เจ่าไห่พยักหน้า จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ “ราชินีผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นมีความสามารถมากจริง ๆ มีเพียงคนเก่งเท่านั้นที่สามารถทําเช่นนี้ได้”
หลินหลินพยักหน้าด้วยความภูมิใจ แต่ท่าทางของเธอก็ดูแปลก ๆ เหมือนกัน เธอพูดต่อว่า “แต่การท่าเช่นนั้นได้ยังมีข้อจํากัดอีกมาก เนื่องจากไม่ใช่เผ่าเงือกทั้งหมดที่ใช้ได้ ผู้ที่ใช้วิธีนี้ได้ก็คือผู้ที่อยู่ในเผ่านางเงือกของข้าเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จํานวคนที่เรามอบอาวุธจึงมีไม่กี่คนเท่านั้น”
เจ่าไห่พยักหน้า เขาคิดว่ามันสมเหตุสมผลแล้ว หากวิธีการกลั่นน้ํานี้ไม่มีข้อจํากัด ความแข็งแกร่งของเผ่าเงือกทั้งหมดก็จะเพิ่มอย่างรวดเร็ว ทะเลมีน้ําเป็นจํานวนมาก หากเผ่าเงือก ทั้งหมดใช้กลั่นนําเป็น พวกเขาจะกลายเป็นเหมือนกับโรงงานผลิตอาวุธเลยก็เป็นได้ หลินหลินพูดต่อว่า “1,000 ปีมาแล้ว เผ่านางเงือกของเราได้รับหอยทากมังกรฟ้า ในเวลานั้น หอยทากได้ตายไปแล้ว เหลือแค่เปลือกหอยขนาดใหญ่นี้เท่านั้น หลังจากที่เราได้นําเปลือกหอยไปยังเกาะนางเงือก ราชินีก็เสริมหรือกลั่นความแข็งแกร่งของเปลือกหอยนี้ด้วยนางเงือกจํานวนมาก พวกเขาใช้เวลาหลาย 100 ปี มันถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ เมื่อถึงตอนนี้แล้ว ความแข็งแกร่งของเปลือกหอยมังกรฟ้านี้ก็แข็งแกร่งมาก ๆ”
เจ่าไห่ถอยหายใจอีกครั้ง เขารู้สึกทึ่งกับสิ่งที่เห็นมากจริง ๆ แม้ว่าตระกูลบูดาจะแข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังขาดเรื่องราวมากมายเมื่อเทียบกับกองกําลังที่มีอายุ 1,000 ปี เรื่องในอดีตแสดงให้เขาได้เห็นทุกอย่างที่เคยผ่านมาแล้ว
เผ่านางเงือกสามารถสร้างเปลือกหอยอันทรงพลังนี้ได้ เนื่องจากการกลั่นและเสริมเป็นเวลาหลาย 100 ปี นี่คือสิ่งที่ตระกูลบูดาไม่เคยมีมาก่อน พวกเขาไม่ได้มีการจดบันทึกอะไรแบบนี้เลย
ตอนนี้เจ่าไห่และแดชานไม่ได้อยู่หน้าเปลือกหอยแล้ว พวกเขาอยู่ใกล้กัน พวกเขาเห็นความพิเศษของเปลือกหอยนี้มากพอแล้ว เจ่าไห่รู้สึกที่อยากจะเข้าไปดูข้างใน แต่ก็มีนางเงือกจํานวนหนึ่งเข้ามาขว้างพวกเขาเอาไว้
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย