พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 91 เสี่ยวเป่าเป็นไข้
ตอนที่ 91
เสี่ยวเป่าเป็นไข้
มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้วเล็กน้อยและรีบพูดขึ้นว่า “ได้ ถ้าอย่างนั้นผมสั่งงานฟู่เจิ้งเวยเป็นการส่วนตัว วันนี้ช่วงบ่ายผมจะให้เขาเข้าไปรายงานตัวที่ถงกรุ๊ป และเขาจะทำหน้าที่รับผิดชอบคดีความนี้แต่เพียงผู้เดียว”
ฟู่เจิ้งเวยทำงานภายใต้สังกัดมู่กรุ๊ปมานานหลายปีแล้ว จนมู่อวี้เฉิงเชื่อมั่นในความสามารถของเขาว่าเขาจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน
ในที่สุดถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยิ้มออกมา “ขอบคุณมากค่ะ”
รอยยิ้มของเธอเป็นดั่งท้องฟ้าสดใสหลังพายุฟ้าคะนอง
จนมู่อวี้เฉิงชะงักไปชั่วขณะ
เขาแทบจะไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเธอคนนี้เลย รอยยิ้มที่ จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาทำให้ดวงตาของเขาสั่นไหว
“กินกันเถอะค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วส่งให้เขา
มู่อวี้เฉิงรับตะเกียบมาอย่างอารมณ์ดี มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อยขณะพูดคุยกับเธอ “คืนนี้ไปงานเลี้ยงเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกระตุกมุมปาก “แล้วคำขอนี้จะได้รับการตอบแทนเร็ว ๆ นี้มั้ยคะ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว” มู่อวี้เฉิงยิ้มเบา ๆ ทำให้ใบหน้าที่เย็นชาและแข็งกระด้างดูอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปสิคะ”
ในเมื่อเขาพูดแบบนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธ
มู่อวี้เฉิลยกแก้วไวน์ขึ้นมาและคลี่ยิ้ม “หลังจากตอบแทนบุญคุณครั้งนี้แล้ว ครั้งหน้าคงจะคุยกันง่ายหน่อย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยกแก้วขึ้นมาชนถึงกับพูดไม่ออก “หลังจากนี้ฉันจะพยายามไม่รบกวนคุณมู่อีกค่ะ”
เธอมักจะรู้สึกว่าถ้าหากเธอใช้เวลาส่วนตัวกับมู่อวี้เฉิงมากจนเกินไป เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอาจจะเกิดขึ้นได้ หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ทั้งสองคนเดินออกมาจากร้านอาหาร ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชี้นิ้วไปที่รถยนต์ยี่ห้อออดี้คันสีเงินที่จอดอยู่ริมถนนแล้วพูดกับเขาว่า “คุณมู่ ฉันขอตัวก่อนนะคะ เอาไว้เจอกันใหม่ครั้งหน้า”
มู่อวี้เฉิงพูดเบา ๆ “ผมจะไปส่งคุณ ขึ้นรถ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขับรถมา”
มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความหมาย “ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้ผู้หญิงที่ติดตามคุณมาขับรถคุณกลับไปสิ มากับผมมันน่าจะปลอดภัยกว่าไปกับเธอ”
คำพูดดังกล่าวกำลังพูดถึงเยี่ยชวง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงัก ตอนนี้เธอติดหนี้บุญคุณเขาอยู่และมันยากที่จะปฏิเสธ ถึงอย่างนั้นสิ่งที่เขาพูดก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล… เธอจึงจำใจขึ้นรถไปกับเขา
เมื่อทั้งสองเข้ามานั่งอยู่เบาะหลัง มู่อวี้เฉิงเหลือบมองชุดทำงานสีเทาเข้มของเธอและถามว่า “ต้องให้ผมเตรียมชุดใส่ไปงานเลี้ยงสำหรับคืนนี้ให้มั้ยครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกระตุกมุมปากขณะที่ดวงตาเลิ่กลั่กเล็กน้อย “ไม่ต้องค่ะ ฉันเป็นผู้หญิง คิดว่าจะไม่มีชุดกระโปรงเลยหรือไง?”
“แสดงว่าคุณยังพอมีสติอยู่” มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอด้วยสายตาสงสัย
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เกือบทุกครั้งที่เขาเจอเธอ เธอมักจะแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบมืออาชีพและแสดงลักษณะท่าทางดั่งหญิงสาวผู้แข็งแกร่งในที่ทำงาน
และมักจะเป็นแบบนี้แม้แต่ไปร่วมงานวันเกิดท่านผู้เฒ่ามู่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับพูดไม่ออก
ทางบริษัทงานยุ่งมาก จึงทำให้เธอแต่งกายด้วยชุดสูททางการเป็นส่วนใหญ่ และดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้แต่งกายเป็นตัวเองมานานแล้ว…
มู่อวี้เฉิงส่งเธอกลับไปทำงานที่สตีเฟนกรุ๊ป และเดินทางกลับไปยังมู่กรุ๊ป
หลังจากเดินเข้าไปในห้องทำงาน เขาก็หยุดลู่หมิงเอาไว้แล้วถามว่า “จิ้นกรุ๊ปกำลังจับตามองโครงการก่อสร้างใหม่ของกรุ๊ปบริษัทต่างชาติเคเอ็นอยู่ใช่มั้ย?”
ลู่หมิงพยักหน้า “ใช่ครับท่านประธาน”
เกือบทุกคนในประเทศรู้เรื่องนี้ดี
จิ้นเป่ยเฉิงหยิ่งยโสโอหังประกาศกร้าวถึงเรื่องนี้ตั้งแต่เข้าร่วมการประมูล โดยกล่าวว่าใครก็ตามที่บังอาจมาร่วมการประมูลจะกลายเป็นศัตรูของจิ้นกรุ๊ป
ดังนั้นหากไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จิ้นกรุ๊ปจะคว้าโครงการนี้มาได้สำเร็จ
มู่อวี้เฉิงหัวเราะ เคาะนิ้วกับโต๊ะและออกคำสั่ง “ป่าวประกาศให้ภายนอกรู้ว่าครั้งนี้มู่กรุ๊ปจะเข้าร่วมการประมูลด้วย”
ลู่หมิงประหลาดใจ “ท่านประธาน แต่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจโครงการนี้ไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากเข้าร่วมการประมูล?”
เขาจำได้ว่าครั้งเมื่อโครงการก่อสร้างเพิ่งเริ่มต้น ท่านประธานชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และเพิกเฉยต่อความอยากจะเอาชนะของผู้ถือหุ้น
นอกจากนี้สิ่งก่อสร้างดังกล่าวไม่ใช่แรงกำลังหลักในการพัฒนาของมู่กรุ๊ป ต่อให้พวกเขาชนะการประมูลในครั้งนี้ แต่มันก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรมากนัก…
ลู่หมิงรู้สึกสับสน
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งและไม่ได้พูดอะไรต่อมากนัก “ไม่ต้องคิดอะไรมากนักหรอก”
“ครับ” ลู่หมิงเดินออกมาจากห้องทำงานด้วยความสับสนและตรงไปโพสต์ข้อความข่าวบนเว็บไซต์ภายในของบริษัท
ขณะเดียวกัน มู่อวี้เฉิงนั่งเคาะนิ้วเบา ๆ อยู่ในห้องทำงาน
เขาเข้ามาแทรกแซงโครงการนี้อย่างกะทันหันเพื่อขัดขวางไม่ให้จิ้นเป่ยเฉิงมุ่งความสนใจไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากนัก
จิ้นเป่ยเฉิงทำเรื่องสุดโต่งขนาดนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะรับมือได้อย่างไร
ในตอนนั้นเอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นั่งประจำอยู่ใน สตีเฟนกรุ๊ปได้รับโทรศัพท์จากเซ่าหมิงเวยในช่วงบ่าย
“คุณถง ทนายความแซ่ฟู่มาเข้าพบที่บริษัท เขาเป็นทนายความมือทองระดับประเทศ คุณเป็นคนส่งเขามาหรือเปล่าครับ?”
“ใช่”
ดูเหมือนว่ามู่อวี้เฉิงจะค่อนข้างน่าเชื่อถือ เขาตอบรับทุกคำพูดและทุกการกระทำ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบอกเซ่าหมิงเวยว่า “คุณเล่าเรื่องในบริษัททั้งหมดให้ฟู่เจิ้งเวยฟังได้เลยค่ะ เอาจดหมายทนายความให้เขาดูด้วย ฟู่เจิ้งเวยจะมาเป็นทนายความให้เรา เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องกังวลค่ะ”
“ครับคุณถง” ลู่หมิงตื่นเต้นมากเช่นกัน
แน่นอนว่าเขารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของฟู่เจิ้งเวยดี ตอนนี้เขามาอยู่ที่นี่แล้ว ดังนั้นคดีความนี้จะไม่เกิดเรื่องเหนือคาดหมายใด ๆ
หลังจากวางสายแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
ในเมื่อมีฟู่เจิ้งเวยอยู่ที่นั่นแล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นเอกสารสัญญายังถูกเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรมีผลบังคับใช้ได้จริงและไม่มีใครปฏิเสธได้
คราวเมื่อถึงเวลาใกล้เลิกงานในตอนเย็น กู้ชิงเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาและเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง
เธอสวมชุดเดรสเกราะอกสีเงินสวยสะพรั่ง ใบหน้าด้านข้างละเอียดอ่อน นุ่มนวลและดูสง่างาม กาลเวลาไม่ได้ทิ้งริ้วรอยอะไรเอาไว้บนร่างกายของเธอเลย เธอยังคงดูเหมือนคุณหนูบ้านคนรวยที่ยังไม่ได้ผ่านการแต่งงาน
กู้ชิงยืมมือขึ้นมาปิดปากด้วยความตกใจ “คุณถง! คุณถงเหรอคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับมายิ้มแย้มเล็กน้อย “วันนี้ฉันต้องไปเข้าร่วมงานเลี้ยงน่ะ ชุดนี้เหมาะกับฉันมั้ยคะ? มันจะเด่นเกินไปหรือเปล่า?”
กู้ชิงรีบส่ายหัว “ไม่ ๆ ๆ ค่ะคุณถง ชุดนี้เหมาะกับคุณมาก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลายเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวและไม่ยิ้มแย้มตั้งแต่เข้ามาในบริษัทสตีเฟน จนกู้ชิงเกือบลืมผู้หญิงที่น่า ทะนุถนอมคนนี้แล้ว
“อืม” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นชุดนี้ก็ได้”
หลังจากเลิกงานในช่วงเย็น มู่อวี้เฉิงบอกว่าเขาจะขับรถมารับเธอ ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงลงมายืนรอหน้าประตูบริษัท ทำให้คนบนท้องถนนต่างจ้องมองมาทางเธอ
ขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากลับส่งเสียงร้อง หน้าจอแสดงผลเผยสายเรียกเข้าจากเยี่ยหาน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกดรับสายทันที
“คุณหนู เสี่ยวเป่าเป็นไข้ ตอนนี้คุณใกล้จะกลับหรือยังครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววิตกกังวลในทันที “ทำไมถึงเป็นไข้ได้? หนักมั้ย?”
เยี่ยหานพูดต่อ “ผมลองแตะหน้าผากดูแล้วหน้าผากร้อนจี๋เลยครับ วันนี้ก็ดูซึม ๆ มาก คุณหนู ถ้าคุณยังไม่สะดวกกลับมา ผมจะพาเสี่ยวเป่าไปโรงพยาบาลก่อนนะครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกัดริมฝีปากแน่น “คืนนี้ฉันมีงานเลี้ยง รอฉันสักแป๊บนะ ดูก่อนว่าจะบอกปัดได้มั้ย…”
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังคุยโทรศัพท์ เธอเงยหน้าขึ้นมาและเห็นเบนท์ลีย์คันสีดำกำลังขับเข้ามาหาเธอ
มู่อวี้เฉิงมาถึงแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเก็บโทรศัพท์มือถือและรีบเข้าไปทันที
ขณะที่ชายในรถยนต์กำลังลดหน้าต่างลง เธอก็ถามด้วยสีหน้ากังวลว่า “มู่อวี้เฉิง งานเลี้ยงวันนี้สำคัญหรือเปล่า? ฉันก็ยกเลิกได้มั้ย เสี่ยวเป่าไข้ขึ้น…”