Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 614 ราชินี
บทที่ 614 ราชินี
มนุษย์เงือกและวาฬของเขาพาเจ่าไห่มาถึงที่เสาหิน รูปบนเสาไม่ได้เล็กเหมือนจากที่เห็นไกลเลย แต่วาฬก็ไม่สามารถเข้าไปได้
มนุษย์เงือกที่พาเจ่าไห่มาตะโกนไปที่เสาหิน “เต๋าเฒ่าออกมาเถอะ ขณะที่เสียงของเขาหมดลง จู่ ๆ ก็มีคนปรากฏจากด้านล่างของเสาหิย หลังจากที่ออกมาแล้ว เจ่าไห่ก็เห็นว่าชายคนนี้เป็นเต่า เขาใส่สาหร่ายมาเป็นเป็นเหมือนกับกางเกงเพื่อใส่ และช่วยด้านบนลําตัวมีกระดองอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง”
ผู้เฒ่าเต่ามองไปที่มนุษย์เงือกตัวใหญ่และพูดว่า “ท่านเรียกข้าใช่ไหม?”
มนุษย์เงือกมองไปที่ผู้เฒ่าเต่า “นี่คือนายน้อยเจ่าไห่ เขาเป็นคนที่ราชาแห่งท้องทะเลอยากพบ โปรดพาเขาขึ้นไปหน่อย”
ผู้เฒ่าเต่ามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เจ้าคือ นายน้อยเจ่าไห่ใช่ไหม?”
เจ่าไห่พยักหน้า “ข้าชื่อเจ่าไห่” จากนั้นผู้เฒ่าเต่าก็พยักหน้า เขาโบกมือและก็มีเต่าหลายตัว ปรากฏออกมาจากเสาหิน เต่าเหล่านี้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก กระดองของพวกเขามีขนาดประมาณ 2 เมตรเท่านั้น
ผู้เฒ่าเต่ามองไปที่เจ่าไห่และคนอื่น ๆ พร้อมกับพูดว่า “โปรดขึ้นไปยืนบนพวกเขา ข้าจะพาพวกท่านขึ้นไปบนสุด” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วขึ้นไปยืนบนหลังเต่าก่อนที่พวกเขาจะถูกพาขึ้นไปบนเสาหิน
เมื่อเข้ามาในเสาแล้ว เจ่าไห่เห็นว่าที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับเขาวงกต ภายในมีทางเชื่อมต่อกันมากมายและแต่ละทางก็มีกระแสน้ําของตัวเอง ในที่สุดผู้เฒ่าเต่าก็มาเจ่าไห่มาที่เสาที่มีน้ําไหลอยู่ตลอดเวลา
เสาที่เจ่าไห่เห็นมาตลอดมันเป็นเหมือนกับสไลเดอร์น้ําเลย เสาแต่ละต้นมีน้ําไหลอยู่ตลอดเวลา และก็เห็นได้ชัดว่าน้ําที่นี่ลึกมาก ๆ
เจ่าไห่รู้สึกว่ามันแปลกมาก ๆ เขาไม่รู้ว่ามนุษย์เงือกสามารถทําเรื่องแบบนี้ได้ยังไง พวกเขา ทําให้น้ําไหลตลอดเวลาแบบนี้ได้ยังไง? มันเป็นอะไรที่อัศจัรรย์มากจริง ๆ
ดูเหมือนว่าเต่าพวกนี้จะไม่สนใจเลยว่าแม้พวกมันจะต้องว่ายทวนกระแสน้ํา พวกมันทั้งหมดพุ่งไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีตัวไหนช้าเลย
เจ่าไห่นับเวลาพวกเขามาถึงยอดเสาแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น จุดที่พวกเขาอยู่ตอนนี้เป็นเหมือนสระนําขนาดใหญ่มาก ตรงกลางเป็นวัง
วังถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงาม ทําด้วยหินสีขาว หลังคาวังเป็นสีน้ําเงิน ผนังมีไข่มุกและคริสตัลเต็มทั่วผนัง ไข่มุกและครัสตัลเหล่านี้สร้างขึ้นมาด้วยความสวยงาม พวกมันส่องแสงระยิบระยับ ภายใต้แสงแดด และดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกทําขึ้นอย่างประณีตเพื่อให้แสงของมันสะท้อนไปที่สระน้ํา เป็นเหมือนกันประดับไฟบนน้ํา แสดงให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้สวยงามมาก
เจ่าไห่และคนอื่น ๆ รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่พวกเขาเห็นต่อหน้า พวกเขาไม่คิดว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ ในเวลาเดียวกันผู้เฒ่าเต่าและเต่าของเขาก็หยุดลง จากนั้นผู้เฒ่าเต่าก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อย โปรดขึ้นฝั่ง มีคนรอท่านอยู่แล้ว”
เจ่าไห่พยักหน้า จากนั้นเขาก็คํานับผู้เฒ่าเต่าและพูดว่า “ข้าต้องขอขอบคุณท่านมาก ๆ” จากนั้นเจ่าไห่ก็เดินขึ้นฝั่งพร้อมกับลอร่าและคนอื่น ๆ
หลังจากที่เห็นว่าพวกของเจ่าไห่ขึ้นฝั่งแล้ว ผู้เฒ่าเต่าก็หันหลังกลับไปพร้อมกับเต่าของเขา ในเวลาเดียวกันก็มีคนเดินออกมาจากวัง คนที่เดินออกมาเป็นผู้หญิงผมบลอนด์ดวงตาสีฟ้า ในมือของเธอมีไม้เท้าคริสตัล เธอสวมเสื้อคลุมสีเขียว เห็นได้ชัดว่าเสื้อคลุมของเธอทําขึ้นมากจากสาหร่าย
ผู้หญิงคนนั้นเดินไปทางเจ่าไห่และคํานับลง จากนั้นเธอก็ยิ้มและพูดว่า “ท่านคือผู้เฒ่าของตระกูลบูดา เจ้าชายจากต่างแดนของชนเผ่าในทุ่งหญ้า และผู้เฒ่าจากต่างแดนของเผ่าคนแคระ เจ่าไห่ใช่ไหม?”
เจ่าไห่เดินออกมา จากนั้นเขาก็คํานับและพูดว่า “ข้าเจ่าไห่แห่งตระกูลบูดา ข้าขอทรายได้ไหมว่าท่านหญิงเป็นใคร?”
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มและพูดว่า “ข้าเป็นคนในวังของราชาแห่งท้องทะเล ข้าชื่อโลล่า มากับข้าเถอะ”
เจ่าไห่ตอบกลับทันที “ข้ายินดีที่ได้พบท่าน โลล่า ข้าอยากรู้ว่าท่านผู้เผ่าอะไร? ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า?”
โลล่ายิ้มและพูดว่า “ข้าไม่ใช่มนุษย์ ข้าเป็นนางเงือก โดยปกติแล้วนางเงือกอย่างเรา ๆ สามารถเปลี่ยนระหว่างหางและขาได้ จึงไม่แปลกที่จะเห็นเราเดินมาเช่นนี้”
เจ่าไห่พยักหน้า “เป็นแบบนี้นี่เอง ข้าไม่คิดว่าชาวเงือกจะเป็นนางเงือกจริง ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินเรื่องแบบนี้”
โลล่ามองเจ่าไห่ “นี่เป็นครั้งแรกเลยเหรอ? เป็นไปได้ยังไง ? ในอดีตมีหลายครั้งที่มนุษย์เงือก และมนุษย์มาพบกัน เท่าที่ข้าจําได้ก็น่าจะหลายในปีก่อน มนุษย์ไม่ได้บันทึกสิ่งเหล่านี้เอาไว้เหรอ?”
เจ่าไห่มอง จากนั้นเขาก็หันไปมองลอร่าและคนอื่น ๆ พร้อมกับถามว่า “พวกเธอรู้เรื่องนี้ไหม?” ลอร่าและคนอื่น ๆ ส่ายหัว จากนั้นลอร่าก็ตอบว่า “ฉันรู้เลย ฉันเคยได้อ่านหนังสือประวัติทั้งหมดที่เรารวบรวมมาและในช่วง 10,000 ปีที่ผ่านมา พวกเราไม่ได้มีการพบเจอกับมนุษย์เงือกเลย”
โลล่ามองไปที่เจ่าไห่แล้วส่ายหัว “ไม่น่าแปลกใจ ความสัมพันธ์เริ่มต้นของเรากับมนุษย์นั้นดีมาก แต่หลังจากนั้นกิลแห่งความสว่างเริ่มกดดันเรา ทําให้การพบเจอกับมนุษย์ของเราถูกตัดไปต่อมาเราก็ได้ยินมาว่าผู้คนของกิลแห่งความสว่างได้รับผิดชอบในการทําหนังสือประวัติศาสตร์ของมนุษย์ มันก็น่าจะเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะไม่ได้เขียนถึงพวกเราลงไปด้วย
เจ่าไห่จ้องเขม็ง เขาไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีแม้กระทั่งคําที่เกี่ยวกับมนุษย์เงือก ในประวัติศาสตร์ 10,000 ปีของมนุษย์ นอกจากนี้หนังสือประวัติศาสตร์เหล่านี้ยังเขียนถึงชนเผ่าในทุ่งหญ้าไม่ดีด้วย ในหนังสือหรือบันทึกพวกเขาถูกเขียนบอกไว้ว่าเป็นคนดุร้ายเป็นอันตราย ในขณะที่คนแคระชอบใช้ความรุนแรง ซึ่งก็รวมไปถึงพวกเอลฟ์ด้วย เพราะพวกเขาถูกเขียนไปแบบนั้นทําให้พวกเขาถูกมองว่าเป็นตัวน่ากลัว ซึ่งมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีเลย สิ่งนี้ทําให้เกิดสงครามขึ้นได้ง่าย ๆ เลย ในช่วงหนึ่งมนุษย์ได้จับเอลฟ์มาทําเป็นทาส ทําให้พวกเอลฟ์เหล่านั้นหนีจากดินแดนมนุษย์และไปที่ป่าเอลฟ์ โดยการตัดการติดต่อจากโลกภายนอกไปเลย หลังจากที่ฟังเรื่องทั้งหมดนี้ เจ่าไห่ก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นี่ต้องเป็นหนึ่งในแผนการของกิลแห่งความสว่าง พวกเขาต้องการให้มนุษย์เงือกถูกลืม และชนเผ่าในทุ่งหญ้าถูกเกลียด แต่พวกเอลฟ์เหล่านั้นไม่ได้มีอะไรไม่ดี กิลแห่งความสว่างเลยทําได้แค่ตัดการติดต่อของพวกเขากับมนุษย์ แผนของพวกเขาสําเร็จมาโดยตลอด ซึ่งเจ่าไห่คิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องยากมากที่เขาจะเข้าไปถึงพวกเอลฟ์
โลล่าได้พาเจ่าไห่และคนอื่น ๆ ไปที่ห้องโถงใหญ่ ห้องโถงนี้มีขนาดที่กว้างขวางมาก จากที่เจ่าไห่มองเห็นห้องโถงใหญ่น่าจะสูงประมาณ 20 เมตร เพดานของห้องโถงสร้างขึ้นด้วยคริสตัล ทําให้สามารถมองเห็นภายนอกได้ คริสตัลเหล่านี้เป็นการจัดที่เหมือนกับศิลปะที่งดงามมาก ๆ
เสาหินของห้องโถงใหญ่ยังประดับด้วยไข่มุกและคริสตัล มีนางเงือกยืนอยู่บนเสาแต่ละต้นด้วย แต่พวกเธอก็ได้เป็นจากหางให้เป็นขาแล้ว ทําให้เหมือนกับมนุษย์มาก
จบแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับผม