cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต - ตอนที่ 65 ความทรงจำที่ไม่ควรแตะต้อง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต
  4. ตอนที่ 65 ความทรงจำที่ไม่ควรแตะต้อง
Prev
Next

 

ฉันเกลียดตัวเองจริงๆ

 

เพราะฉันอ่อนแอ พี่ฮาคัวเลยต้องออกไปสู้แทน

 

แม้ว่าเธอจะสามารถเอาชนะเอเลี่ยนได้แต่ความจริงที่ฉันทำให้พี่ต้องตกอยู่ในอันตรายมันก็ไม่เปลี่ยน

 

ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก

 

 

 

『กรี๊ดดดดด』

 

 

หนึ่งสัปดาห์หลังจากถูกเอเลี่ยนบุก

 

อพาร์ตเมนต์ที่พวกเราอาศัยอยู่ถูกเอเลี่ยนโจมตี ฉัน พี่ อัลฟ่าเลยตัดสินใจมาพักอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของจัสติสครูเซเดอร์ชั่วคราว

 

ตอนนี้ห้องที่ฉันได้มาพักคือห้องที่เหมือนกับห้องขังก่อนหน้านี้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ฉันรู้สึกสงบใจแปลกๆที่ได้อยู่ห้องนี้

 

ระหว่างนี้ฉันก็เฝ้าดูพี่ซึ่งแปลงร่างเป็นอัศวินขาวกำลังฝึกซ้อมอยู่ภายในสนามฝึกด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก

 

 

 

「ดูเหมือนว่าการแปลงร่างของชิราคาวะคุงจะคล้ายกับนายแค่บางส่วนนะ」

 

「แปลว่ามีความต่างระหว่างพวกเราสองคนด้วยเหรอ?」

 

「ชิราคาวะคุงใช้แกนพลังงาน 2 แกนในการแปลงร่าง ซึ่งคือของชิโระแล้วก็ขอรุ่นผลิตจำนวนมากอีก 1 」

 

 

รุ่นผลิตจำนวนมาก?

 

ชิโระไปหาของแบบนั้นมาจาก…อ๋อ…จริงสิ

 

 

「ตอนที่ผมเจอเอเลี่ยนครั้งแรก ชิโระได้กินแกนพลังงานของอีกฝ่าย…บางทีน่าจะเป็นแกนนั้นแหละ」

 

「แกนพลังงานสูทของผู้หญิงที่ชื่อว่าแอ็กซ์สินะ」

 

 

ตอนนี้พวกจัสติสครูเซเดอร์ไม่อยู่ มีแค่เพียงเรมะกับพนักงานไม่กี่คน

 

แอ็กซ์งั้นเหรอ…

 

สำหรับฉันเธอถือว่าเป็นศัตรูที่น่าจดจำ…..

 

 

「เหมือนเธอจะมีความแค้นอะไรบางอย่างที่ผมทำความเข้าใจไม่ได้เลยสักนิด หรือพวกเราเคยทะเลาะกัน ก่อนที่ผมจะเสียความทรงจำ?」

 

「เอ่อ….เรื่องนั้นฉันก็ไม่แน่ใจ แต่อย่างน้อยการต่อสู้กับเธอก็ถือว่าเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของอัศวินขาว」

 

 

เขาไม่รู้เหรอ……。

 

ความเกลียดชังที่เธอส่งมาให้ฉันมันเกินกว่าที่คนปกติจะทำด้วยสิ

 

น่าจะต้องมีประเด็นใหญ่มากๆระหว่างฉันกับเธอแหง

 

 

「กลับเข้าประเด็นดีกว่า ดูเหมือนอัศวินขาวที่ชิราคาวะคุงใช้จะเรียกว่า ซิกม่าฟอร์ม ซึ่งใช้แกนพลังงานสองอันในการทำงาน โดยมีแกนพลังงานรุ่นผลิตจำนวนมากเป็นแกนหลัก」

 

「หมายความว่า……」

 

「หมายความว่าจากนี้ไปเธอสามารถแปลงร่างโดยไม่จำเป็นต้องใช้ชิโระยังไงล่ะ」

 

「เรมะ!」

 

 

ฉันอดไม่ได้ที่จะเรียกชื่อของเขา

 

เขาที่ได้ยินก็ยิ้มให้กับฉันก่อนพูดขึ้น

 

 

「ฉันเข้าใจนายน่า ส่วนตัวก็ไม่คิดจะให้ชิราคาวะคุงออกไปสู้หรอก หากสถานการณ์มันไม่จนมุมถึงขนาดไม่มีทางออกจริงๆ อย่างน้อยก็คิดว่าให้เธอมีอาวุธติดมือสักหน่อยอะไรทำนองนั้นมากกว่า」

 

「ถ้านายว่างั้นละก็……」

 

「ตอนนี้ที่ฉันต้องการคือเก็บข้อมูลต่างหาก ดังนั้นนายไม่ต้องกังวลให้มากหรอก」

 

 

หลังจากที่ได้ยินเรมะบอกฉันก็เบาใจลง

 

 

「แต่ว่าน่าแปลกจริงๆแฮะสำหรับพลังในการจำลองสร้างสิ่งของ ของชิโระ ไม่เคยคิดเลยว่ามันะพัฒนาไปถึงขึ้นกลายเป็นของที่เหมือนกับพวกจัสติสครูเซเดอร์ใช้ได้……」

 

 

「ไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีต่างดาวก็ทำได้ประมาณนี้หมดเหรอคะ?」

 

 

เรมะส่ายหัวไปมาให้เสียงของโอโมริซังซึ่งเป็นฝ่ายเก็บข้อมูลพูดแทรกขึ้นมา

 

 

「เปล่าเลยโอโมริคุง นี่น่ะเป็นความสามารถเฉพาะตัวของชิโระ ดูดซับและสร้างขึ้นมาใหม่ ยิ่งชิโระเข้ากระบวนการนี้วนซ้ำไปมามากเท่าไหร่ มันก็จะสามารถวิเคราะห์และสร้างของมาชดเชยส่วนที่ขาดให้กับผู้ใช้งานได้….เป็นเข็มขัดที่น่าทึ่งชะมัด」

 

 

 

『ชิโระ———!? อะไรนะ ทำให้มันดีกว่านี้หน่อยเหรอ!? เดี๋ยว อย่ามาปล่อยไฟฟ้าอัดใส่กันสิยะ!?』

 

 

 

「แถมยังเลี้ยงชิราคาวะคุงด้วยมือด้วยเท้าอีก S ชะมัด」

 

 

พี่ที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาสภาพอนาถจนฉันกังวล

 

ควรบอกให้ชิโระเบามือกับพี่สักหน่อยจะดีไหมนะ

 

ในขณะที่คิดพลางกอดอก คนที่อยู่ข้างๆฉันก็ยื่นขนมมาให้

 

 

 

 

「เอาหน่อยไหม คัตสึกิ?」

 

「อะ อ้อ ขอบคุณครับ กราทซัง」

 

 

กราทซัง อดีตเอเลี่ยนบุกโลกได้ยืนกล่องใส่ไทยากิมาให้ฉัน

 

ในอดีตเขาได้ปลอมตัวเป็นโอโมริซังมาที่สำนักงานใหญ่ แต่ตอนนี้ปรับความเข้าใจแล้วมาทำงานร่วมกันแล้ว

 

ฉันรับไทยากิมาก่อนพูดขอบคุณ

 

 

 

「ไม่ต้องขอบคุณ หากนายไม่มีแรง  กำลังรบปกป้องโลกจะน้อยลง」

 

「……อ่อ ครับ」

 

ถ้าฉันหายไปก็จะเหลือเพียงแค่จัสติสครูเซเดอร์ที่ต้องออกไปสู้

 

 

ฉันรู้ว่าตอนนี้ฉันอ่อนกว่าพวกเธอในแง่ของความสามารถ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยากจะปล่อยภาระทั้งหมดให้กับพวกเธอ

 

 

 

 

「….หือ? ทำหน้าซะจริงจังเชียว ฉันไม่ได้จะกดดันอะไรนานนะ…ยังไงก็รีบๆกินซะเถอะ ของหวานมันช่วยทำให้จิตใจสบายขึ้นด้วย」

 

ฉันพยักหน้าให้กับคำพูดของเขา แล้วยัดไทยากิเข้าปาก

 

ระหว่างที่เพลิดเพลินกับไทยากิถั่วอยู่เต็มปาก โอโมริซังก็บ่นขึ้นมา

 

 

 

「เอ๋?! นัตสึ นี่เธอชิงตัดหน้าฉันที่กำลังจะเอาไทยากิไปให้คัตสึกิคุงกินเหรอ!!」

 

เธอสังเกตเห็นวาฉันกำลังกินไทยากิอยู่จึงพูดขึ้น

 

เป็นของที่เธอตั้งใจจะเอาให้ฉันแต่แรกแล้วเหรอ?

 

กราทที่ได้ยินก็ตอบกลับอย่างไม่แยแส

 

 

「ฉันก็นึกว่าเป็นของที่ให้ฉันแล้วซะอีก บอกแล้วนี่ว่าถ้าอันไหนเป็นของเธอก็ให้เขียนชื่อติดเอาไว้ด้วย」

 

「แต่ฉันก็ทำโต๊ะแยกของพวกเราให้แล้วไหม วางบนโต๊ะฉันก็ต้องของฉันสิ เธอรู้อยู่แล้วแต่ก็ยังเมินใช่ไหม?!」

 

 

โอโมริซังกับกราทซังท่าทางสนิทสนมกันแฮะ

 

ในขณะที่ฉันยิ้มให้กับความสัมพันธ์ของทั้งสอง เรมะก็เรียกฉัน

 

 

 

「คัตสึกิคุง เกี่ยวกับโปรโต….」

 

「ครับ เห็นว่าเทอร์มินัลพังไปเพราะเรื่องคราวก่อน ได้ยินว่าเธอสบายดีนี่ครับ…หรือเกิดอะไรขึ้น?」

 

「อ้อ ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ข้อมูลก็ไม่สูญหายได้ หากติดตั้งโปรแกรมลงในอุปกรณ์ใหม่ก็ไม่มีปัญหา」

 

 

แต่ท่าทางของเรมะดูจะแปลกไปนิดหน่อย ก่อนจะดึงเอากล่องที่อยู่ข้างตัวออกมาให้ฉันดู มันเป็นนาฬิกาสีดำที่เหมือนกับอุปกรณ์แปลงร่างของอากาเนะและคนอื่นๆใช้กัน

 

 

 

「ที่จะพูดคือเธอดูซึมๆนี่แหละ」

 

「ซึม?」

 

「เธอซึมไปเพราะถูกทำลายคราวก่อนน่ะ ก็เลยโวยวายให้ฉันหาทางทำอะไรก็ได้ให้อยู่เคียงข้างนาย นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัยของนายเลยตั้งใจว่าจะให้ของแปลงร่างอื่นไว้เผื่อนอกจากร่างของอัศวินขาวด้วยคงดี」

 

 

สรุปคือคราวนี้เธอมาในร่างของ โปรโตเชนเจอร์ X ที่ฉันใช้คราวก่อนสินะ?

 

「แต่ผมใช้มันไม่ได้เต็มที่นะ」

 

「ก็ถือว่าเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับนายละกัน ด้วยพลังขับเคลื่อนมันก็น่าจะพานายหลบหนีออกมาได้」

 

「บะ แบบนี้นี่เอง……」

 

 

แน่นอนว่าหากพิจารณาถึงพลังของสูท พลังมันคงพอจะพาฉันหลบหนีไหว

 

ฉันจึงรับโปรโตเชนเจอร์ X มาพันไว้รอบแขน ก่อนที่แสงสีแดงจะสว่างขึ้นมาจากนาฬิกา

 

 

『คัตสึกิ……』

 

「โปรโต เป็นอะไรหรือเปล่า?」

 

『……ฉันจะ ปกป้องนายเอง』

 

 

….ท่าทางเธอจะกังวลจริงสินะ

 

แม้จะเป็นความผิดของฉันเองที่ล้มป่วย

 

แต่การที่โปรโตถูกเอเลี่ยนทำลายทิ้งโดยที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยคงสร้างแผลใจพอสมควร

 

ไว้ค่อยหาเวลาเปิดอกคุยกันเพื่อปลอบน่าจะดี

 

 

 

「คงได้เวลาสมควรแล้ว ชิราคาวะคุงก็ดูท่าจะไม่รอด」

 

『หิวแล้วอ้า……!』

 

「เอ่อ กราทซัง ผมขอไทยากิเพิ่มได้หรือเปล่า?!」

 

「ตามสบาย」

 

「ไม่ใช่ของเธอแต่แรกละไหม….」

 

 

พอเห็นสภาพของพี่ที่หมดแรงหลังแปลงร่าง ฉันก็รีบเอาไทยากิสองชิ้นลงไปยังสนามฝึก

 

 

 

หลังจากเอาไทยากิให้พี่ที่หมดสภาพเพราะความหิวโหยเสร็จ ฉันก็กลับไปยังห้องขังที่ฉันอาศัยอยู่ในสำนักงานใหญ่

 

โครงสร้างห้อง 4 เหลี่ยมไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้ พอฉันเดินเข้าไปก็พบกับของใช้ ต้นกระบองเพชรและแผ่นหนัง

 

จะบอกว่ายุ่งเหยิงก็ไม่เชิง ยังไงดีล่ะ….ห้องมันดูมีชีวิตชีวาจนแทบไม่เชื่อว่าเป็นของที่เจอได้ในสำนักงานใหญ่ของจัสติสครูเซเดอร์

 

 

 

「……เธอกำลังทำอะไรอยู่น่ะ อัลฟ่า」

 

「……」

 

 

ภายในห้องนั้นมีอัลฟ่ากำลังนอนหงายอยู่บนเตียง

 

จะว่าเข้าผิดห้องก็ไม่น่าใช่

 

หรือจะเผลอหลับไประหว่างรอฉันกันนะ

 

 

「ช่วยไม่ได้สินะ」

 

 

ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วยิ้ม ก่อนจะห่มผ้าห่มให้กับเธอ ทว่านั่นกลับทำให้เธอตื่นแทน

 

 

「อึก……หาววว คัตสึมิ……」

 

 

เอาอีกแล้ว

 

ถึงฉันจะพยายามไม่ใส่ใจนัก แต่หลายครั้งคนอื่นก็เรียกฉันว่าคัตสึมิ

 

ไม่รู้ว่าทักผิดคนหรือหน้าตาของฉันมันไปเหมือนกับคนคนนั้น

 

 

 

 

「ความทรงจำของนายกลับมาแล้วสินะ…ดีใจจัง」

 

「……หา?」

 

ความทรงจำกลับมา?

 

คำพูดที่อัลฟ่าเผลอหลุดปากออกมาทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง

 

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะรู้จักฉันก่อนจะเสียความทรงจำ

 

แต่การที่เรียกฉันด้วยชื่อซึ่งต่างออกไปมันหมายความว่ายังไง 

 

 

 

「รู้ไหมว่านายลืมฉันไปนานแค่ไหน…..……」

 

「คัตสึมิ..ฉันน่ะเหรอ……?」

 

「……เอ๋ พูดอะไรของนายกัน คัตสึมิก็คือคัต…สึ…」

 

『อัลฟ่า!!!』

 

「มิ……อึก?」

 

 

โปรโตตะโกนออกมา

 

ในที่สุดอัลฟ่าก็รู้สึกตัวจริงๆสักที ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนแล้วถอยหลังออกจากฉัน

 

สีหน้าของเธอแย่ราวกับว่าเผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรให้ฉันรู้ฟัง

 

 

 

「ค-คัตสึกิ คือว่า…ฉันอธิบายได้นะ…!!」

 

「ฉันเป็นใครกันแน่ ก่อนที่จะเสียความทรงจำ……? อึก」

 

 

รู้สึกปวดหัวชะมัด

 

ราวกับว่ามาอะไรบางอย่างทะลักออกมาภายในหัว

 

ฉันคุกเข่าลงกับพื้นแล้วเอามือจับหัวไว้

 

 

——แบบนี้ก็ดี

 

「……หือ?」

 

 

วินาทีต่อมา อยู่ดีๆเสียงของรูอินซังก็ดังขึ้นในหัวแล้วมันก็เป็นวินาทีเดียวกับที่โปรโตเชนเจอร์ X ซึ่งติดตรงแขนกระพริบขึ้นพร้อมเสียงไซเรนที่บอกว่าเอเลี่ยนบุก

 

พวกมันโผล่มาแล้ว

 

ฉันหายใจเข้าออกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันไปคุยกับอัลฟ่า

 

 

「อัลฟ่าฉันไม่ได้คิดจะโกรธอะไรเธอหรอกนะ」

 

「……อื้อ」

 

「ฉันเข้าใจดีว่าเธออาจมีเหตุผลให้ต้องปิดบัง…แต่หลังจบเรื่องคราวนี้ ได้โปรดบอกมันกับฉันที」

 

「……เข้าใจแล้ว」

 

 

 

……ถือว่าเป็นอันตกลง

 

หลังปรับอารมณ์ได้ ฉันก็เตรียมออกเดินทางไปลุยกับพวกเอเลี่ยน

 

『โฮ่ๆ สวัสดีชาวโลกทั้งหลาย! ฉันมีชื่อว่าเกาส์ ลำดับแห่งดวงดาราที่ 44!! วันนี้ฉันอยากจะขอจับพวกแกทุกคนเป็นตัวประกันสักหน่อยน่ะ!!』

 

 

 

『ก็เข้าใจดีว่าพวกแกอาจจะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ว่ามันวิกฤตขนาดไหน ดังนั้นฉันจะทำการอธิบายให้อย่างสุภาพและเข้าใจง่ายกว่าเดิม!!』

 

 

 

『มนุษย์โลกที่อยู่ในรัศมี500 เมตรจากศูนย์กลางตอนนี้ถูกขังเอาไว้เรียบร้อยแล้ว』

 

 

 

『แต่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับชีวิตหรอก แทนที่จะเรียกว่าตัวประกัน ควรเรียกว่าพยานมากกว่า!!』

 

 

『พยานของการต่อสู้ที่จะถูกบันทึกลงไปในหน้าประวัติศาสตร์ของจักรวาลแห่งนี้ หวังว่าพวกแกจะทำหน้าที่เหยื่อล่อเจ้าพวกนั้นออกมาได้นะ!!』

 

 

 

 

 

『ไอ้เจ้าขี้ก็อปนั่น! สงสัยแค่ระเบิดห้องทดลองจะยังไม่พอบัดซบ!!』

 

「เรมะ! เกิดอะไรขึ้น!?」

 

 

ฉันขับ Lupus Striker แล้วติดต่อสำนักงานใหญ่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ระหว่างบินอยู่บนฟ้า

 

ตามข้อมูลที่ได้รับมา ดูเหมือนเอเลี่ยนจะยึดพื้นที่ส่วนใจกลางเมืองเอาไว้และสร้างสนามพลังพิเศษขึ้นรอบๆ

 

 

 

『อีกฝ่ายตั้งใจจะล่อพวกนายออกมาน่ะ!』

 

「มีตัวประกันด้วยเหรอ!?」

 

『ถึงตอนนี้จะยังไม่เกิดความสูญเสีย แต่ถ้าไปช้าการสังหารหมู่ได้เริ่มบรรเลงแหง!!』

 

 

ก็แปลว่าทางที่ฉันกำลังมุ่งไปมีกับดักรออยู่สอนะ

 

ถึงจะรู้ แต่ฉันก็ยังเลือกจะเข้าไป!!

 

 

 

「อัศวินขาว!」

 

「เรด!」

 

 

พวกเรดกับคนอื่นๆตามมาสมทบ

 

 

 

「……」

 

 

พวกเธอเองก็คงจะรู้จักตัวตนจริงๆของฉันสินะ?

 

อยู่ดีๆความสงสัยนี้ก็เกิดขึ้นมา ถึงจะรู้ว่าไม่ใช่เวลาเหมาะสมก็เถอะ ว่าแล้วก็รีบเร่งเครื่องมุ่งไปยังที่เกิดเหตุ

 

ใกล้จะถึงแล้ว

 

ทว่าพอฉันเข้าไปใกล้ก็พบว่า ทั้งเมืองถูกปกคลุมไปด้วยโดมสีดำ

 

 

「บลู!」

 

「จะเป่าทิ้ง」

 

 

บลูกระโดดออกจากยานแล้วยิงกระสุนพลังงาน จนทำให้โดมกลายเป็นรูเพื่อเข้าไปข้างใน

 

ภายในนั้นถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด มีเพียงแค่เสียงไฟข้างทางและร้านค้าที่พอจะทำให้มองเห็น

 

 

 

「….ความรู้สึกน่าขนลุกชะมัด เหมือนกับตอนนั้น」

 

「บังเอิญจังเด้ ฉันก็เหมือนกัน」

 

 

ในขณะที่เรดกับเยลโล่พูดอะไรออกมา พวกเราก็เดินทางมาถึงจุดที่สว่างที่สุด

 

 

 

『นั่นมัน จัสติสครูเซเดอร์นี่นา!!』

 

『อัศวินขาวก็มาด้วย!!』

 

『ได้โปรด!! พยายามเข้าล่ะ!!』

 

『ชะ ช่วยพวกเราด้วย!!』

 

『ลุยมันเลย! อัศวินขาว!!』

 

 

พวกเรามาถึงจุดที่ผู้คนถูกขังเอาไว้ด้วยโดมอีกชั้นและไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ พวกเขาส่งเสียงออกมาปะปนกันเต็มไปหมด

 

 

 

「ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างกับโดมนี่」

 

「เรื่องนั้นมันก็จริง แต่เราคงต้องหาทางทำอะไรกับศัตรูตรงหน้าก่อน」

 

 

ว่าแล้วก็เห็นร่าง 3 ร่างปรากฏตัวขึ้น

 

2 ใน 3 สวมชุดคลุมสีดำเอาไว้ ส่วนอีกคนอยู่ในร่างของไรเดอร์สีน้ำเงิน คนที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี

 

 

 

「คอสโม่」

 

「คู่ต่อสู้ของนายคือฉัน อัศวินขาว」

 

 

ูคู่ต่อสู้ที่ฉันเคยพ่ายแพ้ให้

 

เธอยืนกอดอกราวกับรอการมาถึงของฉันตั้งแต่แรก ในจังหวะนั้นเอง ก็มีร่างของคนสวมสูทสีทองปรากฏขึ้นที่จอซึ่งติดอยู่ตรงตึก

 

 

 

『สูทนั่นมัน SAGITTAEIUS?!』

 

「ประธานรู้จักด้วยเหรอ?」

 

『จะไม่รู้จังได้ยังไงกันล่ะ…ทั้งที่คิดว่ามันระเบิดไปพร้อมกับห้องทดลองแล้วแท้ๆ แต่ดูเหมือนว่ามันจะเก็บกู้ขึ้นมาซ่อมแล้วดัดแปลงสินะ…!! 』

 

 

หมายความว่ายังไงกัน?

 

 

 

『ในที่สุดก็มาถึง! อัศวินขาว จัสติสครูเซเดอร์!!!』

 

「แกคือเกาส์สินะ」

 

『ต้องขออภัยที่ไม่สามารถปรากฏตัวตรงๆได้ เพราะการต่อสู้———』

 

ก่อนที่เขาจะได้พูดจบ เรดก็เหวี่ยงดาบพังจอทิ้ง

 

 

ทว่าถึงจะทำลายไปได้จอหนึ่งจนไม่เหลือชิ้นดี แต่จอภาพก็ใช่ว่าจะมีอันเดียวเสียหน่อย

 

 

『ฮ่าๆๆ ก็เพราะแบบนี้ไง ทันทีที่ฉันปรากฏตัวขึ้นคงถูกพวกแกฟันเป็นชิ้นๆแน่นอน ดังนั้นมันก็ต้องดูเชิงกันสักหน่อย!!』

 

 

เกาส์พูดต่อ ส่วนเรดกับคนอื่นๆก็ทำได้เพียงยืนฟังอย่างหัวเสีย

 

ในขณะที่ฉันกำลังตั้งท่าเตรียมรับมือกับการโจมตีที่อาจจะเข้ามา ฉันก็ได้ยินเสียงเหมือนกับฟ้าร้องดังขึ้น

 

ไฟที่อยู่ตามถนนเริ่มกระพริบไปมาติดๆดับๆ

 

 

 

「……อะไรกัน?」

 

 

มีบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา

 

ในขณะที่ฉันสังหรณ์ใจไม่ค่อยจะดี ฉันก็สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างส่องแสงออกมาจากส่วนที่มืดมิดของอาคาร

 

 

กระแสไฟฟ้าจำนวนมากได้กระจายตัวออกมา ก่อนจะพุ่งไปตกลงยังจุดที่คอสโม่ยืนอยู่

 

 

「อู้วววว……!」

 

 

ร่างกายของมันคล้ายกับทากที่มีแขนขา สวมชุดคลุมยางเอาไว้

 

แม้สภาพร่างจะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ แต่ความแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาค่อนข้างชัดเจน

 

 

「ระ เรด ไอ้เจ้านั่นมัน…」

 

「อย่างที่เธอคิด ก็แปลว่าไอ้เจ้าพวกที่ยืนอยู่ข้างหลังนั่นก็น่าจะเป็นศัตรูที่พวกเรารู้จัก 」

 

『เมื่อมากันครบแล้ว ก็ขอแนะนำตัวละครสักหน่อย!!』

 

 

เมื่อได้ยินเสียงของเกาส์ เอเลี่ยนสองตัวที่ใส่ชุดคลุมอยู่ก็ถอดชุดคลุมออกเพื่อเผยตัวตน

 

ควันเริ่มเลยฟุ้งขึ้นมาจากร่างที่ถอดชุดลคุม

 

เดี๋ยวนะทำไมหนึ่งในสองคนนั่นมันถึงคล้ายกับฉันและพวกจัสติสครูเซเดอร์จังฟะ

 

 

『กลิตเตอร์ผู้กลืนกินแสง! สัตว์ประหลาดของดาวโลกที่จัสติสครูเซเดอร์เคยเอาชนะได้!』

 

「……」

 

 

กลิตเตอร์ที่ว่านี่คือสัตว์ประหลาดที่เยลโล่เคยจัดการสินะ?!

 

อย่าบอกนะว่ามันชุบชีวิตสัตว์ประหลาดดาวโลกขึ้นมาหมด?!

 

ฉันมองไปทางเยลโล่ที่กำลังมองกลิตเตอร์พร้อมกับกำขวานในมือแน่น

 

 

「บักหัวขวดนี่ฟื้นคืนชีพแล้วเหรอ!!」

 

「เยลโล่ อย่าใช้คำหยาบ อันนั้นคือหน้าที่ของเรด ลืมแล้วเหรอ?」

 

「เดี๋ยวเถอะ อย่าพูดเหมือนกับว่าคำพูดหยาบคายเป็นสิ่งที่ฉันพ่นออกมาเป็นปกติสิยะ」

 

 

จากนั้นเรดก็หันไปหาเกาส์ที่ฉายอยู่บนจอ

 

 

 

「แต่จากที่เห็นคงไม่ได้ฟื้นสติของมันกลับมาโดยสมบูณ์สินะ?」

 

『ก็อย่างที่คิด อย่างน้อยฉันก็ไม่เลือกจะคืนสติให้กับพวกที่มีปัญหาด้านความคิดความอ่าน』

 

「……งานช้างละสิ」

 

 

ฉันไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์ประหลาดบนโลกมากนัก แต่เท่าที่ฉันรู้คือกลิตเตอร์เคยต่อสู้กับพวกจัสติสครูเซเดอร์มาก่อน

 

ดังนั้นพวกเธอจึงน่าจะเข้าใจลักษณะนิสัยของมันได้เป็นอย่างดี ได้ยินว่ามันเป็นพวกต๊องเลยอ่านทางง่าย แต่การที่ไม่ได้เอาสติหรือนิสัยเก่ามันกลับมาด้วย การรับมืออาจจะลำบากกว่าเดิม

 

 

 

「แล้วไอ้ตัวข้างๆนั่นล่ะ?」

 

『น่าเสียดาย ถึงฉันจะเป็นคนปลุกมันขึ้นมา ก็ไม่รู้จักชื่อจริงๆหรอก บางทีลองไปถามอัศวินดำอาจจะได้คำตอบนะ ว่าไหม?』

 

「……งั้นก็แปลว่าไม่มีข้อมูลสินะ」

 

 

สัตว์ประหลาดตัวนั้นมันมองไปรอบๆก่อนจะหยุดสายตาลงที่ฉัน

 

 

「จ้องฉันอยู่เหรอ……?」

 

 

 

ทำไมกันล่ะ

 

ทว่าเกาส์ก็ยังไม่ได้พูดจบ

 

 

 

『ต่อมาคือแขกที่น่าสะพรึงกลัวอีกตัว! สัตว์ประหลาดทากไฟฟ้า!!』

 

「อู้วววว! ช่าาาาาาา!」

 

สัตว์ประหลาดทากไฟฟ้าปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมา 

 

พลังไฟของมันแรงมากเสียจนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่รอบๆปล่อยควันดำออกมา ไฟรอบพื้นที่ก็เกิดการติดๆดับๆอีกครั้ง

 

ไม่รู้ว่าเกาส์ได้เอาสติของมันกลับมาด้วยไหม แต่ท่าทางมันจะโกรธจัดเลย นอกจากนี้มันก็จ้องมองมาทางฉัน….อีกแล้วเหรอฟะ

 

 

 

『โอ๊ะโอ รู้สึกว่ามันจะมีความสัมพันธ์กับนายนะ อัศวินขาว』

 

「……พูดอะไรของแก?」

 

『คุคุคุ……』

 

 

 

ในระหว่างที่กำลังจ้องตาอีกฝ่าย สัตว์ประหลาดรูปร่างควันก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของพวกฉันโดยไม่บอกกล่าว

 

เป็นกลุ่มควันสีฟ้า

 

ในจังหวะที่มันเคลื่อนไหวไปมา ดวงตาของมันก็โผล่ขึ้นมาภายในกลุ่มควันนั้น

 

 

ฉันทำการต่อยอัดใส่มัน ทว่าการโจมตีก็ทะลุร่างควันของมันไป———จากนั้นดวงตาของมันก็ส่องแสงออกมา

 

 

『จะเกิดอะไรขึ้นกันน้า』

 

「อัศวินขาว!」

 

 

เกาส์พูดออกมาอย่างสนุกสนาน

 

แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เรดพุ่งเข้ามาขวางระหว่างฉันกับสัตว์ประหลาดควัน——— ตอนนี้เธอรับผลของพลังมันไปเต็มๆแทนฉัน

 

 

 

「เรด!!」

 

 

ฉันรีบดึงเธอให้ออกมาห่างจากสัตว์ประหลาดตัวนั้นทันที

 

ชิ ไม่ทันระวังไปซะได้!

 

ทำบ้าอะไรของฉันกันฟะ!

 

 

 

「เป็นอะไรหรือเปล่า!」

 

「โดนเข้าให้แล้วสิ!」

 

「เรด……?」

 

「อึก ไม่เป็นไรหรอก….เพราะเจ้านั่น บางทีอาจจะเป็น….」

 

 

ฉันถามอาการของเรดก่อนที่เธอจะค่อยๆลุกขึ้นยืน

 

ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เป็นอะไรแต่ตัวตนของสัตว์ประหลาดควันนั่นคืออะไรกันนะ

 

คอสโม่กับพวกที่เหลือก็เหมือนจะไม่เคลื่อนไหวอะไร….

 

 

『อะ อ๊ะ อา……』

 

「หือ?」

 

 

ควันสีน้ำเงินของมันค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง แล้วเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างบางสิ่ง

 

ร่างเนื้อค่อยๆปรากฏขึ้นมาจากควันจนกลายเป็นมนุษย์

 

 

『เอาล่ะ แสดงให้ฉันเห็นหน่อยซิ! ความสามารถในการสร้างร่างปลอมของคนที่เป้าหมายรัก! สัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งดูหมิ่นผู้ที่ตายไปแล้วเอ๋ย!』

 

 

「….บลู เยลโล่ ไอ้ตัวนี้มันเหมือนกับสัตว์ประหลาดที่เขาเคยเล่าให้พวกเราฟัง」

 

「การโจมตีทางกายภาพบ่ได้ผล ไม่สิ ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น…」

 

「ความทรงจำที่มันได้ไปจากเรดคืออะไรต่างหาก」

 

 

พวกเธอพูดออกมาและเริ่มตั้งท่าระวังตัว ไม่รีบโถมเข้าไปโจมตีเหมือนปกติที่ทำ

 

ร่างที่มันเปลี่ยนไปจนเสร็จกลายเป็นชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าอยู่

 

 

 

「ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง」

 

 

ชายหนุ่มผมสีดำ สวมเสื้อคลุมสีดำทับเสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์

 

เนื่องจากใบหน้าถูกชุดคลุมปิดเอาไว้อยู่ แต่เขากำลังพูดอยู่กับพวกเรดไม่ผิดแน่

 

 

 

 

「อากาเนะ・・・」

 

「「「……อึก!!」」」

 

 

ฉันถึงกับพูดไม่ออก

 

มันรู้ชื่อจริงของเรด

 

เขาเปิดชุดคลุมออกจนได้เห็นใบหน้าชัดๆ

 

มันเป็นใบหน้าที่ฉันคุ้นเคยเสียเหลือเกิน

 

 

 

「ฉันเหรอ……?」

 

「ทั้งที่บอกว่าฝากที่เหลือด้วย แต่ทำไมโลกมันถึงอยู่ในสภาพนี้ได้ล่ะ บอกฉันทีสิ อากาเนะ คิราระ อาโออิ」

 

 

ใบหน้าที่แท้จริงของฉันถูกเปิดเผยให้ทุกคนได้เห็น

 

ร่างนั้นกำลังพูดกับเรดและคนอื่นๆอย่างสบายๆ

 

 

 

「ทั้งที่ฉันเอาตัวเข้าแลก แต่โลกก็ยังตกอยู่ในอันตรายอยู่ดี」

 

 

 

「ทำไมกันล่ะ?」

 

 

 

「พวกเธอพลาดอะไรไปจนทำให้โลกต้องมาอยู่ในสภาพนี้ 」

 

 

 

「ดูตอนนี้สิ」

 

 

 

「ดูคนพวกนั้นสิ」

 

 

 

「ดูตัวฉันสิ」

 

 

 

「ทำไมเธอถึงต้องทำให้ฉันกลับมาเสี่ยงชีวิตอีก?」

 

 

อะไรของมัน…ไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด

 

พวกเธอทำให้ฉันต้องมาเสี่ยงชีวิตเหรอ?

 

ฉันถึงกับปล่อยมีดในมือทิ้งและหันไปหาเรดกับคนอื่นๆ พวกเธอเองก็หันมาหาฉันแถมยังไม่มีทีท่าจะเคลื่อนไหวอะไรเลย

 

 

 

『แบบนี้นี่เอง เรด จากที่เห็นดูเหมือนว่าเธอคิดว่าเขาคนนี้ตายไปแล้วสินะ』

 

「……」

 

 

เกาส์พูดกับเรดที่นิ่งเงียบอย่างตื่นเต้น

 

ไม่รู้เพราะอะไรแต่พวกเธอดูเหมือนจะแสดงสีหน้าแย่สุดๆออกมากันทุกคน

 

 

 

『ช่างโหดร้ายเสียจริงๆ แม้ว่าเขาจะยืนอยู่ข้างเธอ แต่เธอกลับไม่คิดดว่านั่นคือเขาเลยสักนิด』

 

「……」

 

『นี่นะเหรอ สิ่งตอบแทนสำหรับคนที่เสี่ยงชีวิตป้องกันการรุกรานเมื่อ 6 เดือนก่อน ช่างน่าเสียดายชะ——』

 

 

ดาบของเรดได้ทำการฟาดฟันจอที่ติดอยู่รอบๆทิ้งจนหมดเพื่อไม่ให้เกาส์พ่นอะไรออกมาได้อีก

 

 

เมื่อจอภาพถูกทำลายจนหมด เธอก็เก็บดาบเข้าฝักโดยไม่พูดอะไรออกมา

 

 

 

「เรด หมายความว่ายังไงกัน?! ทำไมฉันถึงกลายเป็นคนตาย….」

 

「อัศวินขาว」

 

 

เธอพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา

 

ก่อนจะเอามือมาวางไว้บนไหล่ของฉัน

 

 

 

「ยังไงนายก็คือนาย」

 

「เอ๋……?」

 

「ฉันเข้าใจดีว่านั่นทำให้นายสับสน แต่ฉันก็จำเป็นต้องบอกนายให้ชัด ฉันไมได้คิดว่านายตายไปแล้วจริงๆ ต้องบอกว่ามันคือการสั่งจิตของฉันในการคุมอารมณ์มากกว่า」

 

จากนั้นสัตว์ประหลาดอีก 2 ตัวก็เริ่มเคลื่อนไหว

 

บลูกับเยลโล่ได้พุ่งออกไปสกัดมันทันที

 

 

ฉันที่เห็นแบบนั้นก็ตั้งใจจะไปช่วยพวกเธอ แต่เรดก็เอามือจับแก้มของฉันเอาไว้เพื่อให้หันไปมองเธอ

 

 

 

「ในช่วงที่นายหายไป ฉันก็ตั้งใจจะสู้แทนนายเสมอ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรหรือคิดแบบไหน ฉันก็สาบานเอาไว้แล้วว่าจะปกป้องโลกใบนี้แทนนาย นั่นคือสิ่งที่ฉันตั้งใจเอาไว้」

 

「……ตั้งใจเอาไว้?」

 

「อื้อ ฉันจะสู้ต่อไปเพื่อโลกใบนี้…เพื่อที่สักวันหนึ่งนายจะได้ไม่ต้องต่อสู้อีก」

 

 

หลังพูดจบเธอก็ก้าวออกไปข้างหน้าแล้วชักดาบออกมา

 

เป้าหมายของเธอคือสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างเหมือนฉัน

 

 ……。

 

เฮ้อ นั่นสินะ

 

ถึงจะสับสนอยู่บ้าง แต่เดี๋ยวค่อยมาสะสางทีหลังละกัน

 

 

 

「เรด」

 

「หือ?」

 

「ไม่จำเป็นต้องยั้งมือเพราะว่าเป็นฉันหรอกนะ…!」

 

「อะ……อื้อ เข้าใจแล้ว!」

 

จะมาห่วงเรื่องใบหน้าของตัวเองถูกเปิดเผยก็ไม่ใช่เรื่องแล้ว

 

เพราะฉันเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งจะต้องเกิดขึ้น

 

เมื่อเห็นเรดเข้าหา ตัวฉันอีกคนก็แอบขนลุกชะมัด

 

 

 

「อากาเนะ นี่เธอคิดจะโจมตี——」

 

 

ยังไม่ทันได้พูดจบ เรดก็ทำการใช้ฝักดาบฟาดเข้าไปที่ร่างของตัวปลอมจนกระเด็นไปอัดกับตึกข้างๆ

 

…เอ่อ ถึงจะบอกว่าไม่ต้องยั้งมือ…แต่พอเห็นตัวเองถูกอัดมันก็รู้สึกแปลกๆวุ้ย

 

 

 

『หุบปากของแกซะ』

 

『อากาเนะ ทำกันได้นะ…คิดจะทำร้ายฉันจริงๆเหรอ?』

 

『อย่ามาเรียกชื่อของฉัน』

 

『———เธอเองก็ไม่ต่างจาก———พ่อกับแม่ฉันสินะ……?』

 

『……อึก』

 

 

เมื่อการต่อสู้ของเรดเริ่มขึ้นแล้ว ฉันก็สูดหายใจเข้าออกเพื่อสงบสติ

 

พวกสัตว์ประหลาดบนโลกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจัสติสครูเซเดอร์

 

เพราะคู่ต่อสู้ของฉันมันถูกกำหนดเอาไว้แล้วตั้งแต่มาถึง

 

 

 

「ขอโทษที่ปล่อยให้เธอรอนะ คอสโม่」

 

「……ถึงจะไม่เคยคิดว่าต้องมาเจอกันในที่แบบนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้」

 

 

ถึงเวลาเผชิญหน้ากับไรเดอร์สีน้ำเงิน คอสโม่

 

ฉันรู้ดีว่าเป้าหมายของเธอคือการต่อสู้กับฉัน

 

ดังนั้นคงไม่จำเป็นต้องพูดคุยถามอะไรกันให้มากความแล้ว

 

 

 

「มาเริ่มกันเลย」

 

『MIX!』

 

『RED!』『BLUE!』

 

 

 

「ฉันก็ตั้งใจแบบนั้นแหละ!」

 

『COME ON!!』

 

 

ฉันเปิดการใช้งานมิกซ์ไดรฟ์เวอร์ ส่วนทางคอสโม่เองก็ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยออร่าสีดำ น้ำเงิน

 

การต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

 

***

 

ทั้งเมืองถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด

 

คุกที่ห้อมล้อมไปด้วยตึกระฟ้าและแสงสว่างจากไฟฟ้า เสียงของการปะทะกันเกิดขึ้นหลายจุด

 

การต่อสู้ของจัสติสครูเซเดอร์และสัตว์ประหลาดดาวโลก

 

การต่อสู้ของอัศวินขาวกับคอสโม่

 

ฉันนั่งดูสิ่งที่เกิดขึ้นจากข้างบนตึก พร้อมกับระงับความตื่นเต้นที่อยู่ภายในใจ

 

 

 

「น่าสนุกจริงๆ เลยน้า」

 

 

ตอนนี้ฉันอยู่ในร่างสูทมีชมพูดวงตาสีเขียว

 

 

 

การต่อสู้ตรงหน้าช่างดูเพลิดเพลิน ฉันมองมันพลางควง Steam Gun ในมือไปมา

 

 

 

「น่ารักจริงๆ จิตใจที่ไม่เอนอ่อนนั่น แค่เห็นก็หลงรักแล้วสิ」

 

 

แม้จะถูกความจริงถาโถมซัดเข้าใส่ แต่จิตใจของเขาก็ไม่ได้ถูกสั่นคลอนแม้แต่น้อย

 

ความมุ่นมั่นในการต่อสู้กับศัตรูและการเตรียมใจก็พร้อมไปเสียหมด

 

แม้จะยังขาดประสบการณ์อยู้บ้างแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา

 

เพราะเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพลังทั้งหมดก็จะกลับมารวมเป็นหนึ่ง

 

 

「ตั้งตอรอเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ฟุฟุ หวังว่าจะถึงเวลาเร็วๆ น้า 」

 

 

 

——เธอคิดจะทำอะไรกันแน่?

 

 

 

「หืม? 」

 

 

ฉันเอียงหัวสงสัยเมื่อได้ยินเสียงจากข้างในหัว

 

 

ฉันเอนตัวลงนอนแล้วตอบเสียงนั้น

 

 

 

「หยุดร้องไห้ได้แล้วเหรอ โมโมโกะ? 」

 

 

 

——ตอบฉันมา

 

 

ร่างมนุษย์โลกที่ฉันเอามาใช้งานมีชื่อว่า โมโมโกะ คาเซอุระ

 

อายุ 19 ปี

 

มีความเข้ากันได้กับฉันสูงมาก ก็เลยต้องใช้เวลานิดหน่อยในการแย่งชิงร่างมา

 

 

「อะไรกัน พอได้เห็นอัศวินดำคนโปรดที่เธอชื่นชมแล้วเกิดมีความหวังเหรอ? 」

 

 

 

——……。

 

 

 

「ตอนนั้นเธอตกใจน่าดูเลยนี่ที่พวกเขาอายุน้อยกว่าเธออีก」

 

 

 

สงสัยจะพูดถูก

 

ตอนนี้เธอไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้ อารมณ์ก็เหมือนมองร่างตัวเองกำลังเคลื่อนไหวในมุมบุคคลที่ 3

 

 

 

แต่มันก็ดีกับฉันตรงที่เธอเป็นเพื่อนคุยในช่วงเบื่อๆ ได้

 

แถมตอนนี้ก็โวยวายน้อยลงแล้วด้วย

 

นับว่าน่ายินดีๆ

 

 

 

「แต่ที่ฉันรอดมาได้ก็เพราะเธอน้า ตอนนั้นที่ฉันเสียบเข็มขัดใส่เขา ถ้าไม่ได้เธอหยุดเอาไว้ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง」

 

 

 

——……อุ

 

 

 

「เธอพยายามต่อต้านอย่างสุดแรงจนดึงฉันกลับเข้ามาในร่างของเธอแทน…ช่างน่าสงสารจริงๆ 」

 

 

 

ในตอนที่ฉันตั้งใจจะสิงร่างของคัตสึมิ โมโมโกะก็ได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายของเธอตะโกนออกมาจนการลอบโจมตีของฉันไม่สำเร็จ

 

 

แต่ในจังหวะที่ฉันเข้าไปสำรวจข้างในตัวเขา ก็จะบอกโชคดีแล้วไหมนะที่ถูกดึงออกมาก่อน

 

 

 

 

——ฉันไม่คิดจะยอมแพ้หรอกนะ

 

 

 

「เฮ้อ ไม่ชอบใจเลยจริงๆ สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้เร็วเนี้ย คงจะดีกับฉันกว่านี้หากเธอเป็นพวกจิตอ่อนน้า」

 

 

พวกมนุษย์โลกนี่ยุ่งยากชะมัด

 

อย่างไรก็ตาม การที่โมโมโกะเชื่อแบบนั้นก็อาจจะมีเหตุผล

 

เพราะจัสติสครูเซเดอร์อาจจะหาทางแยกฉันกับเธอออกจากกันก็ได้

 

แต่ผลลัพธ์จะเป็นแบบนั้นจริงไหมก็ไม่มีใครรู้

 

 

 

「ไม่ใช่ว่าเธอเตรียมใจที่จะถูกฆ่าตายไปพร้อมกับฉันแล้วหรอกนะ? 」

 

 

 

——เรื่องนั้นไม่มีวันซะหรอก

 

 

 

「พูดซะมั่นใจเชียว」

 

 

 

——เพราะพวกเขาคือฮีโร่ยังไงล่ะ

 

 

 

「หือ? 」

 

 

ฉันตกใจจริงๆ ที่เธอตอบกลับอย่างไม่ลังเล

 

ช่างเป็นความฝันที่ดูเด็กน้อย

 

เพราะพวกเขาเป็นฮีโร่เนี่ยนะ? จะเพ้อก็ขอให้เป็นตอนนอนเถอะ

 

 

——ใครๆ ก็รู้กันดีว่าพวกเขาคือฮีโร่แห่งความยุติธรรม

 

——ฉันมั่นใจว่าปลายทางของเธอถูกกำหนดให้พ่ายแพ้นานแล้ว

 

「……ให้ตายเถอะ ข้างบนนี้หนาวชะมัด จะป่วยไหมเนี้ย」

 

 

ฉันผลักจิตสำนึกของโมโมโกะลงไปในห้วงจิต

 

เห้อ ไม่สบอารมณ์เลย

 

ถึงต่อจากนี้คงมีเรื่องสนุกรออยู่อีกเยอะ แต่แอบหัวเสียนิดหน่อยแฮะ

 

 

 

「เห้อ เมื่อไหร่จะถึงตาฉันสักทีน้า」

 

 

ฉันยิ้มระหว่างมองไปยังพิษที่หยดออกมาจากกรงเล็บที่แหลมเหมือนหนามซึ่งงอกออกมาจากแขนขวาของฉันระหว่างเฝ้ามองการต่อสู้

 

รีบๆ ถึงตาฉันสักที

 

ฉันทนแทบจะไม่ไหวแล้ว

 

 

***

 

 

『MIX FORM!! COMPLETE! YEAH!!』

 

 

 

『ARMOR:ZONE!! JOKER FORM!!!』

 

 

ทันทีที่แปลงร่างเสร็จ ฉันกับคอสโม่ก็พุ่งเข้าปะทะกันกลางถนนทันที

 

เธอพูดออกมาด้วยความดีใจก่อนจะแลกหมัดกับฉัน

 

 

 

「อึก ฮ่าๆ! ตอนนี้พลังของพวกเราทัดเทียมกันแล้วสินะ! อัศวินข้าว!!」

 

「เดี๋ยวฉันจะแสดงให้เห็น จนเธอขำไม่ออกเอง…!!」

 

 

Flare Calibur II ปรากฏขึ้นในมือฉัน

 

อีกฝ่ายก็งัดใบมีดอันแหลมคมออกมาจากแขนตัวเอง แล้วเข้าปะทะกันต่อ

 

เสียงของโลหะกระทบกันดังไปมา แม้อีกฝ่ายจะมีพลังทำลายเหนือจากฉันไปนิดหน่อย แต่ความเร็วและความสามารถของพวกเราค่อนข้างกินกันไม่ลงแล้ว

 

 

「แต่ปัจจัยที่จะตัดสินน่ะมันคือนี่ต่างหาก…!!」

 

 

ความหลากหลาย!!

 

หลังปะทะกันไปมาหลายครั้ง ฉันก็ถอยไปหนึ่งจังหวะเพื่อหลบการโจมตีก่อนจะงัดเอาLiquid Shooter IIออกมาในมือซ้ายแล้วยิ่งสวนกลับไปในมุมอับ

 

 

 

 

「อะไรกัน!? 」

 

 

คอสโม่ใช้แขนของตัวเองป้องกันเอาไว้ได้ทันก่อนถอยออกไป ระหว่างที่ฉันสาดกระสุนใส่คอสโม่ ฉันก็โยนFlare Calibur II ทิ้งแล้วเปลี่ยนโหมดของมิกซ์ไดรฟ์เวอร์

 

『COLOR CHANGE!!』

 

『YELLOW!』『BLUE!!』

 

 

เกราะครึ่งหนึ่งได้เปลี่ยนจากแดงเป็นเหลือง

 

Lightning Crusher II ปรากฏขึ้นในมือขวา ก่อนจะพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูง

 

กระแสไฟฟ้าได้กระจายออกไปรอบๆ พร้อมกับอัดเข้าบนร่างของคอสโม่

 

 

「ทำกันได้นะ!!」

 

「อึก」

 

 

ในจังหวะที่เขาประชิดกัน เธอกัดฟันแล้วคว้าแขนของเหวี่ยงไปมา ก่อนจะคว้างออกไปอัดเข้ากับอาคารแห่งหนึ่ง

 

ฉันพยายามลุกขึ้นยืนเมื่อถูกแรงกระแทกอัดใส่

 

 

「ตาฉันบ้าง!!」

 

「!」

 

『SLASH EXECUTION!!』

 

 

 

ใบมีดเคลือบพลังงานรูปจันทร์เสี้ยวปล่อยคลื่นออกมาหมายจะสังหารฉัน

 

ไม่ยอมง่ายๆ หรอกเฟ้ย…!!

 

 

 

 

『DEADLY MIX!!』

 

『YELLOW! BLUE DUAL POWER』

 

 

 

『MIX! DUAL SHOOT!!』

 

 

กระสุนพลังงานพิเศษที่ยิงจากLiquid Shooter IIถูกปกคลุมไปด้วยกระแสไฟฟ้าเข้าปะทะกับใบมีดจนผลของมันหักล้างกันเอง

 

ฝุ่นควันได้เกิดขึ้นจากการปะทะ คอสโม่ไม่รอช้าพุ่งเข้ามาหมายโจมตีฉันต่อทันที

 

 

 

「ฉันจะฆ่านายให้ได้!!」

 

「แล้วทำไมถึงอยากฆ่าฉันขนาดนั้นฟะ!!」

 

「เพื่อที่ฉันจะได้กลายเป็นฉันยังไงล่ะ!!」

 

「ลองคิดถึงมุมฉันที่ต้องถูกฆ่าเพราะเรื่องนี้บ้างสิเห้ย!!」

 

 

ตอนนี้เธอกำลังเร่งความเร็วไปมาด้วยการพุ่งดีดตัวผ่านอาคารไปมา ทางฉันก็ไม่รอช้าใช้พลังของเยลโล่ตามไป

 

 

「ย้ากกก!!」

 

「ฮ้าาาา!!」

 

 

ฉันกับเธอปะทะกันไปมาจนเกิดกระแสไฟฟ้าและออร่าสีน้ำเงินปะทุขึ้นทุกครั้ง

 

 

「ฉันต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญในการมีชีวิตอยู่ของฉัน ดังนั้นนายช่วยตายเพื่อฉันซะ!!」

 

「พิสูจน์บ้าบออะไรของเธอฟะ…!!」

 

 

ยัยนี่พูดอะไรออกมา

 

อารมณ์ที่อธิบายไม่ได้นี่มันอะไร

 

 

ฉันพยายามตั้งสติก่อนที่จะปล่อยให้ตัวเองโมโหไปกับความคิดบิดเบี้ยวของอีกฝ่าย

 

จากนั้นก็ทำการขว้างLightning Crusher IIใส่คอสโม่ ทางเธอเองก็ใช้แขนของตัวเองในการป้องกันการโจมตีนั้นได้ เมื่อปิดระยะห่างเสร็จ ฉันก็ใช้หมัดชนกับหมัดของเธออย่างสุดแรง

 

 

 

「อย่ามาล้อกันเล่นนะเห้ย……!!」

 

 

แรงปะทะทำให้พวกเรากระเด็นออกจากกัน แต่เหมือนคราวนี้จะเป็นทางคอสโม่ที่แพ้พลังแล้วกำลังพยายามลุกขึ้นยืนใหม่

 

 

「เธอเป็นพวกบ้าที่ไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองมีชีวิตอยู่หรือตาย เว้นเสียแต่จะได้พิสูจน์ให้คนอื่นได้เห็นเนี่ยนะ ถามจริง?!」

 

「อะไรของนาย……!!」

 

「หากเธอยังไม่เข้าใจถึงเรื่องนี้ ฉันก็จะสอนเธอจนกว่าจะเข้าใจเอง!!」

 

 

ฉันหมุนด้ามจับของมิกซ์ไดรฟ์เวอร์

 

รูเล็ตได้หมุนไปมาเพื่อเปลี่ยนเป็นร่างใหม่

 

 

『COLOR CHANGE!!』

 

『YELLOW!』『BLACK!』

 

 

คอสโม่เข้ามาโจมตีฉันแต่ฉันก็ใช้แขนอีกข้างในการรับมือ ก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นเหลืองดำ

 

มันคือร่างที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ฉันจะนึกออกตอนนี้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นร่างที่สุดอันตรายด้วยเพราะพลังทำลายล้าง

 

ฉันเหวี่ยงLightning Breaker IIด้วยมือข้างเดียวเพื่อให้อีกฝ่ายป้องกัน ก่อนจะใช้ Gravity Buster ยิงอัดเพื่อใส่จนถอยออกไป

 

 

 

「อั๊ค โถ่เว้ย……!? 」

 

「เป็นอะไรไปล่ะ แสดงพลังที่เธอมีก่อนหน้านี้ให้ฉันดูสิ!!」

 

「หุบปากน่า! อยากได้นักก็จัดให้!!」

 

『WILD 1!!』

 

พุ่งหายไปในประตูมิติก่อนจะปรากฏตัวขึ้นข้างหลังของฉันพร้อมกับใบมีดที่แขน ออร่าสีฟ้าของมันมีพลังพอจะทำลายฉันได้แน่นอน แต่ฉันก็คว้าแขนของเธอเอาไว้ได้ด้วยมือขวา

 

 

 

「บ้าน่า!? 」

 

「ตกใจอะไรของเธอ? ถ้ารู้ว่าจะมาแนวนี้อยู่แล้วก็ต้องป้องกันไว้ไหม」

 

 

เมื่อคว้าแขนของเธอได้ฉันก็ใช้Gravity Buster ยิงอัดใส่เธออีกที

 

คอสโม่ที่เห็นก็พยายามจะหลบ แต่ระยะเผาขนขนาดนี้ไม่มีทางอยู่แล้ว ร่างของเธอถูกกระสุนพลังงานยิงอัดเข้าอีกดอกจนกระเด็นออกไป

 

 

 

「อ-อึก!!」

 

 

เธอลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วสร้างประตูมิติจำนวนมากเพื่อพุ่งไปมา

 

ทางฉันที่เห็นแบบนั้นก็ทำเพียงแค่ยืนเฉยๆ

 

จังหวะนี้ต้องตอบโต้ด้วยความสงบนิ่ง ท่าทางอีกฝ่ายจะลืมไปแล้วว่าฉันก็สามารถใช้พลังนี้ได้เหมือนกัน

 

ฉันค่อยๆ ยก Gravity Buster เล็งไปข้างหน้าที่ไม่มีใครอยู่

 

ในจังหวะที่คอสโม่กำลังวาร์ปไปยังประตูมิติถัดไป ฉันก็สร้างของตัวเองขึ้นมาก่อนเพื่อบังคับให้เธอมาโผล่ตรงหน้าฉันแทน

 

 

 

 

 

「บ้าน่า———!? 」

 

「ถ้ารู้วิธีในการใช้งานมัน เธอก็ควรจะรู้วิธีในการตอบโต้มันด้วยนะ」

 

 

เมื่อโดนยิงอัดเข้าไปอีกครั้ง การแปลงร่างของคอสโม่ถูกปลดออกก่อนกลิ้งไปมากับพื้น

 

ฉันที่เห็นแบบนั้นก็ทิ้ง Gravity Buster ไปแล้วมองสถานการณ์รอบๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

 

 

『หยุดทำให้เขาแปดเปื้อนได้แล้ว ถึงฉันจะต้องตาย ฉันก็จะฆ่าแกให้ได้…!!』

 

『ถึงจะมองไม่เห็น แต่ตราบใดที่ความแหยงและเซนเซอร์แม่เหล็กไฟฟ้าทำงานอยู่ก็บ่มีปัญหา』

 

『ไม่มีใครบอกเหรอว่าแกเหมือนปลิงทะเล อุ ขอโทษทีทากนี่เนอะ』

 

 

พวกสาวๆ ก็กำลังรับมือกับศัตรูที่ค่อนข้างตึงมือ

 

 

 

「ยังยืนไหวไหม คอสโม่? 」

 

「คิดจะเห็นใจกันหรือไง……!」

 

 

คอสโม่พยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

 

สภาพของเธอในตอนนี้นับว่าแย่เอามากๆ แต่เหมือนเธอก็ยังพยายามจะแปลงร่างอีกรอบ

 

ทั้งที่ผู้หญิงคนนี้เป็นศัตรูกับเราแท้ๆ

 

แต่ว่า….

 

 

 

「ตัวเธอก็อยู่ตรงนี้แล้วนี่」

 

「หือ? 」

 

「ทำไมเธอถึงไม่ยอมรับในตัวเองสักทีล่ะ? 」

 

 

ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมคอสโม่ถึงอยากให้คนอื่นยอมรับตัวเธอ

 

แล้วทำไมการฆ่าฉันมันถึงกลายเป็นวิธีการในการยอมรับไปได้

 

อย่างไรก็ตามฉันเชื่อว่าเธออาจจะแค่ต้องการใครสักคนมายอมรับในตัวเธอที่ไม่ยอมรับในตัวเอง

 

 

 

 

「ตัวฉัน……」

 

 

คอสโม่เหมือนกำลังจะคิดอะไรบางอย่างได้

 

แต่ในขณะที่สับสนแล้วเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างกับฉัน กระแสไฟฟ้าสีน้ำเงินก็ช็อตท่วมร่างของเธอ

 

 

「อะ อึก……!? 」

 

「อะไรกัน!? 」

 

 

คอสโม่เริ่มแสดงความทรมานออกมาให้เห็น

 

ราวกับว่าเป็นการตอบสนองต่อสิ่งนั้น สูทที่ดูน่าขนลุกเริ่มประกอบขึ้นบนร่างของเธอ

 

 

 

——เหนื่อยหน่อยนะ คอสโม่

 

「อ๊าคคคคค!? 」

 

 

มีรอยแตกร้าวเกิดขึ้นตรงหัวเข็มขัด

 

ดูทรงไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการแน่นอน มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นในตัวของเธอ

 

 

 

「ไม่นะ…ฉันไม่ต้องการแบบนี้…ถ้าเป็นแบบนี้เอโลจะ….」

 

——เหนื่อยแกแย่เลยสินะ ที่ต้องมาช่วยพัฒนาคัตสึมิของฉัน

 

「มะ ไม่นะ…ได้โปรด อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ….ท่าน…รู…」

 

——ทีนี้ก็หายไปได้แล้ว

 

 

มือของเธอสั่นและพยายามจะเปิดการใช้งานท่าพิเศษโดยขัดกับเจตจำนงของเธอ

 

 

ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าฉันไม่หยุดเธอเอาไว้ละก็แย่แน่

 

 

 

『WILD 3!!』

 

 

 

『DEADLY MIX!!』

 

『YELLOW! BLACK! DUAL POWER』

 

 

คอสโม่กระโดดเข้ามาเตะฉันพร้อมกับชุดสูทที่ดูใกล้จะแตกสลาย

 

ฉันก็ตอบสนองกลับไปด้วยการหมุนตัวเตะที่เคลือบด้วยออร่าสีดำจากแรงโน้มถ่วงและกระแสไฟฟ้า

 

 

 

J O K E R

 

 

 

E X E C U T I O N

 

 

 

 

「!」

 

 

 

M I X

D U A L

B R E A K

 

 

 

 

 

 

「ย๊ากกกก!!」

 

 

พลังทำลายล้างที่แสนรุนแรงเข้าปะทะกันจนประกายไฟสีดำพวยพุ่งไปรอบๆ

 

 

「โอ้วววว!!」

 

 

ฉันจะถอยไม่ได้เด็ดขาด….ในที่สุดพลังของฉันก็เอาชนะเธอได้สำเร็จ จนทำให้เธอล้มลงกับพื้น แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฉันพุ่งเข้าไปหาเธอเพื่อดึงเอาเข็มขัดที่ติดตรงเอวออกมา

 

 

 

「ออกมาเดี๋ยวนี้!!」

 

 

ทันทีที่เข็มขัดถูกดึงออก การแปลงร่างของเธอก็ถูกยกเลิกก่อนจะตรวจสอบอาการของเธอ เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะเป็นไรก็วางเธอลงกับพื้นเหมือนเดิม

 

 

「……ยังมีชีวิตสินะ」

 

 

เพราะหัวของเธอถูกคลุมเอาไว้ด้วยผ้าจนมิด ฉันก็เลยไม่เห็นใบหน้าของเธอ แต่เธอยังหายใจอยู่เท่านั้นก็ก็เพียงพอแล้ว

 

ถึงจะรู้ว่าปล่อยเธอนอนแบบนี้มันจะไม่ใช่เรื่องดี แต่ว่า….

 

 

『กรอ!!』

 

「เอ๋!? 」

 

 

หัวเข็มขัดของคอสโม่ที่ถูกดึงออกมาแปลงร่างเป็นสิงโตแล้วกระโดดไปหาคอสโม่ที่หมดสติอยู่

 

เห็นแบบนี้แล้วเหมือนกับชิโระชะมัด ในระหว่างที่กำลังคิดแบบนี้อยู่ดวงตาของสิงโตสีน้ำเงินก็ส่องแสงออกมาจนเกิดเป็นประตูมิติขึ้น แล้วมันก็ลากคอสโม่ที่หมดสติอยู่เข้าไปข้างใน

 

 

 

「……เห้อ ก็แล้วไป」

 

ในสถานการณ์ปัจจุบันฉันไม่มีเวลามากังวลเรื่องของเธอมากนัก

 

ก่อนอื่นก็ต้องไปช่วยพวกเรดสู้กับสัตว์ประหลาดของดาวโลก

 

 

 

「ว่าไง คัตสึมิคุง♪」

 

「หือ!? 」

 

 

ก่อนจะหันกลับไปตามเสียงเรียก ฉันก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นที่หลัง

 

มีบางอย่างกำลังแทงเข้ามาในร่างของฉันผ่านชุดสูท การมองเห็นของฉันเริ่มพร่ามัว ก่อนจะคุกเข่าลงไปกับพื้น

 

 

 

「เป็นเพราะเหนื่อยจากการต่อสู้กับคอสโม่หรือเพราะนายประมาทกันน้า? 」

 

「ฮิลด้า……!!」

 

 

ไรเดอร์สีชมพูปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า

 

แม้จะไม่เห็นทั้งตัวแต่ก็รับรู้ได้ด้วยเสียงว่าเป็นเธอ

 

ฮิลด้ามองมาที่ฉันซึ่งขยับตัวไม่ได้ แล้วแสดงให้เห็นถึงพิษที่ค่อยๆ ไหลออกมาตรงมือขวาของเธอ

 

 

 

「ก็จริงอยู่ว่าอีกเดี๋ยวเข็มขัดนายคงล้างพิษให้ แต่งานของฉันก็เสร็จแล้วเหมือนกัน!」

 

「ทำได้ดีมากฮิลด้า」

 

 

คนที่โผล่มาข้างๆ ฮิลด้าคือเกาส์ เอเลี่ยนที่ปรากฏตัวบนจอภาพก่อนหน้านี้ ซึ่งเขายังคงใส่สูทสีทองนั่นเหมือนเดิม

 

 

ข้างหลังของเขาก็มีใครไม่รู้ตามมาอีก 3

 

ซึ่งทั้ง 3 สวมชุดคลุมสีดำเอาไว้ จากนั้นเกาส์ก็ออกคำสั่งกับพวกมัน

 

 

 

 

「เผยตัวตนซะ」

 

『ฮ๊าาาา』

 

「……ขอแนะนำให้รู้จักบอดี้การ์ดของฉัน」

 

 

ทั้งสามร่างได้ปลดชุดคลุมออก

 

สัตว์ประหลาดที่ทั้งตัวทำมาหากหินลาวา

 

สัตว์ประหลาดที่แขนขาสร้างมาจากพายุหมุนวนไปมา

 

สัตว์ประหลาดที่ติดบางอย่างคล้ายกับบีมแคนนอนตรงแขนและหัว

 

2 ใน 3 พุ่งตรงเข้าไปหาจัสติสครูเซเดอร์ที่กำลังต่อสู้อยู่

 

 

 

『สัตว์ประหลาดเลเซอร์?! …โลกาแล้วก็ห้วงอากาศ?! มันสร้างร่างโคลนของเจ้าพวกนี้ด้วยเหรอ!!』

 

「ดูเหมือนว่าสัญญาณการสื่อสารจะกลับมาแล้วสินะ กำลังรออยู่เลยโกลดี้ 」

 

 

ก่อนที่จะรู้ตัว สัญญาณสื่อสารก็กลับมา เสียงของเรมะดังขึ้นในหน้ากากฉัน

 

ท่าทางเกาส์เองก็จะได้ยินเสียงนั้นด้วย

 

 

 

『SAGITTAEIUS ทำไมถึงกลายเป็นแบบนั้น!!』

 

「เป็นสูทที่เหมาะกับฉันมากเลยใช่ไหมล่ะ」

 

『คึก ไอ้เอเลี่ยนจีนแดงไร้หัวคิด…!! ขโมยของชาวบ้านไปยังไม่พอ นี่แกทำอะไรกับ SAGITTAEIUSของฉันกันฟะ!!』

 

「ฉันไม่คิดจะเสียเวลากับแกด้วยสิ เพราะว่าแกน่ะอยากจะช่วยซื้อเวลาให้อัศวินขาว…ไม่สิ คัตสึมิ โฮมุระฟื้นตัวใช่ไหมล่ะ แผนแค่นี้ฉันดูออกน่า」

 

 

คัตสึมิ โฮมุระ? นั่นชื่อของฉันเหรอ?

 

ช่างเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูเลยสักนิด แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงคิดว่านั่นคือชื่อจริงของฉัน

 

……ร่างกายขยับไม่ได้เลยสักนิด

 

ความรู้สึกชามันลามไปทั่วตัว หากสู้กันตอนนี้ฉันแพ้แน่

 

 

 

「ในที่สุดแผนของฉันก็มาถึงจุดสุดท้าย ฮิลด้า รางวัลของเธอก็คือการที่ฉันจะแสดงอะไรที่น่าสนใจให้เห็นเอง」

 

「ชักอยากจะเห็นแล้วสิ」

 

 

ฮิลด้าเดินออกไปนั่งเฝ้ามองสถานการณ์ตรงซากปรักหักพัง

 

 

 

「พวกมนุษย์โลกเองก็จะได้กลายเป็นพยานในเรื่องราวครั้งนี้ อ้า ทุกอย่างมันช่างสมบูรณ์แบบ」

 

 

พวกมันวางแผนอะไรอยู่กันแน่……?

 

 

แม้ฉันจะอยู่ในสภาพที่คุกเข่า เกาส์ก็ยังระวังตัวไม่เข้าใกล้ฉัน จากนั้นสัตว์ประหลาดที่แปลงร่างเป็นฉัน ตัวที่เคยสู้กับเรดก็ปรากฏตัวขึ้น

 

 

 

「วันนี้คือวันตายของฉัน」

 

「หา? 」

 

「ฉันมาถึงขีดจำกัดของวิทยาศาสตร์แล้ว ใช่แล้ว อย่างที่โกลดี้บอก ฉันเป็นเพียงพวกขี้ขลาดที่สร้างได้แค่ของเลียนแบบ」

 

 

 

อะไรของมัน……?

 

 

 

「ฉันจึงอยากจะหาความหมายให้กับการตายของฉัน เพราะฉันไม่ได้เหมือนพวกผู้รุกรานคนอื่นที่เอาแต่ต่อสู้กันอย่างไร้สติ…ฉันต้องการความตายที่มีความหมาย」

 

 

เกาส์พ่นอะไรที่ไม่เข้าใจออกมา

 

เมื่อหันไปหาฮิลด้า ก็พบว่าเธอกำลังเอานิ้วชี้ไปตรงหัวตัวเองแล้วหมุนมันไปมาพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ ยัยนี่ก็พอๆ กันสินะ

 

 

 

「ต้องขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับโอกาสที่ท่านมอบให้กับผม ด้วยการเสี่ยงชีวิตและความเสียสละนี้จะต้องเป็นประโยชน์ให้กับท่านอย่างแน่นอน ขอเกียรตินี้แด่ท่าน———ท่านรูอิน———」

 

「……หา? รูอิน? 」

 

 

ทำไมชื่อนี้ถึงออกมาจากปากมันได้ล่ะ?

 

เสียงของหญิงสาวที่อยู่ในหัวฉัน….

 

มันออกมาจากปากของเกาส์ได้ยังไงกัน?

 

ความตกใจนั้นมันเหมือนค้อนที่เข้ามากระแทกหัวของฉัน

 

 

 

「แกคิดจะทำอะไรกันฉันกันแน่? 」

 

「ปลุกแกให้ตื่นขึ้นมายังไงล่ะ———จัดการเลย」

 

 

ร่างควันสีน้ำเงินได้จ้องมองมาทางฉัน

 

ในจังหวะ

 

 

มันเริ่มส่องแสงออกมาก่อนจะกะพริบซ้ำๆ จนดูผิดปกติไปจากตอนที่มันโจมตีเรด

 

 

『ไอ้นั่นมัน!? 』

 

「พลังในการอ่านความทรงจำส่วนลึกของเป้าหมาย โกส ปีศาจที่เปิดเผยความมืดและบาดแผลภายในใจของเป้าหมาย」

 

 

สัตว์ประหลาดตัวนั้นแยกร่างออกเป็นสองร่างแล้วก็ล้มลงไปกับพื้น

 

ทันใดนั้นเองก็มีบางอย่างคล้ายกับน้ำกระเด็นใส่หน้ากากฉัน

 

 

『ชิบ คัตสึกิคุง! อย่าดูมันนะ!! รีบหลับตาเดี๋ยวนี้!!』

 

 

เสียงของเรมะดังขึ้นภายในหน้ากากของฉัน

 

ฉันค่อยๆ เอามาไปสัมผัสกับของเหลวที่กระเด็นมา ก่อนจะพูดด้วยเสียงสั่นเทา

 

 

「เลือด……? 」

 

 

เลือดสีแดงกระเด็นมาติดที่ตาขวาของฉัน

 

แย่แล้ว

 

อย่าคิดจะมองเชียวนะ

 

นึกอะไรไม่ออกเลย

 

แต่อย่าได้มองมันเด็ดขาด

 

เห็นเห็นแล้วจะย้อนกลับไปไม่ได้แล้วนะ

 

ฉันจะไม่ใช่ตัวของฉันเองอีกต่อไป

 

 

 

「แฮก แฮก แฮก……」

 

 

หายใจไม่ออก

 

แม้จะพยายามสูดอากาศเข้าปอดเท่าไหร่ มันก็ไม่พอ ฉันล้มลงไปกับพื้นก่อนที่การแปลงร่างจะถูกปลด

 

ท่ามกลางเสียงเรียกของอากาเนะและผู้คนที่เฝ้ามองซึ่งถูกขังอยู่ ฉันค่อยๆ คลานไปตามพื้น สายตาของฉันจ้องมองไปยังทั้งสองร่างที่นอนอยู่ เหตุการณ์ในวันนั้นมันกลับมา

 

 

พ่อกับแม่ที่มองฉันด้วยสายตาอันเกลียดชัง

 

***

 

 

สัตว์ประหลาดที่เปลี่ยนร่างเป็นคัตสึมิคุง

 

คงจะเป็นโกสที่เคยได้ยินมา

 

สัตว์ประหลาดที่มีพลังสุดโกงอย่างการแปลงร่างเป็นคนที่ตายไปแล้วของเป้าหมายและทำการกลืนกินอีกฝ่าย

 

คัตสึมิคุงเล่าเรื่องการเอาชนะมันให้ฟังเหมือนกับไม่ใช่เรื่องยากอะไร…แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นเลยสักนิด

 

ฟันเท่าไหร่ก็ไม่ตาย

 

ในขณะที่ฉันกำลังหาทางจัดการมัน มันก็หายไปแล้วมีสัตว์ประหลาดอีกสองตัวปรากฏขึ้น

 

 

 

「คู่ต่อสู้ของแกคือข้า……!」

 

 

สัตว์ประหลาดตัวใหม่ที่โผล่ออกมาคือตัวที่ฉันเคยเจอมาก่อน

 

สัตว์ประหลาดห้วงอากาศ———สัตว์ประหลาดระดับผู้บริหารที่ครั้งหนึ่งมันตั้งใจจะทำลายชั้นบรรยากาศของโลก แต่ก็ถูกพวกฉันต้อนจนมุม

 

ส่วนอีกตัวคือสัตว์ประหลาดเลเซอร์ ตรงนี้หากเป็นอาโออิคงจะรับมือได้ไม่ยาก แต่เจ้าห้วงอากาศหากปล่อยให้มันได้ใช้พลังนานๆ เข้าคนที่อยู่รอบๆ คงได้ตายกันหมดแหง

 

 

 

「ถึงตอนนั้นฉันจะแพ้ให้กับพวกแก แต่ปาฏิหาริย์แบบนั้นมันจะไม่เกิดขึ้นอีก เรด!!」

 

「คิดหรือไงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นเพียงปฏิหาริย์!!」

 

 

ฉันใช้ดาบฟันการโจมตีที่เข้ามาของฉัน

 

เอาเถอะยังไงก็รู้จุดอ่อนของมันแล้ว

 

 

 

「ในตอนที่แกควบคุมอากาศอยู่ แกจะไม่สามารถทำให้ร่างกายของตัวเองเป็นอากาศได้สินะ? 」

 

「อึก!? 」

 

 

ฉันเอามือจับไปที่ปลอกดาบแล้วก้มตัวลงเล็กน้อย

 

 

「——เตรียมตัว」

 

「พูดอะไรของแก!!」

 

 

จาก 0 ถึง 100 ในพริบตา

 

ฉันเลียนแบบเทคนิคที่อัศวินดำเคยใช้ จนมันกลายมาเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของฉัน เร่งพลังถึงขึดสุดในพริบตาของการโจมตี

 

 

「———」

 

 

ฉันพุ่งตัวไปข้างหน้าพร้อมกับชักดาบออกมา

 

ประกายแสงปรากฏขึ้นในชั่วพริบตา

 

「……」

 

 

ฉันพุ่งผ่านตัวของสัตว์ประหลาดห้วงอากาศไปก่อนจะเก็บดาบเข้าฝัก

 

ก่อนที่มันจะรู้ตัวว่าฉันพุ่งผ่านมันไป การต่อสู้กับมันก็จบลงแล้ว

 

 

 

 

「หือ ไม่เห็นจะรู้สึกอะ———」

 

「ไม่หรอก มันจบแล้ว」

 

「หา……อะ? 」

 

 

ร่างกายของมันค่อยๆ ไหลจากตำแหน่งเดิมเป็นเส้นทแยงตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

การฟันที่ทำให้มันไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย และก่อนที่มันจะรู้สึกตัวชิ้นส่วนร่างกายของมันก็ค่อยๆ บิดเบี้ยว

 

 

「ไอ้ ปีศาจ……」

 

 

ร่างของมันระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ทันที

 

เมื่อเห็นว่ามันถูกกำจัดไปแล้ว ฉันก็ถอนหายใจออกมาแล้วตั้งสติใหม่

 

…ต้องรีบตามไปช่วยคิราระกับอาโออิ

 

 

『จัสติสครูเซเดอร์!! รีบไปช่วยคัตสึมิคุงเดี๋ยวนี้เลย!!』

 

「คึก」

 

 

เมื่อได้ยินเสียงของประธานที่ดูร้อนรนสุดๆ ฉันก็รีบวิ่งไปหาคัตสึมิคุงทันที

 

เขากำลังตกอยู่ในอันตราย!

 

ฉันเข้าใจความหมายของน้ำเสียงที่ประธานส่งออกมาอย่างชัดเจน

 

 

「อัศวินขาว!!」

 

 

การแปลงร่างของเขาถูกปลด?!

 

เมื่อฉันพยายามจะวิ่งเข้าไปหาเขา ก็มีแส้ที่คล้ายหางแมงป่องฟาดขวางทาง

 

ฉันชักดาบออกมาฟัน แต่ปืนของไรเดอร์สีชมพูที่ยิงกระสุนออกมันไล่ต้อนฉัน

 

 

「อย่ามาขวาง!!」

 

「โถ น่ากลัวจังเลย」

 

 

ฉันไม่รอช้าพุ่งเข้าไปฟันอีกฝ่ายทันที แต่ฮิลด้าก็สามารถรับมันเอาไว้ได้

 

…แข็งแกร่ง

 

อย่างที่อาโออิบอก พลังของยัยนี่ไม่ตรงกับลำดับที่มันอยู่เลยสักนิด

 

 

「กำลังจะเข้าช่วงสำคัญแล้ว เธออย่ารีบมาขวางกันจะได้ไหม? 」

 

「———」

 

 

ฉันไม่สนใจและฟันใส่อีกฝ่ายซ้ำๆ ยิ่งฮิลด้าบอกแบบนี้ฉันยิ่งต้องรีบ

 

ทว่าระหว่างนั้นเอง เกาส์ที่สวมชุดเกราะสีทองอยู่ ก็กางแขนออกแล้วพูดขึ้น

 

 

『จงดูให้ดี! ตัวตนที่แท้จริงของชายคนนี้ที่พวกแกเรียกว่าฮีโร่!! ความลับที่ทุกคนกำลังสงสัย!!』

 

 

นอกจากเสียงของเขา มันก็ได้ทำการฉายภาพที่คัตสึมิคุงกำลังล้มลงอยู่กับพื้นให้ทุกคนได้เห็นด้วย

 

 

『ชายคนนี้ มีชื่อว่า คัตสึมิ โฮมุระ หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อของ เด็กแห่งปาฏิหาริย์ในเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีก่อน!!!』

 

 

 

「 เด็กแห่งปาฏิหาริย์? 」

 

 

มันคิดจะเผยตัวจริงของเขาเหรอ?!

 

สายตาของคัตสึมิคุงตอนนี้ได้มองไปยังร่างทั้งสองที่จมกองเลือดกับพื้น

 

ร่างของทั้งสองเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ได้รับบาดเจ็บจนแขนขาหันไปคนละทาง แต่ก็ใช้เวลาไม่นานที่จะทำความเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายคือโกสแน่นอน

 

 

 

 

「นี่มัน……」

 

「อดีตของเขาไง・・・・」

 

 

เจ้าของสองร่างนั้นคือคนรักที่เสียไปของคัตสึมิคุงเหรอ?

 

แต่ฉันไม่เคยเห็นหน้าพวกเขามาก่อนเลย….ไม่สิ หากเป็นเมื่อ 10 ปีก่อน หรือว่านั่นจะเป็นพ่อกับแม่ของเขา?!

 

แน่นอนว่าฉันไม่รู้ถึงอดีตของเขา

 

แม้ฉันจะอย่างสร้างความสัมพันธ์กับเขาให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น แต่ฉันก็ไม่ได้อยากขุดความทรงจำพวกนี้ของเขา

 

 

 

『ทำไมถึงเป็นแกที่รอดอยู่คนเดียว!!』

 

『ทำไมแกไม่รีบๆ ตายไปซะล่ะ!!』

 

 

 

「……หา? 」

 

 

พ่อกับแม่ของเขาพ่นคำพูดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังใส่เขา

 

 

 

「ไม่จริง…เป็นไปไม่ได้!! พ่อกับแม่ไม่มีทางจะพูดแบบนี้…!!」

 

 

เมื่อได้ยินเสียงพูดราวกับหัวใจกำลังแตกสลายของคัตสึมิคุง ใบหน้าของพ่อกับแม่เขาที่เปื้อนเลือดก็ยิ้มออกมาอย่างบิดเบี้ยว

 

 

『แกก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง? 』

 

『ว่าพวกเราอยากให้แกตายใจจะขาดแค่ไไหน』

 

『นึกให้ออกสิ』

 

『นึกมันให้ออก』

 

 

 

「หุบปาก อย่ามาหลอกกันเสียให้ยาก ไอ้สัตว์ประหลาด…!!」

 

 

 

『แกชอบแฮมเบิร์กใช่ไหมล่ะ』

 

『แกงกะหรี่ด้วย』

 

『เซ็ทกลางวันสำหรับเด็ก』

 

『เป็นเด็กที่จิตใจดี』

 

『เมื่อสมัยยังเด็กก็ร่าเริง และชอบเจ็บตัวกลับมาบ้านเสมอ』

 

『ลูกชายที่สุดแสนล้ำค่าเพียงคนเดียวของพวกเรา』

 

 

 

……อึก!

 

มันพูดอาหารจานโปรดของเขาออกมาได้หมด

 

 

ความใส่ใจในอดีตแม้กระทั่งเรื่องอาหาร กลับกลายเป็นความจริงอันแสนโหดร้ายและน่าเศร้าให้เขากลับไปเผชิญ

 

สัตว์ประหลาดตัวนั้นได้พูดด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมและดูทรมานมากกว่าเดิม

 

 

 

『แต่นั่นมันก็เป็นเพียงอดีตไปแล้ว!!』

 

『ทำไมถึงได้กลายเป็นแกคนเดียวที่มีชีวิตรอดล่ะ!!』

 

『ดีใจไหมล่ะที่ได้กลายเป็นเด็กแห่งปาฏิหาริย์?!』

 

『ทำไมถึงไม่ตายแทนพวกฉันไปซะ!!』

 

『ไอ้ปีศาจ!』

 

『เป็นเพราะแกพวกเราถึงต้องเจ็บปวด!!』

 

『สนุกกับการเห็นพวกเราค่อยๆ ตายไหม?!』

 

『ถึงพวกเราจะตายแกก็ทำได้เพียงนอนดูเฉยๆ 』

 

 

นี่มันไม่ใช่คำพูดของสัตว์ประหลาดนั่นแน่

 

ทำไมฉันรู้สึกว่านั่นคือคำพูดจริงๆ ที่พวกเขาเคยพูดกันล่ะ

 

 

「ไม่นะ ฉันน่ะ……」

 

 

 

 

 

『สุดท้ายก็ร้องไห้!』

 

『คิดว่าร้องไปแล้วจะช่วยอะไรได้เหรอ?!』

 

「ฉัน……」

 

 

 

『แกมันไม่ใช่ลูกของฉัน』

 

『ฉันไม่เคยคลอดเด็กอย่างแกออกมา』

 

 

ราวกับนั่นคือคำพูดปิดฝาโลง เรี่ยวแรงของคัตสึมิคุงได้หายไป

 

ทามกลางความเงียบงันที่ทุกคนในที่แห่งนี้จ้องมองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้น อยู่ดีๆ คัตสึมิคุงก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

 

 

「มาแล้ว เขากำลังกลับมาแล้ว ในที่สุดฉันก็จะได้เจอกับเขาสักที」

 

 

น้ำเสียงของฮิลด้าเต็มไปด้วยความยินดี

 

ฉันเข้าใจความหมายในคำพูดเธอทันที

 

แต่ทำไม ฉันถึงไม่มีความสุขเลยนะ

 

 

「เฮ้อ」

 

 

เขาเอามือถูหัวตัวเองด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวก่อนจะส่งสายตาแสนน่ากลัวไปทางสัตว์ประหลาดที่แปลงร่างเป็นพ่อกับแม่ซึ่งอยู่ตรงหน้าของเขา

 

 

 

「…มามุกเดิมเลยนะเอ็ง จะกี่ทีก็น่าขยะแขยงชะมัด แล้วทำไมถึงโผล่มาได้อีกฟะ? 」

 

『คัตสึมิ นี่แก———』

 

「หุบปากเว้ย น่ารำคาญชิบไอ้โกสนี่」

 

 

เขาพุ่งไปต่อยโกสอย่างมันลังเลก่อนกระทืบซ้ำ

 

โกสที่ถูกเหยียบอยู่ก็กลับไปเป็นร่างควัน ก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วสลายไปในอากาศ

 

มันเกิดอะไรขึ้นกัน

 

ชายคนนี้คือสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับคัตสึกิคุงอย่างสิ้นเชิง

 

 

 

「เฮ้อ รู้สึกแย่ชะมัด ปวดหัวไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? 」

 

 

เขามองไปรอบๆ ขณะเอามือกุมหัวตัวเองไว้

 

สายตาที่มองไปรอบๆ ไม่ใช่สายตาที่อ่อนโยนเหมือนคัตสึกิคุง แต่เป็นสายตาที่ดุร้ายซึ่งพวกฉันรู้จักเป็นอย่างดี

 

 

 

「จำได้ว่าฉันเอาชนะเจ้าแม็กม่ากับทากไฟฟ้าได้แล้วไม่ใช่เหรอฟะ…เดี๋ยวนะ พวกเซ็นไต มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย? 」

 

 

ชิโระถูกปลดออกจากหัวเข็มขัด จากนั้นเขาก็สะบัดหัวไปมา

 

แต่เขาก็ไม่ได้สนใจชิโระและมองไปยังสัตว์ประหลาดที่อยู่รอบตัวเขาก่อนจะถอนหายใจออกมา

 

 

 

「อัลฟ่า!! เธออยู่ไหน!!」

 

ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา

 

เขาได้เรียกชื่อของใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้

 

พอเห็นแบบนั้นเขาก็ทำสีหน้าแปลกใจ

 

 

 

 

「………อัลฟ่าหายไปไหนกันเนี่ย ทั้งที่เกาะฉันอย่างกับจะสิงกันตลอดแท้ๆ? 」

 

 

เดี๋ยวนะ ความทรงจำของเขามันแปลกๆ ไปไหม?

 

นี่เขาจำได้ถึงตรงไหนกันแน่

 

 

「ตื่นแล้วเหรอ อัศวินดำ」

 

「……แกเป็นใคร」

 

「โห ดูท่าจะยิ่งกว่าที่คิดอีก」

 

 

เกาส์เดินไปคุยกับเขา

 

ท่าทางเขาจะสนใจปฏิกิริยาของคัตสึมิคุงพอตัว ก่อนจะพูดต่อ

 

 

 

「ฉันก็เป็นศัตรูของแกไงล่ะ อัศวินดำ ตอนนี้——」

 

「เออ แกไม่ต้องพูดอะไรละ」

 

「……หา? 」

 

「ตราบใดที่เป็นศัตรูฉันก็ไม่สนหรอกว่าจะยังไงต่อ」

 

 

เขายกแขนซ้ายขึ้นด้วยท่าทางเซ็งๆ

 

ก่อนจะเปิดการใช้งาน โปรโตเชนเจอร์ X ที่พันอยู่ตรงมือซ้ายของเขาอย่างไม่ลังเล

 

『ARE YOU READY? 』

 

 

 

「นั่นมัน? 」

 

 

ฉันถึงกับพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นเขาเริ่มใช้งานโปรโต

 

ทางเกาส์ก็เหมือนจะไม่ได้ว่าอะไรและมองดูการแปลงร่างของเขา

 

 

「……มาลุยกันสักยก」

 

 

 

『NO ONE CAN STOP ME!!!!』

 

 

ทันในนั้นเอง สนามพลังก็แผ่กระจายออกไปรอบตัวเขา

 

 

เสียงที่ส่งออกมาจากโปรโตดูจะร่าเริงกว่าปกติราวกับเป็นสัญญาณบอกว่า ชายที่แข็งแกร่งและไร้ความปรานีที่สุดฟื้นคืนชีพกลับมาแล้ว

 

 

แต่มันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฉันรู้สึกกังวลว่าความวุ่ยวายหลังจากนี้มันจะขนาดไหนกันนะ

 

***

 

มนุษย์ที่อยู่บนจุดสูงสุดแห่งการใช้หมัดยัดใส่ศัตรู

 

ตอนนี้เขากำลังตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำในอดีต

 

 

 

『TYPE 1! ACCELERATION!!』

 

 

เสียของเด็กสาวน้องออกมาด้วยความดีใจราวกับเฉลิมฉลองการคืนชีพของเขา

 

ชุดเกราะสีดำเริ่มก่อตัวขึ้นรอบๆ สนามพลังงาน

 

พื้นที่รอบๆ ที่เต็มไปด้วยความมืดมิด ถูกสนามพลังอันสว่างจ้าดั่งแสงดาราปกคลุม

 

ชุดเกราะสีดำก่อตัวขึ้นในสนามพลังก่อนจะเริ่มเข้าไปประกอบที่ร่างของเขา ต่อด้วยเกราะสีเงินมาซ้อนอีกชั้น

 

 

『EVOLUTION!!』

 

『STRONG!!』

 

『INVINCIBLE!!』

 

『SUPER!!』

 

 

เสียงของโลหะประกอบกันดังขึ้น

 

เกราะเสริมสีเงินเข้าไปติดตรง แขน ขา หลัง และคอของเขา

 

จากเซโร่ สู่ วัน

 

จากศูนย์สู่จุดเริ่มต้น

 

ร่างที่เขาใช้ตอนนี้คือร่างจุดสูงสุดเท่าที่ฉันเคยเห็น มันทำให้ทั้งสัตว์ประหลาดและคนรอบๆ ที่เห็นต่างตกตะลึง

 

 

『CHANGE → TYPE 1!!』

 

 

ดวงตาสีแดงเข็มปรากฏขึ้น หมายเลข 1 ถูกสลักเอาไว้ตรงอกของเขา ประกายแสงจ้าระเบิดขึ้นราวกับบอกว่าการแปลงร่างเสร็จสิ้นแล้ว

 

ไรเดอร์สีดำเงินปรากฏกาย

 

อัศวินดำ ไรเดอร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเอาชนะสัตว์ประหลาดบนโลกด้วยหมัดของเขา เขาเริ่มจ้องมองไปที่มือของตัวเองด้วยดวงตาสีแดงก่ำสะท้อนความมืดมิด

 

 

 

「…เหมือนจะต่างจากปกติแฮะ」

 

『ว่าไงคัตสึมิ』

 

「เอ๋? มีเสียงด้วยเหรอ…」

 

『คิดไปเองแหละ』

 

「……คิดไปเองก็บ้าละหล่อน」

 

 

คัตสึมิคุงคนเดิมกลับมาแล้ว…!!

 

แม้ว่าเขาจะรู้สึกแปลกไปกับชุดสูทที่ถูกเรมะดัดแปลง แต่เขาก็ค่อยๆ ลงขยับตัวไปมา ก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปในพริบตา

 

 

 

「อุ!」

 

 

สิ่งที่หลงเหลือมีเพียงเส้นสีแดงตัดกับท้องฟ้าอันมืดมิด

 

พอฉันรีบมองตามเส้นนั้นไปก็พบว่า ส่วนท้องสูทสีทองของเกาส์ได้แตกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของเขาที่ลอยลิ่วไปในอากาศ

 

 

 

「———อั๊ค? 」

 

 

เกาส์ทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ร่างของเขาตอนนี้ลอยไปมาในอากาศพร้อมกับเศษซากชุดเกราะที่แตกกระจาย

 

แล้วร่างของคัตสึมิคุงล่ะ เมื่อฉันรีบหาเขาก็พบว่าตอนนี้เขากำลังกระชากแขนซ้ายของโลกาออกมาก่อนจะอัดมันซ้ำจนตัวแหลกเป็นเสี่ยงๆ

 

รวดเร็วเสียจนมองไม่เห็นแม้แต่ฝุุ่น

 

เส้นสีแดงที่พุ่งผ่านไปมามันก็คือผ้าพันคอพลังงานที่เป็นกลไกขับเคลื่อนซึ่งออกมาจากส่วนคอของเขานั่นเอง

 

 

『อึก มาแล้วโว้ย โปรโตวันสเปกสูงสุด!! นี่สิ นี่แหละร่างสุดยอดของอัศวินดำ!! พลังที่อยู่เหนือฟิสิกส์ พลังที่แหกกฎเกณฑ์ทุกอย่างที่ฉันเคยเผชิญมา ฮ่าๆๆ ทันทีที่เส้นทางสีแดงนั้นพุ่งไป ก็เป็นจุดจบเข้าผู้รุกรานที่อยู่ปลายทาง!!』

 

『ประธาน หนวกหูค่ะ หุบปากได้แล้ว!!』

 

『เรมะ ถ้าไม่เงียบ ฉันจะกินนาย』

 

『เอ่อ ขอโทษครับ……』

 

 

ฉันเองก็ตั้งใจจะบ่นว่ารำคาญ แต่เหมือนโอโมริซังกับกราทจะดุแทนไปแล้ว

 

แต่ก็อย่างที่ประธานบอก พลังของเขาน่าเหลือเชื่อจริงๆ

 

ขนาดตัวฉันยังมองตามการกระทำของเขาไม่ทัน….

 

 

「เหมือนจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าปกตินิดหน่อยแฮะ」

 

 

 

『แค่มากกว่าปกตินิดหน่อยเองเหรอ? 』

 

 

ฉันได้ยินเสียงของประธานที่แสดงความประหลาดใจออกมา

 

ถึงเขาจะพูดแค่นั้นฉันก็พอเข้าใจได้ว่า ความสามารถคัตสึมิคุงในตอนนี้ยังเหนือกว่าโปรโตเซโร่ที่ใช้อยู่สินะ?

 

 

 

 

『อ๊ากกกก!? 』

 

 

โลกาพยายามดึงพลังออกมาจากผืนดินและเปลี่ยนร่างของมันให้กลายเป็นลาวาสีแดง ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีคัตสึมิคุง

 

เห็นแบบนั้นฉันเลยตะโกนเตือนเขา

 

 

 

「อันตราย อัศวินดำคุง!!」

 

「……? 」

 

 

เขาหันกลับไปแล้วยัดหมัดใส่อีกฝ่ายจนท้องของโลกาเป็นรูโหว่ ก่อนจะหันมาคุยกับฉัน

 

 

 

「ไม่ใช่ศัตรูเหรอเธอน่ะ? 」

 

「ว่าแล้วเชียวความทรงจำของเขามัน……」

 

「หือ เธอว่าอะไรนะ? ……。……!」

 

 

ทันใดนั้นเองก็มีสัตว์ประหลาดทาก เลเซอร์ กลิตเตอร์ พุ่งเข้าโจมตีเขาในเวลาเดียวกัน

 

 

「มีตัวไม่คุ้นหน้าโผล่มาด้วยวุ้ย แต่ก็ช่างหัวมันสิฟะเข้ามาพร้อมกันให้หมดเลยพวกเอ็งอ่ะ!!」

 

「โอ้วววว!!」

 

「อุ้ววววว!!」

 

 

บีมถูกยิงออกมาจากแขนและหัวของสัตว์ประหลาดเลเซอร์

 

กระแสไฟฟ้าแรงสูงเหมือนสายฟ้าฟาดออกมาจากทากไฟฟ้า

 

…แบบนี้แย่แน่!

 

ฉันเลิกสนใจฮิลด้าที่กำลังจับตามองคัตสึมิคุงอยู่ ก่อนจะวิ่งไปป้องกันประชาคนทั่วไปแทน

 

 

 

「บลู เยลโล่ ปกป้องทุกคนอย่าให้ได้รับอันตราย!!」

 

「จัดไป!」

 

「อื้อ」

 

 

ในขณะที่การโจมตีของพวกมอนสเตอร์โถมเข้าหาคัตสึมิคุง คลื่นเส้นสีแเงก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากคอของสูทเขาอีกครั้ง

 

เขายกหมัดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังขึ้นและปลดปล่อยมันออกมาอย่างรวดเร็ว

 

กระแสไฟฟ้าและเลเซอร์ที่พุ่งเข้าหาเขาถูกเป่าออกไปเหลือเพียงความว่างเปล่า

 

 

 

「ถามจริง……!? 」

 

「นี่น่ะเหรอ พลังของโปรโตวัน……? 」

 

 

เพียงแค่การปล่อยหมัดก็สามารถสร้างพลังทำลายล้างได้ขนาดนี้ลยเหรอ….

 

 

「ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์แต่เอาเป็นว่าต้องเก็บเจ้าพวกนี้ให้หมดก่อนสินะ」

 

 

คัตสึมิคุงหมุนแขนตัวเองไปมา แล้วชี้ไปทางสัตว์ประหลาดทากไฟฟ้า

 

 

 

「เริ่มจากแกก่อนเลยละกันเจ้าทาก」

 

「!? 」

 

「เพราะแกน่าจะอึดกว่าเพื่อนด้วยสิ ดังนั้นยัดให้จมดินก่อนน่าจะดี」

 

 

 

เอ่อ นั่นเป็นเหตุผลได้ด้วยเหรอ……!?

 

แต่ฉันก็เชื่อว่าหากเป็นเขาในตอนนี้ต้องไหวแน่ พริบตาเดียวร่างของเขาก็หายไป———พอรู้ตัวอีกทีหมัดของเขาก็เข้าไปซัดหน้ากริตเตอร์ที่ยืนงงอยู่เสียแล้ว

 

 

「เอ๋!? 」

 

 

ไหนบอกว่าจะจัดการทากก่อน?!

 

ในขณะที่ฉันกำลังประหลาดใจ กลิตเตอร์เองก็เหมือนจะตกใจไม่ต่างกัน ก่อนกระอักเลือดออกมา

 

 

 

「ดะ เดี๋ยวสิ อัศวินดำ ทำไมถึงเป็นฉันไปได้วะ?! อุก」

 

「……ไอ้นี่ก็ฟื้นฟูร่างได้เหมือนกันเหรอ? 」

 

 

จำไม่ได้เหรอ?

 

ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นกลิตเตอร์พยายามเข้าไปหลอกให้คัตสึมิคุงเชื่อว่าเป็นพวกพ้องของฉัน ก่อนจะความแตกแล้วโดนเขากระทืบจนวิ่งมาหาพวกเราแทน….เป็นไปได้หรือเปล่าที่ทางกลิตเตอร์เองก็เหลือความทรงจำบางอย่างอยู่ในจิตใต้สำนึกที่โดนผนึกอยู่?

 

คัตสึมิเอียงหัวสงสัยให้กับท่าทางของกลิตเตอร์ที่ยังไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่นานนักเขาก็เลิกสนใจแล้วกระซวกท้องอีกฝ่ายทิ้ง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดทากและเลเซอร์

 

 

 

「ตาพวกแกบ้างละ」

 

 

เขาดึงแขนของกลิตเตอร์ออกมาก่อนจะรัวหมัดยัดใส่หัวสัตว์ประหลาดเลเซอร์จนแหลกเป็นเสี่ยงๆ แล้วใช้แขนที่ดึงมาฟาดร่างของมันทิ้งไปเหมือนลูกเบสบอล

 

พอเสร็จจากตรงนั้นเขาก็พุ่งไปจับคอของสัตว์ประหลาดทากแล้วเหวี่ยงหมัดจนเกิดเป็นเสียงระเบิดขึ้นถึง 6 ครั้ง

 

 

 

「อุ..อุ้ววว……!!」

 

「ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเอ็งเก็บไฟฟ้าไว้เท่าไหร่ แต่ถ้ายัดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็คองม่องไปเอง!!」

 

「อึกกกกก!? 」

 

ทันทีที่เขาปล่อยมือจากคอของมัน พลังงานสีแดงก็ปะทุขึ้น จนเกิดเสียงดังไปทั่ว

 

「อุ!? อุ้วววว!? 」

 

 

แล้วเส้นสีทางก็ปรากฏขึ้นก่อนจะถีบสัตว์ประหลาดทางขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นมันก็เด้งไปมาราวกับถูกอะไรโจมตีอยู่

 

การโจมตีต่อเนื่องเกิดขึ้นกลางอากาศ พอสังเกตให้ดีๆ มันคือการที่คัตสึมิคุงใช้เท้าอันทรงพลังของเอาถีบมันขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายดูดซับพลังงานไฟฟ้าจากในเมือง

 

 

 

「คิดเหรอว่าจะปล่อยให้ฟื้นฟูได้?!」

 

 

นับแทบไม่ทันแล้วว่าเขาโจมตีใส่อีกฝ่ายไปกี่ที

 

เพราะแม้ฉันจะเค้นสายตาสุดๆ ในการมองก็ยังแทบจับอะไรไม่ได้เลย!

 

 

 

「ม่ายยยย!!」

 

「เดี๋ยวมันคิดจะหนีเหรอ!!!」

 

 

กลิตเตอร์ที่ไม่สามารถทำอะไรอัศวินดำได้เลยส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้ววิ่งหนีจากจุดปะทะ ในขณะที่เห็นสภาพของทากไฟฟ้านอนชักดิ้นชักงอจนทั้งร่างกลายเป็นสีดำ

 

ทางฉันเองก็ตั้งใจจะตามมันไป แต่เนื่องจากมันดูดซับเอาแสงรอบตัวของมันจนไม่เหลือ เลยหายไปในความมืดที่ฉันมองไม่เห็น!

 

แพ้แล้วหนีนี่หว่า!!

 

แต่มันน่าจะหนีไปได้ไม่ไกล หากฉันรีบตามไปละก็….!!

 

 

「อุ อุ้ว……!? 」

 

 

 

「เอ๋」

 

 

ก้อนสีดำบางอย่างร่วงลงมาตรงหน้าของฉัน

 

พอสังเกตดูดีๆ ก็พบว่านั่นคือร่างของสัตว์ประหลาดทากไฟฟ้าที่พลังฟื้นฟูของมันไม่เหลือแล้ว ก่อนที่ร่างของมันจะกลายเป็นอนุภาคแสงแล้วหายลับไป

 

ขนาดสัตว์ประหลาดทากก็ยังถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย….

 

 

 

「นี่เธอ ไอ้อีกตัวล่ะไปไหนแล้ว? 」

 

 

ก่อนที่ฉันจะรู้สึกตัว คัตสึมิคุงก็เข้ามากใกล้ฉันก่อนถามคำถาม

 

ฉันก็เลยชี้ไปยังทิศทางที่มันหนีไป เขาที่เห็นก็ถอนหายใจออกมา

 

 

 

「…….ให้ตายสิ」

 

 

หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เขาก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหัวของกลิตเตอร์ที่ติดมือเขามาด้วย

 

แม้ร่างของมันจะเป็นสัตว์ประหลาดแต่ถ้านับแค่ส่วนหัวมันก็คล้ายกับพวกเซ็นไตอย่างเราจริงๆ นั่นแหละ

 

แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะสามารถไล่ล่ามันได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่คิดว่าตัวเองก็พัฒนามาไกลแล้วแท้ๆ สุดท้ายหนทางที่จะไล่ตามเขาทันก็ยังห่างไกล

 

 

 

「สมกับเป็นนายจริงๆ 」

 

「พวกเธอ….สีเหลืองแล้วก็สีน้ำเงินตรงนั้น ไม่ใช่ศัตรูสินะ อื้อ จากที่เห็นก็น่าจะอย่างงั้น….เอาเป็นว่าฉันขอไปจัดการเจ้าแม็กม่าก่อนละกัน!」

 

หลังจากโยนหัวของกลิตเตอร์ทิ้งไปแขนของเขาก็คว้าอะไรบางอย่างที่พุ่งมาจากด้านหลังได้ ก่อนจะบดขยี้มันทิ้ง

 

พอสังเกตดูก็พบว่าเป็นการโจมตีเคลือบพิษจากฮิลด้าที่กำลังอยู่ในสภาวะพรางตัว

 

เมื่อเห็นถึงพลังของอัศวินดำที่แม้กระทั่งการลอบโจมตีก็ไม่ได้ผล ฮิลด้าก็หัวเราะออกมา

 

 

「ฮ่าๆๆ ….อันตรายสุดๆ เลยน้า อัศวินดำ…ยิ่งกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เสียอีก」

 

「ที่บ้านไม่สอนเหรอว่ากินพิษเข้าไปแล้วท้องจะเสีย」

 

 

 

นั่นมันใช่ประเด็นเหรอ!?

 

 

 

「งั้นแกก่อนก็ได้สินะ……!? 」

 

 

ไม่ได้นะ หากเขาฆ่าฮิลด้าทิ้งร่างของผู้หญิงที่โดนยึดได้ตกอยู่ในอันตรายด้วยแน่!!

 

ฉันรู้ได้ทันทีว่าเขาพร้อมจะโจมตีอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล ดังนั้นจึงต้องรีบหยุดเขาไว้ก่อน

 

 

「เดี๋ยวก่อน อัศวินดำคุง!! เธอคนนั้นกำลังถูกสิงอยู่!!」

 

「หา? 」

 

 

แค่พริบตาเดียว หมัดของเขาก็ไปหยุดอยู่ตรงปลายจมูกของฮิลด้า

 

เมื่อเห็นว่าได้โอกาส ฮิลด้าจึงปล่อยควันออกมาจากปืนของเธอแล้วรีบหลบหนีจากจุดนั้นทันที

 

 

「คิดว่าฉันจะปล่อยหนีเหรอ……」

 

 

ฮิลด้าได้หายไปแล้วจนไม่เหลือร่องรอยใดๆ แต่สายตาของอัศวินดำคุงกลับจ้องไปยังตึกระฟ้าที่อยู่ห่างไกลแทน

 

 

「ก่อนอื่นคงต้องไล่ตามไปแล้วลองงัดไอ้เข็มขัดนั่นออกมาก่อนสินะ」

 

ราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายหนีไปที่ไหน เขาเริ่มเตรียมตัววิ่งไล่ตามทันที

 

ท่าทางการหลบหนีของฮีลด้าจะพ้นสายตาของเขาจริงๆ ทว่า

 

 

 

『อ้ากกกกก!!』

 

 

โลกากรีดร้องออกมาด้วยความโมโห สัตว์ประหลาดตัวนี้กำลังค่อยๆ ฟื้นฟูร่างที่ถูกอัศวินดำคุงทำลายขึ้นมาใหม่ด้วยอารมณ์ที่เดือดกว่าเก่า

 

 

อุณหภูมิโดยรอบเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหากปล่อยเอาไว้คนธรรมดาได้ตายกันหมดแหง!!

 

 

 

 

「ย้า!!」

 

 

ฉันพุ่งเข้าไปฟันมันทันที

 

แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่บลูและเยลโล่โจมตีใส่มันด้วยกระสุนพลังงานและขวาน

 

 

 

 

「อ๊าคคค」

 

「อย่าให้มันทำอะไรได้เด็ดขาด」

 

 

โลกาพยายามต้านการโจมตีของพวกเราเอาไว้

 

โกลาพยายามจะเพิ่มพลังไปด้วยการมุดไปรวมกับผืนดิน ทว่าเส้นสีแดงที่เป็นการเคลื่อนไหวของคัตสึมิคุงก็พุ่งเข้าไปหามันอย่างรวดเร็วก่อนจะขัดขวางไม่ให้มันทำได้สำเร็จ

 

การฟัน กระสุนพลังงาน ขวานสายฟ้าและการโจมตีจากหมัดระดมอัดใส่โลกา

 

 

『อะ อะ อ้า!! ตัว ข้า คือโลกา สัตว์….อ๊าคคค…』

 

 

ทว่าแม้มันจะโดนไปมากขนาดนี้ มันก็ยังสามารถดูดซับพลังงานจากผืนดินแล้วลุกขึ้นมาใหม่ไหว โดยไม่สนใจขวานที่สับคาไหล่ของมันอยู่

 

ตราบใดที่มันอยู่บนผืนดิน มันก็สามารถเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ!!

 

ยานของพวกเราจอดอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก เห็นทีคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลากมันไปปล่อยในทะเลเหมือนที่เคยทำก่อนหน้า

 

 

 

「นี่ ฉันขอยืมไอ้นี่หน่อยนะ」

 

 

คัตสึมิคุงชี้ไปยังขวานของเยลโล่

 

ใช่แล้วขวานที่ยังคาอยู่ตรงไหล่ของโลกา เขาดึงมันออกมาแล้วฟาดใส่โลกาเต็มแรงจนร่างของมันลอยไปในอากาศ

 

 

「แกนี่เหมือนจะโวยวายกว่าครั้งที่เจอก่อนหน้านี้อีกนะ เอ้า」

 

 

เขาเหวี่ยงขวานที่ห่อหุ้มด้วยพลังงานสีแดงด้วยมือข้างเดียว

 

ร่างของโลกาที่ปลิวไปบนท้องฟ้าถูกขวานนั้นขึ้นตามไปสับ แขน ขาของมันได้หลุดออกจากร่างจนเหลือแต่ลำตัวเปล่าที่ไร้ซึ่งการป้องกัน

 

 

 

「โอ้วววว!!」

 

การโจมตีที่ไม่มีอะไรมาหยุดได้ทำการทะลวงร่างของโลกาจนแทบไม่เหลือสภาพเก่า

 

สภาพของมันตอนนี้เหลือเพียงแค่ใบหน้าครึ่งเดียวพร้อมกับร่างกายที่ยับเยิน แต่มันก็ยังพยายามจะพ่นคำพูดออกมา

 

 

『ตัวข้าคือโลกา!! สัตว์ประหลาดแห่งดาวโลก!! ตัวแทนของโลกที่จะมากำจัดพวกแก…!!』

 

「เอ่อ จะพ่นอะไรก็พ่นไปแล้วตายซะ」

 

 

เขาปล่อยขวานของเยลโล่ทิ้งแล้วกำหมัดเอาไว้แน่น

 

หมัดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานของโปรโตวัน มันรวมกันอยู่ตรงหมัดจนเป็นสีแดงเข้ม

 

นี่แหละความแข็งแกร่งของไรเดอร์ที่ถูกเรียกว่าอัศวินดำ

 

ด้วยการโจมตีนั้น มันได้ทะลวงร่างของมันจนแกนกลางที่ซ่อนอยู่ภายในร่างของมันถูกทำลายไปด้วย

 

 

『อ๊ากกกกก!? 』

 

 

โลกาส่งเสียงกรีดร้องแล้วระเบิดหายไป

 

ทว่าสิ่งที่เขาทำมันยังไม่จบ แม้จะทำลายโลกาไปได้แล้ว เขาก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกันเส้นสีแดงที่ตามไป

 

อะไรกัน?!

 

โดมสีดำที่ปกคลุมทั่วเมืองเอาไว้ได้ถูกทำลายลง

 

 

「ได้ยังไงกัน……? 」

 

「จากที่ฉันเห็น เขาน่าจะใช้หมัดเพียวๆ ต่อยใส่แล้วจบงานเด้」

 

「หมัดยิงบีม จุดสูงสุดแห่งวิทยาศาสตร์….」

 

 

อาโออิน่าจะเกินเยียวยาไปแล้วฉันเลยไม่ได้สนใจในสิ่งที่เธอพูด

 

อัศวินดำได้ร่อนลงมาที่พื้น แล้วเดินไปยังจุดหนึ่งของสนามรบ

 

 

 

「เหมือนจะเหลือแกคนเดียวทียังหายใจตรงนี้นะ」

 

「น่าทึ่งจริงๆ สมแล้วที่เป็นอัศวินดำ」

 

 

ร่างของเกาส์ที่ร่วงลงมากับพื้นได้ขาดครึ่งออกจากกัน

 

ทว่าเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่กระแสไฟฟ้าที่ช็อตไปมาตามร่างของเขาก็น่าจะบอกให้ชัดเจนว่าสภาพของเขาไม่สู้ดีนัก

 

 

 

「เป็นพลัง ที่ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดเอาไว้ นี่ตัวฉัน จะไม่สามารถ เอาชนะ โกลดี้ ได้จริงๆ สินะ…」

 

「……」

 

「แต่แค่นี้ มัน ก็เพียง พอแล้ว ….ฉันได้ปลุกแก…ขึ้นมา ตามที่ท่านผู้นั้นสั่ง ก็เป็นเกียรติ สำหรับ ฉัน 」

 

 

แสงสว่างได้หายไปจากดวงตาของเกาส์

 

แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่สูทแปลงร่างที่เขาได้แตกสลายออกเป็นอนุภาค เหลือเพียงนาฬิกาตรงแขนซ้าย

 

 

『นักวิทยาศาสตร์ขี้ขลาดที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเลียนแบบเหรอ ถึงจะให้อภัยการกระทำของมันไม่ได้ แต่เหมือนเนื้อแท้จะต่างจากที่ฉันคิดแฮะ』

 

ประธานพูดขึ้นหลังเห็นสภาพของเกาส์

 

จากนั้นคัตสึมิคุงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

 

 

 

「เห้อ ถึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่…แต่ตอนนี้กลับบ้านดีกว่า」

 

 

 

หา!? เล่นใหญ่ขนาดนี้ยังคิดกลับบ้านอีกเหรอ!?

 

จากที่ฉันเห็นว่าเขาจำอัลฟ่าได้ ก็แปลว่าความทรงจำของเขาตอนนี้น่าจะถึงแค่ก่อนรู้จักกับพวกเรา

 

ด้วยนิสัยและท่าทางการแสดงออกของเขาที่เจอกับพวกเราครั้งแรก นับว่าไม่ธรรมดาเลย หากเราเผลอพลาดอะไรไปมีหวังเรื่องซับซ้อนกว่าเดิม

 

ทว่าฉันก็ต้องตัดสินใจรั้งเขาไว้แม้จะทำให้เขาอารมณ์เสีย เพราะไม่รู้จะได้เจอกันอีกไหม

 

 

 

「เอ่อ อัศวินด———」

 

「ดะ เดี๋ยว!? กรี๊ดดดด!? 」

 

 

ประตูมิติปริศนาเปิดขึ้นเหนือหัวของเขา

 

จากนั้นก็มีคนส่งเสียงกรีดร้องออกมา ก่อนจะล้มทับคัตสึมิคุง

 

พอเขาเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่านั่นคือหญิงสาวผมสีดำ ใช่แล้ว อัลฟ่า

 

 

 

 

「อะไรของเธอเนี่ยอัลฟ่า」

 

「อ่ะ เอ่อ คือ ว่า แบบ ฉันรอนายกลับมาอยู่ที่ห้องเงียบๆ อย่างที่นายบอกนะ แต่ก็มีประตูมิติเปิดขึ้นที่ใต้เท้าของฉัน จากนั้น…」

 

 

เอ๋? ได้ยังไงกัน?

 

 

อัลฟ่าพูดเหมือนพยายามหาข้อแก้ตัวกับคัตสึมิคุง

 

 

 

「หา? ไม่เห็นจะจำได้ว่าฉันบอกให้เธอทำอะไรแบบนั้น」

 

「……คัตสึมิ? 」

 

「หา อ้อเธอสงสัยเหมือนกันสินะว่าทำไมสูทมันถึงแปลกๆ ไปจากเดิม ฉันเองก็แปลก———โฮ่ยเดี๋ยวเถอะ!? 」

 

「คัตสิมิ!!!!! ยินดีต้อนรับกลับน้าาาาาา ฉันรอนายมานานเหลือเกินนนนน!!」

 

 

 

เธอเข้าไปสวมกอดคัตสึมิคุง……!?

 

อัลฟ่าตอนนี้ได้พุ่งเข้าไปกอดเขาโดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้างเลย

 

ไม่นานนักเสียงรัวชัตเตอร์ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของผู้คน

 

 

 

 

 

『สาวสวยคนนั้นเป็นใครกัน..?!』

 

『นะ น่ารักชะมัด……』

 

『พวกเขามีความสัมพันธ์ยังไงกันนะ…? 』

 

เพราะสถานการณ์เริ่มสงบลงแล้ว ผู้คนก็เลยตั้งสติกันได้เหรอ?!

 

ไม่ว่าจะเพราะอะไร แต่ตอนนี้ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็มุ่งเป้าไปยังอัลฟ่าที่โดดเกาะคัตสึมิคุงแล้วส่งเสียงร้องออกมา

 

 

「ถึงจะไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร แต่เอาเป็นว่ารีบออกจากที่นี่กันเถอะ!!」

 

「อื้อ!!」

 

「….ทำไมเธอถึงดูว่าง่ายกว่าปกติจังฟะ? เป็นหวัดหรือเปล่าเนี้ย?? 」

 

 

เขาหันกลับมาหาพวกเราพร้อมกับอุ้มอัลฟ่าที่กำลังอารมณ์ดีสุดๆ อยู่

 

ก่อนที่จะทำท่าเหมือนสับสนนิดหน่อย แล้วส่ายหัวไปมา ก่อนยกมืออีกข้างที่ว่างขึ้น

 

 

 

「เอ่อ…แล้วเจอกันนะ จัสติสครูเซเดอร์」

 

「หา? 」

 

「……เดี๋ยวสิ? ทำไมนายถึงฮู้จักพวกเรา……ดะ」

 

「อัศวินดำคุง!! รอเดี๋ยว——」

 

 

เขาเอามือกุมหัวตัวเองไว้เหมือนกำลังทนกับความเจ็บปวด ก่อนจะกระโดดจากจุดที่อยู่ไปพร้อมกับอัลฟ่าในอ้อมแขน

 

เพื่อไม่ให้อัลฟ่าได้รับผลจากการพุ่งที่แรงเกินไปเขาจึงได้เตะไปตามตัวอาคารแทนที่จะพุ่งขึ้นไปข้างบนทีเดียวเลยจากพลังของโปรโตวัน

 

สุดท้ายเขาก็หายลับไป

 

 

 

「……ประธาน」

 

『จากที่ฉันเห็นอาจจะมีความผิดปกติระหว่างความทรงจำทั้งสองของเขา หากมีโอกาสหรือจังหวะดีๆ ก็อยากจะตรวจสอบอยู่หรอก แต่ปัญหาแรกที่ต้องทำตอนนี้คือหาว่าเขาหนีไปอยู่ที่ไหนต่างหาก』

 

「ประธานก็หาได้ไม่ใช่เหรอ? 」

 

『ไอ้เรื่องนั้นฉันก็อยากจะบอกว่าสบายหายห่วงหรอก เพราะว่าที่โปรโตเชนเจอร์ X ฉันได้ติดอุปกรณ์ตามตัว…….』

 

「ประธาน? 」

 

 

พอฉันถามประธานที่อยู่ดีๆ ก็เงียบไป ไม่นานนักเขาก็ตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นๆ

 

 

『คือว่า….โปรโตมันเข้ามาปิดระบบตามตัวน่ะ….』

 

「อิตาประธานโง่เอ้ย!!」

 

「บ่ได้เรื่อง」

 

「เอเลี่ยนเสียของ」

 

『ฉันก็พยายามแล้วนะเห้ย!! แต่เอาเป็นว่าพวกเธอไปเก็บสูทของเกาส์กับชิโระกลับมาที่ฐานด้วยละกัน!!』

 

 

นึกไม่ถึงเลยว่าโปรโตจะปิดระบบตามตัว….

 

ไม่สิแต่หากถึงนึกเรื่องที่เกิดขึ้นมา ฉันก็พอจะทำความเข้าใจได้….

 

 

 

『โฮก……』

 

「ชิโระ ตอนนี้พวกเรากลับไปที่สำนักงานใหญ่กันก่อนเนอะ? 」

 

『หงิง……』

 

 

ชิโระอยู่ในสภาพที่อ่อนแรงมาก

 

มันค่อยๆ ย่ำเท้าเข้ามาหาฉัน และนอนลงบนฝ่ามือของฉันทั้งที่ปกติไม่ยอมให้ใครจับเลยแท้ๆ

 

ฉันแน่ใจว่ามันไม่น่าจะพังอะไร แต่คงเป็นเรื่องของสภาพจิตใจมากกว่า

 

 

 

「เห็นทีว่าพวกเราคงต้องจัดการควบคุมพื้นที่ให้เสร็จก่อน เพื่อจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก」

 

ฉันทำการเก็บกวาดเศษซากของพวกสัตว์ประหลาดและเอเลี่ยนให้หมดจด เพื่อจะได้ไม่มีใครสามารถชุบชีวิตพวกมันให้กลับมาได้อีก

 

คัตสึมิคุง…..เขาได้จากพวกเราไปอีกแล้ว….

 

 

 

……。

 

 

 

「อัลฟ่าาาาาา……」

 

「เรด เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเด้」

 

「ไว้ค่อยหารือกันทีหลัง」

 

 

ฉันไม่รู้ว่าเธอโผล่มาจากประตูมิติได้ยังไง

 

แต่ที่ฉันไม่พอใจสุดๆ ก็คือการที่เธออยู่ในอ้อมแขนของคัตสึมิคุงแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุขนี่แหละ

 

**** สารานุกรมสัตว์ประหลาดท้ายตอน

สาเหตุที่สัตว์ประหลาดทากไฟฟ้าโมโหเป็นฟืนเป็นไฟเพราะคนเข้าใจผิดว่ามันคือทากไฟฟ้า ทั้งที่ความจริงมันคือปลิงทะเล

————-

Note 1 : คัตสึมิกลับมาแล้ว!!

Note 2 : ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ช่วยหารค่าไฟ  และสามารถช่วยค่าไฟคนแปลได้ที่ กสิกร 2092612913 หรือ QR Code

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 65 ความทรงจำที่ไม่ควรแตะต้อง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved