Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 585 – คําเชิญ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 585 – คําเชิญ
บทที่ 585 – คําเชิญ
กรีนพยักหน้าและพูดว่า “เอาเถอะ ป้อมภูเขาเหล็กและเกาะทองคําต้องมีคนดูแล ไม่งั้นทั้งสองทีต้องวุ่นวายแน่ๆ ข้าคิดว่าเราจะต้องทํากันทีละคน เราจะให้ร็อกและบล็อคเริ่มไปก่อน เสร็จแล้วก็ต่อด้วยคุนได้เลย หลังจากจากนั้นก็ให้ทั้งสามไปที่ป้อมภูเขาเหล็กเพื่อไปดูแลแทนข้าและเมอร์ริน และคนที่เหลือก็เริ่มทําต่อได้ทันที”
ไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของกรีนเลย ไม่ว่าจะยังไงมิติก็ได้รับการอัพเกรดแล้ว พวกเขาไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเวลาเลยเพราะยังไงมิติก็ยังคงเป็นของเจ่าไห่
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “เอาเถอะ เราจะทําตามที่ปูกรีนบอก หลังจากที่ท่านกลับไปที่ภูเขาเหล็กแล้ว ก็ให้ทาสที่ซื่อสัตย์มาฝึกฝนเพื่อเป็นเทพผู้มีพลังระดับเก้า ซึ่งน้ําแห่งความว่างเปล่า สามารถเพิ่มความสามารถของพวกเขาได้ เลือกคนจากชนเผ่าที่เป็นทาสของเรามาด้วย ถ้าพวกเขามีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว มันก็จะทําให้พวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก และนี่จะเป็นประโยชน์กับเรา”
กรีนพยักหน้าและพูดว่า “อันที่จริงข้าได้มองไว้หลายคนแล้ว ข้าพอจะรู้จักทาสหนึ่งร้ายคนที่เหมาะจะได้รับพลังนี้ ซึ่งตอนนี้พวกเขาได้เป็นคนธรรมดาทั่วไปแล้ว และพวกเขาเองก็ภักดีต่อพวกเรามาก ข้าจะให้พวกเขาเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับการฝึกฝน
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ดี งั้นข้าจะให้ท่านปู่เป็นคนจัดการเรื่องนี้ไปเลย เอาเถอะทุกคนไป เดินเล่นในมิติที่เพิ่งอัพเกรดกันเถอะ แต่ละที่มันค่อนข้างดีมาก”
กรีนและคนอื่นๆ ทําตามทันที จากนั้นเจ่าไห่ก็พาพวกเขาไปยังดินแดนในมิติที่เพิ่งอัพเกรด ซึ่งที่เหล่านั้นก็เป็นสถานที่ที่ดีมากจริงๆ
หลังจากที่ไปเดินเล่นพื้นที่ใหม่ในมิติแล้ว เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็กลับไปที่บ้านพัก จากนั้นเจ่าไห่ก็ตักน้ําจากบ่อโลหิตให้ลอร่าและคนอื่นๆ ดื่ม ในเวลาเดียวกันปู่กรีน เมอร์รินและคนอื่นๆ ก็ออกจากมิไป
ลอร่าและคนอื่นๆ ค่อนข้างกลัว ผลจากการดื่มเลือดนั้นไม่ได้เหมือนกับการดื่มน้ําแห่งความว่างเปล่าของเจ่าไห่ ตอนนี้หลังจากที่ดื่มเลือดเข้าไปพวกเขาก็มีพลังระดับที่เก้าแล้ว แต่หลังจากที่ดื่มแล้วพวกเขาก็ต้องฝึกฝนเพื่อทําให้ความสามารถของพวกเธอแข็งแกร่งขึ้น
เมื่อลอร่าและคนอื่นๆ ดื่มน้ําจากบ่อโลหิตพวกเธอก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เรียกว่าพลังอยู่ในตัว พวกเธอรู้สึกว่าร่างกายของพวกเธอร้อนขึ้นเมื่อพลังฉีไหลเวียนในตัวของพวกเธอ พวกเธอรู้สึกเหมือนร่างกายจะถูกทําลาย
พวกเธอรู้สึกว่าผิวของพวกเธอกําลังจะขาดออก ดูเหมือนว่าร่างกายของพวกเธอจะไม่สามารถทนต่อพลังที่ได้รับมาได้
ลอร่าและคนอื่นๆ ไม่กล้าที่ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป ดังนั้นพวกเธอจึงใช้พลังเวทย์ในร่างกายของตัวเองทันที แต่เม็กที่เป็นจอมเวทย์พลังจึงไม่ได้เคลื่อนไปรอบๆ ร่างกายของเธอ เมื่อตอนนี้เธอเริ่มปวดหัวมาก มันเกือบทําให้เธอหมดสติ อย่างไรก็ตามเม็กรู้ว่าเธอไม่อาจจะหมดสติได้ในตอนนี้ ดังนั้นเธอทําได้แค่ต้องอดทนเท่านั้น
เม็กยอมทําทุกอย่างเพื่อให้สติของเธอกลับมา ในเวลาเดียวกันเธอก็ยังใช้พลังในตัวของตัวเองเพื่อไม่ให้อาการหนัก
คนอื่นๆ ก็ทําแบบเดียวกัน เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขา เจ่าไห่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เจ่าไห่รู้ได้ทันทีว่าช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดคือตอนนี้พวกเธอเริ่มดื่มน้ําเข้าไป
ในตอนนี้ขณะที่ท่าทางของพวกเธอยังดูเจ็บปวด แต่ก็ค่อยๆ ดีขึ้น เมื่อเห็นว่าพวกเธอเริ่มดีขึ้นแล้ว เจ่าไห่ก็ยิ้มแล้วออกจากมิติเพื่อกลับไปที่เรือ
เรือยังคงแล่นไปตามแม่น้ําพวกเขายังไม่ได้ออกสู่ทะเล แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องนี้ เพราะเขาเองได้เห็นแม่น้ําที่สวยงามทั้งสองฝั่ง ซึ่งไม่ว่าจะมองไปที่ทางไหนเมื่อมีหมู่บ้านก็จะต้องมีท่าเทียบเรืออยู่ทุกที ในเวลาเดียวกันก็มีเรือแล่นผ่านตลอดเวลา ภาพที่เขาเห็นตรงหน้ามันดูมีความวุ่นวายมาก
ขณะที่มองคนเหล่านั้น เจ่าไห่ก็ถอนหายใจ การที่ไม่ได้รับรู้เรื่องทั้งหมดมันทําให้มีความสุขได้จริงๆ คนเหล่านั้นต้องเป็นห่วงเรื่องอะไรเลย พวกเขาอาจจะต้องคิดมากแต่สักพักมันก็จะหายไป ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาคงรับเรื่องทั้งหมดที่เจ่าไห่เจอไม้ไหว แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา เจ่าไห่พบเจอเรื่องดีและก็เรื่องไม่ดี คนเหล่านั้นก็ต้องพบเหมือนกับเจ่าไห่เช่นกัน
ในอดีตขณะที่เจ่าไห่อยู่บนโลก เจ่าไห่ไม่เข้าใจว่าคนที่มีอํานาจทําไมต้องฆ่าตัวตายด้วย เจ่าไห่ไม่เข้าใจเลยว่าทําไมมันจะต้องเป็นเช่นนั้นด้วย แรงกดดันที่พวกเขาต้องแบกเอาไว้มันน่าจะต้องหนักมากงั้นเหรอ?
แต่หลังจากที่เข้ามาที่ทวีปอาร์ค โดยเฉพาะหลังจากที่เขาได้รู้เรื่องดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เจ่าไห่ก็เข้าใจว่าพวกเขาต้องรับแรงกดดันมากขนาดไหน
ความกดดันที่พวกเขาได้รับเหมือนกับภูเขากําลังอยู่ในอกของพวกเขา ตั้งแต่ที่ได้ยินเรื่องเหล่านั้น เจ่าไห่รู้สึกตอนว่าพวกเขามีภูเขานั้นอยู่ด้วย เจ่าไห่กลัวว่าวันหนึ่งเขาอาจจะทนไม่ไหวกับเรื่องนี้ก็ได้
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ่าไห่ก็ถอนหายใจอีกครั้ง เจ่าไห่มองเรือและผู้คนที่อยู่รอบๆ เรือของเขาและก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาพวกเขา เจ่าไห่ต้องการชีวิตแบบธรรมดามาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะห่างไกลจากเรื่องพวกนี้มาเรื่อยๆ
ตอนนี้เรือของเจ่าไห่เข้าใกล้แผ่นดินใหญ่แล้ว แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้วางแผนที่จะเทียบท่า เขารู้ว่าหลังจากเมืองนี้จะใช้เวลาอีกแค่สองวันพวกเขาก็จะไปถึงทะเลแล้ว เจ่าไห่ตั้งใจที่จะออกไปสู่ทะเลก่อน
อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ไม่ได้คิดว่าจะโช่เหล็กอยู่ข้างหน้าเรือของพวกเขา ดูเหมือนว่าจะมีคนไม่อยากให้พวกเขาผ่านไป
เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ่าไห่ก็ไม่ได้พูดอะไรและสั่งให้ซอมบี้หยุดเรือ เจ่าไห่ไปที่หัวเรือและมองที่โซ่นั่น
ดูเหมือนว่าจะมีเรือรบสองลําาดึงโซ่ไว้อยู่ ตราบนเรือเห็นเหมือนกับคนใส่ชุดเกราะ
เจ่าไห่คุ้นกับสัญลักษณ์นี้มาก นี่คือตราของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิพุทธ คนที่ต้องการหยุดเจ่าไหคือกองทัพเรือของจักรวรรดิจริงๆ
เจ่าไห่ทําได้แค่มอง เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร แต่เขาก็ไม่ได้เป็นห่วงมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ่าไห่อยู่เฉยๆ และรอให้พวกเขาเคลื่อนไหวก่อน
ตามที่คิดไว้เมื่อเรือของพวกเขาหยุด จู่ๆ ก็มีคนออกมาอยู่บนเรือลําทางขวา สิ่งที่แจ่าไห่เห็นก็ คือชายที่ใส่ชุดเกราะและคนที่ใส่ชุดจอมเวทย์ หลังจากที่พวกเขาออกมาอยู่บนเรือ ชายคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “นี่คือเรือของนายน้อยเจ่าไห่ของตระกูลบูดาใช่ไหม?”
เจ่าไห่มองไปที่เรืออีกล่าและตอบกลับไปว่า “ข้าคนนี้คือเจ่าไห่ ข้าอยากรู้ว่าทําไมต้องมาขวางทางการเดินเรือของข้าด้วย
ชายคนนั้นตอบกลับเจ่าไห่ทันที “ข้าเคยพบกับท่านแล้วนายน้อยเจ่าไห่ ข้าคือรองพลเรือโอไอรอนวูดแห่งจักรวรรดิพุทธ องค์จักรพรรดิให้ข้ามาเชิญเจ้าไปที่เมืองหลวง ข้าต้องขอโทษที่ทําให้ท่านต้องเจออะไรเช่นนี้”
เจ่าไห่มองเขาทําได้แค่ขมวดคิ้วเท่านั้น เพราะเขาเองก็รู้ว่าเขาต้องไป ไม่งั้นมันก็จะเหมือนว่าเข้าไม่ได้ให้เกียรติจักรพรรดิ ซึ่งมันคงไม่เป็นเรื่องที่ดีแน่ๆ หลังจากคิดอยู่พักหนึ่งเจ่าไห่ก็พยัก หน้าและพูดว่า “ได้สิ แต่ข้าต้องขอรบกวนท่านนําทางข้าไป ข้าจะตามหลังท่านไปเรื่อยๆ” หลังจากที่ได้ยินเจ่าไห่พูด ไอรอนวูดก็พูดต่อว่า “งั้นตามข้ามาได้เลย” หลังจากนั้นพวกเขาก็ เอาโว่ที่ขวางทางออก หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มนําทางให้กับเจ่าไห่ เจ่าไห่ไม่ได้รอช้าและตาม เรือของไอรอนวูดไปทันที
ที่ที่พวกเขาอยู่ตอนนี้ไม่ได้ไกลจากเมืองหลวงมากนัก แต่ยังไงก็ตามพวกเขาก็น่าจะต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งวันก่อนที่พวกเขาจะไปถึง
ตอนนี้พวกเขาก็ใกล้ถึงแล้ว เจ่าไห่ยืนอยู่บนเรือเขามองไปที่เมืองที่อยู่ตรงหน้าของเขา จักรวรรดิพุทธยินดีมากที่จะต้อนรับพวกของเจ่าไห่ ตอนนี้เรือของเจ่าไห่ก็มีเรืมแล่นมาอยู่ข้างๆ
เรือพวกเขาแล้ว แม้ว่าเจ่าไห่ต้องการจะหนีแต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถทําเช่นนั้นได้เลย
แต่เจ่าไห่เองก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก จักรวรรดิโรเซ่นเป็นจักรวรรดิที่มีอํานาจมากที่สุดในทวีป และเขาเป็นลูกเขยของจักรพรรดิ และก็ยังเป็นผู้เฒ่าแห่งตระกูลบูดาด้วย เจ่าไห่เชื่อว่าคนเหล่านี้จะทําอะไรพวกเขา
เรือทั้งสามลําค่อยๆ หยุดที่ท่าเทียบเรือ ซอมบี้เตรียมทางลงให้กับเจ่าไห่ ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่ก็พร้อมที่จะลงจากเรือแล้ว เจ่าไห่มองเห็นว่าในเรือที่อยู่ข้างๆ เขามีคนลงมาห้าคน สามคนแต่งชุดเกราะเต็มยศ และอีกสองค่าใส่ผ้าคลุมเวทย์มนตร์
หลังจากที่ทั้งห้าคนลงจากเรือ พวกเขาก็มาต้อนรับเจ่าไห่ทันที ทั้งห้าคนมาถึงหน้าของเจ่าไห่ ขณะที่ชายที่แข็งแกร่งคํานับเจ่าไห่และพูดว่า “ข้าน้อยไอรอนวูด ยินดีที่ได้พบท่านที่นี่นายน้อยเจ่าไห่”
เจ่าไห่มองไปที่ไอรอนวูด ดูเหมือนว่าเขาจะสูงประมาณสองเมตรเป็นได้ เกราะของเขามีสีเงิน และดูเหมือนว่ามันจะทําจากเหล็กที่ดีมากๆ เจ่าไห่รู้สึกแปลกๆ เจ่าไห่จําได้ว่าชายคนนี้คือรองพลเรือโท แล้วถ้าเขาตกลงไปในน้ําชุดเกราะเหล่านี้มันจะไม่เป็นภาระของพวกเขางั้นเหรอ?
แต่เจ่าไห่ก็ยังคงยิ้มพร้อมกับคํานับและพูดว่า “ข้าก็ยินดีเช่นกันที่ได้พบกับท่าน แต่ข้าคิดว่าข้าต้องหาอะไรผิดหรือไม่ท่านถึงต้องไปรับข้ามาด้วยตัวเอง?”
ไอรอนวูดตอบทันที “ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก องค์จักรพรรดิต้องการที่จะพบกับท่าน และข้าเองที่ท่าไม่ดีต่อท่านโปรดอภัยให้ขาด้วย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านไม่ได้ทําอะไรผิดหรอก ไม่ต้องขอโทษเราหรอก ข้าต้องขออภัยแทนภรรยาของข้าด้วย ตอนนี้พวกเธอกําลังฝึกฝนตัวเองอยู่และไม่น่าจะได้เข้าไปพบกับองค์จักรพรรดิ”
ไอรอนวูดตอบทันที “นายน้อยเจ่าไห่ไม่ต้องขออภัยข้าหรอก ในเมื่อภรรยาของท่านมีงานยุ่งข้างเองก็ไม่สามารถบังคับพวกเธอได้ นายน้อยพักผ่อนให้สบายใจเถอะ ข้าจะให้คนมาคอยดูแลท่าน และเพื่อดูแลความสงบให้ท่านด้วย”
เจ่าไหคํานับทันที “ข้าต้องขอบคุณท่านมากๆ รองพลเรือโท ข้าคิดว่าเราควรไปพบองค์จักรพรรดิกันเถอะ ข้าไม่ต้องการให้จักรพรรดิต้องรอนานๆ
ไอรอนวูดยิ้มและพูดว่า “ได้สิ ถ้าท่านต้องการเช่นนี้ โปรดตามข้ามาเลย” จากนั้นเขาก็พาเจ่าไห่ออกจากท่าเรือไปในเมือง ซึ่งโดยปกติแล้วที่นี่เป็นท่าเรือของขุนนางชั้นสูง แะนี่เองก็เป็นเหตุที่ว่าทําไม่ถึงไม่ค่อยมีคนอยู่ที่นี่ สถานที่แห่งนี้สะอาดมากๆ
เมื่อเจ่าไห่และคนอื่นๆ ออกจากท่าเรือ พวกเขาก็พบกับรถม้าทันที รถม้านี้ดูดีมาก มันมีตราของราชวงศ์ด้วย
เจ่าไห่รู้ทันทีว่ารถม้าคันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ก็นั่งได้คนที่จะสามารถขึ้นนั่งได้อย่างน้อยต้องเป็นเจ้าชาย
แน่นอนว่าไอรอนวูดก็ยิ้มให้กับเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยนี่เป็นรถส่วนตัวของจักรพรรดิ ไม่คิดว่าจักรพรรดิจะให้เอารถม้านี้มาใช้ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องที่เร่งด่วนมากๆ โปรดขึ้นรถม้าก่อนเถอะ” เจ่าไห่ขอบคุณและทําตามที่ไอรอนวูดบอกทันที ในรถนั้นดูดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งก็นุ่มมากๆ ขณะที่นั่งอยู่ในรถก็สัมผัสได้ว่ารถไม่สั่นเลย ดูเหมือนว่ารถม้านี้จะไม่ธรรมดาเลย นอกจากนี้ยังมีบางอย่างที่อยู่ในรถม้าและเจ่าไห่ไม่เคยเจอ เช่นเตากาต้มน้ํา หลังจากที่ไอรอ นวูดบนรถมา เขาก็ต้นน้ําให้กับเจ่าไห่ดื่มทันที
เจ่าไห่เห็นว่าการทําชากับกาต้มน้ําร้อนนั้นมันทําได้ไวมากๆ เขายังไม่ได้ทันทําอะไรเลยชาก็พร้อมดื่มแล้ว
รสชาติของชานี้กลมกล่อมเมื่อเทียบกับชาที่เจ่าไห่เคยดื่มมาก่อน ไอรอนวูดยื่นแก้วให้เจ่าไห่ และพูดว่า “เพื่อเป็นการขอบคุณที่ท่านมาที่นี่ ข้าพเจ้าขอมอบชาทองค่าแก้วนี้ให้ท่าน นี่เป็นสินค้าคุณภาพสูงที่ไม่ค่อยมีในทวีปนี้”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ดื่มชารสชาติดีแบบนี้ จริงสิข้าขอถามหน่อยได้ไหมว่าทําไมจักรพรรดิต้องการพบกับข้า?”
ไอรอนวูดยิ้มและพูดว่า “บอกตามตรง ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จากท่าทีของฝ่าบาท ดูเหมือนเขาจะมีความสุข ชื่อเสียงของนายน้อยได้กระจายทั่วทั้งทวีปแล้ว และตั้งแต่ที่ท่านมาที่นี่ จักรพรรดิไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะได้พบท่านผ่านไปแน่ๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “นั่นเป็นชื่อเสียงที่ไม่สมควรเลย หากลองคิดดูแล้ว เป็นความผิดของข้าเลยที่ไม่ได้แจ้งต่อจักรพรรดิก่อน”
ไอรอนวูดยิ้มและพูดว่า “ตระกูลบูดาเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของทวีป การที่ผู้เฒ่าเจ่าไห่มาที่จักรวรรดิด้วยตัวเอง มันก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ แล้ว อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจักรพรรดิต้องการที่จะร่วมการค้ากับท่าน”
จบแล้วนะครับ ขอบคุณมากๆ นะครับที่ติดตามกันมา หากมีตรงไหนไม่ชอบบอกกันมาได้เลยนะครับ พร้อมแก้ไขครับ ช่วงนี้ก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ