Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 595.1 การเผาศพ (ต้น)
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 595.1 การเผาศพ (ต้น)
บทที่ 595.1 การเผาศพ (ต้น)
เจ่าไห่เก็บศพเข้าไปในมิติ เจ่าไห่เข้าใจว่าเทสกําลังจะทําอะไร พวกเขาคิดว่าเจ่าไห่จะทิ้งศพเหล่านี้ไป แต่เจ่าไห่ก็รู้ว่าเขาสามารถทําให้ศพเหล่านี้กลับมามีชีวิตได้ พวกเขาอาจจะคว้าโอกาสนี้ไว้ เจ่าไห่ไม่ได้อยากให้เทสเผาศพเหล่านี้
แต่เจ่าไห่ก็คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และตัดสินใจเตือนเทส “ผู้เฒ่าเทส มิติของข้ามันใหญ่มาก ๆ ถ้าข้าสามารถหาหอกแห่งชนเผ่าได้ ข้าก็จะสามารถนําศพเหล่านี้กลับไปที่ทุ่งหญ้าได้ หรือจะให้ข้าฝั่งไว้ที่นี่?”
เมื่อได้ยินเจ่าไห่พูด เทสก็มองไปที่เจ่าไห่ พร้อมกับพูดว่า “นายน้อยพูดจริงไหม? เป็นไปได้ใช่ไหมที่ท่านจะนําศพเหล่านี้กลับไปที่ทุ่งหญ้า?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าพูดความจริง”
เทสมองไปที่ศพ แล้วหันกลับไปมองที่ภูเขา เขาถอนหายใจเบา ๆ แล้วส่ายหัว “ลืมไป เราจะไปเผาศพกัน เผ่าของข้ายังคงตามหาหอกแห่งชนเผ่าอยู่ แต่ข้าคิดว่าเราไม่มีทางที่จะนํามันกลับมาได้แล้ว”
เจ่าไห่มองผู้เฒ่าเทสและพูดว่า “ผู้เฒ่า ครั้งนี้ข้ามาเพื่อตามหาหอกแห่งชนเผ่า และข้ามั่นใจว่าข้าจะต้องหามันเจอได้ ถ้าหากว่าข้าหาจนเจอพวกท่านก็จะได้กลับไปยังทุ่งหญ้าอย่างแน่นอน” เทสมองไปที่เจ่าไห่ด้วยรอยยิ้ม “นายน้อย ข้าอยากจะถามตัวเองว่าจุดประสงค์ที่เผ่าของข้าจะกลับไปทุ่งหญ้าคืออะไร เผ่าลิงของเรามีอดีตที่งดงาม เราเคยเป็นราชาแห่งชนเผ่า แต่เผ่าของข้าถูกเนรเทศมาที่นี่และตอนนี้เหลือกําลังคนเพียง 100,000 คน แม้ว่าเราจะกลับไปที่ทุ่งหญ้าเราจะ ได้อะไร? เผ่าเล็ก ๆ ของเรามีคนเพียง 100,000 คน จะเอาชีวิตรอดที่นั่นได้ยังไง? ราชาคน ปัจจุบันจะไม่มองว่าเราเป็นภัยกับพวกเขางั้นเหรอ? พูดตามตรงเลยนะ จริง ๆ พวกข้าต้องการทุ่ง หญ้า แต่ก็กลัวที่จะกลับไปเหมือนกัน”
เจ่าไห่มองหน้าเทส เขาไม่คิดว่าเทสจะคิดไปถึงตอนนั้นแล้ว พวกเขาเป็นชนเผ่าที่รู้กันดีว่าเป็นคนที่ตรงไปตรงมา นี่คือชายที่มีความคิดเป็นของตัวเอง
เจ่าไห่รู้ว่าสิ่งที่เทสพูดนั้นเป็นคนจริง สถานะของพวกเขาในตอนนี้เป็นอะไรที่ลําบากใจมาก พวกเขาเคยเป็นราชาแห่งชนเผ่า แต่เผ่าของพวกเขาเป็นเพียงเผ่าเล็ก ๆ ที่มีคนเพียง 100,000 คน แม้ว่าพวกเขาจะมีความแข็งแกร่งที่น่ากลัว แต่ถ้าหากว่าพวกเขากลับไป การปกครองของเผ่าสิงโตและเผ่าเสือก็อาจจะเปลี่ยนไป
ถ้าหากว่าไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ มันก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม เมื่อไม่ถูกกันเผ่าสิงโต และเผ่าเสือคงไม่มีโอกาสให้กับเผ่าลิงเลย พวกเขาอาจจะถูกจัดการได้ง่าย ๆ เลย จนในที่สุด พวกเขาก็อาจจะตายหมด
เจ่าไห่ถอนหายใจ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหันหลังแล้วเก็บศพกลับเข้าไปในมิติ จากนั้นเขาก็พาผู้คนของเผ่าลิงลงจากภูเขา เมื่อพวกเขาไปถึงลานน้ําแข็ง เจ่าไห่ก็นําศพออกมาทันที ศพทั้งหมดถูกนําออกมาเรื่อย ๆ
เทสและคนอื่น ๆ ของเผ่าทําพิธีกรรมต่อไป พิธีของพวกเขานั้นง่ายมาก พวกเขาฆ่าสัตว์เวท เพื่อทําพิธี พวกเขาคุกเข่าลง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากนัก แต่พวกเขาเกือบทุกคนร้องไห้ออกมา น้ําตาที่ไหลออกมาก็เพื่อบรรพบุรุษของพวกเขา
หลังจากนั้นครู่หนึ่งเทสเดินไปหาเจ่าไห่ ขณะที่เขาโค้งคํานับและพูดว่า “ข้าขอขอบคุณนายน้อยเจ่าไห่ ข้าจะต้องขอให้นายน้อยนําเอาศพเหล่านี้ไปที่ยอดภูเขาไฟหน่อย”
เมื่อเจ่าไห่ร่วมกับเทสและคนอื่น ๆ เก็บศพอีกครั้ง เมื่อเสร็จแล้วพวกเขาก็เริ่มเดินทางไปบนยอดเขา ยิ่งสูงเท่าไหร่ อุณหภูมิก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่นั่นนก็ไม่ใช่เรื่องสําคัญ เจ่าไห่มาถึงยอดเขา เขาเห็นปล่องขนาดใหญ่ มันเป็นรูปทรงกลม ที่เต็มไปด้วยก๊าซสีขาวขึ้นไปในอากาศ ทุกคนเห็นว่าในปล่องมีไฟที่ร้อนมาก ๆ อยู่ที่นี่
เจ่าไห่มองอย่างตั้งใจ และเห็นว่าใต้ปล่องนี้เป็นแมกมาหันหนืด แต่ดูแล้วมันก็ไม่ได้ทีท่าทางที่จะระเบิดออกมา
ภายใต้การร้องขอของเทส เจ่าไห่ได้ทิ้งศพลงไปในปล่องภูเขาไฟ ในขณะที่ชนเผ่าลิงกลับมาทำพิธีต่ออีกครั้ง จากนั้นพวกเขาก็กลับไปที่เมือง เทสพาเจ่าไห่กลับไปที่บ้านของเขา
เมื่อพวกเขากลับมาถึงบ้าน ภรรยาและลูกสะใภ้ของเทสไปเตรียมอาหารเย็น ขณะที่เทส ลูกชายของเขาและเจ่าไห่นั่งอยู่ที่ห้องนั่นเล่น เทสมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อย ช่วยบอกข้าทีว่าในตอนนี้ที่ทุ่งหญ้าเป็นยังไงบ้าง?
เจ่าไห่ไม่ปฏิเสธ เขาพยักนห้าแล้วพูดขึ้น เจ่าไห่มีความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับทุ่งหญ้าเป็นอย่างดี ในตอนนี้เจ่าไห่ไม่ได้มีปัญหาในการเล่าเรื่องทั้งหมดเลย
อันที่จริง แม้ว่าจะผ่านไป 5,000 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้มีการพัฒนาอะไรมากในทุ่งหญ้า แม้แต่ระบบเวทย์มนตร์ก็แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย สําหรับชาวเผ่าแล้วสิ่งเดี่ยวที่ค่อนข้างใหม่คือ
เรื่องที่ว่าคนสามารถฝึกสัตว์ป่าได้ นอกจากนี้พวกเขายังเรียนรู้วิธีฝึกสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
แต่ก็อย่าดูถูกพวกเขาเลย พวกชาวเผ่าได้ทําเรื่องราวมากมาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของพวกเขา ในทางกลับกันก็สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้ด้วย
5,000 ปีนั้นค่อนข้างนานมาก หลายสิ่งหลายอย่างก็มีการเปลี่ยนไปบ้างแต่ก็ไม่ได้เยอะอะไรมากนัก ซึ่งไม่ได้ต่างจากที่บรรพบุรุษเขียวไว้ในหนังสือของเผ่า
ภรรยาและลูกสะใภ้ของเทสทําอาหารเสร็ตแล้ว แต่เทสยังไม่อยากที่จะทําอย่างอื่นเลย เขาจดจ่อกับการเล่าเรื่องของเจ่าไห่มาก ๆ