Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 586 – งานเลี้ยง
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 586 – งานเลี้ยง
บทที่ 586 – งานเลี้ยง
เจ่าไห่ไม่ได้ตื่นเต้นกับสิ่งที่ไอรอนวูดพูด เพราะว่าในทวีปนั้นมีคนไม่มากนักที่ไม่รู้จักสินค้าของตระกูลบูดา ในตอนนี้ตระกูลบูดาเป็นตระกูลพ่อค้าที่มีชื่อเสียงมาก
เมื่อก่อนตระกูลบูดาถูกมองข้ามไป แต่ตอนนี้พวกเขามีตระกูลมาร์กี้คอยซับพวกเขาแล้ว ไม่มีใครที่จะไม่รู้จักพวกเขา
ตระกูลมาร์กี้เมื่อก่อนเคยเป็นตระกูลพ่อค้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีป ร้านของพวกเขาและมิตรที่พวกเขามีไม่มีใครที่มีเหมือนกับพวกเขาเลย แม้ว่าตระกูลมาร์กี้จะลดอิทธิพลของเขาลง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลเสียต่อพวกเขาเลย ซึ่งในทางกับกันมันกับทําให้พวกเขายิ่งใหญ่มากขึ้นไปอีก
เมื่อก่อนตระกูลมาร์กี้ชอบเอาแต่ใจในการทําการค้ามาก แม้ว่าพวกเขาจะทํางานกับคนจํานวนมาก แต่ก็ใช่ว่าคนทุกคนจะชอบตระกูลมาร์กี้ ซึ่งมันก็เป็นเพราะว่าบางคนไม่ได้รับประโยชน์ที่เพียงพอที่พวกเขาจะได้รับ
แต่ในตอนนี้ตระกูลมาร์กี้มีความเป็นกลางและยุติธรรมมากๆ มันทําให้พวกเขาได้รับความชื่นชอบมาก แม้ว่าการค้าของพวกเขาจะลดลง แต่เงินที่พวกเขาได้มาจากการขายสินค้าของเฮแวน รวมถึงการค้าขายของพวกเขาในปัจจุบันทําให้พวกเขาทําผลกําไรในแต่ละวันของพวกเขายังเท่าเดิม
ในเวลาเดียวกันตระกูลบูดาที่มีเกาะทองค่าทําให้ผู้คนในทวีปอิจฉาพวกเขามาก เพราะตอนนี้เกาะทองค่าเป็นเหมือนศูนย์ที่สําคัญมาก ที่นั่นวุ่นวายมาก มีผู้คนเข้าออกที่นั่นเป็นจํานวนมากจึงทําใหใครๆ ก็ต้องการทําการค้าที่เกาะทองค่า
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นั้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทํากําไรและเรื่องที่ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นที่นั่น แท้จริงแล้วเป็นเพราะตระกูลบูดา ตระกูลบูดาได้จัดกิจกรรมมากมายที่เกาะทองคํา ตระกูลบูดาแสดงให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้พวกเขามีเทพผู้มีพลังระดับเก้ามากกว่าหนึ่งคนที่นอกเหนือจากเจ่าไห่ที่
เป็นนักเวทย์แห่งความมืดที่แข็งแกร่งมาก ว่ากันว่าตอนนี้กําลังรับของตระกูลบูดามากกว่าตระกูลอื่นๆ หลายเท่า นี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทําไมถึงไม่มีใครกล้าที่จะไปรบกวนพวกเขาเลย
ตอนนี้สถานะของตระกูลบูดานั้นสูงมากๆ แม้แต่จักรวรรดิก็ยังต้องคิดให้ดีก่อนที่จะทําอะไร
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เจ่าไห่เชื่อว่าสิ่งที่ไอรอนวูดพูดนั่นก็เพราะพวกเขาต้องการทําการค้ากับเจ่าไห่
ขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน ในที่สุดรถของพวกเขาก็ไม่ถึงคฤหาสน์ของเมือง รถม้าของพวกเขาผ่านเข้าไปยังด้านในทันที จากนั้นพวกเขาก็ลงจากรถและเดินเข้าไปในคฤหาสน์ทันที ในตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงแล้ว อย่างไรก็ตามคฤหาสน์ก็มีตะเกียงเวทย์จํานวนมาก ทําให้ทุกๆ ที่มีแสงสว่างเหมือนกับตอนกลางวัน ตอนนี้เจ่าไห่และไอรอนวูดเข้าไปถึงห้องรับแขกด้านในแล้ว
ดูเหมือนว่าคฤหาสน์ที่นี่มันก็เหมือนกับคฤหาสน์ที่จักรวรรดิโรเซ่นพื้นปูด้วยหินสีน้ําเงิน
ภายในมีต้นไม้อยู่หลายต้นแต่ก็ไม่ได้มีต้นไม่ใหญ่เลย ซึ่งนี่ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เจอได้ทุกคฤหาสน์ แม้ว่าต้นไม้จะสามารถโตได้ แต่ก็มีคนคอยตกแต่งอยู่ตลอด ทําให้ต้นไม้ไม่ได้โตเกินไป ตอนนี้พวกเขานั่งลงที่เก้าอี้ และเจ่าไห่เองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานี่เป็นเพราะเจ่าไห่ได้ยินเสียงดังในคฤหาสน์ เจ่าไห่อยากรู้มากว่านั่นเป็นเสียงของใคร ใครกันที่กล้าทําเสียงดังในคฤหาสน์แห่งนี้?
ไม่นานเสียงนั่นก็มาถึงที่หน้าประตู เมื่อชายคนนั้นมาถึงก็มีเสียงดังขึ้นมาว่า “ชายคนนี้คือเจ่าไห่แห่งตระกูลบูดา
มีคนจํานวนมากมาที่ห้องที่เจ่าไห่นั่งอยู่ พวกเขาเป็นขุนนางของจักรวรรดิพุทธ
ด้วยความคุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้ เจ่าไห่รู้ว่าจักรพรรดิกําลังจะจัดงานเลี้ยง ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลงที่จะมีเสียงดังมากอยู่อีกห้องหนึ่ง
เมื่อเดินไปยังอีกห้องแล้วเจ่าไห่เห็นบังลังก์ที่สูงมาก มันทํามาจากทองคําทั้งหมดและมีอัญมณีอยู่จํานวนมาก ซึ่งดูสวยและงดงามมาก
ชายที่นั่งอยู่บนนั้นเป็นคนที่ไม่ได้แก่เลย เขาอายุประมาณสี่สิบปีเท่านั้น อย่างไรก็ตามเขาเป็นชายที่สูงมาก จากที่ได้เห็นชายคนนี้สูงเกินสองเมตรแน่ๆ เขาน่าจะสูงพอๆ กับไอรอนวูด เจ่าไห่เข้าใจได้ทันทีว่าชายคนนี้น่าจะเป็นจักรพรรดิของจักรวรรดิพุทธ ไอรอนวูดก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับคํานับและพูดว่า “ข้ายินดีที่ได้พบกับท่าน”
ชายคนนั้นพยักหน้าและพูดว่า “เงยหน้าขึ้นเถอะ ไม่ต้องก้มและจงนั่งลง”
ไอรอนวูดพูดขึ้นทันทีว่า “ข้าขอบพระคุณท่านมาก” จากนั้นเขาก็ไปนั่งที่ๆ ยังว่างอยู่ จากนั้นเจ่าไห่ก็เดินไปข้างหน้าและคํานับ “ข้านายน้อยเจ่าไห่แห่งตระกูลบูดา ยินดีที่ได้พอท่าน”
จักรพรรดิมองไปที่เจ่าไห่พร้อมกับหัวเราเบาๆ “นายน้อยเจ่าไห่เจ้าไม่ต้องท่าเช่นนั้นหรอก การที่เจ้ามาที่นี่ข้าถือว่าเป็นเกียรติกับจักรวรรดิของข้ามาก”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าน้อยเจ่าไห่ได้มาทําการค้าแต่ไม่ได้แจ้งจักรพรรดิก่อน ข้าสมควรที่จะโดนลงโทษ”
จักรพรรดิมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เจ้าพูดอะไรออกมา? เจ้าเป็นเหมือนแขกผู้มีเกียรติของจักรวรรดิของข้า เจ้าไปนั่งก่อนเถอะแล้วเราจะกินข้าวกัน” จากนั้นไม่นานก็มีอาหารมาที่โต๊ะของพวกเขาทันที
ตอนนี้เจ่าไห่ได้นั่งโต๊ะเดียวกันกับจักรพรรดิ เจ่าไห่ดูเกรงใจมากๆ หลังจากที่ได้นั่งลง ตอนนี้มีคนมาเสิร์ฟไวน์ให้กับพวกเขาทันที
หลังจากที่เสิร์ฟอาหารและไวน์แล้ว จักรพรรดิก็ยกแก้วขึ้นและพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ขายินดีมากที่ได้ต้อนรับเจ้า”
และทุกๆ คนก็ยกแก้วขึ้นทันทีและพูดว่า “ไวน์นี้ให้กับเจ่าไห่!!”
เจ่าไห่พูดต่อว่า “ข้ารู้สึกดีใจมากที่ได้มาที่นี่” จากนั้นเจ่าไห่ก็ไวน์เข้าไปและเขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันมีรสชาติที่ดีมาก
จักรพรรดิก็เดิมไวน์ด้วยเช่นกัน จากนั้นเขาก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ ให้ข้าได้เสิร์ฟไวน์อีกแก้วกับเจ้าเถอะ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ขอบคุณฝ่าบาท” จากนั้นเขาก็ดื่มอีกแก้วหนึ่ง
หลังจากดื่มไว้แล้ว จักรพรรดิก็พูดว่า “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามาที่นี่เพื่อทําการค้าอะไร?”
เจ่าไห่ตอบกลับทันที “ข้ารู้ว่าท่านจะถามคําถามนี้กับข้า อันที่ท่านก็น่าจะรู้เรื่องในหุบเขาคนแคระอยู่แล้ว”
เจ่าไห่พูดต่ออีกว่า “ข้ามาที่นี่ก็เพื่อทําการค้ากับเผ่าคนแคระ ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาชอบไวน์ และข้าก็มีสินค้าเกี่ยวกับไวน์ด้วย ข้าก็เลยตั้งใจที่จะทําการค้ากับพวกเขา”
จักรพรรดิมองไปที่เจ่าไห่และถามว่า “เป็นไงบ้าง การค้าเป็นไปอย่างราบรื่นใช่ไหม?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ราบรื่นมาก แต่การค้าของข้ากับพวกคนแคระไม่ได้ใหญ่มากนัก ข้าแค่ต้องการแลกสิ่งของพวกเขาเท่านั้น”
จักรพรรดิยิ้มและพูดว่า “ถ้าเจ้าขายเครื่องเหล็กเหล่านั้นให้กับจักรวรรดิโรเซ่น เจ้าจะได้กําไรอย่างมหาศาลแน่นอน ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าไว้ก่อนเลยแล้วกัน”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ฝ่าบาทเข้าใจผิดแล้ว ข้ามีคนที่ต้องการขายเครื่องเหล็กเหล่านี้อยู่แล้ว แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ในจักรวรรดิโรเซ่น อันที่จริงจักรวรรดิโรเซ่นไม่ได้มีความต้องการเครื่องเหล็กมากนัก แม้ว่าเครื่องเหล็กที่ข้าได้มาจะทําโดยพวกคนแคระ สินค้าเหล่านั้นก็ยังดูธรรมดาเกินไป ข้าไม่คิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะขายได้กําไรมากนัก
จักรพรรดิมองแล้วถามว่า “ถ้าเจ้าไม่ขายให้จักรวรรดิโรเซ่น แล้วเจ้าจะขายให้กับใคร?” เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้ารู้ว่าฝ่าบาทได้ยินเรื่องนี้แล้ว ข้ามีการค้ากับชนเผ่าในทุ่งหญ้า ทุ่งหญ้ามีเหล็กไม่เพียงพอ ดังนั้นข้าจึงวางแผนที่จะนําเครื่องเหล็กเหล่านี้ไปยังทุ่งหญ้าข้าคิดว่าการค้าในครั้งนี้เป็นเรื่องที่สมดุลมากๆ คนแคระต้องการไวน์ส่วนชนเผ่าในทุ่งหญ้าต้องการเหล็ก” จักรพรรดิพยักหน้าและพูดว่า “ทําการค้ากับชนเผ่าได้ด้วย การค้าของเจ้านี่มันยิ่งใหญ่มากๆ เลย ข้าเองไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถทําเรื่องเหล่านี้ได้ทั้งหมด มันอัศจรรย์มาก”
เจ่าไห่พูดทันทีว่า “เวลาในการทําการค้ากับชนเผ่านั้นมีไม่มานัก อย่างไรก็ตามข้าก็ได้เข้าไปช่วยพวกเขาบ้างในบางครั้ง ทําให้พวกเขาเชื่อใจและยอมที่จะทําการค้ากับข้า และตอนนี้หลังสงคราม พวกเขาไม่ได้ต้องการอาหารมากนัก แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการกลับเป็นเหล็ก เดิมทีข้าแลกธัญพืชกับพวกเขา แต่ตอนนี้ข้าแลกได้เฉพาะเครื่องเหล็กบางชิ้นเท่านั้น บอกตามตรงเลยว่า
ข้าไม่ได้รับกําไรมากมายอะไรเลยกับการค้าในครั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการทําการค้าในครั้งนี้มันก็ไปหักเอากําไรของข้ามากแล้ว แต่ข้าเองก็ได้ทําข้อตกลงกับพวกเขาแล้วซึ่งไม่มีทางเลือกอื่นที่ข้าจะทําได้”
จักรพรรดิทําได้แค่ยิ้มและพูดว่า “ความสัมพันธ์ของเจ้ากับชนเผ่านั้นดีมากจริงๆ หลังสงครามมีพ่อค้าไม่มากที่สามารถมาค้าขายในทุ่งหญ้าได้ ในเวลาเดียวกันเจ้ากับกค้าขายเครื่องเหล็กกับ พวกเขาได้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเชื่อใจเจ้ามาก”
จบแล้วนะครับ ขอบคุณมากๆ นะครับที่ติดตามกันมา หากมีตรงไหนไม่ชอบบอกกันมาได้เลยนะครับ พร้อมแก้ไขครับ ช่วงนี้ก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคร้บ