พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 85 ผู้หญิงของเขา
ตอนที่ 85
ผู้หญิงของเขา
จิ้นเป่ยเฉิงไม่ปล่อยโอกาสให้เธอได้ตอบโต้ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งและนั่งย่อง ๆ ลงข้างถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกได้ถึงมือที่เย็นชาของชายตรงหน้าที่กำลังบีบนิ้วของเธอ ตอนนี้เธอรู้สึกราวกับว่านิ้วของเธอสามารถหักได้ทุกเมื่อ!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างกาย
ทว่าจิ้นเป่ยเฉิงกลับไม่ได้แสดงท่าทางเห็นใจเธอเลยสักนิด เขาบีบนิ้วของเธอและออกแรงดันมันสุดแรงเกิด!
“ฮึก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกัดริมฝีปากล่างแน่นขณะที่ใบหน้าดูเจ็บปวดรวดร้าว
เขาไม่ได้หักนิ้วของเธอโดยตรง เพียงแต่ค่อย ๆ พับมันไปด้านหลัง หลังจากพับจนนิ้วตึงแล้วจึงค่อย ๆ กดมันลงไปทีละนิด
“เจ็บ…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับหลุดพูด
จิ้นเป่ยเฉิงหัวเราะเบา ๆ “เจ็บบ้างซะก็ดี”
ซุนจิ้งหยิบกระดาษสัญญาบนพื้นขึ้นมาโบกสะบัดตรงหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว “คุณถง ไม่เห็นจำเป็นต้องมาทนทุกข์เลยครับ ก็แค่เซ็นชื่อเท่านั้นเอง”
“ฝันไปเถอะ!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกัดฟันแน่น เหงื่อค่อย ๆ ผุดออกมาบนหน้าผาก
“หยิ่งผยอง!” จิ้นเป่ยเฉิงออกแรงเพิ่มขึ้น
แต่จู่ ๆ เสียงดัง “ปัง” ที่เกิดจากการเตะอัดประตูก็ดังขึ้นมาจากนอกห้องทำงาน
ชายผู้เย็นชาเดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดอีกสี่ห้าคน
บอดี้การ์ดที่อยู่ห้องทำงานของจิ้นเป่ยเฉิงรีบตื่นตัวและรุดเข้าไปขวางข้างหน้าพวกเขา
แต่บอดี้การ์ดจากฝั่งมู่อวี้เฉิงกลับลงมือโจมตีก่อน พวกเขายับยั้งบอดี้การ์ดสองคนที่เดินเข้ามาข้างหน้าและคอยปกป้องมู่อวี้เฉิงให้เดินเข้าไป
ทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากัน
จิ้นเป่ยเฉิงเลิกคิ้วและเงยหน้ามองคนที่เดินเข้ามา เขาปล่อยนิ้วเธอและค่อย ๆ ลุกขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโล่งใจ นิ้วของเธอเกือบจะงอจนผิดรูปผิดร่าง เธอจึงพยายามขยับนิ้วบริหารกล้ามเนื้อทันที
จิ้นเป่ยเฉิงหรี่ตามองมู่อวี้เฉิงและพูดอย่างไม่พอใจ “ประธานมู่ น่าประทับใจจริง ๆ เลย ทำไมถึงยกพวกมาต่อสู้กันยกใหญ่ในที่ของผมล่ะครับ?”
มู่อวี้เฉิงเปล่งรัศมีความน่าสะพรึงกลัวออกมาจากร่างกาย
เช้านี้เขากำลังจะเข้าไปเซ็นสัญญากับถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่ทันทีที่เขาลงมาจากรถก็ชนเข้ากับเยี่ยชวง จากนั้นจึงรู้ว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกพาตัวมาที่นี่
มู่อวี้เฉิงจ้องมองจิ้นเป่ยเฉิงด้วยสายตาเย็นชา ความกดขี่ค่อย ๆ แผ่กระจายออกมาจากร่างกาย
“ในเมื่อประธานจิ้นจะพาผู้หญิงของผมออกไปก็ต้องได้รับความยินยอมจากผมล่วงหน้ามั้ย?”
จิ้นเป่ยเฉิงแสร้งทำเป็นไม่รู้ “ผู้หญิงของคุณงั้นเหรอ?”
ตลก
เขาตรวจสอบรายละเอียดชัดเจนแล้วและพบว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นผู้จัดการที่เพิ่งถูกสั่งย้ายมาจากต่างประเทศ
แล้วเกี่ยวอะไรกับมู่อวี้เฉิงด้วย?
มู่อวี้เฉิงหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวและพบว่าเธอถูกมัดมือมัดเท้าอยู่ที่มุมห้อง
ไม่ต้องพูดก็เป็นอันเข้าใจได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เขามาหาเธอ แต่ตอนนี้นิ้วของเธอเจ็บมากจนน้ำตาแทบไหล
โชคดีที่นิ้วของเธอยังมีความรู้สึกอยู่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่งสายตาขอความช่วยเหลือจาก มู่อวี้เฉิงทันที
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงฉายแววโกรธจัดทันทีเมื่อเห็นว่าเธอเจ็บปวดจนทำอะไรไม่ถูก
เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ทุกครั้งที่เห็นเธอต้องทุกข์ทรมาน
มู่อวี้เฉิงเดินก้าวเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“เดี๋ยวก่อน”
จิ้นเป่ยเฉิงเหยียดมือออกไปด้านข้างและยิ้มอย่างไม่ยี่หระ “คุณถงเป็นแขกของผม ประธานมู่ช่วยแสดงความเคารพกันด้วยนะครับ”
มู่อวี้เฉิงไม่ได้สามารถควบคุมความโกรธที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ในใจได้ เขายกมือขึ้นมาและเหวี่ยงหมัดใส่หน้า จิ้นเป่ยเฉิง
จิ้นเป่ยเฉิงไม่ทันตั้งตัวถูกต่อยจนเซไปด้านข้าง
ก่อนจะส่งเสียงอุทาน “ซี๊ด…”
บอดี้การ์ดของเขารีบเดินเข้ามาทันที
แต่ทันทีที่ลู่หมิงยกมือขึ้น คนของพวกเขาก็เดินรุดเข้ามาข้างหน้าและขวางทางบอดี้การ์ดพวกนั้นเอาไว้
สถานการณ์โอนเอียงไปข้างหนึ่งทันที
ผู้คนของจิ้นเป่ยเฉิงถูกปราบปรามจนไม่มีอำนาจที่จะต่อสู้กลับ
มู่อวี้เฉิงจ้องจิ้นเป่ยเฉิงเขม็งและข่มขู่ว่า “อย่าพยายามทำให้ฉันโกรธนักเลย เพราะแกรับมือกับความโกรธของฉันไม่ไหวหรอก”
ไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางเขาอีกต่อไป
มู่อวี้เฉิงรีบเดินเข้าไปแก้เชือกออกจากข้อมือและข้อเท้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วจึงอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน
“บาดเจ็บตรงไหนมั้ย?” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบามากและบ่งบอกได้ถึงความทุกข์ทรมาน
“ไม่ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัว
ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกลำบากใจเล็กน้อยแต่ที่นี่อันตรายเกินไป ดังนั้นเธอจำใจอยู่ในอ้อมแขนของมู่อวี้เฉิงและพูดเร่งเขา “รีบไปกันเถอะ!”
เธอรู้สึกว่าจิ้นเป่ยเฉิงเป็นคนบ้าคลั่งและไม่สนใจสิ่งที่ตามมาจากการกระทำของเขา
หากเธอมัวชักช้าก็เกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก
มู่อวี้เฉิงพยักหน้าและพูดปลอบเธอ “อืม ผมจะพาคุณออกไปเอง”
ในที่สุดจิ้นเป่ยเฉิงก็เลิกแสร้งทำเป็นว่าไม่แยแส
เขามองดูทั้งสองคนเมินเฉยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นพูดคุยกะหนุงกะหนิงกันอยู่ในห้องทำงานของเขาด้วยใบหน้ามืดมน ก่อนจะโพล่งขึ้นด้วยความโกรธจัด “มู่อวี้เฉิง แกคิดจะต้านทานฉันหรือไง?”
นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงเรื่องที่ยืนกรานจะพาแขกของเขาออกไป!
มู่อวี้เฉิงหัวเราะเยาะ “ตระกูลมู่กับตระกูลจิ้นเป็นศัตรูกันมานานแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเดิม”
เขาอุ้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นและเดินมาหยุดตรงหน้า จิ้นเป่ยเฉิงเพื่อพูดเตือนอีกครั้ง “ครั้งต่อไปถ้าแกคิดจะแตะต้องคนของฉันก็จงเตรียมแบกรับความโมโหของฉันได้เลย”
ครั้งแรกเขาจะถือว่าเป็นความไม่รู้ แต่ถ้ามีครั้งที่สองก็ลองดูได้
มู่อวี้เฉิงพูดและยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อสั่งให้กลุ่มคนของเขาออกจากห้องทำงานของจิ้นเป่ยเฉิง
และแล้วบานประตูก็ปิดลง
เพียงแป๊บเดียวแผนการทั้งหมดของเขาก็พังทลายลง!
จิ้นเป่ยเฉิงยืนอยู่ที่เดิม ขณะแลบลิ้นออกมาเลียเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปาก
หมัดเมื่อสักครู่นี้หนักเอาการ
ซุนจิ้งอดไม่ได้ที่จะถามว่า “บอส เราจะปล่อยให้สองคนออกไปแบบนี้เหรอครับ?”
จิ้นเป่ยเฉิงหัวเราะเยาะ “ปล่อยมันงั้นเหรอ???”
“ในเมื่อมันกล้าปฏิเสธฉัน ต่อไปนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อย่าหวังว่าจะได้มีชีวิตที่เรียบง่ายอีก!”
เขาหยิบร่างสัญญาขึ้นมาฉีกเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนทิ้งลงในถังขยะ
แล้วเราจะได้เห็นดีกัน
มู่อวี้เฉิงพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมาจากจิ้นกรุ๊ปโดยไม่อุปสรรคใดมากีดขวาง
ลู่หมิงขับรถพาพวกเขามายังถงกรุ๊ป
ในที่สุดภัยคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวก็หายไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งถอนหายใจอยู่ในรถด้วยความโล่งอก
มันเป็นเหตุการณ์ที่แย่มากจริง ๆ
ตอนนี้เธอรู้สึกว่าจิ้นเป่ยเฉิงกำลังจะหักนิ้วของเธอจริง ๆ!
มู่อวี้เฉิงปล่อยเธอลงขณะมองดูสีหน้าซีดเซียวของเธอ จากนั้นจึงถามด้วยความกังวล “เป็นอะไรหรือเปล่า?”
ดูเหมือนว่าเขาจะมาได้ทันเวลาพอดี และเธอไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสตรงไหน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัว “ไม่เป็นอะไรค่ะ”
เธอก็แค่ปวดนิ้วนิดหน่อย แต่มันยังพอขยับได้จึงไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไร
ถึงอย่างนั้นเธอยังคงหวาดกลัวเมื่อนึกถึงจิ้นเป่ยเฉิง “แค่นึกไม่ถึงว่าจิ้นเปยเฉิงจะบ้าคลั่งและทำตัวไม่เกรงกลัวกฎหมายขนาดนี้!”
ตอนนี้บ้านเมืองมีขื่อมีแป เขากล้าดียังไงมาทำกับเธอแบบนี้!
นักธุรกิจควรจะให้ความร่วมมืออย่างยุติธรรม แต่เขามาทำกลอุบายสกปรกแบบนี้ได้ยังไง?
นี่เป็นครั้งแรกที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเจอกับคนแบบนี้
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงกลับมาดูเคร่งขรึมอีกครั้ง เขาหมุนเกลียวเปิดขวดน้ำและส่งให้เธอ เมื่อเห็นว่าเธอสงบลงแล้วจึงพูดเตือนเธออีกครั้งว่า “หลังจากนี้คุณจะต้องคอยระวังเขาด้วย เขาชอบทำเรื่องไร้ศีลธรรมแบบนี้แหละ”
หลังจากเผชิญหน้าแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันกับจิ้นกรุ๊ปมาหลายปี เขาจึงรู้จักคนอย่างจิ้นเป่ยเฉิงเป็นอย่างดี