Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 579 - ผู้เฒ่า
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 579 - ผู้เฒ่า
บทที่ 579 – ผู้เฒ่า
แม้ว่าชุดคลุมใหม่ของเจ่าไห่จะทําจากโลหะชนิดพิเศษ แต่ก็ไม่ได้ทําให้เจ่าไห่รู้สึกอึดอัดเลย
แต่เขากลับรู้สึกว่ามันใส่สบายมาก และมันก็มาพร้อมกับความอบอุ่นที่ทําให้เจ่าไห่รู้สึกดีมาก เจ่าไห่ที่กําลังใส่ชุดใหม่อยู่นั้น ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนกลับไปเป็นชุดเดิมแล้ว จากนั้นเขาก็หันไป หาลอร่าและคนอื่นๆ และพูดว่า “พวกเธอชอบชุดคลุมนี้ไหม?”
ลอร่าและคนอื่นๆ พยักหน้าด้วยความตื่นเต้น พวกเธอก็อยากมีชุดคลุมแบบเจ่าไห่เหมือนกัน พวกเธอก็สามารถเลือกได้เหมือนกัน แต่มันก็ไม่ใช่ตอนนี้
เจ่าไห่ยิ้มขณะที่หันไปหาเจ้าฉินอี้และพูดว่า “ตอนนี้ที่มิติได้รับการอัพเกรดแล้ว พวกเราสามารถปลูกพืชจากที่อื่นได้ไหม?”
เจ่าฉินอี้พยักหน้าและพูดว่า “ได้ มิติได้อัพเกรดแล้ว ซึ่งตอนนี้เราสามารถเพาะปลูกพืชบ้างชนิดได”
เจ่าไห่พยักหน้า “ดีสิ เจ้าไปดูเครื่องจักรแปรรูปด้วย ถ้าหากว่าสร้างเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นได้ ก็ปลูกมันในมิตินี้ได้เลย แล้วก็คอยดูแลและดูผลของมันด้วย และก็ดูด้วยว่ามีพืชที่เหมือนกับเกาะทองคําของเราไหม ถ้ามีก็ปลูกมันได้เลย เพราะพวกเราเองก็ต้องการมันมากๆ”
เจ่าฉินอี้ทําตามและพูดว่า “นายน้อยไปพักก่อนเถอะ ฉันจะดูแลเรื่องนี้ให้เอง”
เจ่าไห่พยักหน้า “ยังก่อน ข้ายังอยากเห็นว่าพื้นที่ส่วนไหนที่ข้าใช้ได้บ้างในตอนนี้” เจ่าฉินอี้พยักหน้าจากนั้นเธอก็ให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับพื้นที่ที่เจ่าไห่สามารถใช้ได้ แม้ว่าพื้นที่เหล่านั้นจะดูธรรมดา แต่ก็ยังมีความพิเศษอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น พื้นที่ทะเลทรายที่ไร้ประโยชน์มากหากว่าเจ่าไห่จะซื้อมัน
เจ่าไห่ต้องการพื้นที่ที่สามารถเพาะปลูกได้ แต่มันก็ยังมีพื้นที่อื่นให้เขาเลือกด้วย อย่างเช่น ภูเขา ทุ่งหญ้า และภูเขาที่มีแม่น้ํา
ซึ่งปกติแล้วเจ่าเองจะเป็นคนที่ฟังความคิดเห็นของภรรยาของเขา ลอร่าและคนอื่นๆ มีความสุขมากเมื่อได้เลือก และไม่นานนักพวกเธอก็เลือกกันเสร็จ
หลังจากเลือกพื้นที่แล้ว เจ่าไห่ก็หันไปหาเจ้าฉินอี้และพูดว่า “เจ่าฉินอี้แล้วเราจะใช้พื้นที่เหล่านี้ได้ยังไง?”
เจ่าฉินอี้ตอบทันที “เรื่องนี้ฉันจะจัดการให้ ถ้าหากว่านายน้อยต้องการจะไปที่ไหนนายน้อยก็สามารถไปได้เลย และฉันจะจัดระเบียบของต้นไม้และสัตว์เวทย์ในพื้นที่ต่างๆ ให้สมดุลกัน และทุกพื้นที่ก็จะเห็นถึงการเพาะปลูกอยู่ทุกที่ ที่สําคัญที่สุดแต่ละพื้นที่สามารถทําให้พืชเติบโตได้ไว้มาก”
เจ่าไห่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “นั่นมันไม่ใช่ปัญหา ข้าจะปล่อยให้เจ้าจัดการเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดเลย”
เจ่าฉินอี้พยักหน้า และในขณะที่เจ่าไห่กําลังจะพาลอร่าและคนอื่นๆ ไปสํารวจพื้นที่ใหม่เจ้าฉินอี้ก็พูดว่า “นายน้อย คนแคระได้ส่งคนมาหา
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นก็พาลอร่าและคนอื่นๆ ไปที่หุบเขาของคนแคระ น่าแปลกมากที่แม้ว่าเจ่าไห่จะกลายเป็นจอมเวทย์ที่มีพลังระดับเก้าแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย เจ่าไห่ยังคงเป็นเหมือนเดิม
หลังจากที่มิติอัพเกรดแล้วเจ่าไห่ก็รู้ว่าเขาสามารถใช้มิติเพื่อโจมตีได้ และมันก็เป็นเพราะเลือดของเทพเจ้าที่ทําให้เจ่าไห่สามารถใช้การโจมตีจากมิติได้ เจ่าไห่จะใช้เลือดที่มิติดูดเข้าไปออกมาเป็นตัวป้องกันและดูดพลังนั้นกลับไปเพื่อใช้ในการโจมตี
แต่เจ่าไห่เองก็ไม่ได้คิดที่จะใช้มัน เพราะเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้มันได้ยังไง ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่เจ่าไห่เองก็มีวิธีการโจมตีอยู่มากมาย และมันก็ไม่ใช่พลังที่ธรรมดาเลย
เจ่าไห่ยังขอให้เจ่าฉินอี้ทําลายขวดคริสตัลที่ใส่ดวงอาทิตย์เล็กๆ แต่เจ้าฉินอี้ก็ไม่สามารถทําได้ มันยิ่งทําให้เจ่าไห่มั่นใจว่าคนที่มีพลังระดับเทพเจ้าไม่สามารถทําลายร่างคริสตัลของเขาได้ แม้ว่าเขาจะได้เจอกับคนที่มีพลังระดับเทพเจ้า แต่เจ่าไห่ก็ยังไม่เห็นว่าเขาจะเอาชีวิตรอดมาได้ยังไงจากการต่อสู้
นอกจากนี้เจ่าไห่ยังไม่ได้ให้ลอร่าและคนอื่นๆ ดื่มเลือกของเทพเจ้าในตอนนี้ แม้ว่าตอนนี้พวกเธอจะกลายเป็นเทพผู้มีพลังระดับเก้าได้แล้ว แต่ลอร่าและคนอื่นๆก็ไม่ได้ฝึกฝนมาตลอดสิบวันที่พวกเขาอยู่กับคนแคระ ถ้าหากว่าพวกเธอก้าวหน้ามากเกินไปมันอาจเป็นเรื่องที่แปลกมากๆ ตอนนี้เจ่าไห่ก็ยังไม่ได้พาลอร่าและคนอื่นๆ ออกไป เมื่อออกจากมิติแล้วเจ่าไห่ก็ไปเปิดประตูเพื่อดูคนแคระ
เมื่อคนแคระเห็นเจ่าไห่เขาก็โค้งคํานับทันที และพูดว่า “ข้าได้รับค่าสั่งมาให้นายน้อยเจ่าไห่ไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ ผู้เฒ่าต้องการพบนายน้อย”
เจ่าไหมองอยู่สักพักก่อนที่เขาจะพยักหน้าและเดินไปที่วิหารพร้อมกับคนแคระ ในขณะที่กําลังเดินไปเจ่าไห่ก็สงสัยว่าบิลลี่ตั้งใจจะทําอะไร ในขณะเดียวกันเจ่าไห่ก็ต้องเก็บเรื่องเกี่ยวกับมิติไว้ในใจ และไม่นานพวกเขาก็มาถึงวิหาร
เมื่อมาถึงแล้วเจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่มอง ตอนนี้ในวิหารมีคนแคระอยู่เยอะมาก ยิ่งไปกว่านั้นแต่ละคนก็ดูไม่ธรรมดาเลย คนแคระเหล่านั้นมีผมสีขาว ใครเห็นก็รู้ว่าคนแคระเหล่านั้นเป็นผู้เฒ่าของเผ่า
เจ่าไห่เดินตามคนแคระและเข้าไปในวิหาร เจ่าไห่ไม่เข้าใจว่าทําไมเหล่าคนแคระถึงมารวมตัวกันเยอะขนาดนี้ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการชุมนุมอะไรสักอย่าง แล้วพวกเขาจะทําอะไรกัน? ไม่นานนักเจ่าไห่ก็เดินไปถึงแท่นบูชาที่มีค้อนว่างอยู่ เจ่าไห่เห็นบิลลี่และคนอื่นๆที่อยู่ที่นั่น มองมากที่เจ่าไหด้วยสายตาที่แสดงให้เห็นถึงความยินดี
เมื่อเจ่าไห่เห็นแบบนั้น เขาก็พอจะเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหมือนว่าตอนนี้บิลลี่จะได้บอกเรื่องของฮาชิกับพวกเขาแล้ว และก็เป็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้เป็นคนแคระที่มีตําแหน่งผู้เฒ่า แต่เจ่าไห่เจ่าไห่เองก็ไม่ได้พูดอะไร เจ่าไห่เดินเข้าไปหาบิลลี่และโค้งคํานับบิลลี่และผู้เฒ่าคนอื่นๆ จากนั้นคนแคระทุกคนก็คํานับเจ่าไห่เหมือนกัน
เจ่าไห่ก็ยังเห็นอีกว่าตอนนี้ลอร่าและคนอื่นๆ อยู่นอกวิหารรวมไปถึงชูโน่ด้วย และมันก็ทําให้เจ่าไห่สงสัยมาก
หลังจากที่ทักทายกันแล้ว บิลลี่ก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ ครั้งนี้เจ้าได้ช่วยเผ่าคนแคระของเราไว้เยอะมาก และพวกเราตกลงกันแล้วว่าจะให้เจ้าเป็นผู้เฒ่าต่างแดนของเผ่าคนแคระ และข้าก็จะขอให้เจ้ายอมรับมันด้วย” จากนั้นบิลลี่ก็คํานับเจ่าไห่
เจ่าไห่ตกใจมาก ตอนนี้เขายืนนิ่งไปชั่วขณะ เขาไม่คิดเลยว่าบิลลี่และผู้เฒ่าคนอื่นๆ จะตัดสินใจเช่นนี้
การที่เจ่าไห่ยืนนิ่งมันทําให้ชูโน่และคนอื่นๆ กลัว ชูโน่รู้จักคนแคระเหล่านั้นดี ถ้าหากว่าคนแคระเหล่านั้นต้องการให้คุณเป็นผู้เฒ่าต่างแดนของพวกเขา คุณก็ไม่ควรปฏิเสธพวกเขา เพราะพวกเขาจะคิดว่ามันคือการดูถูกพวกเขา ถ้าเจ่าไห่ไม่ทําตามที่บิลลี่พูดมันก็อาจจะทําให้เจ่าไห่ถูกตัดขาดก็เป็นได้
บิลลี่เองไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเจ่าไห่มาก่อนเลย นี่เป็นวิธีการแต่งตั้งผู้เฒ่าต่างแดนของพวกเขา
พวกเขาชอบดูท่าทีของคน ถ้าหากว่าพวกเขาบอกเจ่าไห่ก่อนมันก็จะให้เจ่าไห่เตรียมตัวมา แต่ถ้าบอกแบบกะทันหันแบบนี้มันจะทําให้พวกเขารู้ว่าใครคนนั้นที่พวกเขาเลือกอยากเป็นผู้เฒ่าหรือเปล่า
อันนี้จริงมันก็ดูเรื่องมากจริงๆ แต่คนแคระเหล่านี้คิดว่ามันเป้นสิ่งที่ดีที่พวกเขาต้องทํา พวกเขาก็เลยไม่มีทางเลือก และนี่ก็เป็นพิธีที่พวกเขาต้องรักษาเอาไว้ด้วย
เจ่าไห่เริ่มรู้สึกตัว เขามองไปที่บิลลี่ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เจ่าไห่จะตอบว่า “เอาสิ ข้าจะรับตําแหน่งนี้ด้วยความเคารพ ข้าจะเป็นผู้เฒ่าต่างแดน”
คําตอบของเจ่าไห่ทําให้ทุกคนดีใจมาก บิลลี่ยืนขึ้นก่อนจะหัวเราะและพูดว่า “เยี่ยมมาก!! ข้าขอให้เจ้าเคารพเทพผู้พิทักษ์ และรับสัญลักษณ์ของผู้เฒ่าต่างแตนของเราด้วย
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็หันไปเคารพค้อนก่อนที่จะรับสัญลักษณ์ที่เป็นทองสัมฟทธิ์
โบราณจากบิลลี่ สิ่งที่เจ่าไห่ได้รับมันทําให้เขาสนใจมาก เพราะมันทําจากทองสัมฤทธิ์ เจ่าไห่คิดว่ามันจะต้องมีน้ําหนักมากแน่ๆ แต่เมื่อเขาได้ถือมัน มันไม่ได้เป็นเหมือนกับสิ่งที่เขาคิดเลย น้ําหนักเบาเหมือนขนนก
ตําแหน่งที่เจ่าไห่ได้รับในครั้งนี้มันไม่ได้ค่อยไปกว่าเจ้าชายจากต่างแดนในทุ่งหญ้าของเจ่าไห่เลย นี่เป็นสิ่งที่สําคัญกับเจ่าไห่มาก
หลังจากที่เจ่าไห่ได้รับทองสัมฤทธิ์แล้วพิธีแต่งตั้งผู้เฒ่าต่างแดนก็เสร็จสมบูรณ์ แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้พูดอะไร
หลังจากที่เจ่าไห่ได้รับทองสัมฤทธิ์แล้ว ผู้เฒ่าคนแคระก็พูดว่า “ข้ายินดีที่ได้พบท่าน” เจ่าไห่มองและพูดขึ้นทันทีว่า “ได้โปรดลุกขึ้นกันก่อน” คนแคระลุกขึ้นก่อนที่จะพูดพร้อมกับบิลลี่ว่า “เตรียมงานเลี้ยงต้อนรับผู้เฒ่าคนใหม่ของเผ่าคนแคระของเรากันเถอะ!!”
คนแคระที่อยู่ที่นั่นท่าตามทันที ขณะที่พวกเขาหันหลังไปเพื่อที่จะออกไป ในตอนนี้บิลลี่ได้เชิญเจ่าไห่ไปที่ถ้ําของพวกเขา หลังจากที่ไปถึงแล้ว ตอนนี้พวกเขาก็อยู่กันแค่สามคน มีบิลลี่ ชูโน่และเจ่าไห่
หลังจากทั้งสามคนนั่งลง เจ่าไห่ก็ยิ้มให้บิลลี่และพูดว่า “ผู้เฒ่านี่มันกะทันหันมากเลย ท่านจะทํายังไงหากว่าข้าปฏิเสธ”
บิลลี่หัวเราะและพูดว่า “นี่คือประเพณีของคนแคระ หากว่าเจ้าปฏิเสธเจ้าก็จะไม่ได้เป็นมิตรกับพวกเรา แม้ว่าเจ้าจะช่วยเหลือพวกเรามากแค่ไหนก็ตาม”
ชูโน่มองไปที่เจ่าไห่ด้วยความอิจฉาก่อนที่เขาจะพูดว่า “เจ้าน่าจะมีความสุข เมื่อเจ้าเป็นผู้เฒ่าของคนแคระแล้ว เจ้าจะได้รับประโยชน์มากมายในอนาคต ความสัมพันธ์ของข้าและบิลลี่มันดีมาตลอด แต่ข้าเองก็ยังไม่ได้เป็นผู้เฒ่าของพวกเขาเลย”
บิลลี่ยิ้มและพูดว่า “น่าเสียดายที่เรื่องของผู้เฒ่าต่างแดนมันไม่ใช่สิ่งที่ข้าสามารถตัดสินใจคนเดียวได้ การตัดสินใจจะต้องผ่านการตกลงของผู้เฒ่าทุกคน เจ่าไห่ช่วยเหลือพวกเราเยอะมาก ซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่ให้ตําแหน่งนี้กับเจ่าไห่”
จากนั้นบิลลี่ก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “จริงสิ เจ้าไม่ใช่คนขี้เกรงใจงั้นเหรอ? ปกติแล้วคนทั่วไปจะปฏิเสธมันทันที แล้วทําไมเจ้าถึงไม่ทําเช่นนั้น?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านน่าจะลืมไปเพราะข้าเองก็เป็นเจ้าชายต่างแดนของเผ่าเฮคัสเหมือนกัน ข้ามีประสบการณ์เรื่องนี้แล้ว ข้ารู้ว่าถ้าปฏิเสธมันจะเป็นเหมือนการดูถูกเผ่าคนแคระ ข้าก็เลยยอมรับตาแหน่งนี้”
บิลลี่หัวเราะและพูดว่า “มันชั่งเป็นประสบการณ์ที่ดีจริงๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ มันเป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ เมื่อเจ้าเป็นผู้เฒ่าของเราแล้ว เรื่องไวน์เจ้าก็ต้องดูแลพวกเราด้วย”
เจ่าไห่อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เขารู้สึกเหมือนว่าเขาได้ทําอะไรผิดไปแล้ว เขากลายเป็นผู้เฒ่าต่างแดนของเผ่าคนแคระ เจ่าไห่ก็ต้องรับผิดชอบเรื่องไวน์ของพวกเขา
แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้เป็นห่วง แม้ว่าชนเผ่าในทุ่งหญ้าจะไม่สามารถส่งผลผลิตให้กับเจ่าไห่ได้ทัน แต่เจ่าไห่ก็มีพื้นที่ที่สามารถเลี้ยงแพะและวัวได้ มันน่าจะทําให้การผลิตนมเพิ่มขึ้นได้
บิลลี่ยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงเราจะไม่ดื่มไวน์ของเจ้าฟรีๆ เราจะแลกเปลี่ยนด้วยเครื่องเหล็ก แต่เนื่องจากเจ้าเป็นผู้เฒ่าของเราเจ้าก็ไม่ควรขายมันเหมือนกับที่ขายข้างนอก เจ้าควรขายให้ถูกลง และเราก็จะขายเหล็กเหล่านั้นให้เจ้าในราคาที่ถูกลงด้วย จะได้ไม่เป็นการเอาเปรียบกัน” เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้ข้าขาดกําลังคน ข้าก็เลยยังไม่มีวิธีผลิตไวน์นม จํานวนมากได้ ยิ่งไปกว่านั้นผลผลิตไวน์นมของทุ่งหญ้านั่นค่อนข้างช้า ซึ่งไวน์ที่ข้าให้ได้มันก็มีไม่มาก”
บิลลี่และชูโน่พยักหน้า เจ่าไห่มองตาพวกเขาก่อนที่จะพูดว่า “ผู้เฒ่าข้ามีเรื่องจะขอความช่วยเหลือจากท่าน
บิลลี่มองจากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “เจ้าเป็นเผู้เฒ่าต่างแดนของเรา ตอนนี้เจ้าเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของเราแล้ว บอกมาได้เลยว่าเจ้าต้องการอะไร?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าต้องการให้คนแคระส่วนหนึ่งไปในดินแดนของข้า ช่วยข้าผลิตเครื่องเหล็ก มันพอจะเป็นไปได้ไหม?”
เมื่อเขาได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่ขอ บิลลี่ก็อ้าปากค้างๆ จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “ข้าเกรงว่า มันจะเป็นเรื่องยาก เจ้าน่าจะรู้ว่ามีผู้คนมากมายที่เกาะทองคํา การที่พวกเขาได้เจอคนแคระที่นั่น มันจะเป็นเรื่องใหญ่มากเลยนะ”
จบแล้วนะครับ ขอบคุณมากๆนะครับ มีอะไรที่ไม่ชอบสามารถบอกในเพจได้เลยนะครับ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ