Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 615 สหภาพการค้า
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 615 สหภาพการค้า
บทที่ 615 สหภาพการค้า
ในส่วนด้านในสุดของห้องโถงเป็นบัลลังก์ ที่ดูเหมือนบัลลังก์ทั่ว ๆ ไป แต่ที่ต่างไปเพราะครึ่งหนึ่งอยู่ใต้น้ํา นางเงือกนั่งอยู่บนบัลลังก์นี้ เธอสวมเสื้อคลุมสีเขียวพร้อมกับมงกุฏคริสตัลบนหัวของเธอ และคทาคริสตัวในมือของเธอ ถึงจะเห็นเช่นนั้น แต่เธอก็ไม่ได้เปลี่ยนจากหางของเธอ เป็นขาเหมือนกับนางเงือกตนอื่น ๆ
โลล่าพาเจ่าไห่และคนอื่น ๆ ไปหานางเงือกแสนสวยที่อยู่ห่างจากพวกเขาประมาณ 10 ก้าว จากนั้นโลล่าก็คํานับนางเงือกพร้อมกับพูดว่า “ฝ่าบาท นายน้อยเจ่าไห่และภรรยาของเขามาถึงแล้ว”
นางเงือกที่อยู่บนบัลลังก์โบกมือของเขา จากนั้นโลล่าก็ค่านับอีกครั้งก่อนที่จะถอยกลับไปจากนั้นเจ่าไห่และคนอื่น ๆ ก็เดินไปข้างหน้าและคํานับ “ข้านายน้อยเจ่าไห่แห่งตระกูลบูดา ยินดีที่ได้พบกับท่าน”
ราชินีพยักหน้า จากนั้นเขาก็มองไปที่เจ่าไห่ “นายน้อยเจ่าไห่ ลอร่า เมแกน เม็ก ลิซซี่ คริลเตน ข้ายินดีต้อนรับพวกท่านในนามของมนุษย์เงือก ข้าอยากรู้แล้วว่าเรื่องที่เจ้ากระวนกระวายใจที่อยากจะพบข้ามันเป็นเรื่องอะไรกันแน่?”
เจ่าไห่และคนอื่น ๆ มองหน้ากัน พวกเขาไม่คิดว่าราชินีจะเรียกชื่อของพวกเขาได้อย่างถูกต้อง เจ่าไห่มองราชินีด้วยความสับสน แต่เขาก็ยังตอบกลับไปว่า “เป็นเกียรติแก่ข้าและภรรยายิ่งนักที่ฝ่าบาททรงทราบชื่อของเรา ข้ามาที่นี่ก็ด้วยเรื่องสําคัญบางประการ
ราชินียิ้มและพูดว่า “เจ้ามีเรื่องอะไร เจ้าจงบอกเรามาได้เลย”
เจ่าไห่มองไปที่ราชินีและทันใดนั้นก็พูดว่า “ก่อนที่ขาจะพูดออกมา ข้าต้องถามอะไรบางอย่างจากฝ่าบาทก่อน ฝ่าบาทคิดยังไงกับกิลแห่งความสว่าง?”
ราชินีมองเป่ง ราชินีสงสัยในคําถามของเจ่าไห่ จากนั้นเธอก็ถามเจ่าไห่ว่า “คําถามของเจ้าคืออะไรกันแน่? การที่เดินทางมาในครั้งนี้เพราะกิลแห่งความสว่างหรือไม่? เราได้ยินมาว่าเจ้ามีเรื่องกับกิลแห่งความสว่างใช่ไหม?”
เจ่าไห่มอง เขามองไปที่ราชินีและพูดว่า “ฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้อยู่แล้วใช่ไหม?”
ราชินียิ้มและพูดว่า “แน่นอนอยู่แล้ว แม้ว่ามนุษย์เงือกจะไม่ได้พบเจอกับใครมากนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้ยินข่าวอะไรเลย”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินที่ราชินีพูด เขาก็ประหลาดใจมาก แต่เขาก็ตอบกลับว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ดีเลย ที่ฝ่าบาททรงทราบเกี่ยวกับทวีปนี้ ข้าแค่อยากรู้ว่าฝ่าบาททรงมองกิลแห่งความสว่างเป็นเช่นไร” ราชินีมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “กิลแห่งความสว่างเป็นสิ่งชั่งร้าย พวกเขาต้องการครองโลกทั้งใบและกดขี่ทุกเผ่า รวมถึงพวกเงือกของเราด้วย”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินราชินีพูด เจ่าไห่ก็มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น เขามองไปที่ราชินีและพูดว่า “ข้าไม่รู้ว่าราชินีรู้เรื่องสงครามเมื่อ 10,000 ปีก่อนไหม? ที่ซึ่งทุกเผ่าที่สําคัญของทวีปรวมกัน เรื่องการทําสงครามกับชนเผ่าจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์?”
ราชินีจ้องไปที่เจ่าไห่ แล้วนางก็คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ข้าจ๋าได้ เผ่าเงือกของเรามีบันทึกไว้อยู่ ในตอนนั้นเผ่ามนุษย์เงือกของเราก็เข้าร่วมสงครามนั้นด้วย แต่เนื่องจากการต่อสู้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนบก เราจึงไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แต่ก็ยังมีผู้เฒ่าของเผ่าเงือกจํานวนมากที่ต้องตายในสงครามครั้งนั้น”
เจ่าไห่มั่นใจอย่างเต็มที่แล้วว่าราชินีต้องอยู่ข้างเค้าแน่นอน “ข้าจะบอกฝ่าบาทเกี่ยวกับสิ่งที่ข้ารู้ทั้งหมด ข้าสงสัยว่ากิลแห่งความสว่างเป็นชิ้นหมากรุกที่ชนเผ่าจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์วางไว้ที่นี่ในทวีปอาร์ค พวกเขามาที่นี่เพื่อเตรียมพร้อมที่จ่าบุกโจมตีพวกเราทุกคน”
เมื่อได้ยินเจ่าไห่พูด ท่าทางและสีหน้าของราชินีก็เปลี่ยนไป “นายน้อยเจ่าไห่ โปรดบอกเรื่องทั้งหมดที่เจ้ารู้ให้เรารู้ที”
เจ่าไห่พยักหน้า จากนั้นก็เล่าว่าเขาช่วยคนแคระฟื้นฟูจิตวิญญาณแห่งสิ่งประดิษฐ์ยังไง จากนั้นเขาก็ไปที่ทุ่งน้ําแข็งเพื่อนําเอาหอกแห่งชนเผ่ากลับมา และยังได้ฟื้นฟูจิตวิญญาณแห่งสิ่งประดิษฐ์ของชนเผ่าในทุ่งหญ้าด้วย และก็อีกหลายเรื่องที่เจ่าไห่เจอมา
ขณะที่ราชินีฟังจากเจ่าไห่ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปมาตลอดเวลา หลังจากที่เจ่าไห่เล่าทุกอย่างจนหมด ราชินีก็ถอนหายใจและพูดว่า “เป็นแบบนี้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยที่นายน้อยสามารถเป็นเจ้าชายจากต่างแดนของชนเผ่าในทุ่งหญ้าได้ นอกจากนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครในทวีปนี้รู้ว่า เจ้าเป็นผู้เฒ่าจากต่างแดนของคนแคระด้วย นี่เห็นเหตุผลที่เจ้าเตรียมการสําหรับเรื่องนี้ไว้ใช่ไหม? ดูเหมือนว่าคนในทวีปจะประมาณความสามารถของนายน้อยต่ําไปมากจริง ๆ”
เจ่าไห่มองราชินีอย่างแปลกใจ จากคําพูดของเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะรู้เรื่องของทวีปอื่น ๆ มากมายเลย สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่อยากรู้ว่าเธอรู้เรื่องมากมายขนาดนี้ได้ยังไง? โดยที่ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเลย
ราชินีมองที่เจ่าไห่แล้วยิ้มออกมา “นายน้อยไม่ต้องสงสัยในตัวเราหรอกว่าทําไมตระกูลเงือกของเรารู้เรื่องของทวีปอื่น ๆ มากมาย เจ้ารู้เรื่องสหภาพการค้าของราชาแห่งท้องทะเลหรือไม่?” เมื่อได้ยินเรื่องของสหภาพการค้าของราชาแห่งท้องทะเล สีหน้าของเจ่าไห่และคนอื่น ๆ ก็เปลี่ยนไปทันที ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ แต่เป็นเพราะพวกเขาคุ้นเคยกับชื่อนี้มาก
ในบรรดาสหภาพการค้าขนาดใหญ่ของทวีป สหภาพการค้าของราชาแห่งท้องทะเลนั้นลึกลับที่สุด การค้าหลักของสหภาพการค้านี้คือเสื้อผ้าผละเครื่องประดับ
ราชินีจะไม่พูดถึงสหภาพการค้าของราชาแห่งท้องทะเลด้วยไม่มีเหตุผล การที่ราชินีพูดชื่อนี้ขึ้นมาก็น่าจะหมายความว่าสหภาพการค้านี้อยู่ภายใต้การครบคุมของเผ่าเงือก! เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก ผู้คนมักเชื่อเสมอว่าเผ่าเงือกอยู่ในทะเลมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้ไม่มีใครสงสัยว่า พวกเขาเป็นคนควบคุมสหภาพการค้านี้เอง ซึ่งสหภาพการค้าของพวกเขาเป็นหนึ่งในสหภาพการค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในทวีป
เจ่าไห่และลอร่ามองหน้ากันและเห็นแววตาของกันและกัน นางเงือกนั้นแข็งแกร่งเกินไป พวกเขาสามารถทําให้คนไม่รู้เรื่องนี้ได้เป็นเวลานานมาก มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากจริง ๆ ราชินีมองท่าทางที่เจ่าไห่แสดงออกมาด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “นายน้อยไม่น่าจะแปลกใจขนาดนี้ ที่จริงแล้วพวกเราเผ่าเงือกยังคงต้องการของใช้มากมายจากมนุษย์เพื่อดํารงชีวิต แต่เราไม่สามารถค้าขายกับมนุษย์ได้โดยตรง นั่นก็เป็นเพราะว่ามนุษย์ส่วนใหญ่มองว่าเผ่าเงือกของเราเป็นเผ่าที่ไม่ดีมาโดยตลอด”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าเข้าใจ ในเมื่อฝ่าบาททรงทราบแล้ว เผ่าเงือกของท่านจะทําอะไรต่อไป? ท่านจะช่วยเราจัดการกับกิลแห่งความสว่างและชนเผ่าจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไหม?” ราชินีครุ่งคําอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “มันก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว กิลแห่งความสว่างเป็นคนชั่วที่ขับไล่เราออกจากทวีปและพวกมันก็ยังต้องการที่จะกดขี่ทุกคน แล้วทําไมเราจะไม่เห็นด้วยกับเจ้าล่ะ? เราจะช่วยเจ้าจัดการกับกิลแห่งความสว่าง และชนเผ่าจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ่าไห่ก็ดีใจมาก “ข้าต้องขอขอบคุณฝ่าบาท”
ราชินียิ้มและพูดว่า “นายน้อยไม่ต้องขอบคุณอะไรเราหรอก เมื่อเทียบกับสิ่งที่นายน้อยได้ทําไว้ คําพูดของข้าไม่ได้มีอะไรเลย แต่นายน้อย ตอนนี้พวกเราก็ค่อนข้างลําบากอยู่ ข้าคิดว่าเราจะไม่สามารถให้ความช่วยเหลือเจ้าในช่วงนี้ได้”
“ข้ารู้แล้ว!!” เจ่าไห่พูดในใจ เขายิ้มและพูดว่า “ถ้าฝ่าบาทเชื่อใจข้าคนนี้ ข้าสามารถช่วยเหลือท่านได้แน่นอน”
ราชินีมองแล้วส่ายหัว “ไม่ต้องหรอก เผ่าบูดาอาจจะแข็งแกร่งมากบนบก แต่นี่คือทะเล ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มากนัก”
จบบทแล้ววนะครับ ขอบคุณมาก ๆ น้าคร้าบบบบ