พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 86 ผมนวดได้มากกว่านี้อีก
ตอนที่ 86
ผมนวดได้มากกว่านี้อีก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของเขา
การตกเป็นเป้าหมายของผู้ชายคนนี้ช่างอันตรายจริง ๆ
แต่ในเมื่อประสบพบเจอแล้วเธอก็ไม่สามารถย้อนไปแก้ไขอะไรได้ ทำได้เพียงใช้แรงสกัดกั้นเท่านั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองมู่อวี้เฉิงด้วยความสับสน กัดริมฝีปากล่างและพูดว่า “ขอบคุณที่มาช่วยฉันนะคะ”
ตั้งแต่เธอกลับมาที่เมืองเป่ย ดูเหมือนว่ามู่อวี้เฉิงจะเข้ามาช่วยเธอทุกครั้งที่เกิดเรื่อง
จนทำให้เธอคาดไม่ถึง
มู่อวี้เฉิงยักไหล่ขณะยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง “ผมก็แค่บังเอิญมาเจอน่ะ อีกอย่างผมควรช่วยคุณแล้ว และในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้คุณก็ไม่ควรขอโทษลวก ๆ”
เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ การพูดขอบคุณแบบขอไปทีนั้นดูไม่จริงใจสักเท่าไหร่
“แล้วคุณอยากจะให้ฉันขอบคุณแบบไหนคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม
มู่อวี้เฉิงเงียบไปครู่หนึ่งและพูดเสนอว่า “แล้วทำไมคุณไม่เลี้ยงข้าวผมคืนบ้างล่ะ”
คำขอนี้ไม่ได้มากเกินไป และถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการติดหนี้เขาจึงพยักหน้าตอบตกลง “ได้ค่ะ แต่เรากลับไปเซ็นสัญญาที่บริษัทกันก่อนเถอะค่ะ”
ในเมื่อจิ้นเป่ยเฉิงกล้าลงมือทำสิ่งที่บ้าคลั่งขนาดนี้ เธอก็จะเซ็นสัญญาเพื่อรอดูว่าเขาจะทำอะไรอีก
“ครับ” มู่อวี้เฉิงพยักหน้า
ความเงียบสงบกลับมาปกคลุมบรรยากาศภายในรถยนต์อีกครั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอนศีรษะพิงขอบหน้าต่าง ขมวดคิ้วและยกนิ้วขึ้นมา เธอลองกดนิ้วลงและรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาทันที
“ซี๊ด…”
จนเธออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
มู่อวี้เฉิงหันไปมองด้านข้างและถามทันที “เป็นอะไรไป?”
“เจ็บนิ้วค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วชี้ข้างขวาขึ้นมาเป่าเบา ๆ “คงเป็นเพราะจิ้นเป่ยเฉิงมันถึงได้เจ็บไปถึงกระดูกขนาดนี้ มันเจ็บมากเลย”
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว “ไหนขอผมดูหน่อย”
เขาจับมือหญิงสาวตรงหน้าขึ้นมาและมองดูรอยช้ำสีแดงเข้มบริเวณโคนนิ้ว เขาจึงเอื้อมมือออกไปนวดคลึงมันสองครั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกได้ว่าเรียวนิ้วของเขากำลังลูบไล้บนมือเธอ ใบหน้าที่ขวยเขินจึงพยายามเอื้อมมืออีกข้างออก “ฉันทำเองได้…”
“อย่าขยับ” มู่อวี้เฉิงกระซิบ “ถ้านวดมั่ว ๆ เดี๋ยวก็เจ็บอีกหรอก ไม่กลัวพิการเอาหรือไง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดเคลื่อนไหวอย่างเชื่อฟัง
เขาไล่บีบนิ้วของเธอโดยที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาใช้วิธีการอะไร เพียงแค่นวดคลึงเบา ๆ สองสามครั้ง ความเจ็บปวดก็บรรเทาลง
เธอแปลกใจมากจนหลุดพูดว่า “คุณนวดเป็นด้วยเหรอคะ?”
มู่อวี้เฉิงเงยหน้าสบตากับเธอ “ผมนวดได้มากกว่านี้อีกนะ อยากรู้มั้ยล่ะ?”
ตอนนี้พวกเขาทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก จนเธอรู้สึกได้ถึงฮอร์โมนเพศชายที่รายล้อมเธออยู่ทุกครั้งที่เขาปริปากพูด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มร้อนฉ่าจึงรีบดึงมือกลับมา
มู่อวี้เฉิงมีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูกเมื่อเห็นใบหูของเธอเปลี่ยนไปเป็นสีแดง จึงหยุดหยอกล้อเธอ
เยี่ยชวงที่นั่งอยู่ด้านหน้ามองเห็นฉากบริเวณเบาะหลังชัดเจน
ทันใดนั้นเธอก็ตระหนักได้ว่ามีแค่เธอที่ยังไร้คู่ครอง
เธอคิดกับตัวเองเงียบ ๆ ว่าถ้าหากเจ้านายเธอยังไม่รีบมาอีก คุณเหมี่ยวเหมี่ยวคงจะถูกแย่งชิงไปก่อน
ทว่าที่นี่มีแค่เธอ และความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับคุณเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงคลุมเครืออยู่ คำพูดเพียงไม่กี่คำจากปากเธอคงไม่อาจช่วยเหลืออะไรเจ้านายได้
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็เดินทางไปถึงถงกรุ๊ป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินนำมู่อวี้เฉิงเข้าไปในห้องทำงาน และมองดูร่างสัญญาที่มู่กรุ๊ปเขียนขึ้น
หลังจากตรวจดูแล้วว่าไม่มีปัญหาอะไร ทั้งสองฝ่ายก็เซ็นชื่อลงบนร่างสัญญา
กว่าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดจะจบลงก็เที่ยงวันแล้ว
มู่อวี้เฉิงลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “วันนี้ผมว่างช่วงเที่ยงพอดี ในเมื่อคุณถงอยากจะเลี้ยงอาหารตอบแทนผม ผมก็จะไปรอที่ห้องรับแขกในบริษัทคุณนะครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “ค่ะ กู้ชิงมาพาคุณมู่ออกไปก่อนจ๊ะ”
กู้ชิงพามู่อวี้เฉิงกับลู่หมิงไปยังห้องรับแขกที่อยู่ถัดจากห้องนั่งเล่นส่วนรวม “คุณมู่ ในนี้จะเงียบกว่าค่ะ เชิญนั่งรอที่นี่ก่อนนะคะ”
หลังจากนั้นเธอก็ขอตัวออกมาทำงานอย่างอื่น
ลู่หมิงผู้ชาญฉลาดได้เลือกร้านอาหารรอเอาไว้แล้ว และยื่นโทรศัพท์มือถือให้เขา “ท่านประธานลองเลือกดูครับ”
มู่อวี้เฉิงมองดูและเลือกร้านอาหาร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำงานบางส่วนของถงกรุ๊ปเสร็จเรียบร้อยแล้ว และสั่งการเซ่าหมิงเวยให้คอยจับตามองที่ดินเขตชานเมืองทางตอนใต้
ขณะเดียวกันกู้ชิงได้เข้าไปเก็บรวบรวมข้าวของของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวในห้องทำงานแล้ว
“เดี๋ยวช่วงบ่ายฉันจะกลับไปที่สตีเฟน ที่เหลือหลังจากนี้จะปล่อยให้คุณจัดการเอาเอง ถ้าเจอเรื่องอะไรยากจนรับมือไม่ไหวก็รีบมาบอกฉันนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่ง
เซ่าหมิงเวยจดบันทึกทีละรายการ “ครับคุณถง ไม่ต้องกังวล”
จู่ ๆ เขาก็จำอะไรบางอย่างได้แต่กลับลังเลที่จะพูดมัน “คือว่าครอบครัวของอดีตประธานบริษัทมักจะแวะเข้ามาที่บริษัทน่ะครับ”
ในช่วงที่ถูกไล่ออก ถงกัวฮุยแวะเข้ามาสร้างปัญหาที่นี่เกือบทุกวัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตูจับเขาโยนออกไปหลายครั้ง จนเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าและโจมตีเขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ถงกัวฮุยตกใจกลัวจนหายเงียบไปนาน
แต่เมื่อไม่นานมานี้เขากลับมาวิ่งเพ่นพ่านอีกครั้ง เขาไม่ได้เร่งรัดจะวิ่งเข้ามาในบริษัทเหมือนกับเมื่อก่อน เพียงแต่ยืนอยู่ข้างนอกและพูดใส่ร้ายป้ายสีถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้คนที่เดินสัญจรไปมาฟัง
พูดคำน่าเกลียดทุกประการที่จะสรรหามาพูดได้
สีหน้าอ่อนโยนของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจางหายไปและแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา “ไม่ต้องสงสารอะไรเขา ถ้าเขามาทำอะไรอีกก็โทรแจ้งตำรวจได้เลย”
ก่อนหน้านี้ถงกัวฮุยเคยถูกจับกุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจ แต่โจวเพ่ยฮวาก็เอาเงินไปประกันตัวเขา
ตอนนี้พวกเขากำลังยากจนข้นแค้น หากเกิดปัญหาอีกคงหนีออกไปไม่ได้ง่าย ๆ
“ครับ” เซ่าหมิงเวยพยักหน้า
เขารู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวหมายถึงอะไร และเขาจะจัดการมันให้ดีที่สุด
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่งให้กู้ชิงกลับไปที่สตีเฟนกรุ๊ป ส่วนเธอจะลงไปหามู่อวี้เฉิงที่ชั้นล่าง
“ไปกันเถอะค่ะ”
หลังจากออกมาจากถงกรุ๊ปแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มมีสีหน้าลำบากใจ
เธอพยายามรีบทำงานให้เสร็จเพื่อไม่ให้มู่อวี้เฉิงรอนาน แต่ดูเหมือนว่า… เธอจะลืมเลือกร้านอาหารไปเสียสนิท
ทันใดนั้นมู่อวี้เฉิงก็พูดขึ้นว่า “ผมเลือกร้านอาหารไว้แล้วครับ ไปกันเลยมั้ย?”
“ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม
เมื่อมาถึงเธอพบว่ามันเป็นร้านอาหารฝรั่งเศส
ภายนอกดูเรียบง่ายแต่เมื่อเดินเข้าไปข้างในร้านอาหาร ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกลับตกตะลึง
ภายในร้านอาหารถูกตกแต่งอย่างโรแมนติก ผนังรอบข้างถูกฉาบเป็นสีชมพูหวานแหวว ประดับด้วยภาพสีน้ำมันมากมายที่อยู่ในกรอบรูปสีขาว และมีลูกโปร่งสีสันสดใสรายล้อมอยู่รอบ ๆ
แม้แต่ผ้าปูโต๊ะด้านบนยังเป็นลูกไม้เล็ก ๆ พิมพ์ลายหัวใจ
องค์ประกอบต่าง ๆ ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกและให้ความรู้สึกเหมือนกับร้านอาหารที่คู่รักมาเดทกัน…
ทางร้านอาหารมีทัศนคติที่เอาใจใส่ลูกค้ามาก พนักงานเสิร์ฟที่อยู่ในชุดทางการยื่นเมนูให้ “คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง รับอะไรดีครับ”
“อืม”
มู่อวี้เฉิงหยิบเมนูขึ้นมาวางบนโต๊ะ
เขาหันไปพูดกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว “นั่งลงสิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลงฝั่งตรงข้ามและรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศที่ชวนโรแมนติก
หากบนโต๊ะจุดเทียนสักสองสามเล่ม มันจะไม่กลายเป็นฉากขอแต่งงานเลยเหรอ?
มู่อวี้เฉิงยื่นเมนูให้เธอราวกับว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย “ฟัวกราส์ร้านนี้อร่อยนะ ลองดูสิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองสีหน้าเฉยเมยของเขาด้วยความรู้สึกหดหู่ใจ
เขาจงใจเลือกร้านอาหารที่โรแมนติกขนาดนี้หรือเปล่า?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวผลักเมนูอย่างไม่สบอารมณ์นัก “อะไรก็ได้ค่ะ”