Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 587 – การค้า
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 587 – การค้า
บทที่ 587 – การค้า
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านไม่ต้องคิดมากเลย ตระกูลบูดาทําการค้าและธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว พวกเรามีความยุติธรรมมาก และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทําให้ชนเผ่าไว้ใจพวกเราตระกูลบูดา”
จักรพรรดิยิ้มและพูดว่า “อันที่จริงเจ้าไม่ต้องพูดขนาดนั้นก็ได้ ที่ข้าเชิญเจ้ามาที่นี่ก็เพราะว่าข้าต้องการที่จะคุยเรื่องธุรกิจกับเจ้า”
เจ่าไหมองและก็ตอบทันทีว่า “องค์จักรพรรดิบอกข้าได้เลยว่าท่านต้องการอะไร”
จักรพรรดิพยักหน้าและพูดว่า “เมื่อจักรวรรดิของเราถูกก่อตั้งขึ้นมา สิ่งที่เป็นเกียรติที่สุดของเราก็คือสัตว์เวทย์ที่เป็นม้า ในตอนนั้นไม่มีใครที่สามารถสู้กับพวกเราได้ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาม้าที่เป็นสัตว์เวทย์ของเราดูอ่อนแอลงมาก ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้จํานวนของพวกมันลดลงไปเรื่อยๆ นี่มันเป็นเรื่องที่สําคัญมากของจักรวรรดิ ข้าก็เลยอยากจะขอให้เจ้าหาและซื้อสัตว์เวทย์จากทุ่งหญ้าให้หน่อยได้ไหม? เจ้าคิดว่าพอจะเป็นไปได้ไหม?”
เจ่าไห่มองจากนั้นเขาก็คิดทันทีว่าจักรพรรดิกําลังบอกสถานการณ์ที่พวกเขากําลังพบเจอ ซึ่งจากสิ่งที่เขาเล่ามันก็ไม่ค่อยจะดีนัก ตอนนี้สัตว์เวทย์ของพวกเขาเริ่มน้อยลง นี่เป็นเรื่องที่เลวร้ายกับพวกเขามาก ในเวลานี้ไม่มีพ่อค้าคนไหนได้ทําธุรกิจหรือการค้ากับชนเผ่าได้เลยนอกจากตระกูลบูดา จักรพรรดิเลยคิดที่จะขอให้เจ่าไห่ช่วยพวกเขาและทําธุรกิจในเรื่องนี้
เจ่าไห่คิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะถามว่า “จักรพรรดิต้องการซื้อสัตว์เวทย์อะไรบ้าง? ที่นั่นมีสัตว์เวทย์มากมาย และแต่ละตัวก็มีความสามารถที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามชนเผ่าในทุ่งหญ้าจะให้ความสําคัญกับสัตว์เวทย์ของพวกเขามาก สําหรับคนทั่วไปการค้าในครั้งนี้มันคงจะง่ายมาก แต่ถ้าเป็นชนเผ่าในทุ่งหญ้ามันคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ ข้าเกรงว่าแม่แต่ข้าก็อาจจะทําไม่ได้ก็ได้”
จักรพรรดิไม่ได้โกรธที่เจ่าไห่พูดออกมา เขาทําได้แค่พยักหน้าและพูดว่า “เจ้าเป็นคนที่ตรงไปตรงมาจริงๆ สัตว์เวทย์ที่ข้าต้องการก็จะมีพวกวันหรือม้าเป็นหลัก เจ้าตกลงไหม?”
เจ่าไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบว่า “ข้าจะไม่ปิดบังความจริงกับองค์จักรพรรดิ ความสัมพันธ์ของข้ากับเผ่าวัวนั้นดีมาก ถ้าหากท่านต้องการวัว ข้าก็พอจะรับรองได้ว่าข้าจะซื้อมันกลับมาให้ท่านได้ อย่างไรก็ตามในเรื่องการซื้อม้า ข้าก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไหม ข้าไม่เคยติดต่อกับเผ่าม้าเลย ข้าเลยไม่ค่อยมั่นใจว่าข้าจะนํามันมาให้ท่านได้ไหม”
จักรพรรดิพนักหน้าและพูดว่า “สิ่งที่เจ้าพูดมันทําให้ข้าสบายใจแล้ว ข้าอยากจะให้เจ้าซื้อสัตว์เวทย์ระดับห้าเป็นอย่างน้อย ยิ่งซื้อได้มายิ่งดี ม้าก็เช่นกันข้าจะซื้อเท่าที่เจ้าสามารถหามาให้ข้าได้และข้าก็จะไม่โทษเจ้าถ้าหากว่าเจ้าซื้อมาไม่ได้”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “โปรดจงวางใจข้าเถอะ อย่างน้อยข้าก็สามารถซื้อวัวกลับมาได้ แต่สําหรับม้าน้าอาจจะต้องลงดูก่อนว่าทําได้ไหม”
จักรพรรดิยกแก้วไวน์และพูดว่า “ข้าต้องขอบคุณเจ้ามากๆ สําหรับเรื่องนี้ มั่นใจได้เลยว่าข้าที่เป็นจักรพรรดิจะตอบแทนเจ้าเป็นอย่างดี ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องราคาเลย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “องค์จักรพรรดิไม่ต้องทําขนาดนั้นก็ได้ เดิมทีข้าเป็นพ่อค้า ข้าดีใจมากที่ได้ทําการค้ากับท่านโปรดวางใจข้าได้ และองค์จักรพรรดิก็วางใจได้เลยว่าข้าจะขายในราคาที่ยุติธรรมที่สุด”
จักรพรรดิหัวเราะพร้อมกับพยักหน้าและพูดว่า “เอาเถอะ เจ้าทําให้ข้าสบายใจแล้ว คําพูดของเจ้าไม่ได้ทําให้ข้ารู้สึกว่าเจ้าเป็นพ่อค้าเลยจริงๆ พ่อค้าที่ข้าเคยพบมาแต่ละคนไม่ได้เหมือนกับเจ้าเลย พวกเขาคิดแต่จะเอาเงิน ขายของเกินราคา
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “จักรพรรดิอาจจะไม่รู้ ชนเผ่าในทุ่งหญ้าไม่ชอบอะไรที่ไม่ตรงไปตรงมา และคิดราคาแพงเกินไป หากว่าคิดที่จะไปท่ากําไรกับพวกเขา พวกเขาก็จะไม่ชอบคุณท่านที ตอนที่ข้าไปทําการค้าในทุ่งหญ้าข้าให้ราคาที่ยุติธรรมกับพวกเขาพร้อมกับสินค้าที่มีคุณภาพดีอีกด้วย ที่ก็เป็นอีกเหตุผลที่พวกเขาชอบที่จะทําธุรกิจกับข้า”
จักรพรรดิยิ้มและพูดว่า “ข้าเห็นว่ามีคนมากมายที่เข้าไปทําธุรกิจในทุ่งหญ้า แต่ก็มีคนไม่มาก นักที่คิดเหมือนกับเจ้า พวกเขาส่วนมากคิดแต่จะเอากําไรกับชนเผ่าเหล่านั้น ซึ่งพวกเขาไม่รู้เลยว่าชนเผ่าเหล่านั้นไม่ชอบเลย”
เจ่าไห่ตอบกลับทันที “จริงเหมือนกับที่องค์จักรพรรดิพูด และตอนนี้ที่สงครามของพวกเขาจบลงก็ไม่มีพ่อค้าคนนั้นกล้าไปที่ทุ่งหญ้าเลย ข้าคิดว่านี่น่าจะเป็นโอกาสที่ดีมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าไม่มั่นใจเลยว่าจะซื่อสัตว์เวทย์กับมาให้ท่านได้ไหม แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าพวกเขาคงจะเห็นด้วยกับการค้าในครั้งนี้แน่ๆ”
องค์จักรพรรดิหัวเราะเสียงดังและพูดว่า “เจ้าเป็นคนที่ฉลาดมากจริงๆ คนที่โง่คงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เจ้าเป็นชายที่เก่งมากจริงๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่คู่ควรกับค่าชมของท่านเลย ข้าเป็นเพียงพ่อค้าธรรมดา และพ่อค้าที่ทํากําไรได้เพียงน้อยนิดเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยต่อพ่อค้าหรือคนที่ทําธุรกิจ”
เสียงหัวเราะของจักรพรรดิดังขึ้นในขณะที่ยกแก้วไวน์ขึ้นและพูดว่า “การที่ได้คุยกับเจ้านี่เป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยคุยกับใครมาก่อนเลย ข้าหวังว่าจะได้เป็นเพื่อนกับเจ้า”
เจ่าไหรีบยกแก้วขึ้นและตอบว่า “ข้าไม่คู่ควรเลย องค์จักรพรรดิให้เกียรติข้าน้อยคนนี้เป็นอย่างมาก แท้จริงแล้วท่านไม่ต้องทําขนาดนั้นก็ได้ หากองค์จักรพรรดิต้องการอะไร โปรดอย่าลังเลที่จะบอกบ้า”
จักรพรรดิยิ้ม ขณะที่เขาดื่มไวน์ของเขาพร้อมกับเจ่าไห่ แม้ว่าพวกเขาจะคุยกันแบบธรรมดา แต่เสียงของพวกเขาก็ดังมากๆ อย่างไรก็ตามเมื่อเหล่าขุนนางได้เห็นความสัมพันธ์ของเจ่าไห่กับจักรพรรดิ แม้จะดื่มกันไปเยอะแล้วแต่พวกเขาก็ยังให้ความสนใจกับเรื่องที่พวกเขากําลังคุยกันอยู่
พวกเขามีความหวังกับเจ่าไห่อย่างมาก
หลายๆ คนรู้ว่าทําไมจักรพรรดิจึงเชิญเจ่าไห่มา ตอนนี้พวกเขาเห็นความเป็นเพื่อนของพวกเขาแล้ว ดูเหมือนว่าข้อตกลงของพวกเขาจะผ่านไปได้ด้วยดี
วิกฤตของพวกเขานั้นเป็นผลกระทบอย่างมาก ไม่ใช่แค่องค์จักรพรรดิเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงขุนนางด้วย เพราะเช่นนี้พวกเขาทุกคนจึงหวังว่าการทําข้อตกลงกับเจ่าไห่จะเป็นไปได้ด้วยดี
หลังจากงานเลี้ยงจบลง เจ่าไห่ก็ลาองค์จักรพรรดิ จักรพรรดิก็เลยให้ไอรอนวูดจัดหาห้องพักให้กับเจ่าไห่ เจ่าไห่ก็ไม่ได้ปฏิเสธค่าเชิญของจักรพรรดิ เขาเห็นว่าตอนนี้ลอร่าและคนอื่นๆ ยังไม่ได้ไปพักผ่อนเจ่าไห่ต้องการที่จะเจอพวกเธอก่อน
ที่พักแห่งนี้เป็นที่พักสําหรับแขกที่มาโดยเฉพาะจึงทําให้สถานที่แห่งนี้ถูกตกแต่งไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการทําความสะอาดอยู่ตลอดด้วย แม้ว่าเจ่าไห่จะไม่ใช่แขก แต่เขาก็ถูกต้อนรับเป็นอย่างดี มีที่พักดีๆ
หลังจากที่เข้าไปในห้องพักแล้ว เจ่าไห่ก็ไม่รอช้าและเข้าไปในมิติทันที เมื่อเข้ามาแล้วเจ่าไห่ก็เห็นลอร่าและคนอื่นๆ ในห้องนั่งเล่นและกําลังนั่งคุยกันอยู่
เมื่อเห็นเจ่าไห่มาถึงลอร่าและคนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นและออกไปหาเจ่าไห่ทันที ลอร่าพูดออกมาว่า “พี่ไห่ หลังจากที่ได้ดื่มเลือดจากบ่อโลหิตแล้ว มีสิ่งสกปรกมากมายออกมาจากร่างกายของเรา อย่างไรก็ตามเราไม่ได้มีพลังเท่ากับเทพผู้มีพลังระดับเก้า มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไรร่างกายของพวกเธอกําลังขับสิ่งสกปรกออก ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้มากนัก เธอสามารถดื่มน้ําแห่งมิติและกลับไปฝืนฝนได้อีก พี่แน่ใจว่าพวกเธอจะไปถึงระดับที่เก่าได้ เธอไม่ต้องรีบก็ได้พวกเธออาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย”
ขณะที่เจ่าไห่กําลังพูดอยู่นั้น เจ่าไห่ก็มองร่างกายของลอร่าและคนอื่นๆ ด้วยเจ่าไห่เห็นว่าตอนนี้ผิวของพวกเธอเหมือนกับน้ําเลยมันนิ่มมากๆ
เจ่าไห่รู้ดีว่าสาเหตุที่ของเรื่องนี้คือการขับสารพิษออกจากร่างกาย ดูเหมือนว่าพวกเธอมีสุภาพที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
เมื่อลอร่าได้ยินเจ่าไห่เธอก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าและพูดว่า “ฉันไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับร่างกายของฉันเลยจริงๆ แต่ฉันก็รู้สึกอ่อนแรงมาก วันนี้ฉันอยากจะพักผ่อนก่อนและพรุ่งนี้ก็ค่อยไปฝึก เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ได้สิ จะฝึกในวันพรุ่งนี้มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า จริงสิแล้วพวกของบล็อกและคนอื่นๆ เป็นยังไงบ้าง”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่บ่อน้ําพุร้อน พาคุฯพ่อไปอาบน้ํา
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “เป็นเรื่องที่ดี เมื่อพวกเขากลับมาพี่จะให้พวกเขาไปพักผ่อนด้วย พรุ่งนี้ก็ยังไม่สายที่จะฝึก” ลอร่าและคนอื่นๆ ก็พยักหน้าจากนั้นพวกเธอก็กลับไปพักผ่อนในห้องของตัวเอง
ขณะที่เจ่าไห่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นบล็อกและคนอื่นๆ ก็ออกมาพร้อมกับคาเรน ผิวของแต่ละคนดูดีมาก ดูเหมือนว่าน้ําในบ่อโลหิตได้ให้ประโยชน์กับพวกเขาอย่างมาก
หลังจากที่พวกเขานั่งลง เจ่าไห่ก็หันไปหาคาเรนและพูดว่า “พ่อตา ฉันเพิ่งได้ฟังจากลอร่าว่าร่างกายของท่านอ่อนแอ โปรดพักผ่อนก่อนแล้วค่อยฝึกพรุ่งนี้ ท่านคิดอย่างไรบ้าง?” คาเรนพยักหน้าและพูดว่า “ได้สิ ถ้าหากว่าฝึกกันตอนนี้เลยมันก็คงจะทําให้พวกเราต้องเหนื่อย มากแน่ๆ พรุ่งนี้ก็ค่อยๆ ฝึกแล้วกัน”
จากนั้นเจ่าไห่ก็หันไปหาบล็อกและพูดว่า “เจ้าไปพักผ่อนและพรุ่งนี้ก็ค่อยมาฝึกกันต่อ ไม่จําเป็นต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย อย่าคิดมากกับร่างกายไปพักผ่อนแล้วเดียวก็หาย”
บล็อกและคนอื่นๆ พยักหน้าจากนั้นพวกเขาก็หันหลังกลับเพื่อกลับไปยังห้องของตัวเอง หลังจากนั้นเจ่าไห่ก็เรียนเจ่าฉินอี้มาและพูดว่า “เจ้าฉินอี้นับจํานวนกระทิงเวทย์ระดับห้าที่เรามีและเหมาะสมที่จะไปยังจักรวรรดิพุทธด้วย”
เจ่าฉินอี้ตอบกลับทันที “นายน้อย ท่านไม่ได้วางแผนที่จะซื้อสัตว์เวทย์จากทุ่งหญ้างั้นเหรอ? ทําไมท่านถึงจะขายสัตว์ในมิติให้กับจักรวรรดิพุทธ?”
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “ข้าแค่ถามเพราะข้าวางแผนที่จะให้พี่ใหญ่ทําธุรกิจนี้ แต่เจ้าก็น่าจะรู้ว่าสัตว์จากทุ่งหญ้าอยู่ในดินแดนของคนไม่ได้ ข้ากําลังวางแผนที่จะซื้อสัตว์เวทย์จากพี่ใหญ่และเลี้ยงพวกมันในมิติในขณะที่ขายสัตว์เวทย์ที่มีอยู่ก่อนแล้วให้กับองค์จักรพรรดิ”
เจ่าไห่รู้ว่าธุรกิจสัตว์เวทย์นั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แม้ว่าเขาจะสามารถจัดการกับมันได้ด้วยตัวเอง แต่เจ่าไห่ก็ไม่อาจจะมองข้ามชนเผ่าของพี่เวลส์ได้ สําหรับพี่เวลส์แล้วธุรกิจนี้มีความสําคัญมากเพราะเผ่าเฮคัสเพิ่งเจอกับปัญหาใหญ่ ความแข็งแกร่งของพวกเขาลดลงเยอะมาก หากธุรกิจนี้ผ่านไปได้ดีก็จะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้
เจ่าฉินอี้พยักหน้าและคิดในใจก่อนที่จะพูดว่า “นายน้อย เรามีกระทิงจํานวนมากในมิติ แต่สัตว์เวทย์เหล่านั้นก็ล้วนเป็นวัวกระทิงทั่วๆ ไปข้าเกรงว่าสัตว์เหล่านี้จะดูแปลกไปจากที่ทุกคนเคยเห็น” จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ มีอะไรผิดพลาดก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ ช่วนนี้ก็ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับ