Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 580 – หอกเงิน
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 580 – หอกเงิน
บทที่ 580 – หอกเงิน
เมื่อได้ยินสิ่งที่บิลลี่พูด เจ่าไห่ก็ยิ้มออกมาและพูดว่า “นั่นมันไม่ใช่ปัญหาเลย ที่ที่ข้าจะพาพวกเขาไปไม่ใช่เกาะทองค่า แต่เป็นดินแดนของตระกูลบูดา ที่นั่นไม่มีใครอยู่นอกจากคนของตระกูลบูดาและเหล่าทาส”
บิลลี่และชูโน่มองไปที่เจ่าไห่พร้อมกัน จากนั้นดวงตาของทั้งสองก็ดูจะเป็นประกายมากๆ ไม่นานนักชูโน่ก็พูดว่า “เจ่าไห่ส่งทาสหนึ่งแสนคนของเจ้าไปที่นั่นงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะพูดว่า “ท่านพูดได้ถูกเลย ทาสของข้าถูกส่งไปที่นั่น ไม่ใช่แค่ทาสเหล่านั้นเท่านั้น แต่โรงบ่มไวน์และโรงงานของข้าก็อยู่ที่นั่นด้วย”
บิลลี่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเหล่านี้นัก แต่ชูโน่รู้ว่าเจ่าไห่ขายสินค้าหลายอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าของเฮแวนและอีกมากมายเจ่าไห่จะต้องมีโรงงานที่ใหญ่หรือต้องเยอะมากๆ ถึงจะสามารถผลิตออกมาได้ทัน
บิลลี่งงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “นอกจากเกาะทองค่าแล้วตระกูลบูดามีดินแดนอยู่ที่ไหนอีกงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีข้อมูลถึงการซื้อดินแดนของตระกูลบูดาในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาเลยนอกจากเกาะทองคํา”
เจ่าไห่มองด้วยร้อยยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่จําเป็นต้องซื้อดินแดนที่ไหนเลย ตระกูลบูดาของข้ามีดินแดนที่ใหญ่มากอยู่แล้ว จะไม่เสียดายแย่เลยหรอถ้าหากว่าไม่ได้ใช้มันให้เกิดประโยชน์เลย
ดินแดนของตระกูลบูดาใหญ่มากกว่าจักรวรรดิอาร์ซู”
บิลลี่และชูโน่มองเจ่าไห่ จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็พูดว่า “ดินแดนเดียวที่เจ่าไห่พูดถึงก็คือแดนทมิฬดินแดนแห่งนั้นเป็นดินแดนที่ใหญ่ที่สุดของทวีป ซึ่งเป็นของตระกูลบูดา”
อย่างไรก็ตามบิลลี่และชูโน่ต่างก็รู้ว่าถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลบูดา ทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่ชูโน่จะหันไปหาเจ่าไห่และถามว่า “เจ่าไห่ ดินแดนนั้นเต็มไปด้วยหมอกพิษของบึงซากศพไม่ใช่งั้นเหรอ? แล้วทําไมถึงสามารถอยู่ที่นั่นได้?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่ว่าจะพิษไหนๆ ก็ต้องมียาแก้พิษ ท่านทั้งสองลืมไปหรือเปล่าว่าไม้เท้าเวทย์ของข้ามาจากที่ไหน? แต่ก็ไม่ต้องสนหรอกรู้ไว้ว่าตอนนี้บึงซากศพอยู่ในการดูแลของตระกูลบูดาแล้ว”
บิลลี่และชูโน่ตัวสั่นไปหมด ทันใดนั้นพวกเขาก็จําคําทํานายของเผ่าคนแคระได้ หนึ่งในห้าดินแดนต้องห้ามจะถูกพิชิต!!
ตอนนี้บึงซากศพก็อยู่ในการดูและของตระกูลบูดา นี่มันก็หมายความว่าเขาได้พิชิตหนึ่งในดินแดนต้องห้ามแล้ว นี่เป็นสิ่งแรกในคําทํานายที่เกิดขึ้นจริง
ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยความตกใจ เจ่าไห่เองก็มองพวกเขาทั้งสองด้วยความงงเหมือนกัน เจ่าไห่รู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะต้องตกใจ แต่มันก็ไม่ได้มากเท่าที่เจ่าไห่คิดไว้ บิลลี่ถอนหายใจและพูดว่า “เจตจํานงของสวรรค์ นี่คือเจตจํานงของสวรรค์ใช่ไหม?” ชูโน่ถอนหายใจขณะที่เขาพูดว่า “ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเช่นนั้น ตอนนี้เราต้องรอข่าวจากพวกเอลฟ์ก่อน”
เจ่าไห่รู้สึกงงกับทั้งสองคน เจ่าไห่ถามทันทีว่า “เกิดอะไรขึ้น? ท่านพูดเรื่องอะไร?”
บิลลี่ถอนหายใจ จากนั้นเขาก็บอกเจ่าไห่เกี่ยวกับคําทํานายของเผ่าคนแคระของพวกเขา คําทํานายที่จะบอกเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ยาก ดังนั้นจึงไม่จําเป็นต้องพูดอะไรมากมาย เจ่าไห้ต้องการฟังเพื่อให้รู้ความเท่านั้น
ท่าทางของเจ่าไห่เปลี่ยนไป เจ่าไห่รู้เรื่องเหล่านี้มากกว่าชูโน่และบิลลี่ เพราะว่าชูโน่และบิลลี่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสงครามระหว่างชนเผ่าต่างๆ กับคนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์
บิลลี่มองไปที่ท่าทางของเจาไห่และคิดว่ามันเกิดจากคําทํานาย เขาก็เลยถอนหายใจและพูดว่า “ตอนนี้ข้าคิดว่ากษัตริย์ที่ถูกพูดถึงน่าจะเป็นเจ้า มันเป็นเพราะเจ้าได้ทําคําทํานายไปแล้วสองข้อ”
เจ่าไห่ยิ้มขณะที่ถอนหายใจ จากนั้นเขาก็หันไปมองทั้งสองก่อนที่จะพูดว่า “อันที่จริงๆ แม้ว่าข้าจะไม่รู้ค่าทํานายเหล่านี้ แต่ข้าก็รู้เรื่องบ้างอย่างมากกว่าท่านทั้งสองคน ในแดนสวรรค์….” จากนั้นเจ่าไห่ก็เล่าเรื่องเทพเจ้าที่เขาได้ยินจากฮาชิให้พวกเขาฟัง
หลังจากที่เจ่าไห่เล่าทุกอย่างให้บิลลี่ฟัง เจ่าไห่ก็พูดว่า “อันที่จริง ข้าได้ยินเรื่องทั้งหมดนี้มาจากค้อนวิเศษแล้ว ข้าแค่กลัวว่าคนจะรู้เรื่องมากไป ข้าก็เลยบอกไม่ให้บอกคนอื่น ดินแดนต้องห้ามของเผ่าคนแคระเป็นที่ที่เทพเจ้าได้รับบาดเจ็บ เลือดในนั้นไม่มีพิษ มันเป็นพลังของเทพเจ้าที่อยู่ในนั่นและมันรุนแรงมาก มันทําให้คนที่ไปโดนมันทนไม่ได้ ข้าไม่ได้บอกเรื่องนี้กับทุกคน เพราะข้าสงสัยว่าคนที่มีพลังระดับเทพเจ้าจะมีความเกี่ยวข้องกับกิลแห่งความสว่าง ถ้าเรื่องนี้ถูกประกาศออกไป มันอาจจะทําให้ไปถึงกิลแห่งความสว่าง ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเขาอาจจะส่งคนที่มีพลังระดับเทพเจ้ามาก็ได้ ซึ่งมันไกลกว่าที่เราจะรับมือได้ เรายังไม่มีกองกําลังที่มีความแข็งแกร่ง ข้าคิดว่าเราอาจจะต้องเจอกับการสูญเสียหากเราเผชิญหน้ากับพวกเขา ดังนั้นข้าก็เลยตั้งใจจะกลับไปศึกษาเกี่ยวกับเลือดของเทพเจ้าก่อน และดูว่าข้าสามารถผลิตยาที่สามารถทําให้คนทั่วไปมีระดับเก้าได้หรือไม่ หากเราทําสําเร็จ เราก็จะมีโอกาสต่อสู้กับคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้” บิลลี่และชูโน่พวกเขาไม่อาจจะอยู่เฉยได้อีกต่อไป หลังจากที่ได้ฟังเรื่องที่เจ่าไห่เล่า พวกเขาไม่คิดว่าเรื่องเหล่านี้จะมีจริงๆ ดูเหมือนว่าพวกเขาจ่าเป็นต้องเตรียมความพร้อมแล้ว หลังจากนั้นบิลลี่ก็ยืนขึ้นและพูดว่า “เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากกิลแห่งความสว่าง ข้าคิดมาตลอดว่าคนพวกนี้เป็นเหมือนไข่เน่าที่ไม่มีใครต้องการ ดูเหมือนว่าพวกเขากําลังจะทําเรื่องทั้งหมดนี้อย่างแน่นอน”
ท่าทางของชูโน่ก็ดูจริงจังมากเหมือนกัน ขณะที่เขาพูดไปด้วยว่า “ข้าคิดว่าสิ่งที่เจ่าไห่กําลังสงสัยอยู่น่าจะเป็นไปได้สูงมาก สิ่งที่กิลแห่งความสว่างพึ่งทําไปมันจะเป็นไปไม่ได้หากว่าพวกเขาไม่มีคนอยู่ข้างหลังพวกเขา เรื่องนี้มันกลายเป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ ถ้าพวกเขาส่งคนที่มีพลังระดับเทพเจ้าลงมากจริงๆ มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่ล่าบากมาก”
เจ่าไห่ถอนหายใจและพูดว่า “มันจะไม่ใช่แค่นั่นหรอก นจอกจากกิลแห่งความสว่างแล้วยังมีกลุ่มริวก้าอีกด้วย ข้าไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นกลุ่มกองกําลังแบบไหน แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมุ่งทําลายล้างทวีปในอดีตที่ผ่านมา เมื่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์ส่งคนที่มีพลังระดับเทพเจ้ามาทําลายอาวุธที่สามารถจัดการกับพวกเขาทั้งสามชิ้นได้ ข้าจะต้องซ่อมอาวุธ เพื่อที่พวกเราจะมีโอกาสเอาชนะได๋”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข้าจะซ่อมอาวุธเหล่านั้นได้ แต่ข้าเองก็คิดว่ามันก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยาก สําหรับเราก็เห็นแล้วว่าคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์รู้อยู่แล้วว่าพวกเรามีอาวุธทั้งสามนี้อยู่ หากพวกเขามาที่นี่จริงๆ ข้าคิดว่าพวกเขาก็ต้องมีแผนการรับมือกับอาวุธเหล่านี้อยู่แล้ว ชูโน่และบิลลี่ขมวดคิ้ว สีหน้าของพวกเขาดูไม่ค่อยดีนัก เรื่องนี้มันใหญ่มากๆ พวกเขาไม่สามารถจัดการได้เพียงลําพัง
เจ่าไห่มองไปที่ทั้งสองและพูดว่า “ข้าคิดว่าตอนนี้พวกเราอย่าพึ่งไปคิดถึงเรื่องนั้นเลย เราแค่ต้องหาทางแก้เพื่อจัดการกับเรื่องนี้ ข้าอยากจะขอให้ผู้เฒ่าบิลลี่ติดต่อกับเอลฟ์ให้เร็วที่สุด ในขณะที่ข้าไปที่ทุ่งหญ้าเพื่อไปดูหอกเงิน และถ้าเป็นไปได้ข้าจะไปซ่อมอาวุธของพวกเขา เมื่อถึงตอนนั้น เราจะได้ทําอะไรได้เร็วขึ้น แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เราไม่อาจบอกใครได้ แม้แต่คนที่เราไว้ใจ เรื่องที่พูดในวันนี้จะต้องอยู่แค่ที่นี่เท่านั้น พวกท่านทั้งสองคิดว่ายังไง?”
บิลลี่และชูโน่คิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะทําตามที่เจ่าไห่พูด และตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่สามารถทําอะไรไปได้มากกว่านี้ พวกเขาทําได้เพียงถอนหายใจและพูดว่า “เอาเถอะ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสิ่งที่เราหาได้ในตอนนี้”
เจ่าไห่มองไปที่หน้าของทั้งสองด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ท่านทั้งสองไม่ต้องเป็นห่วงมากขนาดนั้น ยาของตระกูลบูดานั้นมีหลายแบบ บางทีเราอาจจะสามารถใช้ประโยชน์จากเลือดของเทพเจ้า และสร้างคนที่มีพลังระดับเก้าได้ เมื่อถึงตอนนี้จริงๆ พวกเราก็จะสามารถรับมือกับการโจมตีของคนที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้”
บิลลี่และชูโน่อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา พวกเขาเข้าใจว่าคําพูดที่เจ่าไห่พูดเป็นเพียงคําพูดปลอมใจเท่านั้น ทันใดนั้นดวงตาของบิลลี่ก็เป็นประกาย เขาหันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ คําทํานายที่พูดถึงดินแดนต้องห้ามได้พูดนัยๆ มาว่าหากพิชิตทั้งห้าดินแดนได้ เจ้าอาจจะเจอกับประโยชน์บางอย่างที่สามารถช่วยเราจัดการเรื่องนี้ได้
ดวงตาของชูโน่ก็สว่างขึ้นเหมือนกัน “ใช่สิ เจ่าไห่ เจ้าทําได้ใช่ไหม? ถ้าเจ้าทําได้ เราก็จะมีความั่นใจมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับเทพเจ้า เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถทําได้ด้วยความสามารถที่มีไหม?”
เจ่าไห่กําลังคิดเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาทั้งสองพูด อันที่จริงแล้วเขายังต้องการสํารวจดินแดนทั้งห้าอยู่แล้ว แต่เขาไม่มีเวลา แต่หลังจากการพูดคุยในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าเจ่าไห่ต้องไปสํารวจในดินแดนต่างๆ แล้ว แต่ก่อนที่เจ่าไห่จะทําเช่นนั้นเขาต้องไปหาเหล่าเอลฟ์ก่อน หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ่าไห่ก็พยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ ถ้ามีโอกาสข้าจะไปอย่างแน่นอน แต่ข้าต้องไปที่ทุ่งหญ้าก่อนและดูว่าจะซ่อมหอกเงินได้ไหม ผู้เฒ่าบิลลี่ก็ต้องไปหาเอลฟ์
และดูว่าพวกเขาให้ข้าเข้าไปหาได้ไหม หลังจากที่ท่าเรื่องนี้แล้วข้าคิดว่ามันคงไม่สายเกินไปที่จะสํารวจดินแดนต้องห้ามทั้งหมด”
บิลลี่พยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะส่งข่าวไปให้พวกเอลฟ์ให้เร็วที่สุด ข้าจะขอพวกเขาก่อน ก่อนที่จะถามเรื่องต้นไม้แห่งชีวิตของพวกเขา หากต้นไม้ของพวกเขาแห้งหรือตาย คําทํานายก็อาจจะเป็นไปได้จริง”
เจ่าไห่และชูโน่พยักหน้า ภายในใจของพวกเขาหนักมาก ซึ่งมันก็ไม่ใช่เพราะเรื่องอะไรเลย แต่เป็นเรื่องของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คนพวกนั้นมีความแข็งแกร่งมากๆ หากวันหนึ่งพวกเขาต่อต้านคนเหล่านั้น พวกเขาต้องมีพลังในการรบมาก แต่มันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาไม่สามารถประเมินได้เลย
จบแล้วนะครับ ขอบคุณมากๆ นะครับ ช่วงนี้ก็ดูแลตัวเองด้วยนะครับ