พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 93 คุณยังเป็นคู่หมั้นของผม
ตอนที่ 93
คุณยังเป็นคู่หมั้นของผม
คุณเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังอยู่ในเกม ดังนั้นจึงมองภาพรวมไม่ออก แต่เยี่ยชวงเป็นผู้หญิงและมีสัญชาตญาณที่เฉียบแหลมมาก
สายตาของมู่อวี้เฉิงมองดูคุณเหมี่ยวเหมี่ยวนั้นชัดเจนมาก…
หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าจะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้
เยี่ยชวงรู้สึกว่าเธอไม่สามารถนั่งนิ่งเฉยได้อีกต่อไป เธอต้องปกป้องความสุขของเจ้านายเอาไว้ให้ได้
จึงเปิดประตูห้องผู้ป่วยและเดินเข้าไปด้านใน วางกาน้ำร้อนลงบนโต๊ะและหันไปพูดกับมู่อวี้เฉิงว่า “เดี๋ยวฉันอยู่ที่นี่เองค่ะ คุณมู่ไม่มีอะไรแล้วก็เชิญกลับไปก่อนได้เลย”
ทัศนคติของเธอไร้ความเคารพนับถืออย่างสิ้นเชิง
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเธอที่อยู่ด้านข้างและทำเป็นว่าไม่สนใจไยดี
เขารู้สึกได้ถึงความเกลียดชังที่คลุมเครือของหญิงสาวที่มีต่อเขา
และเขาพอจะคาดเดาได้ว่าเธอทำไปเพื่อเจ้านายของเธอ แต่เธอจะใช้วิธีการนี้กำจัดเขาได้หรือ?
หากเขายอมจำนนมันคงจะดูน่าขบขัน
เยี่ยชวงที่ถูกเมินเฉยจงใจพูดขึ้นว่า “ได้ยินมาว่าทุกวันนี้คุณมู่ยุ่งกับมู่กรุ๊ปมาก ตอนนี้ยังมีเวลาว่างมาดูแลภรรยากับลูกคนอื่นอีก คุณนี่ช่างมีเวลาเหลือเฟือจังเลยนะคะ”
เธอพยายามทำให้เขาเข้าใจว่าตอนนี้คุณเหมี่ยวเหมี่ยวกับนายน้อยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาแล้ว
มู่อวี้เฉิงไม่สนใจเธอ ไม่แม้แต่จะมองเธอด้วยซ้ำ
เยี่ยชวงยังคงพูดต่อ “นักธุรกิจจะไม่ทำอะไรที่ไร้ผลตอบแทน แต่ตอนนี้คุณมู่กำลังทำเรื่องที่ไร้ประโยชน์อยู่ หรือว่าคุณอยากจะชดเชยความละเลยที่มีให้คุณเหมี่ยวเหมี่ยวเมื่อปีนั้นหรือคะ?”
“แต่ทำไปแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? ไม่ว่าคุณจะพยายามสักแค่ไหน แต่สุดท้ายมันจะไม่มีผลอะไรเลย ฉันแนะนำว่าอย่ามาเสียเวลาจะดีกว่าค่ะ…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้นอนหลับลึกตั้งแต่แรก และถึงแม้ว่าเยี่ยชวงจะลดน้ำเสียงลงแล้วแต่ก็ยังปลุกให้เธอตื่นอยู่ดี
ทำให้เธอได้ยินคำพูดต่อว่ามู่อวี้เฉิงจากปากของเยี่ยชวง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นนั่งและขมวดคิ้วไม่พอใจ “เยี่ยชวง หยุดพูดสักที”
เธอพูดแบบนั้นได้อย่างไร?
มู่อวี้เฉิงอุตส่าห์มีน้ำใจมาช่วยดูแลเสี่ยวเป่า เธอมองข้ามความมีน้ำใจของเขาไปได้อย่างไร?
เยี่ยชวงตกใจและไม่คิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะตื่นขึ้นมาก เธอรีบก้มหน้าลงและไม่พูดอะไรอีก
มู่อวี้เฉิงไม่สนใจเยี่ยชวงเลย เขาหันหน้าไปมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ผมปลุกคุณหรือเปล่า?”
“ไม่ค่ะ ฉันเป็นคนหลับไม่ลึก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอดเสื้อคลุมบนตัวออกและส่งให้มู่อวี้เฉิง
“ตอนนี้ดึกมากแล้ว คืนนี้ขอบคุณคุณมากนะคะ พรุ่งนี้คุณต้องทำงานเช้า กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันอยู่ดูแลต่อที่นี่เอง”
ยิ่งไปกว่านั้นไข้ของเสี่ยวเป่าค่อย ๆ ลดลงแล้ว
มู่อวี้เฉิงยังคงกังวลเล็กน้อย “คุณดูแลคนเดียวไหวเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “ตอนอยู่ต่างประเทศก็แบบนี้แหละค่ะ ไม่เป็นไรหรอก”
เมื่อเธอพูดแบบนั้น มู่อวี้เฉิงก็จำใจต้องพยักหน้า เขาลุกขึ้นยืนและพูดว่า “ไปส่งผมหน่อยสิ”
“ค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “เยี่ยชวง ดูแลเสี่ยวเป่าด้วยนะ”
ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันออกไปจากห้องผู้ป่วยและเดินตรงไปที่ทางเข้าโรงพยาบาล
ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งครึ่งแล้วและแทบจะไม่มีคนอยู่ที่หน้าประตูโรงพยาบาลเลย มีเพียงไฟตามท้องถนนเท่านั้นที่กำลังส่องสว่าง บรรยากาศเงียบสงบ
“กลับถึงแล้วรีบเข้านอนนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดเดินและหันไปพูดกับเขา
มู่อวี้เฉิงหันไปมองด้านข้าง ดวงตาสีนิลจ้องมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวท่ามกลางแสงสลัวในตอนกลางคืน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกะพริบตา “มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
ขณะที่เธอกำลังปริปากถาม มู่อวี้เฉิงก็ดึงเธอเข้าไปในอ้อมกอดทันที
“คุณ… อื้ม” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบิกตากว้าง
ริมฝีปากของผู้ชายตรงหน้ากำลังแนบชิดกับริมฝีปากของเธอ!
หัวสมองของถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื้อไปชั่วขณะ เธอกำลังตกตะลึง
จูบของเขาอ่อนโยนมา เพียงลิ้มรสและหยุดไป
มู่อวี้เฉิงยืนอยู่ที่เดิมขณะที่มองลึกเข้าไปในดวงตาที่สับสนของเธอ แล้วพูดออกมาทีละประโยค “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ในเมื่อปีนั้นคุณหนีไปไม่บอกไม่กล่าว ผมก็จะถือว่าเรายังไม่ได้ถอนหมั้นกัน คุณยังเป็นคู่หมั้นของผม และหวังว่าคุณจะจำมันให้ขึ้นใจ”
“ผมไปก่อน ฝันดีครับ” หลังจากพูดจบ เขาก็เดินหันหลังกลับไปหาเบนท์ลีย์ที่จอดอยู่ริมถนน
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น หลังจากนั้นเบนท์ลีย์คันสีดำก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนตกใจอยู่ที่เดิม ความอบอุ่นของเขายังคงหลงเหลืออยู่บนริมฝีปากของเธอ
รอยจูบนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ นี่เธอ… กำลังฝันอยู่เหรอ?
ขาของเธอแข็งทื่อจนไม่รู้ว่าต้องขยับอย่างไร
เช้าวันรุ่งขึ้น
ในที่สุดไข้ของเสี่ยวเป่าก็ลดลง อุณหภูมิบนร่างกายกลับมาเป็นปกติ
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงกังวลจึงคอยสัมผัสหน้าผากของเขาและถามว่า “ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอยู่มั้ย?”
เมื่อคืนเสี่ยวเป่านอนกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืนแต่ไม่ยอมลืมตาขึ้นมา จนทำให้เธอหวาดกลัว
แต่หลังจากได้ยินคำพูดของเธอ เสี่ยวเป่าก็ปรบมือ “หม่ามี้ ผมสบายดี ไม่รู้สึกอึดอัดแล้ว หม่ามี้ถามผมสามรอบแล้วนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะและบีบแก้มเขา “เจ้าตัวแสบ หม่ามี้เป็นห่วงแทบแย่ บอกแม่มาตามตรงว่าเมื่อวานไปทำอะไรมาจู่ ๆ ถึงได้ไข้ขึ้น”
เสี่ยวเป่าเกาหัว “ไม่รู้สิ”
เด็กอย่างเขาจะรู้ได้อย่างไรว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เยี่ยชวงยิ้ม “ได้ยินเยี่ยหานบอกว่าที่โรงเรียนมีจัดประชุมกีฬาสี นายน้อยเล่นสนุกทั้งวัน คงเล่นมากไปจนเหนื่อยน่ะค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลงมาแนบกับหน้าผากของ เสี่ยวเป่าและพูดเตือน “เสี่ยวเป่าบ๊องหรือเปล่า จะเล่นหักโหมแบบนี้ไม่ได้อีกนะ!”
“รู้แล้วหม่ามี้!” เสี่ยวเป่าหอมแก้มถงเหมี่ยวเหมี่ยว “หลังจากนี้เสี่ยวเป่าจะไม่ทำให้หม่ามี้กังวลอีก”
ทั้งสามคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน จู่ ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เยี่ยชวงเดินไปเปิดประตูแต่แล้วเธอกลับต้องตกตะลึงเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา เธอพยายามจะหยุดเขา
แต่มันกลับสายเกินไป
เสี่ยวเป่ามองออกมาด้วยสายตาที่เป็นประกาย เขากระโดดลงจากเตียงและรีบวิ่งเข้าไปหาชายตรงหน้า
“คุณลุงสุดหล่อ! มาเยี่ยมเสี่ยวเป่าเหรอ!”
เยี่ยชวงจึงจำใจต้องหลีกทางให้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับกุมขมับเมื่อเห็นเสี่ยวเป่ารีบพุ่งตัวออกไปราวกับสายลม “ถงเป่ยหาน! คุณหมอเพิ่งบอกให้ลูกพักผ่อน อย่าเพิ่งลุกไปไหน…”
เสี่ยวเป่าเริ่มซนมากขึ้นเรื่อย ๆ
มู่อวี้เฉิงยิ้มเบา ๆ เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กวิ่งมากอดต้นขาของเขา เขาจึงก้มลงไปอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา “ลุงก็ต้องมาเยี่ยมหนูอยู่แล้วน่ะสิ”
เสี่ยวเป่ามีความสุขมากรีบยกมือขึ้นกอดรอบคอเขาด้วยความรักใคร่ “เมื่อคืนเสี่ยวเป่าฝันว่าคุณลุงสุดหล่อมากอด เสี่ยวเป่า รู้สึกเหมือนเป็นปะป๊าเลย ใช่คุณลุงสุดหล่อหรือเปล่า?”
มู่อวี้เฉิงพึมพำตอบรับเบา ๆ “ลุงเอง”
เสี่ยวเป่าครวญครางด้วยใบหน้าแดงก่ำ “เสี่ยวเป่าชอบ… มีความสุขมาก…”
มู่อวี้เฉิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับท่าทางติ๊งต๊องของเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามาดึงมือเขา “เสี่ยวเป่า ลงมาเร็ว จะปล่อยให้คุณลุงอุ้มแบบนี้ไม่ได้ ลูกไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วนะ”
เสี่ยวเป่ากอดเขาแน่นขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ไม่เอา หม่ามี้ เสี่ยวเป่าชอบคุณลุงสุดหล่อ”
ดวงตาสีดำนิลจ้องมองไปทางมู่อวี้เฉิง “คุณลุงสุดหล่อก็ชอบเสี่ยวเป่าที่สุดเหมือนกัน!”
มู่อวี้เฉิงอารมณ์ดี เอาบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่าไม่เป็นไรและกอดเสี่ยวเป่าเอาไว้แน่น “ลุงก็ชอบเสี่ยวเป่าเหมือนกัน”
เสี่ยวเป่าล้มตัวลงนอนในอ้อมกอดของเขาและไม่ยอมออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูภาพตรงหน้าด้วยความสับสน
ยิ่งเสี่ยวเป่าเกาะติดมู่อวี้เฉิงมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้น ทั้งหวาดกลัวและวิตกกังวล