Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 588 – พัฒนาไปอีกขั้น
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 588 – พัฒนาไปอีกขั้น
บทที่ 588 – พัฒนาไปอีกขั้น
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินสิ่งที่เจ่าฉินอี้พูด เขาก็ขมวดคิ้วทันที เจ่าไห่รู้ว่าเจ่าฉินอี้กําลัง หมายถึงอะไร เนื่องจากมิติได้มีการอัพเกรดไปมากแล้ว สัตว์เวทย์ในมิติก็ได้รับ การอัพเกรดด้วยเหมือนกัน มันทําให้วัวกระทิงธรรมดาๆ กลายเป็นวัวกระทิงที่ แข็งแรงในระดับห้า แต่ร่างกายของพวกมันก็ยังคงเหมือนเดิม
ในทวีปนี้วัวกระทิงเป็นสัตว์เวทย์ที่พบเจอได้บ่อยๆ ถ้าเจ่าไห่เอาวัวกระทิงที่ธร รมดาๆ ไปให้จักรพรรดิมันก็คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเจ่าไห่เอาวัวกระทิงที่แข็งแรงระดับที่ห้าไปให้พวกเขา มันจะทําให้จักรพรรดิสงสัยพวกเขาแน่ๆ ซึ่งมัน คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่
เจ่าไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า “สิ่งเดียวที่เราทําได้ในตอนนี้คือไปเอา
สัตว์เวทย์ของพี่เวลส์และเอาเข้าไปในมิติเพื่อให้พวกมันกินน้ําแห่งความว่างเปล่าเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับพวกมัน พวกเราก็หวังได้ว่ามันจะสามารถอยู่ในดินแดนของคนทั่วไปได้ ถ้าเราไม่ทําเช่นนั้นเราอาจจะต้องใช้สัตว์เวทย์ในมิติของเรา”
เจ่าฉินอี้ไม่ตอบอะไรเจ่าไห่ หลังจากที่มิติอัพเกรดแล้ว แม้แต่สัตว์เวทย์ที่ อ่อนแอที่สุดอย่างกระต่ายก็กลายเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่งระดับที่สี่ได้ ในมิติแห่งนี้ไม่มีสัตว์ที่อ่อนแอเลย อย่างไรก็ตามปัญหาของเจ่าไห่คือเขามีสัตว์เวทย์ที่ แข็งแกร่งเยอะเกินไป
ตอนนี้เจ่าไห่หวังว่าเมื่อเขาไปยังทุ่งหญ้าแล้ว พี่เวลส์จะมีสัตว์เวทย์ที่เพียงพอกับความต้องการของเจ่าไห่
เช้าวันต่อมาเจ่าไห่ขึ้นเรือเพื่อออกเดินทาง จักรพรรดิยังได้ส่งเรือออกไปเพื่อพาเจ่าไห่ออกสู่ทะเลด้วย โดยปกติแล้วเจ่าไห่จะต้องปฏิเสธการช่วยเหลือนี้แล้ว แต่เขาก็ยอมเพื่อไม่ให้คนอื่นๆ มองเขาไม่ดี หรือไม่ชอบพวกเขา
องค์จักรพรรดิทําเรื่องเหล่านี้ก็เพราะเขาต้องการให้เจ่าไห่เอาสัตว์เวทย์มาให้เขา และอีกเรื่องก็เพื่อให้เขาดูดีในสายตาของเจ่าไห่
จักรพรรดิได้ติดต่อกับพ่อค้ามากมาย แม้ว่าพ่อค้าเหล่านั้นจะเป็นพ่อค้าที่มีชื่อ เสียง แต่จักรพรรดิก็ไม่ได้ชอบพวกเขา แต่เจ่าไห่แตกต่างกับพวกเขามากๆ จักรพรรดิทําเหมือนว่าเจ่าไห่ไม่ใช่พ่อค้าเลย ดูเหมือนว่าจักรพรรดิจะชอบเจ่าไห่มาก
เมื่อเขาได้คุยกับเจ่าไห่ องค์จักรพรรดิรู้สึกว่าเจ่าไห่เป็นคนที่เหมาะสมที่จะ เป็นเพื่อนกับเขา เขาก็เลยอยากจะทําให้เจ่าไห่เป็นว่าเขาเป็นเพื่อนกับเจ่าไห่ได้ จริงๆ แล้วเขาเองไม่ได้อยากจะทําเช่นนี้เลย แต่เขาต้องการที่จะเป็นเพื่อนกับเจ่า ไห่ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาส่งเรือไปคุ้มกันเจ่าไห่
เจ่าไห่ไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้เลย เขาไม่ใช่จักรพรรดิเขาก็เลยไม่ได้เข้าใจในความ คิดของจักรพรรดิ สิ่งที่เขาเห็นเพียงอย่างเดียวคือองค์จักรพรรดิให้ความสําคัญ กับเขามาก
หลังจากที่เรือของเจ่าไห่ออกเดินทางสู่ทะเลแล้ว เจ่าไห่ก็ได้ปล่อยซอมบี้ ออกมาและเข้าไปในมิติทันที ลอร่าและคนอื่นๆ ก็เริ่มที่จะฝึกกันแล้ว เจ่าไห่ ต้องการเห็นพวกเขาไปถึงระดับที่เก้าในวันนี้
เมื่อเจ่าไห่เข้ามาในมิติแล้ว ลอร่าและคนอื่นๆ ต่างก็ฝึกกันอยู่แล้ว เจ่าไห่มอง ทุกคนที่กําลังฝึกฝนอยู่ และเห็นว่าพวกเขาไม่ได้มีอาการเจ็บปวดเหมือนก่อน หน้าที่เจ่าไห่เข้ามา ตอนนี้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเจ่าไห่มันทําให้เขาสบายใจมากขึ้น
อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ไม่คิดว่าพวกเขาจะฝึกฝนเป็นเวลาทั้งวันทั้งคืน ลอร่าและคนอื่นๆ ก็เริ่มที่จะตื่นขึ้นมาทีละคน ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดอยู่ในระดับที่เก้าแล้ว ในหมู่พวกเขาคนที่แข็งแกร่งที่สุดคือชิว เขาไม่ได้กลายมาเป็นเทพผู้มีพลังระดับเก้าเท่านั้น แต่เขายังได้ความแข็งแกร่งในการใช้เงาเพิ่มเป็นระดับที่เก้าด้วย
แต่ถ้าพวกเขาจัดอันดับกันจริงๆ ชิวจะไม่ได้เป็นอันดับที่หนึ่ง แต่กับเป็นชุนที่มี ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่เก้าและยังมีทักษะที่แข็งแกร่งมากอีกด้วย ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะไม่มีใครเทียบกับเขาได้แล้ว
บล็อคและร็อคก็ไม่ได้อ่อนแอเหมือนเดิมแล้ว ด้วยการติดต่อทางจิตของพวกเขา ไม่มีเทพผู้มีพลังระดับเก้าคนไหนที่จัดการกับพวกเขาได้เมื่อพวกเขาช่วย เหลือกัน
ลอร่าและคนอื่นๆ ก็กลายเป็นเทพผู้มีพลังระดับเก้าเหมือนกัน แม้ว่าพวกเธอ จะไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ไม่ใช่คนที่อ่อนแอที่สุดเช่นกัน พลังในเลือดของ เทพเจ้ามีพลังมากจริงๆ
ในกลุ่มคนที่กลายเป็นเทพผู้มีพลังระดับเก้าคาเรนเป็นคนเดียวที่ดูไม่ได้ต่าง จากเดิมเลย หลังจากที่ได้พลังในระดับที่เก้าแล้วคาเรนไม่ได้ดีใจกับเรื่องที่เขา เจอเลย เขาออกจากมิติและไปอยู่กับการวิจัยของเขาในทันที
หลังจากที่พวกเขาได้เป็นเทพผู้มีพลังระดับเก้าแล้ว เจ่าไห่ก็ให้บล็อคและ
ร็อคไปที่เกาะทองคําทันทีและให้คุนเข้ามาและดื่มน้ําแห่งความว่างเปล่าเพื่อฝึกร่างกายก่อน
สิ่งที่เจ่าไห่ประหลายใจที่สุด คือการที่คุนได้เป็นเทพผู้มีพลังระดับเก้าได้ง่ายๆเขาใช้เวลาไม่นานร่างกายของเขาขับสิ่งสกปรกออกมา แต่ก็ไม่ได้เยอะเท่ากับลอร่าและคนอื่นๆ
หลังจากที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ่าไห่ก็เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น คุนอยู่ในระดับที่ แปดมานานแล้ว เขาต้องการแค่พลังอีกไม่มากที่จะทําให้เขากลายเป็นเทพผู้มี พลังระดับเก้า ในทางกลับกันลอร่าและคนอื่นๆ ต่างก็ต้องพึ่งพามิติเพื่อให้กลาย เป็นเทพผู้มีพลังระดับแปดให้เร็วที่สุด พวกเขาไม่ได้มีประสบการณ์ในการฝึกฝนและทุกๆ ก็เข้ามาฝืนฝนแล้วเจ่าไห่ก็เตรียมให้ทุกคนออกไปจากมิติ
เมื่อพร้อมกับเจ่าไห่ก็ให้น้ําแห่งความว่างเปล่าจํานวนมากแก่พวกเขาเพื่อนําไปให้เหล่าทาสหนึ่งร้ายคนที่พวกเขาเลือกไว้แล้ว เมื่อทาสได้สถานะเหมือนคน ทั่วไปแล้ว พวกเขาก็ตัดสินใจมอบทุกอย่างให้กับตระกูลบูดา พวกเขากลายเป็นเหมือนสมาชิกที่ภักดีต่อตระกูล เจ่าไห่ก็เลยอยากจะให้ของขวัญกับพวกเขา
เจ่าไห่ไม่ได้คิดเยอะเลยเรื่องคนเหล่านั้น เนื่องจากหนึ่งร้อยคนเหล่านี้มีความภักดีต่อเจ่าไห่ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเหล่านั้นจะได้รับของขวัญที่ดีที่สุด พวกเขาพิสูจน์ให้เจ่าไห่เห็นแล้วว่าพวกเขามีประโยชน์
ในขณะที่ปู่กรีนและยายเมอร์รินได้รับการฝึกแล้ว ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่เองก็ ไม่ได้ต้องการที่จะเดินทางด้วยเรือไปจนถึงทุ่งหญ้า เขาได้ใช้ประตูมิติเพื่อไปในสถานที่ที่ใกล้เผ่าเฮคัสมากที่สุด
ดูเหมือนว่าเผ่าเฮคัสจะดูดีขึ้นมากเมื่อได้รับการสนับสนุนจากเจ่าไห่ และพวกเขาไม่ได้รับความเสียหายอะไรจากสงครามที่ผ่านมา ตอนนี้พวกเขาฟื้นตัวอย่างช้าๆ
เจ่าไห่พาชิวและชุนหรือซูกะมาแค่สองคนในครั้งนี้ เจ่าไห่ชินแล้วกับการที่พา ทั้งสองคนมา แม้ว่าทั้งสองจะได้เป็นเทพผู้มีพลังระดับเก้าแล้ว แต่พวกเขาก็ยัง จงรักภักดีต่อเจ่าไห่ ทั้งสองคนรู้ดีถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเจ่าไห่
ตอนนี้นกอินทรีย์ของเจ่าไห่บินลงมาอยู่ที่หน้าเผ่าเฮคัสแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นเจ่าไห่ พวกเขาก็วิ่งมาหาเจ่าไห่ทันที
ตอนนี้เจ่าไห่เป็นเหมือนครอบครัวของเผ่าเฮคัส ตอนนี้เขาได้รับการยอมรับ
จากคนในเผ่าแล้ว เจ่าไห่สบายใจมากที่ได้มาหาพวกเขาที่นี่
เวลส์และคนอื่นๆ อยู่ในกระท่อมทองคํา เจ่าไห่ไม่ได้บอกให้พวกเขารู้ เจ่าไห่ ต้องการเข้าไปหาเลย เวลส์กําลังทําอะไรบางอย่างอยู่ในกระท่อม
เมื่อเวลส์ได้ยินว่าเจ่าไห่มา เขากําลังจะออกจากกระท่อมแต่เจ่าไห่ก็เข้ามา
ก่อน จากนั้นเวลส์ก็หัวเราะขณะที่เขากอดเจ่าไห่และพูดว่า “น้องชาย เจ้ามาที่นี่ ได้ยังไง? คิดถึงข้าไหม?”
เจ่าไห่กอดตอบเวลส์ก่อนที่เขาจะปล่อย จากนั้นหลังจากที่นั่งลงและดื่มไวน์นมร้อนๆ เจ่าไห่มองไปที่เวลส์และพูดว่า “พี่เวลส์ข้ามาที่นี่ครั้งนี้ก็เพราะข้ามาทํา ธุรกิจ”
เวลส์พูดต่อทันที “ธุรกิจ? ธุรกิจอะไรงั้นเหรอ? แต่ก็ไม่ต้องบอกข้าหรอกเจ้า แค่เอาสิ่งที่เจ้าต้องการไปได้เลย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้ารู้ แต่เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนจักรวรรดิพุทธ ต้องการให้ข้ามาที่ทุ่งหญ้าเพื่อซื้อสัตว์เวทย์เพื่อพวกเขา”
เวลส์มองเจ่าไห่ จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “พวกเขาต้องการซื้อสัตว์ เวทย์อะไร? ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แกะอย่างแน่นอน ไม่งั้นเจ้าก็ไม่จําเป็นต้องคุย เรื่องนี้กับข้า พวกเขาเหล่านั้นต้องการอะไร?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่เวลส์น่าจะรู้เกี่ยวกับม้าของจักรวรรดิพุทธ ตอนนี้ม้าที่ แข็งแกร่งของพวกเขาที่มีชื่อเสียงมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าม้าของพวกเขาจะ อ่อนแอลงและลดจํานวนลงเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้กําลังทางการทหารของพวกเขาลดลง พวกเขาก็เลยต้องการให้ข้ามาที่ทุ่งหญ้าและซื้อสัตว์เวทย์พวกวัว กระทิงและม้าที่มีระดับประมาณสี่ถึงห้า พวกเขาต้องการใช้เป็นพาหนะ”
เวลส์ขมวดคิ้วและพูดว่า “น้องไห่ เจ้าตกลงเรื่องนี้กับพวกเขาได้ยังไง? หากว่าพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น มันจะเป็นผลร้ายต่อชนเผ่าในทุ่งหญ้าเอานะ ข้าไม่อาจจะขายสัตว์เหล่านั้นให้กับพวกเขาได้
เจ่าไห่ย้ําและพูดว่า “พี่เวลส์ ท่านคิดมากเกินไป แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวก เขาจะเพิ่มขึ้น แต่อย่าลืมว่าจักรวรรดิพุทธอยู่ห่างจากทุ่งหญ้าไปไกลถึงสามประเทศ แม้ว่าพวกเขาต้องการที่จะมาทําสงครามที่นี่มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ เลย อีกอย่างท่านพี่อย่าลืมว่าในจักรวรรดิพุทธก็ยังมีเผ่าอื่นที่ไม่ใช่คนอยู่ด้วย”
เวลส์มองเจ่าไห่จากนั้นเขาก็มองไปที่เยลขณะที่ดวงตาของพวกเขาเป็น
ประกาย จากนั้นทั้งสองก็มองเจ่าไห่และพูดพร้อมกันว่า “คนแคระ!!”
เจ่าไห่หัวเราะและพูดว่า “ใช่เลย พวกเขาคือคนแคระ ข้าก็ได้ไปหาพวกเขามา แล้ว ด้วยความขอจากราชาชนเผ่า เขาต้องการให้ข้าไปซื้อเหล็กจากที่นั่นมา อย่างที่ท่านรู้คนแคระอยู่ที่จักรวรรดิพุทธ หากว่าเราไม่ทําตามจักรพรรดิมันอาจจะทําให้เราต้องเจอปัญหาในการค้าขายกับเหล่าคนแคระก็ได้