Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 578 - ความสามารถ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 578 - ความสามารถ
บทที่ 578 – ความสามารถ
เจ่าไห่ยังถามอีกว่า “จริงสิแล้วเหล่าซอมบี้หล่ะ? ข้าเหมือนจะได้ยินว่าพวกซอมบี้ก็ได้รับการอัพเกรดแล้ว ตอนนี้ซอมบี้เหล่านั้นอยู่ในระดับไหนแล้ว”
เมื่อเจ้าฉินอี้ได้ยินเช่นนั้น เธอก็อดขําาไม่ได้ จากนั้นเธอก็ยิ้มให้เจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ ตอนนี้เหล่าซอมบี้เหล่านั้นอยู่ในระดับที่เก้าแล้ว!!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลอร่าและคนอื่นๆ ดีใจมากๆ ซอมบี้เหล่านั้นอัพเกรดไปถึงระดับที่เก้าแล้ว จริงเหรอ? นั่นก็แปลว่าตอนนี้พี่ไห่มีกองกําลังที่ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่เก้ามากกว่าหนึ่งคนใช่ไหม?
ผู้แข็งแกร่งมากว่า 1 ล้านคน นี่มันเป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ ถ้าหากเจ่าไห่ปล่อยซอมบี้ออกมา ทั้งหมดในตอนนี้การที่จะควบคุมจักรวรรดิมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ก็ไม่ได้มีความคิดเช่นนั้นอยู่แล้ว เจ่าไห่รู้ดีว่าความคิดนี้มันยังไม่สามารถนํามาใช้ได้ เพราะถ้าหากคนที่มีพลังอยู่ในระดับจอมเทพแล้ว รู้เรื่องนี้และกิลแห่งความสว่างรู้เรื่องนี้ มันก็จะทําให้พวกเขาเหล่านั้นหันมาจัดการกับเจ่าไห่ได้
เจ่าไห่อาจจะเลิกสนใจกิลแห่งความสว่างไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ละเลยคนที่อยู่เบื้องหลังของกิลแห่งความสว่าง ฮะซิได้บอกกับเจ่าไห่เกี่ยวกับเทพเจ้าที่แข็งแกร่ง ตอนนี้พวกเขาก็มีพลังอยู่ในระดับที่ห้าแล้ว เมื่อโตก็จะอยู่ในระดับที่เก้า พวกเขาฝึกฝนอีกนิดก็มีความแข็งแกร่งระดับจอมเทพแล้ว ถ้าหากคนเหล่านั้นมาที่นี่ซอมบี้ของเจ่าไห่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
เจ่าไห่หันไปหาเจ่าฉินอี้และพูดว่า “แล้วมิติหล่ะ? อัพเกรดไปถึงไหนแล้ว”
เจ่าฉินอี้หันมายิ้มให้กับเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ ตอนนี้ดินแดนต่างๆ ได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก พืชที่ใช้เวลาประมาณแปดชั่วโมงกว่าจะเติบโต ตอนนี้มันใช้เวลาแค่ 48 นาทีเท่านั้น สัตว์เวทย์ก็ได้รับการอัพเกรดแล้วเช่นกัน ตอนนี้สัตว์เวทย์ความแข็งแกร่งเริ่มต้นก็อยู่ที่ระดับที่เจ็ดถึงแปดแล้ว แต่ตัวที่มีขั้นสูงก็อยู่ในระดับที่เก้า แต่อินทรีย์ของเจ่าไห่นั้นอยู่ในระดับที่แปดเท่านั้น แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็เถอะ มันก็ได้รับการพัฒนาแล้ว เมื่อก่อนพวกมันสามารถขนได้แค่คนเท่านั้น แต่ตอนี้มันสามารถขนคนได้หลายๆคนและยังรวมไปถึงขนสิ่งของได้เป็นจํานวนมากด้วย นอกจากนี้สัตว์เวทย์ยังสามารถกลายเป็นสัตว์อสูรได้ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ตัวไหน พวกมันสามารถเปลี่ยนร่างกายตัวเองเป็นอาวุธหรือชุดเกราะได้ นอกจากนี้พวกเราก็ควรดูแลต้นขนมปังที่ เราปลูกไว้ให้ดี ต้นไม้เหล่านั้นมีความรู้สึกเหมือนกับฉัน”
เจ่าไห่ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากๆ เขาไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายขนาดนี้ ยิ่ฃไปกว่านั้นพืชในมิติก็ยังเติบโตได้ภายใน 48 นาทีเท่านั้น มันจะไม่เร็วเกินไปงั้นเหรอ?
เจ่าฉินอี้มองไปที่ท่าทางของเจ่าไห่ จากนั้นเขาก็พูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ น้ําแห่งความว่างเปล่าก็พัฒนาขึ้นเหมือนกัน มันไม่เพียงแค่สามารถล้างพิษได้ แต่ยังสามารถทําให้คนธรรมดามีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่แปดได้ด้วย แต่ตอนนี้ในมิติก็มีบ่อเลือดเพิ่มมาแล้ว เราสามารถทําให้ใครก็ได้อยู่ในระดับที่เก้า แต่ก็ไม่ควรดื่มมันมากจนเกินไป นายน้อยเจ่าไห่สามารถให้ลอร่าและคนอื่นๆ ดื่มจากบ่อเลือดเพื่อทําให้พวกเธอเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่เก้าได้
เจ่าไห่ขมวดคิ้วและพูดว่า “พลังในบ่อเลือดมันจะไม่แรงต่อพวกเธอเกินไปใช่ไหม? พวกเธอจะสามารถทนกับันไดไหม?”
เจ่าฉินอี้ยิ้มและพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ไม่ต้องเป็นห่วงเลย พลังของมันถูกซับไปให้กับนายน้อยส่วนใหญ่แล้ว และก็ยังถูกซับเข้าไปในมิติด้วย ตอนนี้พลังที่อยู่ในบ่อมันไม่แรงเท่าเดิมแล้วจะไม่เกิดอะไรขึ้นแน่ๆ”
เจ่าไห่พยักหน้าด้วยความพอใจมาก่อนที่เขาจะพูดว่า “แต่ข้ายังได้ยินมิติบอกด้วยว่ามีพื้นที่อยู่สี่แบบใช่ไหม? แล้วมันเป็นพื้นที่แบบไหนบ้างงั้นเหรอ?”
เจ่าฉินอี้พยักหน้าและพูดว่า “พื้นที่ของมิติแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นพื้นที่ที่นายน้อย เจ่าไห่ใช้มันเป็นเพียงที่ดินว่างเปล่า ส่วนที่สองเป็นพื้นที่ส่วนเครื่องกล ที่นั่นนายน้อยสามารถเพลิตเพลินกับตึกสูงรวมไปถึงเทคโนโลยีขั้นสูง นายน้อยยังสามารถใช้รถยนต์และเครื่องบินในที่แห่งนั้นได้ด้วย ส่วนที่สามสนามเวทย์ พื้นที่แห่งนี้นายน้อยสามารถเรียนรู้เวทย์มนตร์ได้ และมันก็ดีกว่าบนโลกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีเกาะลอยฟ้าอยู่ด้วย ส่วนที่สี่คือพื้นที่เกาะปลูก พื้นที่ในส่วนนี้มีขนาดที่ใหญ่มากๆ”
สําหรับเจ่าไห่ที่มาจากโลกเขาเข้าใจทุกอย่างที่เจ่าฉินอี้พูดเกี่ยวกับพื้นที่ทั้งหมดนี้ทันที
เจ่าไห่เริ่มไม่ตื่นเต้นแล้ว ตอนนี้เขารู้ว่าถ้าหากว่าเขามีความแข็งแกร่งที่สูงพอเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีกต่อไป จากนั้นเจ่าไห่ก็มองไปที่เจ่าฉินอี้และพูดว่า “แล้วไม้เท้าของข้าหล่ะ? ได้รับความสามารถอะไรเพิ่มไหม?”
เจ่าฉินอี้ยิ้มและพูดว่า “ไม้เท้าได้เปลี่ยนชื่อเป็น ไม้เท้าแห่งเลือดแล้ว ตอนนี้มันสามารถ เปลี่ยนเป็นของเหลวได้และก็ยังสามารถเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ที่นายน้อยต้องการ มันยังสามารถ ลอยได้ ยืดสั้นยาวได้และยังแยกเป็นชิ้นกลายเป็นมีดสั้นได้ 108 ส่วนด้วย ด้วยความสั่งของเจ่า ไห่มีดบินเหล่านั้นจะไปโจมตีศัตรูตามที่นายน้อยต้องการ และเขตในการโจมตีก็เท่ากับ 10,000 เมตร มันยังสามารถเปลี่ยนเป็นพาหนะอะไรก็ได้ที่นายน้อยต้องการ และมันก็ยังสามารถบินได้ถ้าหากนายน้อยไม่ต้องการใช้นกอินทรีย์เหล็ก” เจ่าไห่รู้สึกมีความสุขมากจนแทบลืมหายใจ มันดีมากจริงๆ มันเหลือนสมบัติที่วิเศษมากๆ
ทันใดนั้นเจ่าไห่ก็คิดถึงบางอย่างขึ้นได้ เสื้อเวทย์มนตร์ เจ่าไห่ถามเจ่าฉินอี้ทันทีว่า “เจ่าฉินอี้ ข้าสามารถใช้เสื้อคลุมเวทย์ได้ตอนนี้เลยไหม? ข้าต้องการดูว่ามันเป็นยังไง? และมีอะไรให้ข้าบ้าง?”
เจ้าฉินอี้ท่าตามทันที เธอโบกมือและก็มีหน้าจอปรากฏขึ้นตรงหน้า บนหน้าจอมีภาพเสื้อคลุมหลายภาพมาก รวมถึงค่าอธิบายเกี่ยวกับเสื้อคลุมแต่ละตัวด้วย
เจ่าไห่แทบจะเป็นลมเมื่อเห็นเสื้อคลุมเหล่านี้ เสื้อที่เขาเห็นเป็นเสื้อแรกเลยก็คือเสื้อของ Superman มิติต้องการให้เขาแต่งตัวยังไงออกไปข้างนอกกันแน่? มันไม่ดูแปลกเกินไปเหรอ? นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้าของ Spider Man, Fantastic Four, X-men และอื่นๆอีกมากมาย ทุกสิ่งที่เจ่าไห่เห็นทําให้เขามึนหัวมาก
ลอร่าและคนอื่นๆ มองไปที่เสื้อคลุมและไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้คนจะใส่เสื้อคลุมแปลกๆแบบนี้จริงๆ
หลังจากมองดูเสื้อคลุมอยู่สักพักในที่สุดเจ่าไห่ก็ตัดสินใจเลือก สิ่งที่เจ่าไห่เลือกคือเสื้อคลุมเวทย์มนตร์ อย่างไรก็ตามเสื้อคลุมนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ทําจากวัสดุธรรมดา มันดูเหมือนเสื้อที่ทําจากเหล็กที่มีความอ่อนมากๆ ซึ่งมันไม่เพียงแต่จะทนต่อแรงกระแทกได้ดีเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติต้านเวทย์มนตร์อีกด้วย ที่สําคัญชุดคลุมนี้ยังคลุมไปทั่วทั้งตัวแม้แต่มือก็ยังมีถุงมือให้ ด้วยและก็ยังมีผ้าคลุมอยู่ด้านหลังด้วย แต่มันก็ไม่ได้เหมือนกับเสื้อคลุมที่คนทั้งจักรวรรดิใช้ชุดนี้ มันเหมือนเสื้อคลุมที่ใส่กันในชาวจีนโบราณ
แต่สิ่งที่ทําให้เจ่าไห่เลือกชุดนี้ก็คือความสามารถในการแปลงร่างได้ พูดได้อีกนัยหนึ่งมันสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกได้ชั่วขณะ
จากสิ่งที่เจ่าไห่เห็นชุดนี้ มันดูเหมือนต้นแบบของอารยธรรมขั้นสูงจากนวนิยายที่มาจากโลก โดยมีการเปลี่ยนแปลกไปเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อเปรียบเทียบกับชุดอื่นๆ เจ่าไห่คิดว่าชุดนี้เหมาะกับเขาที่สุด ดังนั้นเขาจึงเลือกชุดนี้ทันที
และหลังจากมีแสงสว่างออกมาเจ่าไห่ก็สวมชุดคลุมนี้ไปแล้ว
เมื่อทุกคนมองไปที่เจ่าไห่ดวงตาของลอร่าและคนอื่นๆ ก็เป็นประกาย เจ่าไห่ดูเข้ากับชุดคลุมได้ดี ชุดนี้ทําให้เจ่าไห่ดูอ่อนโยนมาก เสื้อคลุมนี้ทําให้เจ่าไห่ดูมีอํานาจและบารมีชุดคลุมสีดํา
ทําให้เขาดูเป็นคนลึกลับ ชุดคลุมนี้มันทําให้เจ่าไห่ดูเป็นอีกคนไปเลย
เจ่าไห่ไม่ใช่คนที่มีเสน่ห์มากนัก ปกติแล้วเขาดูเป็นคนที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย แต่เมื่อใส่ชุดคลุมนี้แล้วเขาดูเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเลย คนที่ไม่เคยรู้จักเจ่าไห่มาก่อนก็จะต้องสงสัยในตัวของเขาแน่เมื่อเห็นเขาใส่ชุดคลุมนี้ เจ่าไห่พอใจกับเสื้อคลุมนี้มากๆ สิ่งนี้ทําให้รูปลักษณ์ของเจ่าไห่เปลี่ยนไปอย่างมากๆ
จบแล้วนะครับ ขอบคุณมากๆ นะครับที่ติดตาม หากมีอะไรไม่ชอบบอกกันได้เลยนะครับ จะได้นําไปปรับแก้ครับ ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับช่วงนี้