Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 609 ชาวทะเล (ปลาย)
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 609 ชาวทะเล (ปลาย)
บทที่ 609 ชาวทะเล (ปลาย)
เจ่าไห่ปิดจอเมื่อเห็นว่ามีชาวทะเลอยู่ใกล้ ๆ กับเรือของเขาแล้ว ชาวทะเลมองธงบนเรือ และไม่ได้โจมตีเรือของเจ่าไห่ จากนั้นเขาก็ถามว่า “นี่ใช่เรือของตระกูลบูดาไหม?”
เจ่าไห่ไปที่หัวเรือ และโค้งคํานับให้ชาวทะเลในน้ํา พร้อมกับพูดว่า “เจ่าไห่แห่งตระกูลบูดามาที่นี่แล้ว ข้ายินดีที่ได้พบกับชาวทะเลอีกครั้ง”
ทันทีที่ชาวทะเลได้ยินชื่อของเจ่าไห่ เขามองไปที่เจ่าไห่อย่างจริงจัง เมื่อเห็นว่าเป็นเจ่าไห่ เขาก็พูดขึ้นมาทันที “เป็นผู้เฒ่าเจ่าไห่จริง ๆ ด้วย ข้ายินดีมากที่ได้พบกับท่านอีกครั้ง แต่ข้าขอถามหน่อยว่าทําไมท่านถึงมาที่นี่ด้วยตัวเอง?”
เจ่าไห่ตอบกลับทันที “ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับท่านผู้เฒ่าของเผ่า ข้าไปหาเขาได้ไหม?” ชาวทะเลมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “ข้าเกรงว่าจะไม่สะดวกกับท่านเลย ตอนนี้เผ่าของเรามีเรื่องร้ายแรงมาก ๆ ที่ต้องจัดการ ข้าเกรงว่าผู้เฒ่าเผ่าจะไม่มีเวลามาพบกับท่าน” เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไรข้ามีเรื่องที่อยากจะคุยกับผู้เฒ่าของชาวทะเลจริง ๆ” ชาวทะเลที่คุยอยู่กับเจ่าไห่ เขารู้ดีว่าเจ่าไห่จะต้องพูดออกมาเช่นนี้อย่างแน่นอน แต่เขาก็รู้ ว่าการที่ไม่ให้เจ่าไห่ไปพบอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก เผ่าของพวกเขาเป็นเพียงเผ่าเล็ก ๆ หากไม่มีเจ่าไห่พวกเขาจะต้องเจอเรื่องเลวร้ายอีกมากอย่างแน่นอน
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง ชาวทะเลก็คํานับ และพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไปแจ้งเรื่องนี้ให้ท่านผู้เฒ่าทราบ โปรดท่านจงรอสักครู่” จากนั้นเขาก็กลับลงไปในทะเลและมุ่งหน้ากลับไปที่เผ่าของเขา
ในเวลาเดียวกัน เจ่าไห่ก็ให้ซอมบี้เอาสมอเรือลง เพื่ออยู่รอชาวทะเลกลับขึ้นมาอีกครั้ง เจ่าไห่ยังได้ยินอีกว่าชาวทะเลมีปัญหาที่พวกเขาต้องจัดการให้เร็วที่สุดอยู่ด้วย
ที่จริงแล้วแผนต่อไปที่เจ่าไห่จะทําคือการไปหาเอลฟ์ และมาหาชาวทะเล แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะชาวทะเลที่อยู่ในโลกก็มีเป็นจํานวนมาก หากว่าคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์คิดที่จะครอบครองโลกนี้จริง ๆ พวกเขาคงไม่ปล่อยชาวเผ่าทะเลไปแน่ เจ่าไห่เลยต้องการที่จะเป็นมิตรกับพวกเขาให้เร็วที่สุดๆ
ดูเหมือนว่าตอนนี้เจ่าไห่จะต้องพักเรื่องการไปหาเอลฟ์ก่อน ตอนนี้ชาวเผ่าทะเลกําลังมีปัญหาอะไรสักอย่างที่เจ่าไห่ไม่รู้อยู่ด้วย แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ดีสําหรับเจ่าไห่ เพราะเขาน่าจะจัดการเรื่องเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
ไม่นานนักผู้เฒ่าชาวเผ่าทะเลก็โผล่ขึ้นมาบนน้ําใกล้ ๆ เรือของเจ่าไห่ จากนั้นเจ่าไห่ก็คํานับผู้เฒ่าก่อนจะพูดว่า “ข้าขออภัยที่ต้องรบกวนผู้เฒ่า ข้าหวังว่าท่านจะให้อภัยข้า”
ผู้เฒ่ายิ้มและพูดว่า “ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย และข้าเองก็ไม่คิดว่านายน้อยเจ่าไห่จะมาที่นี่ด้วยตัวเอง ข้าอยากรู้จังว่าทําไมนายน้อยถึงมาที่นี่ในวันนี้?” แม้ว่าผู้เฒ่าจะพูดด้วยรอยยิ้ม แต่เจ่าไห่ก็สังเกตเห็นความเป็นกังวลเล็กน้อยที่สีหน้าของผู้เฒ่า ดูเหมือนว่าเขากําลังเจอกับปัญหาใหญ่บ้างอย่างแน่นอน
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เหตุที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อขอความช่วยเหลือจากท่าน และข้าเองก็อยากที่จะมาพบกับท่านด้วยตัวเองด้วย”
เมื่อได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูด ผู้เฒ่าก็มองไปที่เจ่าไห่ พร้อมกับพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ เจ้ากําลังจะบอกว่าเจ้าต้องพบกับราชาแห่งท้องทะเลใช่ไหม?”
ในตอนนี้เองที่เจ่าไห่ได้รู้ว่าผู้เฒ่าของเผ่าทั้งหมดถูกเรียกว่าราชาแห่งท้องทะเล เรื่องนี้มีเพื่อไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ คนทั่วไปไม่รู้ด้วยซ้ําว่ามีชาวเผ่าทะเลอยู่บนโลกนี้จริง ๆ พวกเขารู้เพื่อว่ามีคนที่อยู่ในทะเลได้ด้วย
เมื่อได้ยินว่าราชาแห่งท้องทะเล ถูกเรียกเช่นนี้ เจ่าไห่ก็ตอบกลับทันที “ข้ามีเรื่องสําคัญที่จะหารือกับราชาแห่งทะเล ข้าอยากให้ผู้เฒ่าส่งความต้องการของข้าไปได้หรือไม? ข้าอยากจะให้ ท่านช่วยขาในเรื่องนี้หน่อยได้ไหม?”
ผู้เฒ่ามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “ทําไมนายน้อยเจ่าไห่ถึงต้องการที่จะพบกับราชาแห่งท้องทะเล? พูดตามตรงเลย เผ่าขอข้าไม่มีอิทธิพลมากพอที่จะได้เห็นราชาแห่งท้องทะเล”
ท่าทางของเจ่าไห่เปลี่ยนไป พร้อมกับพูดว่า “ผู้เฒ่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญมาก โปรดจงบอกราชาแห่งท้องทะเลว่านอกจากข้าจะเป็นผู้เฒ่าแห่งตระกูลบูดาแล้ว ข้าก็ยังเป็นบุตรเขยของจักรวรรดิโรเซ่นด้วย ข้ายังได้เป็นเจ้าชายจากต่างแดนของชนเผ่าในทุ่งหญ้าเวย และข้าก็ยังได้เป็นผู้เฒ่าจากต่างแดนของเผ่าคนแคระด้วย บอกราชาแห่งท้องทะเลว่าการมาของข้าในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ระดับโลกเลย ข้าอยากให้ท่านบอกกับราชาแห่งท้องทะเลเช่นนี้”
ตําาแหน่งที่เจ่าไห่ได้รับมา ทําให้สีหน้าของผู้เฒ่าเปลี่ยนไป เขาไม่คิดว่าเจ่าไห่จะมีอิทธิพลมาขนาดนี้ เผ่าทะเลไม่เคยเห็นความสัมพันธ์ของคนจากทวีปอื่นกับคนแคระ แต่พวกเขาก็เคยเจอกับชนเผ่าในทุ่งหญ้า และรู้ว่ามันเป็นยังไง
คนจากจักรวรรดิอาร์คและชนเผ่าแห่งท้องทะเลไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ยกเว้นพวกชาวเผ่าในทุ่งหญ้า นี่ก็เป็นเพราะว่ามีหลายเผ่าที่อยู่ใกล้ ๆ ทะเลด้วย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อยู่ในทะเลไปจนหมด แต่พวกเขาก็มีการใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาทะเล เพราะเรื่องนี้เมื่อเจ่าไห่บอกเขาว่า เขาเป็นเจ้าชายจากต่างแดนของชนเผ่า หัวใจในร่างของเขาก็เต้นแรงมาก
ผู้เฒ่าคํานับเจ่าไห่ก่อนที่จะพูดว่า “จ้าไม่คิดว่านายน้อยจะเป็นเจ้าชายจากต่างแดนของชนเผ่าในทุ่งหญ้า ข้าขออภัยที่คิดว่าเป็นเรื่องโกหก ถึงจะเป็นเช่นนั้นข้าก็ต้องขอบอกว่าชนเผ่าร็อคของเราไม่ได้มีสิทธิ์ในการเข้าใกล้ราชาแห่งท้องทะเล ข้าเกรงว่าข้าจะไม่สามารถพานายน้อยเข้าไปพบได้”
เจ่าไห่ขมวดคิ้วและพูดว่า “ข้าอยากจะให้ผู้เฒ่าช่วยหาวิธีให้ข้าหน่อย การที่ข้ามาในครั้งนี้ไม่ได้เพื่อการทําการค้า เรื่องนี้จะเป็นผลกระทบไปทั่วโลก ข้าอยากจะขอความช่วยเหลือจากผู้เฒ่า ด้วยใจจริง”
ผู้เฒ่าเผ่าร็อคมองไปที่หน้าของเจ่าไห่ ตอนนี้พวกเขาทําการค้ากับเจ่าไห่มาระยะหนึ่งแล้ว การทําการค้าร่วมกับตระกูลบูดามันเป็นเรื่องที่ดีมาก เจ่าไห่ให้ราคาที่ยุติธรรมมาก สิ่งนี้ทําให้ผู้เฒ่าเผ่าร็อคประทับใจในตระกูลบูดา และตอนนี้เมื่อเขาเห็นว่าเจ่าไห่พูดด้วยความจริงใจ เขาก็เลยคิดที่จะช่วยเหลือเจ่าไห่ แต่ก็ดูเหมือนว่าเรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องที่ใหญ่มากจริง ๆ
จบแล้วนะคร้บ ขอบคุณมาก ๆ นะครับผม