Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 576 - ความสงสัย
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 576 - ความสงสัย
บทที่ 576 – ความสงสัย
หลังจากที่เจ่าไห่ทําทุกอย่างเสร็จแล้ว ตอนนี้เขาทําได้เพียงนั่งพักเท่านั้น เจ่าไห่ไม่ได้ยินเสียงจากมิติ แต่เขารู้ตัวเองดีมันเป็นเพราะว่าเขาเอาทุกอย่างไปไว้ในโกดัง และถ้าเมื่อไหร่ที่เจ่าไห่เอาเข้าไปในมิติเขาก็หวังว่ามันจะมีเสียงให้เขาได้ดีใจ
อย่างไรก็ตามเจ่าไห่เองก็ไม่ได้คิดที่จะทําในตอนนี้ เพราะเมื่อมิติมีการค้นพบสิ่งใหม่ก็จะมีเสียงดังอย่างมาก เจ่าไห่มีแผนที่จะเข้าไปในมิติในเย็นวันนี้
เจ่าไห่รู้สึกตกใจมากเมื่อเขาหันกลับมา บิลลี่และชูโน่กําลังมองเขาเหมือนกับว่าพวกเขากําลังมองสัตว์ประหลาด เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านทั้งสองโอเคหรือเปล่า?”
บิลลี่และชูโน่พยักหน้าพร้อมกัน เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านทั้งสองไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้กลัวเลยที่พวกเขาท่านได้รู้ได้เห็น อย่างที่ท่านทั้งสองน่าจะรู้อยู่นั่นคือมิติของข้า แต่ความสามารถนี้มันแปลกตรงที่ไม่ได้มีพลังโจมตีเลย มันทําให้เหมือนกับโลกอีกใบเท่านั้น ซึ่งข้าเองก็ไม่ได้เป็นกังวลที่จะบอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้”
บิลลี่และชูโน่พยักหน้าพวกเขาไม่คิดแม้แต่จะสงสัยในคําพูดของเจ่าไห่ พวกเขารู้เพียงว่า
พลังโจมตีนั้นไม่ได้มีอยู่ในมิติ ถ้าหากว่าเจ่าไห่สามารถใช้มิติในการโจมตีได้เขาจะสามารถต่อสู้กับจอมเวทย์ที่มีพลังระดับเก้าได้ง่ายๆเลย แน่นอนว่าชื่อเสียงของเขาก็น่าจะมาจากมิติที่เขามีอย่างแน่นอน
แต่บิลลี่และชูโน่ก็รู้ดีว่าแม้ว่าเจ่าไห่จะไม่สามารถใช้มิติโจมตีได้เขาก็ยังคงได้เปรียบมากเมื่อเทียบกับคนอื่นแล้ว อย่างไรก็ตามทั้งสองไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ ตอนนี้พวกเขาเป็นมิตรกับเจ่าไห่
มันจะดีกับพวกเขามากถ้าหากว่าเจ่าไห่แข็งแกร่ง
บิลลี่หัวเราะและพูดว่า “เจ่าไห่ไปพักผ่อนกันเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงนอกจากพวกเราสองคนแล้วจะไม่มีใครรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ สําหรับข้าทั้งสองนี้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเลยพวกข้าอายุมากแล้ว พวกข้ารู้ดีว่าอะไรควรอะไรไม่ควร สําหรับข้าการมีเจ้าเป็นมิตรมันก็ดีกว่ามีเจ้าเป็นศัตรู ในทางกลับกัน เจ้าก็ยังช่วยจัดการที่นี่ให้กับพวกข้าด้วย ตอนนี้พวกเราสามารถขุดแร่เหล็กจํานวนมากได้แล้ว” เจ่าไห่ยิ้มแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร สําหรับคนแคระ การที่พวกเขาได้แร่ใหม่เป็นจะนวนมากมันก็เป็น สิ่งที่ดีที่สุดสําหรับพวกเขาแล้ว
ชูโน่ยิ้มและมองหน้าเจ่าไห่ บิลลี่บอกว่าเขาแก่และเจออะไรมาเยอะ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง แต่อายุก็ไม่ใช่เรื่องสําคัญสําหรับพวกเขา ในการต่อสู้คนที่มีอายุมากก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถจัดการได้ง่ายๆ ไม่งั้นเผ่าต่างๆ คงไม่สามารถอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้
ทั้งสามสํารวจหุบเขาและเมื่อพวกเขาไม่เห็นหินสีแดงพวกเขาก็เดินกลับไป ตอนนี้บิลลี่ดูจะยิ้มไม่หยุดเลย เจ่าไห่ได้เข้าไปช่วยเหลือพวกเขหลายอย่างมาก
ทั้งสามกลับไปที่ถ้ําของบิลลี่ หลังจากที่ได้นั่งแล้ว บิลลี่ก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อย เจ่าไห่ขอไวน์ดีๆ ให้เราหน่อย วันนี้เป็นวันที่มีความสุขมากๆ เราจะต้องมาดื่มกันสักหน่อย” ชูโน่หัวเราะและพูดว่า “ตาแก่ขี้เมา เจ้านี่มันน่าอายจริงๆ เมื่อพูดถึงเรื่องดื่ม เจ้าคิดว่าเจ่าไห่จะเอามันมาให้เจ้างั้นเหรอ? ลองคิดดูการที่เราได้มาถึงตอนนี้เราต้องพึ่งพาเจ่าไห่มากแค่ไหน?
ทําไมข้ารู้สึกว่าเจ้าไม่ได้ช่วยเหลือเจ่าไห่อย่างเต็มทีเลย จริงสิแล้วมิติของเจ้ามันสามารถทําอะไรได้บางมันมีขนาดใหญ่แค่ไหนกัน?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มิติของข้ามันใหญ่มากๆ ข้าเองก็ไม่ได้รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของมันเลย ข้ารู้แค่ว่าข้าสามารถเก็บของได้เป็นจํานวนมากในนั้น นอกจากนี้ข้ายังสามารถไปไหนมาไหนก็ได้ นอกจากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่ข้ารู้แล้ว”
ชูโน่และบิลลี่เกือบจะพูดออกมาพร้อมกันว่า “การเคลื่อนย้ายงั้นเหรอ? เจ้าบอกว่ามิติของเจ้าสามารถทําการเคลื่อนย้ายได้งั้นเหรอ?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ใช่ แต่มันก็ไม่ได้จะสามารถทําได้เลย ก่อนที่ข้าจะใช้มันจะต้องมีการเตรียมตัวอย่างดี การเคลื่อนย้ายของมิติมันสามารถส่งข้าไปยังเกาะทองคําของข้าได้เท่านั้น
ข้ายังไม่สามารถทําให้ข้าไปที่อื่นๆ ได้โดยอิสระ”
เหตุผลที่เจ่าไห่บอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาจะทําการเคลื่อนย้ายบ่อยมากๆ ในอนาคต ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะบอกเรื่องนี้ในตอนนี้เลย
แม้ว่าเสียงของเจ่าไห่จะดูธรรมดาขณะที่เขาพูดความสามารถของเขา แต่ชูโน่ก็ยังอิจฉามิติของเจ่าไห่ เขายิ้มและพูดว่า “ไม่แปลกใจเลยที่เจ้ามีหลายสิ่งหลายอย่างติดมือมาในขณะที่หายตัวไปทุกครั้ง สําหรับเจ้าแล้วข้าเองไม่แปลกใจเลยที่ทําไมตระกูลบูดาของเจ้าสามารถกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งเร็วขนาดนี้”
เจ่าไหไม่ได้ยิ้มออกมาและพูดว่า “ข้าเองไม่มาทางเลือก ตระกูลบูดาของข้าแต่ก่อนมีความอ่อนแอมาก เมื่อตระกูลบูดาของข้าถูกเนรเทศไปยังแดนทมิฬ คนในตระกูลของข้าต้องขายทุกอย่างเพื่อแลกกับเมล็ดพืชและของใช้ที่จําเป็น รวมไปถึงสิ่งต่างๆ ที่จะทําให้พวกเราอยู่รอดในแดนทมิฬได้ ตอนนั้นยอมรับเลยว่าสติแตกมากๆ เมื่อข้าตื่นขึ้นมาข้าเห็นว่าสถานการณ์ที่ตระกูลบู
ดาของข้าได้เจออยู่นั้นมันไม่ค่อยดีนัก พวกเราทําได้เพียงแค่ปลูกพืชต่างๆ กินเพื่อเอาตัวรอด”
ชูโน่และบิลลี่รู้เรื่องในอดีตของตระกูลบูดาเป็นอย่างดี เมื่อได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูดพวกเขาก็รู้ถึงความลําาบากที่เจ่าไห่ต้องเจอในทันที
จากนั้นเจ่าไห่ก็ถอนหายใจและพูดว่า “ตอนนี้คนในตระกูลบูดาของข้าไม่มีใครรู้เลยว่าแดนทมิฬนั้นอยู่ข้างบึงซากศพ จึงเป็นเรื่องที่ธรรมดามาที่จะได้เห็นสัตว์เวทย์และเหล่าซอมบี้หนีออกมาจากที่นั่น ซึ่งมันก็มาสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเรา และก็เพราะเช่นนี้เองที่พวกเราไม่สามารถทําการเพาะปลูกอะไรได้เลย ซึ่งมันก็ทําให้พวกเราต้องออกจากที่นั่นมา”
ชูโน่และบิลลี่เองก็เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับแดนทมิฬ แต่พวกเขาก็ไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน คนแคระได้เดินทางออกจากแดนทมิฬมานานมากแล้ว พวกเขาเลยไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับที่นั่นมากนัก
จากนั้นเจ่าไห่ก็พูดต่อว่า “โชคดีที่พวกเราออกจากที่นั่นได้เร็ว ใครจะไปรู้ว่าหมอกของบึง ซากศพจะมาถึงแดนทมิฬที่พวกเราเคยอยู่ พวกเราคงไม่อาจจะเอาชีวิตรอดออกมาได้” จากนั้น เจ่าไห่ก็ถอนหายใจและพูดต่อว่า “พวกเราก็โชคดีเหมือนกัน ย้อนกลับไปในตอนนี้ข้าอยู่ที่แดน ทมิฬข้ารู้สึกหดหู่ใจมากจนตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตาย เมื่อข้าได้ไปที่บึงซากศพข้าก็ได้พบกับไม้เท้าเวทย์ โดยไม่คาดคิด ไม้เท้าไม่ได้เพียงแค่รักษาร่างกายของข้าแต่ยังปล่อยให้ข้าได้ใช้เวทย์แห่งความมืดจากไม้เท้าด้วย แม้ว่าความสามารถที่ข้าได้รับมามันจะไม่สามารถโจมตีได้ แต่มันก็สามารถทําให้ข้าสร้างซอมบี้จํานวนนับไม่ถ้วนได้ มันทําให้ข้าสามารถสร้างชื่อให้กับตัวเองในนามนักเวทย์แห่งความมืดได้
เรื่องอื่นๆ ชูโน่และบิลลี่ก็รู้อยู่แล้ง พวกเขารู้ว่าหลังจากนั้นตระกูลบูดาก็เริ่มกลับมาอยู่ในจักรวรรดิอีกครั้ง พวกเขายอมรับว่าเจ่าไห่เป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆ เขาไม่ยอมแพ้แม้แต่จะเจอเรื่องล่าบาก
แม้ว่าเจ่าไห่จะไม่ได้บอกว่าเขาได้เป็นจอมเวทย์ระดับเก้าแล้ว แต่ชูโน่และบิลลี่ก็ไม่ได้ถามเรื่องนี้กับเขา ซึ่งมันก็เป็นที่แน่นอนว่าเมื่ออยู่ในระดับที่เก้าแล้วย่อมไม่มีใครอยากที่จะเปิดเผยตัว ตัวของตัวเอง สิ่งที่เจ่าไห่บอกพวกเขาในวันนี้มันทําให้พวกเขารู้จักกับเจ่าไห่มากขึ้นแล้ว ชูโน่พูดต่อว่า “จักรวรรดิอาร์คนั้นมีคนโง่เยอะมากจริงๆ พวกเขาถูกควบคุมโดยกิลแห่งความสว่าง พวกเขาเคยเป็นจักรวรรดิที่มีอํานาจมากเป็นอันดับสอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะอยู่ในอันดับที่ต่ําสุดเลย ข้าก็บอกได้เลยว่านี่เป็นสิ่งที่สมควรแล้วที่พวกเขาจะได้รับมัน”
บิลลี่ยังพูดต่อไปเรื่อยๆ “ดิลแห่งความสว่างสร้างคนบ้าเหล่านั้น เพียงเพราะพวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้ส่งสารของพระเจ้า พวกเขายังต้องการที่จะควบคุมแม้แต่เผ่าคนแคระของเรา พวกเขารู้จักพวกเราน้อยไป พวกเขาส่งคนมาที่นี่เพื่อชวนให้พวกเราเข้าร่วมกับเขา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่กลัวความตาย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่ใช่แค่คนแคระเท่านั้น เรื่องนี้ยังเกิดขึ้นกับอีกหลายที่ พวกมันยังได้
เข้าไปในทุ่งหญ้าเพื่อให้พวกเขาเข้าร่วมกับพวกมันด้วย”
ชูโน่และบิลลี่เองก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้เลย พวกเขาได้รับข่าวจากชนเผ่าเลย เมล็ดพืชและน้ําผลไม้ที่ชูโน่ผลิตส่วนใหญ่จะให้กับคนแคระ ดังนั้นพวกขาจึงไม่ได้มีการค้ากับชนเผ่าในทุ่งหญ้าเลย ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น แม้แต่คนอื่นๆก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้เข้าไปทําการค้ากับชนเผ่าในทุ่งหญ้า พวกเขาไม่รู้เรื่องที่เจ่าไห่ได้เป็นเจ้าชายของเผ่าเฮคัส เมื่อพวกเขาทั้งสองได้ยินว่าเจ่าไห่ได้ทําการค้ากับชนเผ่าในทุ่งหญ้า พวกเขาให้ความสนใจกับเจ่าไห่ทันที
เจ่าไห่ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุ่งหญ้าให้กับพวกเขาทั้งสองฟัง จนบอกพวกเขาว่าตัวเองได้เป็นเจ้าชายแห่งเผ่าเฮคัสที่แข็งแกร่ง และได้ทําการค้ากับชนเผ่ามากมาย
ทั้งสองคนไม่คิดเลยว่าเจ่าไห่จะเป็นเจ้าชายแห่งชนเผ่า พวกเขาไม่เข้าใจกับเรื่องนี้เลย ทําไมเจ่าไห่ถึงได้สิทธิพิเศษมากขนาดนี้ เขาทําได้ยังไงกัน? แต่ตอนนี้ทั้งสองก็รู้แล้วว่าเจ่าไห่เป็นผู้ชายที่สามารถไปในทุ่งหญ้าได้โดยจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาอย่างแน่นอน
จากนั้นบิลลี่ก็มองตรงไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “คําสาบานด้วยเลือดของชนเผ่ามันมีจริงๆ งั้นเหรอเจ่าไห?” เจ่าไห่พยักหน้าทันที
ชูโน่มองไปที่บิลลี่ด้วยความสงสัยก่อนที่จะถามว่า “คําสาบานด้วยเลือดคืออะไร? ทําไมมันฟังดูน่ากลัวจัง”
บิลลี่ยิ้มและพูดว่า “การสาบานด้วยเลือดเป็นการตัดหัวเป็นคํามั่นสัญญาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่ชนเผ่าสามารถตกลงกันได้ โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะไม่ค่อยใช้มัน เมื่อสาบานแล้วและมีคนใดผิดคำสาบานคนนั่นจะถูกชนเผ่าลงโทษ ค่าสาบานนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย”
เมื่อชูโน่ได้ยินเรื่องที่บิลลี่พูด เขาก็รู้สึกสบายใจมาก ตอนนี้เขาเชื่อมั่นอย่างมากในตัวของเจ่าไห่ที่มีต่อชนเผ่า
เจ่าไห่มองไปที่ทั้งสองพร้อมกับพยักหน้าและพูดว่า “ใช่เลย มันเป็นเพราะคําสาบานและตําาแหน่งเจ้าชายที่ข้าได้รับมันทําให้ข้าได้ติดต่อกับชนเผ่าราชาได้และได้ร่วมการคไวน์กับพวกเขา”
ชูโน่ถอนหายใจและพูดว่า “เจ้าบอกว่ามันเป็นเรื่องง่าย แต่จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่ยากมากๆเลย ดูเหมือนว่าเจ้าจะทําให้พวกเขาไว้ใจมาก พวกเขาจึงเชื่อใจเจ้าได้มากขนาดนี้ พ่อค้าส่วนใหญ่ต้องการผลประโยชน์จากพวกเขา ก็เลยตั้งใจไปที่ทุ่งหญ้าเพื่อทําการค้าเพราะคิดว่าชนเผ่าเหล่า นั้นจะคิดไม่ทันพวกเขา แต่แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย พวกเขาไม่ได้โง่ ซึ่งพวกเขาจะไม่ทําการค้ากับพ่อค้าที่คิดจะหลอกพวกเขา”
บิลลี่ถอนหายใจและพูดว่า “จริงๆ แล้วพวกเราก็เหมือนกับชนเผ่าเหมือนกันนะ สิ่งที่พวกเราผลิตล้วนเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป ซึ่งมันก็แน่นอนว่าพ่อค้าที่มาที่นี่ทุกคนต้องการที่จะได้กําไรที่มากที่สุดโดยบีบทุกๆผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับจากพวกเรา นี่ก็เป็นคําอธิบายที่ดีมากที่ทําไมคนแคระอย่างพวกเราถึงไม่ได้ทําการค้ากับพ่อค้าที่เป็นคนมากนัก ยกเว้นเจ่าไห่ที่มาพร้อม
กับเพื่อนสนิทของข้าชูโน่”
ชูโน่ก็พูดต่อว่า “จริงๆ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันก็มาจากกิลแห่งความสว่าง จากสิ่งที่ข้าจําได้คนไม่ได้คิดต่างจากเผ่าอื่นๆ เลยเมื่อก่อนนี้มันมีแม้กระทั่งคนแคระที่เปิดร้านตีเหล็กในจักรวรรดิด้วย การค้าขายของพวกเขานั้นดีมาก ในขณะเดียวกับชนเผ่าจากทุ่งหญ้าก็เจอแต่ความสําเร็จทั้งนั้นพวกเขาใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองในการเป็นทหารรับจ้าง”
เจ่าไห่ตกใจมากกับเรื่องที่ชูโน่พูดมา เขาไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลย จากนั้นบิลลี่ก็พูดต่อว่า “แน่นอนที่สุด แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นเมื่อใด แต่กิลแห่งความสว่างได้ออกมาบอกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต่ํากว่าและไม่สมควรอยู่ร่วมกับคนทั่วไป พวกเขาทําให้เผ่าพันธุ์อื่นๆ ต้องตกต่ําจนไม่เหลืออะไรจากที่เคยมีและเคยใช้ชีวิตร่วมกัน”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินเรื่องที่ชูโน่และบิลลี่พูด เขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่ทั้งสองด้วยความสงสัย
ตอนนี้เจ่าไห่คิดถึงคําพูดของฮะซีที่บอกไว้ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์คนและเทพเริ่มทําสงครามกับเผ่าพันธุ์อื่นๆ ในสงครามคนต้องการจะที่กําจัดเผ่าพันธุ์อื่นๆออกไป และถ้าหากว่ากิลแห่งความสว่างท่าเช่นนั้นจริงๆ หากเป็นเช่นนั้นมันก็เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากๆ
แต่เจ่าไห่เองก็ไม่ได้แสดงท่าทีสงสัยออกไป เขาต่อเรื่องเหล่านี้ในหัวของเขา และคิดว่าบางอย่างเกิดขึ้นจริง ถ้าเขาคิดถูกกิลแห่งความสว่างเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก คนที่อยู่ข้างหลังพวกเขาน่าจะจัดการได้ยากมาก
จบแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันนะครับ มีอะไรไม่ชอบตรงไหนสามารถบอกได้เลยนะครับ ดูแลตัวเองกันด้วยนะคร้บ