Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 581 — งานเลี้ยง
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 581 — งานเลี้ยง
บทที่ 581 — งานเลี้ยง
ขณะที่พวกเขากําลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทําให้พวกเขามองไปที่ประตูและบิลลี่ก็พูดขึ้นว่า “นั่นใคร?”
เสียงที่อยู่ข้างนอกประตูตอบกลับมาว่า “ผู้เฒ่า งานเลี้ยงของนายน้อยเจ่าไห่เตรียมเสร็จแล้ว” บิลลี่เอามือตีไปที่หัวของตัวเอง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะลืมเรื่องงานเลี้ยงไปเลย เรื่องที่พวกเขาคุยกันมันทําให้พวกเขาลืมทุกเรื่องไป
บิลลี่ตอบกลับทันทีว่า “ได้สิ เดี๋ยวพวกเราจะรีบไป เจ้าไปก่อนเลย” จากนั้นคนที่มาตามพวกเขาก็เดินกลับไปก่อน
บิลลี่หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “การส่งคนแคระไปยังดินแดนของเจ้ามันไม่ใช่ปัญหา เจ้าต้องการให้ส่งไปที่นั่นกี่คน?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มันเป็นเรื่องที่ดีมา แต่ดินแดนของข้าไม่ได้มีเหล็กจํานวนมาก ที่นั่นมีพืชผลและสินค้าแปรรูปเยอะมาก”
บิลลี่หัวเราะและพูดว่า “นั่นมันไม่ใช่ปัญหาเลย นอกจากนี้การที่เจ้าเป็นผู้เฒ่าของเผ่าคนแคระ แล้วมันจะดีมากสําหรับเรา อย่าลืมคําทํานายที่ว่าเจ้าจะเป็นราชาของทุกคนและเป็นฮีโร่ที่จะช่วยพวกเราทุกคน”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าสามารถเป็นฮีโร่ได้ แต่ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นราชาของทุกคนได้ มันเป็นความผิดของเหล่าอสูร พวกเราไม่ได้ทําอะไรเลยแต่พวกมันก็เข้ามายุ่งในชีวิตของเรา พูดได้เลยว่าพวกมันสารเลวมาก”
ปกติแล้วเจ่าไห่จะเป็นคนที่ระวังคําพูดที่ออกจากปากของเขา แต่ครั้งนี้เขาพูดมันออกมาจากใจ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะทําให้เขาโกรธมาก เจ่าไห่ไม่อาจจะทนได้
บิลลี่หัวเราะและพูดว่า “ดี เจ้าด่ามันได้ดีมาก พวกมันทุกคนไม่ใช่คนดีเลย ก่อนที่เจ้าจะกลับไปทุ่งหญ้าพวกเราก็มาดื่มกันก่อนเถอะ อย่าพึ่งคิดมากเพราะวันนี้มันเป็นวันแห่งความสุข” เจ่าไห่ไม่มาทางเลือกนอกจากต้องพยักหน้า ชูโน่ก็ยิ้มเช่นกัน จากนั้นทั้งสามก็เดินออกจาก ห้องทํางานของบิลลี่ไป อย่างไรก็ตามบิลลี่ก็ไม่ได้พาพวกเขาไปที่ห้องอาหาร แต่เขาพาพวกเขาไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์แทน
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา มันทําให้เจ่าไห่มองวิหารศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยโต๊ะจํานวนมาก คนแคระจํานวนมากนั่งอยู่ที่นี่ และก็ยังมีคนแคระที่เป็นผู้หญิงกําลังเสิร์ฟอาหารอยู่ด้วย
เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะหันหน้าหนี เขาเคนเห็นงานเลี้ยงแบบนี้มาก่อนแล้ว แต่เขาเองก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นงานเลี้ยงที่ใหญ่มากๆ ขนาดนี้กับเหล่าคนแคระ เจ่าไห่เห็นว่าลอร่าและคนอื่นๆก็อยู่ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น พวกเธอกําลังนั่งคุยอยู่กับคนแคระที่เป็นผู้หญิงอยู่
บิลลี่ไม่ได้พูดอะไรในขณะที่เขาดึงเจ่าไห่ให้นั่งที่โต๊ะที่ถูกเตรียมไว้เพื่อพวกเขา ในตอนนี้พวกเขาได้รับอาหารจากเผ่าคนแคระแล้ว
เจ่าไห่มองดูในงานก่อนที่จะหันไปหาบิลลี่และพูดว่า “ข้ามีไวน์เป็นจํานวนมาก ข้าสามารถเอาไวน์มาให้พวกเขาดื่มที่นี่ได้ไหม?”
บิลลี่หัวเราะและพูดว่า “มันจะเป็นเรื่องที่ดีมากเลย” จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นและตะโกนว่า “วันนี้เราฉลองงานเลี้ยงที่เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เฒ่าจากต่างดินแดนคนใหม่ของเผ่าคนแคระของเรา ผู้เฒ่า เจ่าไห่มีความสุขมากๆ และเขาก็ได้เตรียมไวน์เป็นจํานวนมากให้ทุกคนดื่มแล้ว!!”
ขณะที่บิลลี่พูดจบ ก็ได้ยิงเสียงปรบมือดังก้องไปทั่ววิหารศักดิ์สิทธิ์ เจ่าไห่ไม่รอช้าในขณะที่เขายิ้ม และโบกมือของเขานําเอาไวน์ออกมา ไวน์ที่เขานําออกมานั่นมีจํานวนเยอะมาก เจ่าไห่ตั้งใจนําไวน์ออกมาห้าร้อยถุง ซึ่งในถุงมีไวน์อยู่หนึ่งร้อยขวด ซึ่งที่นี่มีคนแคระอยู่ประมาณ 10,000 ตน ถ้าเจ่าไห่ไม่เอาออกมาขนาดนี้ ไวน์ก็จะไม่พอในงานเลี้ยงนี้อย่างแน่นอน
หลังจากที่เจ่าไห่เอาไวน์ออกมาคนแคระที่คอยเสิร์ฟก็มาเอาไวน์และรีบไปเสิร์ฟให้ทุกๆโต๊ะทันที เมื่อเห็นว่าคนแคระเหล่านี้ถือไวน์ของเจ่าไห่แล้ว เจ่าไห่ก็อดยิ้มไม่ได้ ดูเหมือนว่าแม้แต่คนแคระที่เป็นผู้หญิงของเผ่าก็มีความแข็งแกร่งมากๆ พวกเธอสามารถจับอาวุธและต่อสู้ได้ ความสามารถของพวกเธอไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ไม่ได้มีเวลามากพอที่จะจมอยู่กับความคิดของเขา แม้ว่าอาหารจะเสิร์ฟเสร็จแล้วเขาก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย ทุกคนถือไวน์ขณะที่มองไปยังโต๊ะที่บิลลี่นั่งอยู่ บิลลี่ยืนขึ้นและยกแก้วของเขาขึ้นขณะที่เขาพูดว่า “วันนี้เป็นวันที่ดี สําหรับเผ่าคนแคระของเรา เกือบ 300 ปีแล้วที่เราไม่ได้มีผู้เฒ่าจากต่างแดนคนใหม่ และตอนนี้เจ่าไห่ที่ยอมรับเป็นผู้เฒ่าจากต่างแดนของเราถือเป็นเกียรติอย่างมากต่อเผ่าคนแคระของเรา มาร่วมอวยพรให้ผู้เฒ่าเจ่าไห่ด้วย
กันเถอะ!!”
คนแคระทั้งหมดยืนขึ้นขณะที่พวกเขายกแก้วไวน์ขึ้นและพูดเสียงดังว่า “แด่ผู้เฒ่าเจ่าไห่”
เจ่าไห่ไม่คิดว่าจะถูกต้อนรับแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าคนแคระกับชนเผ่าในทุ่งหญ้านั้นต่างกันนิดหน่อยในเรื่องของความตรงไปตรงมา
เจ่าไห่ยกไวน์ขึ้นและตอบกลับว่า “การที่ได้เป็นผู้เฒ่าจากต่างแดนของเผ่าคนแคระเป็นเกียรติสําหรับตัวข้ามากๆ ข้าจะทําทุกอย่างเพื่อคนแคระให้ดีที่สุด!!” จากนั้นเจ่าไห่ก็ดื่มไวน์หมดแก้วในครั้งเดียว!!
จากนั้นบิลลี่และคนแคระคนอื่นๆ ก็ตะโกนว่า “ไชโย!” จากนั้นพวกเขาก็ดื่มไวน์ด้วย
หลังจากดื่มไวน์ไปหนึ่งแก้ว บิลลี่ก็เทไวน์แก้วที่สองให้กับตัวเองในขณะที่ยกแก้วขึ้นมาและ
พูดว่า “แก้วที่สองนี้เป็นการแสดงความเคารพต่อผู้เฒ่าชูโน่ ผู้เฒ่าชูโน่เป็นเพื่อนของข้ามานานมากแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้ช่วยพวกเราคนแคระมากนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่เขาก็พาเจ่าไห่มาให้พวกเรารู้จัก เพื่อแสดงความขอบคุณ ข้าจะขอให้ทุกคนดื่มไวน์ในแก้วที่สองพร้อมกันเพื่อให้กับผู้เฒ่าชูโน่ เขาเป็นเพื่อนที่แท้จริงของเผ่าคนแคระของเรา!!”
คนแคระคนอื่นๆ ที่เติมไวน์ในแก้วของตัวเองแล้วพูดว่า “แด่ผู้เฒ่าชูโน่!!”
ชูโน่รีบยกแก้วไวน์ขึ้นและพูดว่า “ตระกูลทาชิจะเป็นเพื่อนกับเผ่าคนแคระตลอดไป ไชโย!!” จากนั้นทุกคนก็ดื่มไวน์ในแก้วของตัวเอง
หลังจากดื่มไวน์แล้ว บิลลี่ก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่เหลืออีกแก้วหนึ่ง หลังจากนั้นก็จะเสร็จพิธีแล้ว”
เจ่าไห่พยักหน้า จากนั้นเขาก็ยกแก้วไวน์ขึ้นและพูดว่า “ข้าอยากจะขอบคุณผู้เฒ่าชูโน่ที่พาข้ามาที่นี่ และก็ขอขอบคุณเหล่าคนแคระที่
เชิญข้าเป็นผู้เฒ่าจากต่างแดน ข้าคนนี้อยากให้ทุกคนดื่ม เพื่อข้าอีกสักแก้ว ไชโย!!” จากนั้นพวกเขาก็พร้อมใจกันดื่มไวน์อีกแก้ว
เนื่องจากคนแคระคนอื่นๆ รู้ว่าพิธีจะเป็นเช่นไร พวกเขาก็เลยไม่นั่งลงก่อนหลังจากที่ดื่มไวน์แก้วที่สอง หลังจากที่พวกเขาได้ยินคําพูดของเจ่าไห่พวกเขาก็ตะโกนเสียงดังออกมาก่อนที่จะนั่งลงและกินอาหารที่อยู่บนโต๊ะของพวกเขา
หลังจากที่ทุกคนนั่งลงแล้ว เจ่าไห่ก็เห็นว่าคนแคระดื่มไวน์ไปสามแก้วแล้ว แม้ว่าแก้วของพวกเขาจะไม่ใหญ่มาก แต่ไวน์ที่พวกเขาดื่มก็ยังแรงมากกว่าปกติ จะรู้ได้เลยว่าคนไหนที่ยังยืนได้หลังจากดื่มไปหนึ่งแก้วแสดงว่าไม่ธรรมดาเลย
เจ่าไห่เห็นว่าคนแคระเหล่านี้เป็นคนที่ดื่มเก่งมากจริงๆ เจ่าไห่คิดกับตัวเองว่าเขาจะสามารถหาไวน์ให้คนแคระเหล่านี้เพียงพอไหม แต่ตอนนี้อาหารที่อยู่บนโต๊ะนั้นอร่อยมาก
อาหารเริ่มค่อยๆ หมดไปคนแคะจํานวนมากกินและดื่มอย่างมีความสุข และหลังจากงานเลี้ยงจบลง เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็กลับไปที่ห้องของตัวเองทันที
หลังจากกลับมากที่ห้องของพวกเขาแล้ว เจ่าไห่ก็ดื่มน้ําแห่งความว่างเปล่าทันที เนื่องจากการอัพเกรด าแห่งความว่างเปล่าแล้ว จึงมีประสิทธิภาพในการล้างพิษมากขึ้น มันทําให้ความเมาของเจ่าไห่หายไปทันที
ลอร่าและคนอื่นๆ ก็ดื่มกันคนละแก้งเช่นกัน จากนั้นหลังจากนั้นพวกเขาก็เข้าไปในมิติ เจ่าไห่ได้เล่าเรื่องค่าทํานายของคนแคระให้พวกเธอฟัง
ลอร่าและคนอื่นๆ ไม่ได้พูดอะไร ในขณะที่เจ่าไห่คุยกับพวกเขา ลอร่าก็พูดต่อว่า “ฉันคิดว่า โอกาสที่พี่ไห่จะเป็นคนในคําทํานายนั้นมีสูงมาก พี่ไห่รู้จักอาวุธศักดิ์สิทธิ์แล้ว บึงซากศพก็อยู่ในการควบคุมของเราแล้ว หากเรามองเรื่องเหล่านี้ มันอาจจะเกี่ยวข้างกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่ฉันคิดว่าพี่ไร่ต้องทําในตอนนี้คือไปยังดินแดนต้องห้ามทั้งห้าก่อน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าหากมองถึงความสามารถของพี่ไห่ในตอนนี้ พี่ไห่ก็จะได้นั่งบัลลังก์ของราชาตามคําทํานาย”
เจ่าไห่ยิ้มออกมาและพูดว่า “ที่จริงแล้วไม่ได้อยากให้เรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้นเลย แต่เท่าที่เห็นพี่คงไม่อาจจะหนีเรื่องนี้ได้ แต่เราไม่จําเป็นต้องคิดเรื่องพวกนี้ในตอนนี้ ยังไงก็ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมในวันต่อๆไป เราจะแลกเปลี่ยนสินค้าของเรากับพวกคนแคระก่อนที่เราจะออกเดินทางไปยังเกาะทองคํา หลังจากนั้นเราก็จะไปที่ทุ่งหญ้าเพื่อดูอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ในขณะที่ผู้เฒ่าบิลลี่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพวกเอลฟ์ได้ หากเราจัดการซ่อมอาวุธอีกสองชิ้นได้ เราก็พอจะมีทางในอนาคตต่อไป”
ลอร่าพยักหน้า “ฉันเห็นด้วย คู่ต่อสู้ของเราจะเป็นคนที่มีพลังระดับเทพเจ้า อาวุธเหล่านั้นจะรู้เรื่องของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างดี พวกเราจะต้องเตรียมรับมือในตอนนี้พวกมันมา”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “พวกเขาเป็นคนที่มีพลังเหมือนเทพเจ้า พวกเขาไม่ใช่คนที่พวกเราจะมองข้ามไป เนื่องจากอาวุธเหล่านั้นเคยต่อสู้กับพวกมันมาแล้ว ฉันคิดว่าอาวุธเหล่านั้นต้องมี
ประโยชน์สําหรับเราแน่ๆ”
เจ่าไห่พยักหน้า “ถ้าเราซ่อมอาวุธทั้งสามได้ เราก็จะสามารถไปยังดินแดนต้องห้ามอีกสี่แห่งและพิชิตที่นั่นได้เลย และที่นั่นน่าจะมีอะไรใหม่ที่ทําให้เราสามารถอัพเกรดมิติได้ด้วย” ในตอนนี้ลิซซี่ขมวดคิ้วขณะที่เธอพูดว่า “พี่ไห่ เราบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อได้ไหม? จะดีกว่าไหมถ้าเขารู้เรื่องนี้”
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอก ถ้าเราบอกพ่อตาตอนนี้ก็เป็นไปได้ที่คนอื่นจะรู้เรื่องนี้ ถ้ากิลแห่งความสว่างรู้ เราคงเจอกับปัญหาใหญ่แน่ๆ”
จบบทแล้วนะครับ ขออภัยหากมีตรงไหนแปลไม่ดีนะครับ ช่วงนี้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ