พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 90 จดหมายทนายความ
ตอนที่ 90
จดหมายทนายความ
วันรุ่งขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินทางมาทำงานที่สตีเฟนกรุ๊ปตามปกติ แต่ขณะที่เธอกำลังเตรียมตัวจะทำงานนั้น กู้ชิงก็เข้ามารายงานว่าเซ่าหมิงเวยได้เดินทางมาขอเข้าพบ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามาในห้องทำงานและมองเขาด้วยความประหลาดใจ “ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่ถงกรุ๊ปอีกหรือเปล่า?”
เซ่าหมิงเวยพยักหน้าเคร่งขรึม แล้วหยิบแผ่นกระดาษออกมาจากกระเป๋ายื่นให้เธอ “คุณถง นี่เป็นจดหมายจากทางทนายความที่ผมได้รับมาวันนี้ ช่วยอ่านดูด้วยนะครับ”
สำนวนร่ายยาวกล่าวว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวปลอมแปลงเอกสารเข้ามาครอบครองหุ้นในนามของถงกัวฮุย เพื่อที่จะเข้ามายักยอกถงกรุ๊ป
เขียนได้กระชับรัดและสมเหตุสมผลมากจริง ๆ เกรงว่าคนที่ไม่รู้อ่านแล้วจะเข้าใจผิดไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอ่านแล้วเยาะเย้ย “ฉันมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร เขาจะมากล่าวหาลอย ๆ ผ่านจดหมายทนายความได้ยังไง?”
แผนการนี้ค่อนข้างยอดแย่เกินไป
เซ่าหมิงเวยส่ายหัว “แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ถงกัวฮุยลงทุนจ้างทนายหลินเจี๋ยซิว ทนายทางการเงินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ คุณถง คุณไม่ได้อยู่ที่เมืองเป่ยมานานคุณคงจะไม่รู้อะไร ตั้งแต่หลินเจี๋ยซิวเข้าวงการกฎหมาย เขาก็ไม่เคยแพ้คดีความเลย”
ในเมื่อเขากล้าที่จะดำเนินคดีนี้ เขาจะต้องมีความมั่นใจอย่างมาก
“เคยได้ยินอยู่ค่ะ” ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูจริงจังขึ้น “ถ้าฉันจำไม่ผิด หลินเจี๋ยซิวน่าจะเป็นทนายเฉพาะทางของทางจิ้นกรุ๊ป”
เซ่าหมิงเวยพยักหน้า “ใช่ครับ เพราะงั้นผมถึงได้กังวล”
หลินเจี๋ยซิวลงมาทำคดีความนี้เป็นการส่วนตัว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วน่าจะเป็นไปตามคำแนะนำของทางจิ้นกรุ๊ป หากจิ้นกรุ๊ปตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต่อสู้กับถงกรุ๊ป แล้วถงกรุ๊ปจะไปแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่แบบนั้นได้อย่างไร?
ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูเศร้าสร้อยสุดขีด
นึกไม่ถึงว่าจิ้นกรุ๊ปจะกลับมามีส่วนเกี่ยวข้องกันอีกครั้ง
น้ำเสียงของเธอยังคงเย็นชา “จิ้นเป่ยเฉิงไม่ยอมแพ้จริง ๆ สินะ แค่เรื่องที่ดินถึงกับมุ่งเป้ามาหาถงกรุ๊ป”
โดยปกติแล้วเซ่าหมิงเวยเป็นคนที่ใจเย็น แต่ครั้งนี้เขากลับโมโหเอามาก “เขาเป็นถึงผู้นำของจิ้นกรุ๊ป ทำไมถึงได้ใจแคบขนาดนี้!”
การได้รับกำไรและเสียกำไรทางการตลาดย่อมเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?
“รู้แล้วก็ดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจ “ฉันไม่อยากให้สตีเฟนกับถงกรุ๊ปเข้าไปข้องเกี่ยวกับจิ้นกรุ๊ปอีก”
ครั้งนี้มันเป็นบทเรียนที่ต้องจดจำให้ขึ้นใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่งการ “คุณกลับไปที่บริษัทก่อน ในเมื่อสัญญาของถูกต้องตามกฎหมายแล้วจะมามัวกลัวอะไรอยู่ ส่วนหลินเจี๋ยซิวน่ะ ฉันจะหาทางจัดการกับเขาเอง กลับไปแล้วรอรับข่าวจากฉันก็พอ”
“ครับ” หลังจากเข้าใจได้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวหมายถึงอะไร เซ่าหมิงเว่ยก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้นและกลับไปที่ถงกรุ๊ปทันที
หลังจากที่ประตูห้องทำงานปิดลง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตกอยู่ในห้วงความคิดอีกครั้ง
หลินเจี๋ยคือปัญหาใหญ่จริง ๆ
ใครจะรู้ว่าเขาอาจจะสามารถกล่าวความจริงให้เป็นความเท็จได้ด้วยวาจาอันไพเราะของเขา?
หากต้องตามหาคนมาประจันหน้ากับเขาในประเทศจีน คนคนที่พอจะมีชื่อเสียงระดับเทียบเท่ากับเขาก็คือฟู่เจิ้งเวย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อหาข้อมูลรายละเอียดของฟู่เจิ้งเวย
เธอตกตะลึงเมื่อมองเห็นตัวอักษรสีดำด้านบน
ฟู่เจิ้งเวยรับว่าความให้มู่กรุ๊ปจริง ๆ ด้วย ไม่น่าแปลกใจที่มู่กรุ๊ปกับจิ้นกรุ๊ปขัดแย้งกันมาโดยตลอด และวิชาชีพของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
กู้ชิงที่อยู่ด้านข้างประหลาดใจเช่นกัน “แบบนี้ก็ง่ายเลยสิคะ!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสงสัยจึงเอ่ยถาม “ทำไมว่าแบบนั้นล่ะคะ?”
กู้ชิงตอบ “คุณถง คุณเจรจาเรื่องความร่วมมือกับคุณมู่มาหลายโครงการ คุณมู่น่าจะให้ยืมคนได้นะคะ”
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับลำบากใจ
เธอไม่อยากร้องขอความช่วยเหลือจากมู่อวี้เฉิงเลยจริง ๆ
การที่เธอบินกลับมายังประเทศจีนเพื่อขอความร่วมมือต่าง ๆ ล้วนเป็นหน้าที่ที่เธอต้องทำ แต่ความช่วยเหลือน้อยใหญ่เหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องที่นอกเหนือจากหน้าที่การงาน และเธอเพิ่งจะเลี้ยงอาหารเป็นการขอบคุณเขาไป ตอนนี้เธอกลับต้องไปขอความช่วยเหลือจากเขาอีกครั้งเหรอ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้ ถามขึ้นว่า “กู้ชิง ถ้าฉันไปหาฟู่เจิ้งเวยในนามของถงกรุ๊ป คุณว่าเขาจะรับฟ้องมั้ย”
กู้ชิงส่ายหัว “ไม่น่าได้ค่ะ ฟู่เจิ้งเวยเป็นทนายความของ มู่กรุ๊ปเพียงผู้เดียว ได้ยินมาว่าเขาเซ็นสัญญาสิบปีว่าจะรับใช้แต่ มู่กรุ๊ปเท่านั้นค่ะ”
“อืม” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้แต่ยอมรับชะตากรรมของตัวเอง
ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนึกหาวิธีการอื่นไม่ออก จึงจำใจติดต่อไปหามู่อวี้เฉิง
หลังจากกดโทรออก เสียงรอสายก็ดังขึ้นเพียงแค่ไม่กี่วินาที ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอ่ยน้ำเสียงเย็นพูดเข้าตรงประเด็น “คุณมู่ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณค่ะ”
มู่อวี้เฉิงถาม “มีเรื่องอะไรเหรอครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลำบากใจเกินกว่าจะพูดคำขอร้องออกไป “ตอนนี้คงยังไม่เหมาะค่ะ ช่วงเที่ยงคุณว่างมั้ยคะ? ฉันจะขอเลี้ยงข้าวคุณแล้วหารือเรื่องรายละเอียดอีกที”
ปลายสายตอบรับตรง ๆ “ได้ครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดีใจมาก “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันโทรศัพท์หาคุณอีกทีนะคะ”
จากนั้นจึงวางสายลง
มู่อวี้เฉิงที่นั่งทำงานอยู่ในมู่กรุ๊ปเรียกลู่หมิงเข้ามาและถามว่า “วันนี้ตอนเที่ยงฉันมีนัดหรือเปล่า?”
“มีนัดกับท่านประธานหลี่จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ครับ พยายามนัดหมายมาสามสิบแปดครั้งแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคุณรับปากว่าจะเข้าร่วมรับประทานอาหารมื้อเที่ยงกับเขาในวันนี้”
มู่อวี้เฉิงยกมือขึ้นและพูดขัดจังหวะ “เลื่อนออกไปก่อน วันนี้เที่ยงฉันมีเรื่องสำคัญต้องทำ”
ลู่หมิงตกตะลึง “ครับ”
ณ ร้านอาหารตะวันตกไมโล่ซัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาถึงร้านอาหารก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงและจัดแจงสั่งอาหารชุดใหญ่
คราวนี้เธอเลือกรูปแบบร้านอาหารด้วยตัวเอง มันเป็นร้านอาหารสไตล์ตะวันตก เรียบง่าย หรูหรา และไม่มีบรรยากาศคลุมเครือ
สิ่งที่เธอกำลังจะพูดถึงในวันนี้ล้วนเป็นเรื่องสำคัญของหน้าที่การงาน
มู่อวี้เฉิงเดินเข้ามานั่งลงและมองหน้าเธอ “พูดมาสิ มีเรื่องอะไร”
เธอไม่เคยแสดงทัศนคติที่เป็นมิตรแบบนี้กับเขามาก่อน ดังนั้นจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเข้าตรงประเด็น และเล่าเรื่องราวที่ถงกัวฮุยเข้ามาขัดขวางเธอที่หน้าประตูโรงจอดรถเมื่อวันก่อน “ประกอบกับการปลอมแปลงเอกสารในวันนี้ ฉันคิดว่าถงกัวฮุยกับจิ้นกรุ๊ปกำลังร่วมมือกันอยู่”
จุดประสงค์ของพวกเขาคือการแก้แค้นเธอและแก้แค้น ถงกรุ๊ป
เดิมทีเธอคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงหลังจาก จิ้นเป่ยเฉิงลักพาตัวเธอไป แต่เขากลับไม่ยอมรามือ
สีหน้าของมู่อวี้เฉิงมืดมนลงเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถึงความต้องการของตัวเอง “ฉันอยากจะยืมตัวฟู่เจิ้งเวย ทนายความชั้นนำของบริษัทคุณมาช่วยฉันดูแลคดีความนี้หน่อยค่ะ”
“ในประเทศจีนมีแค่ฟู่เจิ้งเวยเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับหลินเจี๋ยซิวได้ หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือกับฉัน ไม่อย่างนั้นความร่วมมือบนที่ดินเขตชานเมืองทางตอนใต้จะต้องพังทลายลงแน่ ๆ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่แน่ใจว่าเขาจะให้ความร่วมมือกับเธอหรือไม่ หากไม่เธอคงจะต้องหาทางเจรจาดูก่อน
มู่วี้เฉิงวางกระดาษทิชชูในมือลงและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฟู่เจิ้นเวยเป็นทนายความส่วนตัวของมู่กรุ๊ป”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มประหม่า “เขา… ไม่สะดวกที่จะฟ้องร้องคดีอื่นใช่มั้ยคะ?”
“ไม่หรอก” มู่อวี้เฉิงครุ่นคิดขณะจ้องมองเธอ “แต่ถ้าคุณต้องการยืมตัวเขา นั่นก็หมายความว่าคุณจะต้องติดหนี้บุญคุณผม”
นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกับการเลี้ยงข้าวตอบแทนคำขอบคุณ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโล่งอกขึ้นมากเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น อย่างน้อยมันก็ดีที่เขาให้ยืมตัวทนายความ ส่วนเรื่องตอบแทนน้ำใจนั้น เธอได้เตรียมใจเอาไว้แล้ว
อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถช่วยผู้อื่นโดยเปล่าประโยชน์ได้
“ฉันจะตอบแทนบุญคุณคุณค่ะ”