พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 92 ด้วยความเต็มใจ
ตอนที่ 92
ด้วยความเต็มใจ
ร่องรอยแห่งความวิตกกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมู่อวี้เฉิง จากนั้นเขาจึงพยักหน้าเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นกลับบ้านเถอะ รีบขึ้นรถมาสิ ผมจะไปส่งคุณ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอรีบเดินอ้อมไปเปิดประตูรถและเข้ามานั่งข้างคนขับ
ระหว่างทาง มู่อวี้เฉิงสวมหูฟังบลูทูธแล้วโทรหาลู่หมิง “คืนนี้ไปบอกพวกเขาที่งานเลี้ยงว่าฉันติดธุระด่วน ไปไม่ได้แล้ว”
“ครับท่านประธาน” ลู่หมิงตอบรับและถามกลับ “ท่านประธานเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ?”
“เสี่ยวเป่าเป็นไข้ ฉันจะไปดูสักหน่อย”
ลู่หมิง “…”
ลู่หมิงทำอะไรไม่ถูกได้แต่ตอบรับ “ครับ”
หลังจากวางสายลงแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำมือเธอแน่นและมองมู่อวี๋เฉิงด้วยความรู้สึกผิด “ขอโทษด้วยนะคะที่ทำงานคุณพลาดงานเลี้ยงคืนนี้ ครั้งต่อไปฉันจะไปกับคุณแน่ ๆ ค่ะ”
มู่อวี้เฉิงไม่ชอบที่เธอทำตัวเกรงใจเขา ขณะที่สีหน้า ค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้น “เสี่ยวเป่าไม่สบายอยู่ อย่าเพิ่งมาพูดเรื่องนี้เลย”
หลังจากขับรถมาเรื่อย ๆ ก็มาถึงทางเข้าชุมชน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววิตกกังวลมาก จนไม่สนใจที่มู่อวี้เฉิงติดตามมาด้วย
ขณะเดียวกัน เสี่ยวเป่ากำลังนอนเซื่องซึมอยู่ในห้องนอน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลงข้างเตียงและเรียกเขาเบา ๆ “เสี่ยวเป่า? ตื่นได้แล้วลูก”
เสี่ยวเป่านอนกระสับกระส่ายไปมาเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อเขา นิ้วน้อย ๆ ขยับไปมาแต่กลับไร้การตอบสนอง
แม่ซุนหยิบเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายขึ้นมาแล้วบอก ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ป้าเพิ่งวัดไข้มาค่ะ ได้38.6องศา”
ถือได้ว่ามีไข้สูง
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วขณะวางฝ่ามือใหญ่ทาบลงบนหน้าผากของเจ้าตัวเล็ก “ที่บ้านคุณพอจะมีอะไรคลายร้อนบ้างมั้ย?”
“มีค่ะ!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถลกผ้าห่มออก และพูดกับ มู่อวี้เฉิง “คุณดูเขาไปก่อนนะคะ ฉันจะเอาผ้าขนหนูไปชุบน้ำมา”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าไปหยิบยาลดไข้ จากนั้นจึงเดินเข้าไปหยิบก้อนน้ำแข็งจากตู้เย็นในห้องครัว ชุบผ้าขนหนูจนชุ่มน้ำและนำมาห่อก้อนน้ำแข็ง หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเธอก็เดินถือมันออกไปวางทาบบนหน้าผากของเสี่ยวเป่า
เธอจับมือของเสี่ยวเป่าด้วยความวิตกกังวล และพูดกับมู่อวี้เฉิงว่า “รอดูอาการเขาก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยพาไปโรงพยาบาล”
แม่ซุนผู้เป็นพี่เลี้ยงเห็นว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคนสามารถดูแลเด็กได้เป็นอย่างดี และอาจจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอ เธอเห็นว่ามืดแล้วจึงเดินออกไปคุยกับเยี่ยชวงและขอตัวกลับก่อน
ภายในห้อง มู่อวี้กำลังละลายยาลดไข้ในน้ำอุ่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับยามา “เดี๋ยวฉันจะป้อนเขา คุณช่วยจับเขานั่งทีนะคะ”
“ครับ” มู่อวี้เฉิงไม่เคยดูแลเด็กมาก่อน แต่ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงรู้สึกเต็มใจจะช่วยดูแลเสี่ยวเป่า
เขาขยับตัวเบา ๆ อุ้มเจ้าตัวเล็กที่ถูกห่อเอาไว้ขึ้นมาและปล่อยให้เด็กน้อยนอนพิงอ้อมกอดของเขา
ตอนนี้เสี่ยวเป่ากำลังหลับอยู่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงใช้ช้อนขนาดเล็กป้อนขาให้เขา หลังจากป้อนไปเจ็ดแปดช้อนยาก็ค่อย ๆ ไหลลงไปในปากทีละนิด
หลังจากป้อนยาเสร็จแล้ว มู่อวี้เฉิงเห็นว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงวิตกกังวลอยู่จึงพูดปลอบเขา “อย่ากังวลไป กินยาแล้วเดี๋ยวไข้คงลดเอง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะค่ะ”
มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอด้วยสายตาลุ่มลึก “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ แบบนี้คงไม่สบายตัว”
เดิมทีพวกเขากำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงกัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงยังอยู่ในชุดออกงาน แต่หลังจากเขาพูดเตือนเธอก็ตระหนักขึ้นได้ “ค่ะ”
หลังจากเดินออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องถัดไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เปลี่ยนผ้าชุบน้ำและเอื้อมมือออกไปแตะหน้าผากของเสี่ยวเป่า
“อุณหภูมิไม่ลดลงเลย”
คงเป็นเพราะกังวลใช่ไหม?
มู่อวี้เฉิงพูดเตือน “คุณเพิ่งให้ยาไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว มันจะออกฤทธิ์เร็วขนาดนี้ได้ยังไง?”
“อืม”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลงข้างเตียงและถามว่า “ห้องฉันอยู่ข้าง ๆ คุณอยากไปพักผ่อนก่อนมั้ยคะ?”
ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มครึ่งแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับไม่ได้ที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้เขาพลาดงานเลี้ยงแล้วยังทำให้เขาต้องอดหลับอดนอน
มู่อวี้เฉิงปฏิเสธ “ไม่เป็นไร ผมจะดูแลเสี่ยวเป่าเอง”
เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นเขาตอบรับแบบนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรมาก
ต่อมาถงเหมี่ยวเหมี่ยวบังเอิญนึกขึ้นได้ว่าพวกเขายังไม่ได้รับประทานอาหารเย็นกัน จึงลุกขึ้นและพูดว่า “เดี๋ยวฉันไปทำอาหารในห้องครัวก่อน คุณอยู่คนเดียวสักพักนะคะ”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า “อืม”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปทำบะหมี่สองถ้วยในห้องครัวและเรียกให้มู่อวี้เฉิงมากิน
ทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน มู่อวี้เฉิงกินบะหมี่ในถ้วยของตัวเองหมดก่อนแล้วจึงเงยหน้าถ้วยบะหมี่ของเธอที่แหว่งไปเพียงเล็กน้อย “คุณจะดูแลลูกได้ก็เมื่อรู้จักดูแลตัวเองก่อน”
หลังจากเห็นเหตุการณ์ในคืนนี้ เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าผู้หญิงที่เปราะบางอย่างเธอสามารถเลี้ยงดูเสี่ยวเป่าจนโตในต่างประเทศได้อย่างไร
มู่อวี้เฉิงรู้สึกไม่พอใจพ่อของเสี่ยวเป่าอีกครั้ง
ผู้ชายที่ไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ต้องเป็นคนแบบไหนกัน?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทั้งพยักหน้าและส่ายหัว ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น “ฉันไม่ค่อยหิวน่ะ”
“ฉันจะไปหาเสี่ยวเป่า” เธอลุกขึ้นยืน
ทั้งสองวางถ้วยทิ้งไว้ในห้องครัว และหลังจากกลับเข้ามาในห้องนอนแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบผ้าขนหนูออกมาจากบนหน้าผากของเสี่ยวเป่า
มู่อวี้เฉิงวางมือทาบหน้าผากของเสี่ยวเป่าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงรู้สึกว่าอุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
“เอาเครื่องวัดอุณหภูมิมาวัดดูที”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบส่งมันให้เขาทันที
ห้านาทีต่อมา มู่อวี้เฉิงไม่สามารถนั่งนิ่งได้หลังจากเห็นตัวเลขบนหน้าจอเครื่องวัดอุณหภูมิ
ตอนนี้อุณหภูมิพุ่งขึ้นเป็นสามสิบเก้าองศาแล้ว เขาไม่สามารถอยู่เฉยได้อีกต่อไป
“อุณหภูมิเพิ่มขึ้น รีบพาเข้าส่งโรงพยาบาลเถอะ”
เขาพูดและโน้มตัวลงไปอุ้มเจ้าตัวเล็กมาไว้ในอ้อมแขน
“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวเป็นหวัด!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยววิตกกังวลมากจนดวงตาของเธอแดงก่ำ เธอหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่าง เสี่ยวเป่า
หลังจากถูกอุ้มขึ้นมา เสี่ยวเป่าขยับตัวเล็กน้อยด้วยความงุนงง เขาเอนศีรษะแนบชิดกับลำแขนของมู่อวี้เฉิงและกระซิบ เบา ๆ “ปะป๊า…”
ภายในห้องเงียบมาก ทำให้ทั้งสองได้ยินเสียงของ เสี่ยวเป่าชัดเจน
ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบิกกว้างทันที ราวกับหัวใจของเธอถูกบางอย่างกระแทกเข้าอย่างหนัก
มู่อวี้เฉิงรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังสั่นสะท้านเมื่อได้ยินเสียงร้องอู้อี้ของเสี่ยวเป่า ใบหน้าที่เคร่งขรึมอ่อนยวบลงในทันที
เขาก้มหน้าลงและกระซิบปลอบเสี่ยวเป่า “คนเก่ง เดี๋ยวก็หายแล้วนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูฉากตรงหน้าแล้วกัดริมฝีปากแน่น เธออยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับไม่ได้พูดมันออกไป
เธอมองดูมือของเสี่ยวเป่าที่จับเนกไทของมู่อวี้เฉิงเอาไว้แน่น
“รีบไปเถอะ” มู่อวี้เฉิงเดินนำออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้สนใจเรื่องอื่นในตอนนี้ เธอกับ มู่อวี้เฉิงรีบเดินทางออกจากชุมชนไปยังโรงพยาบาล
หลังจากนั้นไม่นานคุณหมอก็พาเสี่ยวเป่าเข้าไปให้น้ำเกลือในห้องผู้ป่วย และนำยาลดไข้มาให้เขาดื่ม
อาการของเขาดีขึ้นมาก หลังจากวัดไข้ในอีกสิบห้านาทีต่อมาพบว่าอุณหภูมิร่างกายของเขาลดเหลือสามสิบแปดองศาเท่านั้น
หัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ห้อยต่องแต่งอยู่ผ่อนคลายลงมาก เธอคอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงและผล็อยกลับไปโดยไม่รู้ตัว
นาฬิกาบนผนังบอกว่าเป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว และมันเหนื่อยล้าเกินไปสำหรับเธอ
มู่อวี้เฉิงมองดูใบหน้าเหนื่อยล้าของเธอด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ จากนั้นจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกมาคลุมให้เธอ
ขณะเดียวกัน เยี่ยชวงเดินไปกดน้ำร้อนกลับมาแล้วบังเอิญเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าผ่านกระจกด้านนอกห้องผู้ป่วย
เธออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความวิตกกังวล
เมื่อไหร่เจ้านายของเธอจะกลับมาที่ประเทศจีนสักที!!!