Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 625 แนวป้องกัน
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 625 แนวป้องกัน
บทที่ 625 แนวป้องกัน
เจ่าไห่และคนอื่น ๆ อยู่ในห้องนั่งเล่นในตัวของซอมบี้วาฬ ดูเหมือนว่าตอนนี้น่าจะประมาณ 2- 3 วันแล้วที่พวกเขาออกจากเกาะนางเงือกมา อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ไม่ค่อยได้อยู่กับลอร่าและคนอื่น ๆ เลย เพราะหลินหลินอยู่กับพวกเธอตลอด และเนื่องจากลอร่าและคนอื่น ๆ ได้กลายเป็นเพื่อนกับเธอไปแล้ว พวกเขามักจะนอนด้วยกัน เจ่าไห่ได้พูดคุยกับภรรยาของตัวเองน้อยมาก วันนี้หลินหลินได้นอนอยู่คนเดียวแล้ว เจ่าไห่และคนอื่น ๆ กับเข้าไปในมิติทันที เจ่าไห่มองไปที่ลอร่าและคนอื่น ๆ ดูเหมือนว่าพวกเธอไม่ได้นอนสบาย ๆ มาหลายวันแล้ว เจ่าไห่ยิ้มที่มุมปาก และพูดว่า “เกิดอะไรขึ้น? ทําไมพวกเธอถึงไม่ค่อยนอนเลย? นอนไม่หลับกันงั้นเหรอ?”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าทําไม แต่นางเงือกเป็นคนที่เงียบมาก มันคงแปลกถ้ามีใครสามารถนอนหลับกับพวกเขาได้
ลิซซี่พยักหน้าและพูดว่า “แต่ฉันรู้สึกอิจฉาพวกเขานะ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่แก่เลย ไม่ว่าพวกเขาจะอายุเท่าไหร่พวกเขาก็ยังดูเหมือนเด็กที่มีอายุ 20 ปี”
นี่เป็นครั้งแรกที่เจ่าไห่ได้ยินเรื่องนี้ เขามองไปที่ลิซซี่แล้วพูดว่า “โอ้มันเป็นเรื่องจริงเหรอ? ไม่แปลกที่พี่ไม่ได้เห็นนางเงือกแก่เลย ในช่วงที่เราพักอยู่ที่เกาะนางเงือก แล้วทําไมถึงไม่มีผู้ชายอยู่ในเกาะของพวกเขาเลย? พวกเขาเกิดออกมาได้ยังไง?”
เมื่อเมแกนได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูด สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดง จากนั้นเธอก็มองไปที่เจ่าไห่ “นางเงือกมีความสามารถที่เป็นความลับ หลังจากที่อายุถึงกําหนด พวกเขาจะได้รับผลไม้จากเกาะนางเงือกและกินมันเพื่อการตั้งท้องและคลอดบุตร นอกจากนี้ยังมีอีกวิธีด้วย เมื่อราชินีมีอายุครบปีแล้ว เธอสามารถใช้วิธีวางไข่เพื่อให้กําเนิดนางเงือกน้อยออกมาได้ แต่วิธีนี้เป็นอันตรายต่อพลังชีวิตของราชินี แต่การกินผลไม้จะไม่เป็นเช่นนี้”
เจ่าไห่มอง จากนั้นเขาก็พูดว่า “เป็นเช่นนี้นี่เอง ไม่แปลกเลยที่บนเกาะไม่มีผู้ชายเลย ฮ่า ๆ ๆ พวกเธอไปท่าอะไรที่เกาะเงือกบ้าง? พวกเธอสนุกกับที่นี่ไหม? แล้วพวกเธอได้เห็นผลไม้นั่นหรือไม่?”
เมแกนมองไปที่ท่าทางของเจ่าไห่ และก็หัวเราะออกมา “ฉันรู้แล้วว่าพี่จะต้องถามแบบนี้ และเราก็จะบอกว่าเราได้เห็นมันแล้ว ผลไม่โตเฉพาะที่เกาะนางเงือก ผลไม้อยู่ในรากของมันเอง และ มันก็ได้ดูดสารอาหารจากทะเลโดยตรง มันเป็นผลที่ลุกลับมาก เราต้องขอพวกเขาเป็นเวลาครึ่งวันเลยนะกว่าจะได้เข้าไปเห็นมัน และเราก็ขอมันมาเพื่อให้เจ้าฉินอี้ ฉันคิดว่าเจ่าฉินอี้น่าจะเก็บไว้ที่โรงเก็บผลไม้”
เจ่าไห่ตอบทันที “โอ้ พี่ไม่รู้เรื่องนี้เลย เจ่าไห่ไปเรียกเจ่าฉินอี้มาทันที เจ้าฉินอี้ออกมาหาเจ่าไห่ได้เร็วมาก ๆ เหมือนกําลังรออยู่เลย เจ่าไห่บอกให้เจ่าฉินอี้นําเอาผลไม้นั่นออกมา” เจ้าฉินอี้ พยักหน้าตามค่สั่งของเจ่าไห่ทันที
หลังจากที่เอาผลไม้ออกมาและนําออกจากรากก็มีเสียงมิติดังขึ้นว่า “พบรากที่เต็มไปด้วยพลังสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในมิติได้อัพเกรดแล้ว หากปลูกในมิติพลังชีวิตของรากจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ มิติได้อัพเกรดเป็นเลเวล 59 แล้ว ความพยายามของท่านสําหรับแล้วท่านเจ้าของมิติ”
เจ่าไห่มองก่อนที่เขาจะรู้สึกดีใจมาก ๆ เจ่าไห่ได้ให้เจ่าฉินอี้หาที่ปลูกทันที รากนี้จะถูกปลูกไว้ข้าง ๆ บ้านของเจ่าไห่ และเจ่าฉินอี้จะดูแลเป็นอย่างดี
เมแกนและคนอื่น ๆ ไม่คิดว่ารากนี้จะอัพเกรดมิติได้ หลังจากที่เจ่าไห่ปลูกราก เขาก็หันไปหาลอร่าและคนอื่น ๆ ก่อนที่จะหัวเราะอย่างมีความสุข “ภรรยาของพี่ พวกเธอทําได้ดีมากจริง ๆ ที่ได้ให้ของขวัญชิ้นนี้กับพี่ เราจะทํางานอย่างหนักเพื่อสร้างคนรุ่นต่อไป” จากนั้นเจ่าไห่ก็ดึงเมแกนเข้าไปในบ้าน แม้ว่าลอร่าและคนอื่น ๆ จะหน้าแกง พวกเธอก็ยังเดินตาม…
กองทัพของพวกเขาเดินทางมาแล้ว 13 วัน ตอนนี้พวกเขาอยู่ในที่ที่ไม่ไกลจากแนวหน้ามากนัก พวกเขากําลังเตรียมที่จะพักผ่อนเพื่อที่จะไปถึงแนวหน้าโดยเร็วที่สุด
โดยปกติแล้ว เจ่าไห่ไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา นอกจากการเปลี่ยนสัตว์ให้กลายเป็นซอมบี้แล้ว เจ่าไห่ยังได้เรียนวิธีการนํากองทัพใต้ทะเลจากแดชานด้วย
เจ่าไห่ได้เรียนรู้ถึงวิธีของมนุษย์และชนเผ่าในทุ่งหญ้าที่ใช้ในการนําทัพของพวกเขา แต่อย่างไรก็ตามชนเผ่าเงือกเหล่านี้มีวิธีการต่อสู้ที่แตกต่างออกไป ในขณะที่ชนเผ่าในทุ่งหญ้าจะต้องกังวลเกี่ยวกับการขนส่งของต่าง ๆ แต่ชนเผ่าเงือกไม่ได้คิดมากกับเรื่องนั้นเลย เจ่าไห่เลยไม่ได้เป็นห่วงเรื่องเหล่านี้เลย และอีกอย่างคือความจริงที่ว่านักรบของชนเผ่าเงือกสามารถเคลื่อนไหวได้ในทุกสถานที่ ไม่เหมือนกับชนเผ่าในทุ่งหญ้าพวกเขาสามารถต่อสู้ได๋ในที่พื้นดินเท่านั้น การต่อสู้ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ใหม่มากสําหรับเจ่าไห่
การที่ได้เป็นผู้นําทัพในสิ่งที่ไม่ถนัดทําให้เจ่าไห่รู้สึกล่าบากใจมาก เจ่าไห่จะต้องรู้วิธรการโจมตีและการตั้งรับ การต่อสู้ที่ยากลําบากนี้ทําให้เจ่าไห่ได้รู้เรื่องราวบนโลกนี้มาขึ้นจริง ๆ การจัดกองทัพของชนเผ่าเงือกเป็นเรื่องที่ยากมากเมื่อเทียบกับกองทัพของมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องการเคลื่อนย้าย ถ้าเช่นนั้นจริง ๆ เจ่าไห่จะต้องปวดหัวกับเรื่องนี้อีกอย่างแน่นอน
แดชานเป็นหัวหน้าของทหารองครักษ์ของเผ่าเงือก มันทําให้ความสามารถของเขาไม่ธรรมดาเลย แม่ว่ากองทัพจะมีคน 2 ล้านคน แต่แดชานก็ยังสามารถครบคุมได้อย่างสบาย ๆ การที่ได้ดู เขาทําให้เจ่าไห่ได้เรียนรู้อะไรมากมายเลยทีเดียว
เพื่อที่จะได้เรียนรู้การเป็นผู้นํากองทัพเจ่าไห่จึงเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ แดชานในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เขาให้เจ่าฉินอี้บันทึกการเคลื่อนไหวของเขาด้วย ก่อนที่เจ่าไห่จะนอนในยามค่ําคืน เขาได้ทบทวนและทบทวนแนวทางของแดชานในการนําทักซ้ําแล้วซ้ําเล่า
ลอร่าและคนอื่น ๆ เริ่มสงสับเช่นกัน ดันนั้นพวกเธอจึงร่วมทําตามเจ่าไห่ ที่สุดแล้วเจ่าไห่ก็รู้ว่า เขาไม่มีความสามารถในการนํากองทัพ หากเขาเป็นผู้นํากองทัพ เขาน่าจะเป็นได้แค่รองหรือได้จัดการหน่วยย่อยเท่านั้น ถ้าเจ่าไห่ได้เป็นคนน่าจริง ๆ ไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? สิ่งที่เจ่าไห่ประหลาดใจก็คือว่าลิซซี่และเมแกนดูเหมือนจะมีพรสวรรค์ในการนํากองทัพมาก ๆ หากพวกเธอเป็นผู้นํากองทัพ พวกเธอจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก
สําหรับลอร่า เธอเป็นคนที่มีความสามารถในการค้ามาก ทําให้ทักษะของเธอในการนํากองทัพน่าจะเทียบได้เท่ากับเจ่าไห่เท่านั้น ทั้ง 2 เกือบจะมีความสามารถเหมือนกัน
เมื่อเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เจ่าไห่ก็เลยตัดสินใจหยุดเรียน ให้ลิซซี่และเมแกนเรียนรู้แทน ไม่ว่าจะยังไงพวกเธอไม่มีอะไรจะต้องทําอีกแล้ว ปกติแล้วพวกเธอจะไปช่วยลอร่าจัดการเรื่องของตระกูลบูดา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลอร่าคนเดียวก็เพียงพอแล้วที่จําทําสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเธอจะมีอย่างอื่นให้ทําแล้ว ซึ่งมันทําให้พวกเธอมีความสุขมากกับเรื่องนี้มากกว่าเจ่าไห่
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่พวกเธอก็ยังไม่สามารถเป็นผู้นํากองทัพแบบจริง ๆ ได้เลย สิ่งที่พวกเธอได้เรียนรู้ในครั้งนี้มันเกี่ยวกับรูปแบบการต่อสู้เท่านั้น พวกเธอยังมีความรู้เกี่ยวกับสนามรบน้อยมาก
เจ่าไห่ไม่ได้อยู่ภายใต้คําสั่งของใคร ทันทีที่การต่อสู้กับเผ่ามังกรทะเลเริ่ม พวกเขาจะมีโอกาสเป็นผู้นํากองทัพ สิ่งนี้จะทําให้ทั้ง 2 ได้มีประสบการณ์กับสถานการณ์จริง
เช้าวันต่อมา เจ่าไห่และคนอื่น ๆ รีบเร่งไปยังแนวหน้า เจ่าไห่ยังถามหลินหลินเกี่ยวกับ สถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นที่นั่นด้วย
แนวหน้าอยู่ในภูมิประเทศที่พิเศษมาก ด้านซ้านเป็นคูน้ําที่ถูกเรียกว่าหลุมมรณะ เนื่องจากกระแสน้ําใต้ทะเลเย็นมาก ๆ กระแสน้ําที่อยู่ข้างใต้เป็นกระแสน้ําที่มองไม่เห็น และมันไม่สําคัญเลยว่าจะเป็นมนุษย์หรือเงือก เมื่อพวกเขาได้สัมผัสกับกระแสน้ําทะเลนี้ พวกเขาจะแข็งตายทันที และหลังจากที่แข็งแล้ว มันจะทําให้ทุกคนแตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทันที ที่สําคัญที่สุดที่แห่งนี้ยังเป็นที่อยู่ของหมึกปีศาจอีกด้วย
หมึกคราเคนเป็นสัตว์ที่อยู่ในระดับสูงสุดของท้องทะเล หมึกคราเคนเป็นปลาหมึกที่มีความแข็งแกร่งระดับ 9 และพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่สามารถอยู่รอดได้ในคูน้ํา โชคดีที่หมึกคราเคนไม่ค่อยออกจากที่อยู่ของพวกมัน แต่ถึงกระนั้นพื้นที่แถวนี้ก็ยังถูกบอกว่าเป็นที่ห้ามผ่านหรือเข้ามา
ด้านขวาเป็นแนวปะการังดูดวิญญาณ แนวปะการังนี้ถูกปกคลุมไปด้วยปะการังจํานวนมาก ทุกคนที่เข้าไปข้างในนั้นไม่เคยออกมาได้อีกเลย ชนเผ่าเงือกได้ส่งคนเข้าไปแล้ว แต่พวกเขาก็ทําไม่สําเร็จ ในปะการังดูดวิญญาณเมื่อเข้าไปแล้วส่วนมาจะไม่รู้เลยว่าพวกเขากําลังไปในทิศทางไหน พวกเขาจะพบว่าตัวเองกําลังเดินไปรอบ ๆ เป็นวงกลม นอกจากนี้ยังมีสัตว์มีพิษอยู่ภายในนั้นด้วย เมื่อถูกพิษนั้นก็เท่ากับว่าคุณได้ตายไปแล้ว
เนื่องจากทั้ง 2 สถานที่นี้ เผ่านางเงือกจึงตัดสนใจวางแนวป้องกันนี้ไว้ที่ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างการป้องกันของพวกเขา ทะเลนั้นใหญ่เกินไปและเนื่องจากเผ่าเงือกไม่ได้สร้างเมืองขึ้นมาเอง มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาที่หลบภัย
ดูเหมือนว่าเผ่านางเงือกจะได้สร้างแนวป้องกันประมาณ 1,000 ลี้ (500เมตร) แม้ว่ากองทัพในตอนนี้ของพวกเขาจะมีประมาณ 6 ล้านคน แต่พวกเขาก็สามารถกันการโจมตีของมังกรทะเลได้นานกว่า 1 เดือน
กองทัพของเจ่าไห่เป็นเพียงกําลังเสริมชุดแรกเท่านั้น ยังมีชุดที่ 2 และ 3 ที่จะมาใรอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากที่กองทัพเหล่านั้นมาถึง การต่อสู้ที่แท้จริงก็จะเริ่มขึ้น
ตั้งแต่ที่เจ่าไห่ได้เข้าร่วม ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันที ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เจ่าไห่ได้สร้างซอมบี้มามากกว่า 1 ล้านตัวแล้ว นอกจากนี้เจ่าไห่ยังสามารถสร้างซอมบี้ขึ้นมาได้เรื่อย ๆ เลย
จบบทแล้วนะครับ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ