Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 571 - แส้
บทที่ 571 – แส้
คนในแผ่นดินใหญ่มีความแข็งแกร่งมาก พวกเขาส่วนมากมีความแข็งแกร่ง เมื่อเป็นศัตรูกัน พวกเขาก็พร้อมที่จะต่อสู้ ด้วยเหตุนี้เองบันทึกของประวัติศาสตร์จํานวนมากก็หายไป
อย่างไรก็ตามถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่คนแคระเหล่านี้ก็ไม่ได้เหมือนกับคนในแผ่นดินใหญ่ มันก็เลยทําให้ประวัติศาสตร์ของพวกเขาจึงไม่ได้หายไปมากนัก ดังนั้นชูโน่จึงไม่เชื่อถือในบันทึกของคนในแผ่นดินใหญ่เลยสักนิด
ชูโน่ขมวดคิ้วและพูดว่า “ดูเหมือนว่าตอนนี้ต้นไม้แห่งชีวิตของเอลฟ์ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไป
นอกจากนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณอะไรบอกว่าพื้นที่ต้องห้ามจะถูกยึดครอง ข้าไม่คิดว่าสิ่งต่างๆ ที่เขียนในตําราของเจ้ามันจะเกิดขึ้นจริง”
บิลลี่ยิ้มและพูดว่า “ข้าเองก็หวังเช่นนั้น ไม่งั้นมันจะต้องมีปัญหาใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน” ชูโน่ถอนหายใจและไม่ได้พูดอะไรต่อ เขารู้ดีว่าในตอนนี้เขาไม่สามารถทําอะไรได้เลย ที่พวกเขาทําได้ตอนนี้ก็คือคอยดูสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้น
ชูโน่มองไปที่บิลลี่และพูดว่า “พรุ่งนี้เจ้าจะพาเจ่าไห่ไปไหนหรือไม่?”
บิลลี่ยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่ได้บอกเขาหรอว่าข้าจะพาเขาไปรอบๆหุบเขาของข้า แม้ว่าเขาจะเคยเจอกับค้อนแล้ว แต่คําทํานายก็ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง ซึ่งมันก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าพวกเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าพระเจ้ากําลังจะหาอะไร”
ชูโน่มองไปที่บิลลี่และพูดว่า “ถ้ารู้ว่าต้นไม้แห่งชีวิตมีอะไรเกิดขึ้น เจ้าคิดว่าเราจะต้องไปตามเขามาจริงๆใช่ไหม?”
ในตาของบิลลี่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ขณะที่เขาพยักหน้าและพูดว่า “เราจะต้องทํา ถ้าคำทํานายเป็นจริง เผ่าคนแคระของเราจะต้องตามเจ่าไห่ไป
ชูโน่ยิ้มขณะที่เขากําลังส่ายหัว แม้ว่าบิลลี่จะเป็นเพื่อนเก่าของเขา แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทําไมบิลลี่ถึงต้องเชื่อค่าทํานายมากขนาดนั้นด้วย ถ้าเผ่าคนแคระคอยติดตามเจ่าไห่ไปจริงๆ ผู้คนจะมองว่าพวกเขาเป็นเหมือนตัวตลก
ตอนนี้เจ่าไห่ไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมดนี้เลย เพราะตอนนี้เองเจ่าไห่อยู่กับลอร่าและคนอื่นๆ ในขณะที่พวกเขากําลังเดินไปยังที่พักของพวกเขา เมื่อพวกเขาเดินมาถึงก็มีคนแคระยืนรออยู่ที่หน้าทางเข้า เมื่อเห็นพวกของเจ่าไห่คนแคระก็พูดทันทีว่า “นายน้อยเจ่าไห่ถ้าท่านต้องการอะไรเพิ่มเติม ท่านไม่จําเป็นต้องเกรงใจที่จะบอกกับพวกเรา และถ้าหากว่าท่านเบื่อที่จะต้องอยู่แต่ในที่พักท่านก็สามารถออกไปเดินเล่นรอบๆ ได
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็ขอบคุณคนแคระคนนั้น เมื่อเจ่าไห่และคนอื่นๆ ได้เข้าไปในถ้ําที่เป็นที่พักของพวกเขาแล้ว พวกเขาก็มองหน้ากันด้วยความตกใจกับสิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่ตรงหน้า มันเป็นอะไรที่ดีมาก สถานที่แห่งนี้ถูกตกแต่งออกมาเป็นอย่างดี
ถ้ําที่พวกเขาอยู่ถูกปิดด้วยแผ่นไม้เป็นจํานวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกําแพงหรือพื้นดินไม่ว่าจะมองยังไงก็ไม่ได้เห็นส่วนของภูเขาเลย ภายในถ้ํามันถูกตกแต่งเพื่อให้คนจากแผ่นดินใหญ่อยู่ แม้แต่อาหารก็มีพร้อมอยู่ในห้องแล้ว
ลอร่าและคนอื่นๆ มองไปรอบๆ พวกเธอไม่คิดว่าจะมีสถานที่แห่งนี้อยู่จริงๆ ภายในถ้ํายังถูกแบ่งออกเป็นสามห้อง ห้องนั่งเล่นและอีกสองห้องก็เป็นห้องนอน เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ตกแต่งด้วยไม้ทั้งหมดมันก็เลยมีลักษณะเหมือนกับบ้านเก่าๆ
และเนื่องจากแสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องเข้าไปข้างในได้ ภายในห้องเลยถูกประดับประดาไปด้วยตะเกียงเวทย์ ซึ่งแสงที่สว่างออกมานั้นก็ไม่ได้สว่างมากจนเกินไป
ลอร่าและคนอื่นๆ เดินดูรอบๆ ก่อนที่พวกเธอจะกลับไปที่ห้องนั่งเล่น ลอร่ายิ้มและพูดว่า “ที่นี่ มันดีจริงๆ เมื่อเทียบกับทุ่งหญ้าแล้วที่พักที่นี่ดีกว่ามาก ดูเหมือนว่าเหล่าคนแคระตั้งใจที่จะทํามันออกมาให้ดีที่สุด”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ที่จริงแล้ว จักรวรรดิพุทธไม่ค่อยเข้าไปยุ่งกับคนแคระมากนัก สําหรับพวกเขาแล้วสินค้าหรือสิ่งของต่างๆ จํานวนมากล้วนมาจากคนแคระ ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าคนแคระมีรายได้มากกว่าชาวเผ่าในทุ่งหญ้ามาก พวกเขาไม่จําเป็นต้องติดต่อหรือทําการค้ากับพ่อคนอื่นๆที่พวกเขาไม่รู้จัก”
ลอร่าพยักหน้าจากนั้นก็พูดว่า “พี่ไห่แต่ฉันคิดว่าคนแคระเหล่านั้นเข้าใจในพวกเรามาก พวกเขายอมให้พวกเราไปเดินเล่นรอบๆอีกด้วย พี่ให่คิดว่าพวกเขาจะสามารถพาพวกเราไปหาเหล่าเอลฟ์ได้ไหม?”
เจ่าไห่ยิ้มและส่ายหัว “พี่ไม่คิดเช่นนั้น พี่คิดว่าพวกเราจะต้องได้รับความไว้ใจจากคนแคระเหล่านี้ก่อน เราจําเป็นต้องส่งไวน์นมให้กับพวกเขาในวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้พี่เองก็ไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะดื่มกันเยอะขนาดนี้”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “พี่ต้องยุ่งกับมันมากแน่ๆ แม้ว่าจํานวนของไวน์นมจะไม่เยอะเท่ากับที่เราส่งไปยังชาวเผ่า”
เจ่าไห่พยักหน้า “ดูเหมือนว่าเราต้องเตรียมเครื่องจักรเพิ่มแล้ว เพื่อให้คุณปู่กรีนสามารถผลิตไวน์และเบียร์ได้เร็วขึ้น ดูเหมือนว่าคนแคระเหล่านี้จะชอบเบียร์มากๆ”
ลอร่าพูดทันที “จริงเหรอ? ความชอบของพวกเขาแปลกมาก แต่ฉันก็คิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีที่จะเพิ่มเครื่องจักรในการผลิต ซึ่งฉันก็คิดว่าในตอนนี้มันยังไม่เพียงพอ นอกจากนั้นพวกเราก็ยังขาดกําลังคนอยู่มาก ฉันคิดว่าพวกเราควรหาคนมาทํางานเพิ่มเพื่อพื้นที่ของเราสมบูรณ์มากกว่านี้
เพื่อที่ทุกอย่างจะไปได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น”
เจ่าไห่เห็นด้วย “พี่จะต้องให้หลินจัดหาทาสให้พวกเราเพิ่มอีก และเมื่อพวกเรามีทาสมากขึ้น มันก็จะทําให้เราจัดการเรื่องอื่นๆ ได้ง่ายมากขึ้น”
ลอร่าพยักหน้าจากนั้นเธอก็ยิ้มและพูดว่า “พี่ไห่ทําไมเราไม่ให้เหล่าซอมบี้ช่วยงานในโรงบ่มไวน์ล่ะ? เหล่าซอมบี้เหล่านั้นไม่นับเป็นกําลังคนงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้เรามีซอมบี้อยู่เป็นจํานวนมากก็จริง แต่ถ้าหากว่าเราต้องการสร้างตระกูลของเราขึ้นมาหากว่าเราต้องใช้ซอมบี้เหล่านั้นในทุกๆอย่าง มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย
นอกจากนี้เรายังมีทาสที่พึ่งมาใหม่พี่คิดว่าพวกเขาน่าจะรู้สึกไม่ดีเมื่อต้องทํางานกับเหล่าซอมบี้”
ในตอนนี้ก็มีเสียงเคาะดังมาจากด้านนอก เม็กลุกขึ้นยืนทันทีและเดินไปเปิดประตู มีคนแคระยืนอยู่ด้านนอก คนแคระมองที่เม็กแล้วก็คํานับพร้อมกับพูดว่า “ผู้เฒ่าของข้าให้ ข้ามาตามนาย น้อยเจ่าไหและทุกๆ คนไปกินอาหารเย็น”
เจ่าไห่ยิ้มไปที่คนแคระที่มาเชิญเขาและพูดว่า “ได้สิ โปรดนําข้าไปเลย” จากนั้นเจ่าไห่และคน อื่นๆ ก็เดินออกจากที่พักที่พวกเขาอยู่
คนแคระพาเจ่าไห่และคนอื่นๆ ถ้ําอีกถ้ํา ซึ่งเมื่อเข้ามาแล้วจะเห็นได้เลยว่าถ้ํานี้มันใหญ่มากๆ มันทําให้เจ่าไห่และคนอื่นๆ ตื่นเต้นมาก ภายในมีโต๊ะจํานวนมาก ข้างโต๊ะที่บิลลี่และชูโน่นั่งอยู่ก็มีคนแคระอยู่ข้างๆ ด้วย
เมื่อเห็นว่าเจ่าไห่มาแล้ว บิลลี่ก็พูดตอนรับเจ่าไห่ทันที “นายน้อยเจ่าไห่มาที่นี่เถอะ และก็ขอเชิญภรรยาของเจ้ามานั่งที่โต๊ะข้างๆ ด้วย” เมื่อพูดจบแล้วบิลลี่ก็ชี้ไปที่โต๊ะข้างๆพวกเขา โต๊ะที่อยู่ข้างๆ พวกเขามีคนแคระที่เป็นผู้หญิงนั่งอยู่และก็มีที่นั่งว่างอยู่ ดูเหมือนว่าที่นั่งตรงนี้มันจะถูก
เตรียมไว้กับพวกเธอแล้ว
ลอร่าและคนอื่นๆ ก็รู้เรื่องประเพณีของที่นี่ดี พวกเธอไม่ได้ปฏิเสธคําพูดของบิลลี่ หลังจากที่พูดขอบคุณบิลลี่แล้วพวกเธอก็ไปนั่งที่โต๊ะ จากนั้นเจ่าไห่ก็เดินไปนั่งกับบิลลี่
หลังจากนั่งลงแล้วก็มีคนมาเสิร์ฟอาหารทันที เจ่าไห่มองไปที่คนแคระเหล่านั้น เจ่าไม่รู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้สูงมากนักและน่าจะสูงประมาณ 1.4 เมตรเท่านั้น แต่รูปร่างของพวกเธอก็ดูดีมาก ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าพวกเธอดูแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีมากๆด้วย
เจ่าไห่มองจานที่อยู่บนโต๊ะ อาหารบนโต๊ะมันเป็นอาหารที่ดีมากมีทั้งเนื้อสัตว์และผัก มีแม้กระทั่งอาหารที่เจ่าไห่ไม่เคยเจอ แต่เจ่าไห่ก็รู้ว่านี่น่าจะเป็นอาหารของเหล่าคนแคระ
จากนั้นบิลลี่ก็รินไวน์ให้กับเจ่าไห่ ไวน์นี้ก็ไม่ใช่ไวน์จากที่ไหนเป็นไวน์นมของเจ่าไห่เอง นับตั้งแต่ที่พวกเขาได้รู้จักกับไวน์นมพวกเขาก็ซื้อมันเก็บไว้เป็นจํานวนมาก พวกเขาต้องการสร้างความสัมพันธ์กับเจ่าไห่ พวกเขาจึงไม่อยากใช่ไวน์อื่น นอกจากไวน์ที่มีคุณภาพของเจ่าไห่
หลังจากที่รินไวน์ใส่แก้วตัวเองแล้วนั้น บิลลี่ก็ยกแก้วไวน์ขึ้น “ข้าจะเป็นตัวแทนของเผ่าคนแคระเพื่อต้อนรับนายน้อยเจ่าไห่ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตการค้าของเราจะเป็นไปอย่างราบรื่น”
เจ่าไห่ก็ยิ้มพร้อมกับยกแก้วไวน์ขึ้น “นั่นเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้ว” จากนั้นเจ่าไห่ก็ดื่มไวน์ บิลลี่หันไปหาเจ่าไห่ทันทีและพูดว่า “เจ่าไห่ลองชิมอาหารของที่นี่สิ ข้าหวังว่าเจ้าจะถูกใจกับอาหาร” เจ่าไห่ไม่ได้รอช้า เขาหยิบมีดและส้อมขึ้นมาชิมอาหารบนโต๊ะทันที อาหารของเหล่าคนแคระ มีรสชาติที่ดีมาก เจ่าไห่อดไม่ได้เลยที่จะพยักหน้าและพูดว่า “นี่มันเป็นสิ่งที่ดีมาก มันต่างจากอาหารที่คนทั่วไป แต่มันมีรสที่อร่อยมาก”
บิลลี่หัวเราะและพูดว่า “มันเป็นเรื่องดีมากที่เจ้าชอบมัน นายน้อยเจ่าไห่ ข้าได้ยินมาว่าตอนที่ เจ้าไปที่วิหาร เจ้าพูดว่าค้อนที่เป็นของขวัญจากพระเจ้ามันไม่ธรรมดาใช่ไหม ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้า
รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ไหม”
เจ่าไห่มองเขาไม่คิดว่าบิลลี่จะถามเขาถึงเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเขารู้ด้วยว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะโกหกเรื่องนี้ ซึ่งมันก็เป็นเพราะว่าเขาเคยพูดกับชูโน่และคนแคระที่พาพวกเขามาที่นี่ เจ่าไห่ไม่อาจจะโกหกพวกเขาได้ เขาพยักหน้าและพูดว่า “จริง ข้ารู้สึกได้
จากนั้นเจ่าไห่ก็พูดว่า “ข้าจะบอกกับพวกท่านยังไงดี? เมื่อข้าเห็นค้อนครั้งแรกข้ายังคิดว่ามันเป็นค้อนธรรมดา ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่เมื่อเข้าไปใกล้ๆ ข้าก็รู้สึกได้ถึงความกดดันที่มาจากค้อนนั่น ข้ารู้สึกได้ว่ามันน่ากลัวมากกว่าจอมเวทย์ที่มีพลังระดับ 9 เสียอีก”
หลังจากนั้นเจ่าไห่ก็ยื่นมือออกมาและถอดแส้ที่อยู่ตรงเอวออก และพูดว่า “แส้นี้ข้าได้มาจากชนเผ่าบูลในทุ่งหญ้า เจ้าชายแห่งชนเผ่ามอบมันให้กับข้า นี่เป็นอาวุธที่ทรงพลังมากๆ โดยไม่ต้องใช้พลังเวทย์มันก็สามารถใช้ต่อสู้กับจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งได้ แต่ข้ารู้สึกได้ว่าค้อนที่อยู่ในวิหารนั้นมันน่ากลัวกว่ามาก”
บิลลี่มองไปที่แส้ที่อยู่ในมือของเจ่าไห่ เขาจับแส้และมองแส้ที่อยู่ในมือ เขาไม่เคยเห็นแส้แบบนี้มาก่อนเลย แต่เขาเองก็รู้สึกได้ถึงความกดดันที่ออกมาจากแส้อันนี้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีความกดดันเท่าค้อนแต่เขาก็สัมผัสถึงมันได้
ไม่ใช่แค่บิลลี่เท่านั้น แต่ชูโน่ก็รู้สึกด้วยเช่นกัน ชูโน่รู้สึกได้ว่าเขากําลังมองไปที่แม้แต่ทําไมเวลามองแล้วเขารู้สึกเหมือนอยู่ตรงหน้าของจอมเวทย์ที่แข็งแกร่ง
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ ช่วงนี้โควิทดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ