พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 87 ได้คืบจะเอาศอก
ตอนที่ 87
ได้คืบจะเอาศอก
มู่อวี้เฉิงทำหูหนวกตาบอดใส่ท่าทางของเธอ และแสดงสีหน้าสบาย ๆ “คุณแน่ใจนะว่าจะไม่สั่ง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฮึดฮัดไม่พอใจ “เชิญคุณสั่งเถอะค่ะ”
มู่อวี้เฉิงจึงสั่งอาหารมาสองสามจาน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ่งรู้สึกอึดอัดใจมากขึ้นเมื่อก้มหน้าลงแล้วเห็นรูปหัวใจบนโต๊ะ ทว่าตอนนี้ยังไม่มีเหตุผลให้ลุกออกไป
หลังจากนั้นไม่นาน อาหารต่าง ๆ ก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ
พ่อครัวหั่นฟัวกราส์ออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ และทาซอสลงไปก่อนจะนำมันมาเสิร์ฟบนโต๊ะ ดูน่ารับประทานเป็นพิเศษ
มู่อวี้เฉิงตักมันขึ้นมาใส่จานของถงเหมี่ยวเหมี่ยวชิ้นหนึ่ง
“ลองชิมดูสิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังทำหน้ามุ่ยคิ้วขมวดมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีที่หลังจากลองชิมมัน “ใช้ได้เลยค่ะ”
แต่นั่นไม่น่าใช่เหตุที่เขาพาเธอมาร้านอาหารแห่งนี้!
ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาดูจริงจังอีกครั้ง
หลังจากกินอาหารเสร็จ สีหน้าของมู่อวี้เฉิงดูอ่อนโยนขึ้น ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับหดหู่ใจ พวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกันและบรรยากาศก็ค่อนข้างแปลกประหลาด
“คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเรียกผมได้นะครับ”
พนักงานเสิร์ฟพูดและเดินประตูไปยืนอยู่ข้างนอก
หลังจากอาหารกลางวัน ทั้งสองคนเดินออกมาขึ้นเบนท์ลีย์คันสีดำที่จอดอยู่ข้างหน้า
มู่อวี้เฉิงเปิดประตูรถและบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “เดี๋ยวผมไปส่ง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับกุมขมับ
เธอกำลังรู้สึกเศร้าใจที่ปล่อยให้กู้ชิงขับรถของเธอไปยังสตีเฟนกรุ๊ป
และจำใจขึ้นรถไป
ตกบ่าย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งประชุมเสร็จ กู้ชิงจึงเดินเข้ามาในห้องทำงานและรายงานว่า “คุณถง แผนกต้อนรับบอกว่าถงกัวฮุยมาที่นี่ ร้องตะโกนเรียกคุณเสียงดังลั่นเลยค่ะ”
เมื่อรู้ว่าเขาประพฤติตนไม่สมกับการเป็นพ่อ กู้ชิงจึงไม่ได้พูดถึงเขาอย่างเหมาะสมนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว “แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน?”
“เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำเรื่องในอดีตได้เลยไม่ยอมให้เขาเข้ามาค่ะ ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขายังอยู่ข้างนอกหรือเปล่า”
“อืม งั้นก็ช่างเขาเถอะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้แปลกใจนัก เพราะว่าเป็นเรื่องปกติที่ถงกัวฮุยมักจะมาสร้างปัญหา
ในเมื่อเขาเต็มใจจะสร้างปัญหาและทำตัวเปล่าประโยชน์ ถ้าเธอไม่เห็นก็ปล่อยให้เขาทำไป
หลังจากเลิกงานในตอนเย็น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินไปที่ โรงจอดรถชั้นใต้ดินและค่อย ๆ ขับรถออกไป
แต่รถของเธอกลับถูกขวางเอาไว้ทันทีที่ออกจากประตู โรงจอดรถ
ถงกัวฮุยกับโจวเพ่ยฮวารีบวิ่งเข้ามาที่รถของเธอทันที “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว! หยุด!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจำใจเปิดประตูรถและเดินลงมาถามเสียงแข็ง “พวกแกจะทำอะไรอีก?”
เยี่ยชวงที่ติดตามหลังถงเหมี่ยวเหมี่ยวมา จ้องเขม็งไปทางถงกัวฮุยด้วยท่าทางเย็นชา
ถงกัวฮุยรีบหดคอลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงแข็งแกร่งแค่ไหน
“ไม่เป็นไร” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพยิดหน้าไปเยี่ยชวง
วันนี้พวกเขามากันแค่สองคนและไม่มีทางที่จะลงมือทำอะไรเธอได้ เธอจึงอยากรู้ว่าถงกัวฮุยต้องการอะไร
เมื่อเห็นเยี่ยชวงไม่ได้คุกคาม ถงกัวฮุยจึงจ้อง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและถามเธอว่า “ฉันได้ยินมาว่าราคาที่ดินที่ฉันโอนให้แกขายได้ราคาหกร้อยล้าน จริงหรือเปล่า? เอาเงินหกร้อยล้านมาให้ฉัน!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองและหัวเราะเยาะ “แกนี่มันคิดแต่เรื่องเงินใช่มั้ย?”
เธอยังไม่ได้ป่าวประกาศเรื่องความร่วมมือระหว่างมู่กรุ๊ปกับถงกรุ๊ป แล้วถงกัวฮุยรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?
“แกอย่ามาโกหกฉัน!” ถงกัวฮุยตะคอกใส่ “คนจาก จิ้นกรุ๊ปมาบอกว่ามู่อวี้เฉิงกว้านเงินซื้อที่ดินในราคาหกร้อยล้าน!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนึกไม่ถึงว่าคนอย่างจิ้นเป่ยเฉิงจะไร้ยางอายขนาดนี้
เขาไปบอกถงกัวฮุยแล้วยังมีหน้าโกหกว่าราคาหกร้อยล้านอีก เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่ามู่อวี้เฉิงซื้อไปในราคาสี่ร้อยล้านหยวน!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดจาเย็นชาอย่างไม่สบอารมณ์ “ที่ดินนั้นเป็นชื่อของฉันแล้ว ถึงฉันจะขายมันแลกเงินแล้วเกี่ยวอะไรกับพวกแกด้วย? ฉันอนุญาตให้พวกแกทุนหุ้นตัวเดิมของถงกรุ๊ปและนอนรับเงินปันผลไปวัน ๆ ก็ดีมากโขแล้ว! อย่าทะเยอทะยานนักเลย!”
ถงกรุ๊ปกำลังเข้าที่เข้าทาง หุ้นที่พวกเขากำลังถืออยู่จะทำให้พวกเขาได้รับเงินปันผลเพียงพอสำหรับเลี้ยงชีพตัวเองในช่วงเกษียณอายุ
“นังเนรคุณ!”
โจวเพ่ยฮวายกมือขึ้นมาชี้หน้าด่าถงเหมี่ยวเหมี่ยว “พ่อแกอุตส่าห์เลี้ยงแกมาจนโต แต่พอแกเริ่มทำอะไรเป็นก็ยึดบริษัทไปเป็นของตัวเองซะดื้อ ๆ เงินตั้งหกร้อยล้านแกก็เอามันไปอมหมด คนอย่างแกมันจะต้องถูกเวรกรรมตามสนอง! แกจะต้องไม่ตายดี! ไม่สมควรเกิดมาเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ! ส่วนไอ้เด็กเวรนั้นจะต้องได้รับผลกรรมจากที่แกทำลงไป!”
คำพูดของโจวเพ่ยฮวาทำให้เธอไม่พอใจมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องเขม็งและตบหน้าโจวเพ่ยฮวาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดเกี่ยวกับลูก
“แกก็ควรจะดูแลช่องปากให้ดี อย่าให้มันสกปรกไปนัก!”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าอาคาร สตีเฟนกรุ๊ป ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลทองของเมืองเป่ย มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาบนท้องถนน
โจวเพ่ยฮวารู้สึกเหลือเชื่อที่ตัวเองโดนตบหน้า
ทว่าจู่ ๆ แผนการก็พุ่งพรวดเข้ามาในหัวของเธอ เธอล้มลงกับพื้นและส่งเสียงร้องครวญคราง “ฟ้าไม่ยุติธรรมเลย! ฉันอุตส่าห์ตั้งใจทำงานเลี้ยงดูลูก แต่ลูกกลับมาทุบตีแม่แบบนี้!”
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหันมามองเมื่อได้ยินเสียงครวญคราง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำมือแน่น “แกไม่ใช่แม่ฉัน!”
“แล้วยังไง!” โจวเพ่ยฮวาแสร้งทำเป็นบีบน้ำตา ตบต้นขาและส่งเสียงครวญคราง “ถึงแม่จะเป็นแม่เลี้ยงแต่แม่ก็พยายามเลี้ยงดูลูกมาอย่างดี ทำไมลูกถึงใจร้ายแบบนี้!”
ถงกัวอุยขมวดคิ้ว “ใช่! แกจะใจร้ายไส้ระกำแบบนี้ไม่ได้นะ!”
ใบหน้าหนวดเคราของถงกัวฮุยก้มลงอย่างน่าสงสาร ขณะที่โจวเพ่ยฮวาล้มลงกับพื้นยกมือขึ้นมาปกปิดใบหน้าที่โดนตบ ไม่ว่าจะมองอย่างไรพวกเขาก็ดูเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำมากกว่า
ในขณะที่เสื้อผ้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงดูเรียบร้อย
คนที่เดินผ่านไปมามองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตารังเกียจ และติเตียนว่า “ทำไมถึงมีลูกสาวเนรคุณขนาดนี้นะ?”
“ใช่ ทางบริษัทควรไล่คนแบบนี้ออก!”
“ความกตัญญูต้องมาก่อนเสมอ เธอทำร้ายร่างกายคนแก่แบบนี้มันไม่ผิดกฎหมายเหรอ?”
บางทีสิ่งที่เห็นด้วยตาอาจจะไม่ใช่ความจริง!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการตะโกนบอกพวกเขาทุกคนที่เดินเข้ามามุง ทว่าจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังท่วมท้นทุกเสียงของเธอ
โจวเพ่ยฮวาเริ่มตะเบ็งเสียงร้องไห้หนักขึ้นเรื่อย ๆ
“ขอให้นังลูกเนรคุณคนนี้ถูกฟ้าผ่า! พวกคุณต้องช่วยพวกเรานะคะ!”
เยี่ยชวงตกใจกับท่าทางที่น่าสะอิดสะเอียนของ โจวเพ่ยฮวา เธอเข้าไปยืนตรงหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดว่า “คุณเหมี่ยวเหมี่ยว ผู้หญิงคนนี้หน้าด้านมาก คุณไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่หยุดพวกเขาเอง!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นกังวล “แล้วพี่ล่ะคะ?”
“พี่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา คนพวกนี้ไม่ทำอะไรพี่หรอกค่ะ”
ในเมื่อเรื่องราวมาถึงจุดนี้ พวกเธอจึงทำได้เพียงเท่านี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
เยี่ยชวงก้าวไปข้างหน้าเพื่อขับไล่คนบนท้องถนนออกไป “ออกไป! อย่ามาขวางทางถนน!”
หลายคนถูกผลักออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฉวยโอกาสนี้เดินเข้าไปในรถ
ถงกัวฮุยที่มีสติครบถ้วนรีบวิ่งเข้าไปดึงประตูรถ “นังบ้า! หยุดนะ!”
เยี่ยชวงคว้าเสื้อของเขาเอาไว้และดึงเขาออกไป “อย่าบังอาจมาทำอะไรสกปรกใกล้ฉัน!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบสตาร์ทรถขณะที่ถงกัวฮุยถูกขวางเอาไว้ จากนั้นออดี้คันสีเงินก็แล่นออกไปทันที