Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 609 ชาวทะเล (ต้น)
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 609 ชาวทะเล (ต้น)
บทที่ 609 ชาวทะเล (ต้น)
ผ่านไป 2-3 วัน ราชาแห่งชนเผ่าได้ออกคําสั่งให้ทุกชนเผ่าสร้างเสริมกําลังของเผ่าตนเอง และไม่ออกไปโจมตีหรือทําสงครามกับคนอื่น ๆ แต่ตอนนี้เจ่าไห่ก็ได้ไปที่หุบเขาของคนแคระแล้วๆ
เจ่าไห่เองที่เป็นผู้เฒ่าจากต่างแดนของเผ่าคนแคระ ทําให้เจ่าไห่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเมื่อมาถึงแล้ว
ผู้เฒ่าบิลลี่รอต้อนรับเจ่าไห่ที่หน้าหมู่บ้าน บิลลี่เชิญเจ่าไห่ไปยังบ้านของเขา เมื่อเข้าบ้านแล้ว พวกเขาก็นั่งลง บิลลี่ไม่รอช้าเขามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ เป็นยังไงบ้าง? มันเกิดอะไรขึ้นด้วยงั้นเหรอ? ทําไมจู่ ๆ เจ้าถึงได้เป็นเจ้าชายจากต่างแดนของชนเผ่า ถ้าให้ข้าเดา น่าจะเป็นเพราะเจ้าทําให้วิญญาณที่อยู่ในอาวุธฟื้นพลังด้วยใช่ไหม?”
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “มันไม่ใช่แค่นั้นหรอก พวกเขาได้ทําหอกแห่งชนเผ่าหายไปในทุ่งน้ําแข็งทางเหนือ เมื่อ 5,000 ปีก่อน แม้ว่าพวกเขาจะตามหามันมาโดยตลอด แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถนำมันกลับมาได้เลย ข้าก็เลยไปที่ทุ่งน้ําแข็งทางเหนือเพื่อนําเอาหอกแห่งชนเผ่าของพวกเขากลับมาก เพราะเช่นนั้นพวกเขาก็เลยให้ตําแหน่งที่สําคัญนี้กับข้า
บิลลี่พูดต่อทันที “เจ้าไม่หลงทางงั้นเหรอ? เจ้าสามารถกลับมาได้ยังไง และนําหอกกลับมาได้ยังไง? นั่นเป็นสิ่งที่สําคัญกับพวกเขามาก เพราะเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าในทุ่งหญ้า” เจ่าไห่ยิ้มมุมปาก เจ่าไห่เล่าเรื่องของชนเผ่าลิงให้บิลลี่ฟัง หลังจากฟังแล้ว บิลลี่ก็พยักหน้า และพูดว่า “เป็นเช่นนี้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาถูกส่งไปอยู่ที่นั่น ข้าเคยอ่านบันทึกของคนแคระมาก่อนว่า ชนเผ่าลิงถูกเนรเทศออกจากทุ่งหญ้าไป ข้าก็ไม่เข้าใจว่าทําไมพวกเขาจะต้องทําเช่นนั้นด้วย แต่ข้าก็ได้รู้สักทีว่ามันเป็นเพราะหอกแห่งชนเผ่า”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “หอกแห่งชนเผ่าได้กลับไปที่ทุ่งหญ้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นวิญญาณจแห่งสิ่งประดิษฐ์ก็ได้รับการฟื้นฟูแล้ว พวกชนเผ่าก็ได้ออกคําสั่งให้เสริมกองทัพของเผ่าไม่ให้ไป โจมตีหรือท่าสงครามกับใคร เพื่อที่พวกเขาจะได้พักผ่อนและเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาให้มากขึ้น พวกคนแคระก็ควรทําเช่นกัน จริงสิ!! การแลกเปลี่ยนและการค้าเหล็กระหว่างข้าและคนแคระได้รับอนุญาณจากจักรพรรดิแล้ว องค์จักรพรรดิต้องการให้ข้าซื้อสัตว์เวทย์จากชนเผ่ามา ซึ่งก็แน่นอนว่าเขาจะปล่อยเรื่องการทําการค้าของพวกเรา ข้าบอกองค์จักรพรรดิไปว่า ข้ารับรองว่าข้าจะไม่ให้เกิดสงครามขึ้นจากอาวุธและเหล็กที่มาจากเผ่าคนแคระ ดูเหมือนว่าสันติภาพจะเป็นเรื่องที่สําคัญมาในตอนนี้”
บิลลี่พยักหน้าและพูดว่า “เจ้าคิดไปไกลถึงอนาคตเลยจริง ๆ และพวกเราจะต้องทําอะไรต้องไป?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่ได้ไกลมาหรอก ตรายใดที่แผนของพวกเรายังดําเนินไปเรื่อย ๆ อย่างราบรื่น จริงสิ!! ข้าได้เริ่มเก็บธัญพืชและของใช้จําเป็นประจําวันเพื่อใช้เป็นทรัพยากรในอนาคตได้” บิลลี่พยักหน้า “เจ้าจงมั่นใจในเผ่าคนแคระของพวกเราได้ แม้ว่าพวกเราจะขายออกไปเยอะแล้ว แต่พวกข้าก็ยังมีเหลืออีกมากเลยทีเดียว นอกจากนี้อาวุธเหล่านั้นเป็นอาวุธที่ถูกทําขึ้นมาเป็นอย่างดี ซึ่งคุณภาพของมันดีกว่าอาวุธที่พวกเราขายไปก่อนหน้านี้มาก เจ้าไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องอาวุธเลย”
เจ่าไห่พยักหน้า “การค้าของเรายังคงต้องดําเนินต่อไปเรื่อย ๆ แต่ข้าก็ขอให้ท่านเตรียมของเหล่านั้นเพื่อข้าด้วย จริงสิ!! ท่านบอกกับข้าไว้ว่าจะให้คนบางส่วนไปอยู่ที่ป้อมภูเขาเหล็ก ท่านได้เลือกคนเหล่านั้นหรือยัง?”
บิลลี่พยักหน้า “ข้าได้เลือกมาบ้างแล้ว ตอนนี้คนแคระมากกว่า 100 คนอยากที่จะไปอยู่ที่ป้อมภูเขาเหล็ก แล้วเจ้าจะพาพวกเขาไปเมื่อไหร่หล่ะ?”
เจ่าไห่คิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า “ให้พวกเรารอที่นี่ก่อน ข้ายังคงต้องเตรียมที่ให้พวกเขา แต่เมื่อพวกเขาไปถึงที่นั่นพวกเขาอาจจะไม่ได้ทํางานเกี่ยวกับเหล็กตลอดเวลา ข้าอาจต้องการให้พวกเขาไปหาอย่างอื่นด้วย”
บิลลี่ยิ้ม “ไม่ต้องเป็นห่วงเลยข้าบอกพวกเขาแล้ว”
เจ่าไห่พยักหน้า “เอาล่ะ นอกจากนี้หากท่านขุดเจออะไรแปลก ๆ โปรดเก็บไว้ให้ข้าด้วย ข้าอยากได้ของที่มันแปลก ๆ มาก”
บิลลี่หัวเราะออกมา “นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย วางใจพวกข้าได้เลย”
จากนั้นเจ่าไห่ก็พูดว่า “แล้วพวกเอลฟ์ล่ะ? พวกเขาส่งข่าวอะไรมาบ้างไหม?”
บิลลี่ยิ้มและพูดว่า “เรื่องพวกเอลฟ์กําลังไปได้ดี ไอ้พวกนี้มันทําอะไรช้า พวกเขาบอกว่าต้องการคิดดูก่อน ก่อนที่พวกเขาจะส่งข่าวมาให้เรา เจ้าไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องนี้เลย เดี๋ยวข้าจะจัดการให้เรียบร้อยก่อน”
เจ่าไห่พยักหน้า เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเอลฟ์เลย บิลลี่ยังได้บอกให้วางใจเขาด้วย ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตามแต่ก็ดูเหมือนว่ากิลแห่งความสว่างจะไม่ทําอะไรตอนนี้อย่างแน่นอน ดูเหมือนว่าแผนที่เจ่าไห่จะไปหาพวกเอลฟ์อาจจะต้องรอไปก่อน
เจ่าไห่พักอยู่กับพวกคนแคระ 1 วันก่อนจะกลับไปที่เกาะทองค่า เจ่าไห่อยากรู้ว่าที่เกาะทองคําของเขาเป็นยังไงบ้าง
เจ่าไห่ได้รับข่าวว่าคริสแตนมาถึงเกาะแล้ว และเริ่มทําการที่นี่ด้วย การค้าที่พวกเขาทํานั้นเป็นอะไรที่ธรรมดามาก ๆ ซึ่งคล้ายกับตระกูลบูดา ที่ขายธัญพืช และสิ่งจําเป็นทั่วไปในการใช้ชีวิต เจ่าไห่ยังได้ยินมาด้วยว่าการค้าขายของพวกเขาไปได้ด้วยดี
เจ่าไห่ไม่ได้เข้าไปหาคริสเตน เพราะว่าเจ่าไห่รู้เรื่องของเขามามากพอแล้ว เจ่าไห่ยังยังได้ข่าวร้ายมาด้วย คุนบอกับเจ่าไห่ว่าชาวทะเลได้ลดการค้ากับพวกเขาลง
ข่าวนี้เป็นข่าวที่ร้ายมาก ๆ สําหรับเจ่าไห่ การค้าของเขากับชาวทะเลเป็นการแลกเปลี่ยนที่สําคัญมาก ๆ หากการค้าของพวกเขาต้องพังลง มันก็จะทําให้ตระกูลบูดาสูญเสียอะไรบ้างอย่างไป ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จะเป็นต้องไปติดต่อด้วยตัวของเขาเอง
แต่ก่อนที่จะไปเจ่าไห่ก็ได้ให้ปู่กรีนจัดหาพื้นที่ในแดนทมิฬให้กับคนแคระ เจ่าไห่ให้คนแคระเข้ามาซึ่งไม่ได้ให้มาทํางานเกี่ยวกับเหล็กเท่านั้น แต่เจ่าไห่ยังต้องการให้คนแคระสอนงานฝีมือของพวกเขาให้กับทาสของเจ่าไหด้วย
แม้ว่ามิติจะผลิตแร่เหล็กออกมาได้อยู่บ้าง แต่มันก็ไม่เพียงพอ ในทางกลับกัน ในบรรดาทาสที่เจ่าไห่ซื้อมา มีช่างตีเหล็กหลายคนอยู่ แต่ถึงจะมีแต่ฝีมือของพวกเขาก็ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะเช่นนี้เจ่าไห่ก็เลยอยากให้คนแคระเข้ามาสอนงานให้กับคนเหล่านี้ด้วย
ปู่กรีนชินกับเรื่องเหล่านี้แล้ว แต่ครั้งนี้ปู่กรีนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนแคระเลย ที่จริงแล้วเขาไม่เคยเจอกับคนแคระเลยด้วยซ้ํา
เจ่าไห่เองก็ได้ให้ปู่กรีนไปพูดคุยกับคนแคระต่อ ซึ่งเจ่าไห่ก็ได้ถามบิลลี่แล้วว่ามันจะเป็นอะไรไหมถ้าเขาไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่บิลลี่ก็ไม่ได้ติดปัญหาอะไร เจ่าไห่ก็เลยให้ปู่กรีนจัดการเรื่องนี้ ต่อในขณะที่เจ่าไห่กลับมาที่เกาะทองคํา และนั่งเรือไปยังแนวปะการังที่ชาวทะเลอยู่ เจ่าไห่เคยเดินทางมาทางนี้หลายครั้งแล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่าเจ่าไห่ไม่ได้หลงทาง ยิ่งไปกว่านั้นมีโจรสลัดหลายกลุ่มที่รู้ว่าเมื่อเจ่าไห่เดินทางไปในทะเลลึกก็เพื่อไปทําการค้ากับชาวเผ่าทะเล
อิทธิพลของตระกูลบูดาในทะเลนั้นแข็งแกร่งมาก ๆ จนพวกโจรสลัดไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้เรือของเจ่าไห่ ทําให้เส้นทางนี้ที่เรือของตระกูลผ่านบ่าย ๆ ไม่มีโจรสลัดเลย เจ่าไห่ทําให้ทะเลแถวนี้ปลอดภัยมาก 5 วันต่อมา เจ่าไห่ก็ได้เข้าไปในเขตน้ําลึกแล้ว แต่เขาก็รู้สึกแปลก ๆ เพราะไม่มีชาวทะเลออกมาหาเขาเลย เมื่อก่อนเมื่อพวกเขารู้ว่าเรือของเจ่าไห่มาพวกเขาก็จะออกมาทันที
เมื่อเจอกับเรื่องแบบนี้เจ่าไห่ก็เปิดจอของเขาและมองไปรอบ ๆ นอกจากสัตว์ตัวเล็ก ๆ แล้ว ในจุดที่ใกล้ ๆ กันมันไม่มีอะไรเลย ไม่ต้องพูดถึงชาวทะเลเลย
ตอนนี้เจ่าไห่อยู่กับลอร่าและคนอื่น ๆ ที่กําลังอาบแดดอยู่ พวกเธอรู้สึกแปลก ๆ ทําให้ลอร่าถามเจ่าไห่ว่า “พี่ไห่ ที่นี่ไม่ใช่เขตของชนเผ่าทะเลงั้นเหรอ? พวกเขาไปไหนกันหมด?” เจ่าไห่ส่ายหัว “ไม่หรอก ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ของพวกเขา เรื่องที่พวกเขาไม่ทําการค้ากับเรา มันก็หมายความว่าพวกเขาจะต้องเจอกับปัญหาภายในอะไรอยู่แน่ ๆ จุดนี้ก็น่าจะบอกอะไรได้เยอะอยู่”
ลอร่าขมวดคิ้วและพูดว่า “พวกเขามีปัญหาเหรอ? พวกเขาจะมีปัญหาอะไรกัน?” เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่รู้เช่นกัน ถ้าเจอกับพวกเขาแล้วทุกอย่างก็จะหมดไป” ทันใดนั้นชาวเผ่าทะเลก็ออกมาในจอของมิติ
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณมาก ๆ นะครับผม