Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 589 อาวุธที่สาบสูญ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 589 อาวุธที่สาบสูญ
บทที่ 589 อาวุธที่สาบสูญ
เรื่องที่เจ่าไห่พูดออกมาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด จักรวรรดิพุทธดูแล
เหล็กของเผ่าคนแคระเป็นอย่างดี ถ้าหากว่าเจ่าไห่ซื้อเหล็กจากพวกเขาเยอะ เกินไปพวกเขาจะต้องรู้อย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าเจ่าไห่จะผ่านพวกเขาไปได้ แต่เจ่าไห่เองก็ไม่ได้ต้องการที่จะให้มันเป็นเช่นนั้น เจ่าไห่ไม่ได้ลืมว่าจักรวรรดิพุทธเองก็มีพ่อค้าที่อยู่ในทุ่งหญ้าด้วย เช่นกัน และพ่อค้าเหล่านั้นก็รู้จักกับเหล็กของคนแคระเป็นอย่างดี หากว่าพวก เขาพบว่าชนเผ่ามีเหล็กของคนแคระเป็นจํานวนมาก พวกเขาก็จะรู้ทันทีว่าชน เผ่าเหล่านี้เอาของพวกนี้มาจากที่ไหน และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ
หากว่าจักรวรรดิพุทธสั่งห้ามไม่ให้คนแคระทําการค้ากับเจ่าไห่ทุกอย่างก็ต้องลําบากมากแน่ๆ แม้ว่าคนแคระจะสนับสนุนเจ่าไห่ แต่สุดท้ายที่อยู่ของคนแคระก็ อยู่ในจักรวรรดิพุทธอยู่ดี หากว่าต้องมีสงครามกันมันคงจะไม่ดีนัก
นอกจากจะเป็นเจ้าชายแห่งชนเผ่าแล้ว เจ่าไห่ก็ยังได้เป็นผู้เฒ่าของเผ่าคน
แคระอีกด้วย ตอนนี้เจ่าไห่เพียงแค่ต้องให้ความสนใจกับชนเผ่าเท่านั้น เขายังต้องให้ความสนใจกับคนแคระด้วย และการที่จะไม่สนใจคนใกล้ตัวมันไม่ใช่ชีวิตของเจ่าไห่เลย เจ่าไห่จะต้องให้ความสําคัญของทั้งสองเผ่า หากว่าเป็นไปได้ด้วยดี การค้าของเจ่าไห่จะผ่านไปได้ด้วยดีเช่นกัน
เมื่อเวลส์ได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูด เขาก็ขมวดคิ้ว ก่อนที่เยลจะพูดว่า “ท่านผู้
เฒ่า ข้าเห็นด้วยกับแผนการของเจ่าไห่ที่จะทําการค้าสัตว์เวทย์ของเราในจักรวร รพดิพุทธ ซึ่งที่นั่นก็อยู่ไกลจากเรามากเกินไป มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะทําสงครามกับพวกเขา การทําสงครามกับจักรวรรดิอาร์ซู และจักรวรรดิโรเซ่น มันก็ดูจะเป็นไปได้ง่ายกว่าเยอะเลย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้สัตว์เวทย์ไปพวกเขา ก็ไม่ได้จะเป็นอันตรายกับพวกเราเลย และถ้าหากว่าพวกเขาคิดที่จะโจมตีพวก เราจากทะเลมันก็น่าจะต้องใช้เวลานานมากๆ ข้าคิดว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องมากังวลเลย นอกจากนี้พวกเราเองก็ยังขาดเหล็กเป็นจํานวนมาก หากเราใช้สัตว์ เวทย์เพื่อแลกกับเหล็กเหล่านั้นมันก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพื่อที่ความแข็งแกร่งของเผ่าเราจะเพิ่มขึ้น ซึ่งมันก็จะทําให้ไม่มีใครกล้าทําอะไรพวกเราได้ในอนาคต”
เวลส์เห็นว่าเจ่าไห่และเยลให้คําตอบที่น่าสนใจ เขาวางใจมากขึ้นกับเรื่องที่ ทั้งสองคนกําลังพูดออกมา หลังจากที่คิดตามอยู่สักพัก เวลส์ก็พยักหน้าและพูด ว่า “ได้ข้าตกลง แต่เจ่าไห่ เจ้าจะต้องดูแลเรื่องเหล็กของคนแคระให้ข้า”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “แน่นอน ข้าได้รับเหล็กมาบางส่วนแล้วตอนนี้อยู่ที่ข้า แต่ มันก็ไม่ได้เยอะอะไร และข้าเองก็ต้องเหลือไว้ให้กับราชาแห่งชนเผ่าด้วย ในครั้ง นี้ข้าอาจจะให้พี่หมดไม่ได้ แต่ก็สบายใจได้เลยเมื่อข้ากลับไปที่นั่นข้าจะเอา เหล็กมากให้พี่อีก”
เวลส์รู้ว่าเรื่องที่เจ่าไห่พูดนั้นเป็นความจริง เขาจึงไม่ได้สงสัยกับเรื่องนี้เลย เขาทําได้แค่พยักหน้าและพูดว่า “เอาเถอะ ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าจัดการเรื่องนี้วางใจได้เลยข้าจะนําเอาสัตว์เวทย์มาให้เจ้าเอง”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ได้เลย ข้าต้องขอบคุณพี่เวลส์สําหรับเรื่องนี้ด้วย จริงสิข้ามีเรื่องที่จะคุยกับท่านอีกเรื่อง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญมากๆ ท่านไม่ควรบอกเรื่องนี้กับใคร ผู้เฒ่าเยลก็เช่นกัน”
ตอนนี้ทั้งสองคนเห็นว่าเรื่องที่เจ่าไห่กําลังจะพูดมันดูเป็นเรื่องที่จริงจังมากๆที่สําคัญเจ่าไห่ยังบอกพวกเขาอีกว่านี่เป็นเรื่องที่สําคัญมาก พวกเขาพยักหน้า ตอบกลับเจ่าไห่ทันที เจ่าไห่บอกให้เวลส์สั่งคนอื่นๆ ให้ออกจากระยะที่พวกเขา อยู่ให้เหลือแค่พวกเขาสามคนเท่านั้น หลังจากที่คนอื่นๆ ออกไปแล้ว เจ่าไห่ก็ เล่าให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่เขาได้รู้มา
เมื่อได้ยินเรื่องเหล่านั้น เวลส์และเยลก็ขมวดคิ้วพร้อมกัน พวกเขาไม่คิดว่า เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ หากว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีส่วนที่เกี่ยวข้องจริงๆ ปัญหา ที่ใหญ่มากๆ ก็กําลังมาหาพวกเขา
หลังจากที่เจ่าไห่พูดจบ เวลส์ก็ยิ้มและพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้ามาที่นี่ในครั้งนี้ก็เพื่อ ตามหาอาวุธของชนเผ่าที่เป็นหอกและปลุกมันขึ้นมาใช่ไหม?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ใช่!! เรื่องนี้มันสําคัญมาก ข้าจึงต้องรีบไปที่เมืองของพระเจ้า หลังจากที่มาพบพี่ที่นี่”
เวลส์และเยลมองหน้ากัน จากนั้นเวลส์ก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ ข้า คิดว่าเจ้าน่าจะต้องผิดหวังกับการมาในครั้งนี้ หอกที่เป็นหอกศักดิ์สิทธิ์มันหายไปนานแล้ว!!”
เจ่าไห่มอง จากนั้นเขาก็พูดด้วยความตกใจ “หายไปงั้นหรอ? เป็นไปได้ยัง ไง? มันคืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าไม่ใช่หรอ? มันจะหายไปได้ยังไง? มันหาย ไปตั้งแต่ตอนไหน?”
เวลส์และเยลยิ้มและตอบว่า “เรื่องนี้เกิดขึ้นมากว่าห้าพันปีแล้ว ในบันทึกของ เรา ราชาชนเผ่าในสมัยนั้นต้องพิชิดทุ่งน้ําแข็งทางเหนือ เขาได้นําหอกศักดิ์สิทธิ์ ไปพร้อมกับคนในชนเผ่าหมื่นคนเดินทางในครั้งนั้น หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย”
“ห้าพันปี?!” เจ่าไห่พูดด้วยความตกใจ เขาไม่ได้คิดว่าอาวุธที่สําคัญขนาดนี้จะ หายไปนานกว่าห้าพันปี ยิ่งไปกว่านั้นมันหายไปในทุ่งน้ําแข็งทางเหนือ
เยลถอนหายใจแล้วพูดว่า “ห้าพันปีก่อน ตําแหน่งของราชาชนเผ่านั้นถูกตั้ง ขึ้นโดยคนที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนั้น เขาได้นําหอกไปยังทุ่งน้ําแข็งทางเหนือ และเมื่อพวกเขากลับมาและคนอื่นๆ รู้ว่าหอกนั้นได้หายไปพวกเขาทั้งหมดถูก เนรเทศไปยังทุ่งน้ําแข็งทางเหนือ พวกเขาจะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาเจอ หอกที่หายไปแล้วเท่านั้น และในตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ความเป็นอยู่ของพวกเขาอีกเลย”
เจ่าไห่ไม่คิดเลยว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นที่นี่ เจ่าไห่พูดออกมาว่า “ดูเหมือน ว่าข้าจะต้องเดินทางไปยังทุ่งน้ําแข็งด้วยตัวเองแล้ว”
เมื่อเวลส์ได้ยินเจ่าไห่พูด สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เขาตะโกนออกมาทันที ว่า “อะไรนะ! เจ่าไห่เจ้าพูดว่าจะไปที่ทุ่งน้ําแข็งงั้นเหรอ? มันไม่ได้เป็นความคิดที่ ดีเลย ที่นั่นมันอันตรายเกินไป เจ้าไปที่นั่นไม่ได้”
เจ่าไห่รู้ว่าเวลส์เห็นห่วงเขา เจ่าไห่ยิ้มและพูดออกมาว่า “พี่เวลส์ ผู้เฒ่าเยล
ข้าจะพาพวกท่านไปยังสถานที่ที่ไม่วาจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะไม่เป็นอะไร”
เวลส์และเยลมองหน้ากันก่อนที่จะพยักหน้าไปทางเจ่าไห่ และด้วยความตั้งใจเจ่าไห่พาเวลส์และเยลเข้าไปยังมิติ
มิติเป็นความลับที่ใหญ่ที่สุดของเจ่าไห่ เฉพาะคนที่เจ่าไห่ไว้ใจเท่านั้นที่จะรู้ว่าเรื่องเหล่านี้มันมีอยู่ เนื่องจากเจ่าไห่ได้อยู่กับเวลส์และเยลมานั้น เจ่าไห่วางใจ พวกเขาทั้งสองคน เจ่าไห่จึงได้พาพวกเขามายังมิติ
หลังจากที่เขามาข้างในแล้ว เจ่าไห่ก็บอกเวลส์และเยลเกี่ยวกับมิติของเขา จากนั้นเจ่าไห่ก็พาพวกเขาไปที่ฟาร์ม ต้นขนมปัง แล้วก็พาไปดูสัตว์เวทย์ที่เจ่าได้เลี้ยงเอาไว้
ในที่สุดทั้งสามคนก็ไปที่บ้านของเจ่าไห่ ซึ่งพวกเขาก็ได้เห็นลอร่าและคนอื่นๆ พวกผู้หญิงได้เตรียมโต๊ะไว้ให้พวกเขากินอาหารแล้ว หลังจากพวกเขานั่งลง เจ่า ไห่ก็ยกแก้วไวน์ของเขาไปที่เวลส์และเยลพร้อมกับพูดว่า “พี่เวลส์และผู้เฒ่าเยล ข้าต้องขอโทษที่เคยปิดบังเรื่องเหล่านี้กับท่านไว้ โปรดยกโทษให้ข้าด้วย
เวลส์ไม่ใช่คนที่โกรธใครง่ายๆ นอกจากนี้เขายังรู้ด้วยว่าความลับนี้มีความ สําคัญต่อการอยู่รอดของเจ่าไห่ เขาก็เลยไม่ได้โกรธเจ่าไห่เลย แต่เขากลับ หัวเราะออกมาและพูดว่า “ไม้เป็นไร น้องชายสถานที่แห่งนี้มันดีจริงๆ ข้าคนนี้ อาจจะต้องพึ่งพาเจ้าในอีกหลายๆ เรื่องเลย แล้วข้าจะโกรธเจ้าได้เช่นไร มาดื่มกันเถอะ!”
เจ่าไห่หัวเราะ และก็ดื่มไวน์ในมือพร้อมกับคนอื่นๆ เจ่าไห่กัยไปทางเวลส์และ พูดว่า “พี่เวลส์ ท่านเคยเห็นสัตว์เวลาของมิติแล้ว แม้แต่สัตว์ทั่วไปก็มีความแข็ง แกร่งมากๆ ข้ากําลังคิดที่จะมอบสัตว์ที่แข็งแกร่งระดับนี้ให้ท่านและดูกันว่าเผ่าของท่านพี่จะแข็งแกร่งได้ขนาดไหน? นอกจากนี้ข้าก็ยังสามารถทําให้สัตว์ที่ ท่านมีแข็งแกร่งขึ้นได้อีกด้วย ท่านคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้?”
เมื่อได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูด เวลส์ก็มองอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะหัวเราะและพูดว่า “ดีสิ มันดีมากๆ เลย ข้าจะไปดูว่าสัตว์ตัวไหนที่เหมาะกับพวกข้า แต่ข้าคิดว่าเรา ควรออกไปให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นเราจะทําให้คนอื่นๆ รอพวกเขาเตรียมงาน เลี้ยงให้กับเจ้าโดยเฉพาะเลย”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินเวลส์พูด เจ่าไห่ก็หันไปมองทันที มีคนจํานวนมากอยู่นอก เต็นท์ทองคําของเวลส์ พวกเขากําลังเตรียมอาหารที่แสนอร่อยมากมาย ดู
เหมือนว่าตอนนี้พวกเขากําลังเตรียมงานเลี้ยงและรอเพียงให้เจ่าไห่และคนอื่นๆออกมาจากเต็นท์ทองคํา
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เอาเถอะ งั้นเราไปกินเลี้ยงกัน เราไม่ควรปล่อยให้พวก เขารอนานเกินไป เอาไวน์พวกนี้ออกไปด้วย ให้ทุกคนได้ดื่ม”
เวลส์หัวเราะและพูดว่า “ได้สิ แต่ภรรยาของเจ้าอาจจะออกไปไม่ได้ ไม่งั้นคนอื่นๆ จะสงสัยเอาแต่ไม่ต้องห่วงข้าจะให้เจ่าไห่เอาแกะย่างเข้ามาให้กินกันในนี้”
เวลส์สนิทกับลอร่าและคนอื่นๆ เป็นอย่างดี และนอกจากความตรงไปตรงมา ของชนเผ่าแล้วพวกเขาก็ยังชอบเล่นมุกตลกกันอีกด้วย ลอร่าและคนอื่นๆ ก็รู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “ได้สิ พวกเราจะรอที่นี่” จากนั้นพวกเขาก็ยิ้มเมื่อทั้งสาม ออกไปจากมิติและเดินออกจากเต็นท์ทองคําไป
เนื่องจากเจ่าไห่ได้บอกเวลส์เกี่ยวกับความสามารถของมิติ ตอนนี้เวลส์ค่อนข้างมั่นใจในการเดินทางของเจ่าไห่ไปยังทุ่งน้ําแข็งแล้ว เขายังหวังว่าเจ่าไห่จะกลับมาพร้อมกับหอกแห่งเทพของชนเผ่าด้วย
ถ้าเจ่าไห่นําเอาหอกกลับมาได้ จะมีเรื่องที่ดีสองอย่างที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขาเรื่องแรกคือชนเผ่าจะได้หอกแห่งเทพกลับมาอีกคตรั้ง และอีกเรื่องคือเจ่าไห่จะได้รับตําแหน่งราชาของชนเผ่า สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์มากกับตัวของเจ่าไห่ที่จะทําเรื่องต่อไปในทุ่งหญ้า
ขณะที่ทั้งสามเดินออกไปข้างนอก คนอื่นๆ ในเผ่าก็เดินเข้ามาทักทายพวก เขาทันที ทุกคนทักทายเจ่าไห่ด้วยรอยยิ้ม พวกเขาชอบเจ่าไห่มาก ไม่ใช่เพราะ แค่เขาเป็นเจ้าชายของพวกเขาที่ช่วยเหลือพวกเขาในยามที่ลําบาก แต่เจ่าไห่ยังทําให้เผ่าของพวกเขามีชีวิตที่ดีมากๆ ดีกว่าเผ่าอื่นๆ ในทุ่งหญ้า