พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 82 ผู้ชายที่อันตราย
ตอนที่ 82
ผู้ชายที่อันตราย
หัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต้นระรัว
จิ้นกรุ๊ปแวะมาที่นี่เร็วมาก และอาจเป็นเพราะเรื่องที่ดินในเขตชานเมืองทางใต้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดตอบกู้ชิง “ให้เขาเข้ามา”
กู้ชิงพยักหน้าและออกไปเชิญแขกเข้ามา จู่ ๆ คนจาก จิ้นกรุ๊ปก็เข้ามาพบเจ้านาย ทำให้เธอต้องเดินทางกลับไป สตีเฟนกรุ๊ปทีหลัง
แต่ทันทีที่เธอเปิดประตูออกไป สายตาก็ปะทะเข้ากับหนุ่มหล่อรูปงาม ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มจาง ๆ แต่สายตากลับดูไม่แยแส
กู้ชิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงก้มศีรษะลงเล็กน้อย “คุณจิ้น เชิญค่ะ”
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นและรู้สึกประหลาดใจกับคนที่เดินเข้ามา
ชายหนุ่มตรงหน้าดูหล่อเหลาเป็นพิเศษ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ลดความน่าเกรงขามลงเล็กน้อย ดวงตาลุ่มลึกชวนให้น่าหลงใหล
เขานั่งลงบนเก้าอี้ขณะที่กลิ่นโคโลญจาง ๆ โชยออกมาจากร่างกาย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสบตาเขาแล้วรู้สึกหมดแรงทันทีราวกับพละกำลังของเธอถูกต้านทานเอาไว้
สัญชาตญาณของเธอบ่งบอกว่าผู้ชายคนนี้อันตราย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้สติคืนมาแล้วจึงรีบผลักถ้วยชาในมือไปส่งให้เขา จากนั้นจึงถามว่า “ไม่ทราบคุณจิ้นมีธุระอะไรถึงมาที่นี่เหรอคะ?”
ดูเหมือนว่าจิ้นเป่ยเฉิงจะไม่เต็มใจพูดอะไรมากนักและแสดงถึงเจตจำนงของเขาโดยตรง “จิ้นกรุ๊ปยินดีจ่ายห้าร้อยล้านหยวนเพื่อซื้อที่ดินเขตชานเมืองทางตอนใต้”
ราคานี้ได้มาจากการสอบถามจากฝั่งมู่อวี้เฉิงอย่างชัดเจน
ข้อมูลจากฝั่งมู่กรุ๊ปถูกเก็บงำเป็นความลับมาตลอด และเธอก็ไม่เคยรั่วไหลข้อมูลดังกล่าว จิ้นเป่ยเฉิงไปได้ข้อมูลนี้มาจากไหน?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันกำลังพิจารณาเรื่องการใช้ที่ดินผืนนี้อยู่ค่ะ”
ในเมื่อมันมีค่ามหาศาล ทำไมถงกรุ๊ปจะต้องแจกจ่ายออกไปง่าย ๆ ด้วย? ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้
จิ้นเป่ยเฉิงยิ้มและเลิกคิ้วเล็กน้อย “ถงกรุ๊ปไม่มีทางเก็บที่ดินผืนนี้ไว้เองหรอกครับ”
ถงกรุ๊ปเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตการณ์มา การพัฒนาและก่อสร้างบนที่ดินผืนนี้เป็นโครงการที่ใหญ่มาก ต่อให้ตอนนี้ถงกรุ๊ปจะมีความทะเยอทะยานเต็มเปี่ยมแต่ความแข็งแกร่งยังมีไม่มากพอไม่ใช่เหรอ?
เขาตระหนักถึงสถานการณ์ของถงกรุ๊ปเป็นอย่างดี และได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างชัดเจนจนทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถตอบโต้กลับได้
นับว่านี่เป็นความวิตกกังวลของเธอที่แท้จริง
จิ้นเป่ยเฉิงยกเรียวนิ้วขึ้นมาและพูดเสนอสิ่งที่น่าล่อตาล่อใจ “ถ้าคุณยังไม่พอใจกับราคานี้ หกร้อยล้านล่ะเป็นไง พอจะพิจารณาจิ้นกรุ๊ปของเราได้บ้างมั้ยครับ”
เขาพูดด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่หัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ
ผู้ชายคนนี้เสนอราคาเพิ่มอีกร้อยล้านภายในเสี้ยววินาที มันรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งรับทัน จิ้นกรุ๊ปมั่งคั่งขนาดนี้เชียวเหรอ? เขาพูดเสนอออกมาโดยไม่ใส่ใจมันด้วยซ้ำ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหายใจเข้าขณะมองดูจิ้นเป่ยเฉิง เธอไม่ได้ปฏิเสธหรือตอบตกลงอย่างชัดเจน “ราคาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยังไงซะฉันก็ยังต้องพิจารณามันก่อนอยู่ดีค่ะ”
น้ำเสียงนุ่มนวลทำให้จิ้นเป่ยเฉิงเงียบไป
เขาอยากจะถามผลลัพธ์ของการเดินทางมาในครั้งนี้ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังแกล้งเขาอยู่หรือเปล่า?
จิ้นเป่ยเฉิงแสดงสีหน้าไม่พอใจ ขณะที่หรี่สายตาอันตรายลงเล็กน้อย “ผมว่าผมจริงใจมากแล้วนะครับ หวังว่าคุณถงจะมีไหวพริบมากกว่านี้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกรังเกียจเข้าไส้ ขณะที่คิ้วทั้งสองข้างย่นเข้าหากัน
เห็นได้ชัดว่าเขากำลังพูดคุกคามเธอ
ถึงแม้ว่าจิ้นเป่ยเฉิงจะมีอำนาจเหนือกว่าคนอื่น แต่นี่คือทัศนคติที่จิ้นกรุ๊ปร้องขอความร่วมมือจากคนอื่นเหรอ?
ถึงอย่างนั้นเธอไม่ต้องการหาเรื่องเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสดงท่าทางจริงจังขณะมองดูเขาและพูดว่า “มันเป็นเรื่องใหญ่แต่คุณกำลังเร่งให้ฉันรีบตัดสินใจ ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”
จิ้นเป่ยเฉิงนั่งเงียบ ขณะที่บรรยากาศภายในห้องทำงานเริ่มตึงเครียด
ดวงตาของทั้งสองคนประสานเข้าหากันกลางอากาศ รัศมีระหว่างพวกเขาไม่มีใครด้อยไปกว่ากันเลย สีหน้าของ จิ้นเป่ยเฉิงดูดุร้าย ทว่าดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับแน่วแน่และไม่ยอมขยับเขยื้อน
ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถกดดันกันและกันได้
หลังจากนั้นไม่นานจิ้ยเป่ยเฉิงก็ลดระดับสายตาลงและหัวเราะ “โอเค จิ้นกรุ๊ปของเราเข้าใจเรื่องนี้ดีและจะให้เวลาคุณได้คิดไตร่ตรองเรื่องนี้ หวังว่าคุณจะให้คำตอบที่น่าพึงพอใจกับผมนะครับ”
หลังจากนั้นเขาจึงมองไปทางผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างหลัง พยักพเยิดหน้าเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนและเดินออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว จิ้นเป่ยเฉิงทำให้เธอรู้สึกว่าเขาอันตรายมากจริง ๆ
…
จิ้นเป่ยเฉิงเดินนำผู้ช่วยของเขาออกมาจากบริษัทถง จากนั้นผู้ช่วยจึงถามขึ้นว่า “บอส ถงกรุ๊ปจะตกลงมั้ยครับ?”
จิ้นเป่ยเฉิงหัวเราะด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “เธอจะต้องตอบตกลงถึงแม้ว่าเธอจะไม่เห็นด้วยก็ตาม เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธ”
ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงิน
ผู้ช่วยพยักหน้า
จิ้นเป่ยเฉิงเหลือบมองไปด้านข้างและสั่งการ “ให้คนมาคอยจับตาดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้ ถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคลื่อนไหวอะไรก็สกัดกั้นเอาไว้ได้เลย”
นี่คือรูปแบบการทำงานต่าง ๆ ของจิ้นเป่ยเฉิง
ผู้ช่วยตอบรับด้วยการพยักหน้า “ครับบอส”
ขณะนี้บรรยากาศในห้องทำงานยังคงกดดันอยู่เล็กน้อย
กู้ชิงกลับเข้ามาและเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังนั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่จึงถามขึ้นว่า “คุณถง ถึงคุณจิ้นจะดูหยาบกระด้างไปหน่อย แต่คุณก็แค่โอนถ่ายที่ดินให้จิ้นกรุ๊ปเท่านั้นเองค่ะ นั่นเงินตั้งหกร้อยหลานเชียวนะคะ”
นักธุรกิจให้ความสนใจกับกำไรเป็นอันดับแรก และ จิ้นกรุ๊ปเต็มใจจ่ายเงินมากกว่ามู่กรุ๊ปถึงสองร้อยล้านหยวน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาได้สติอีกครั้งและเคาะโต๊ะเบา ๆ “หกร้อยล้านแล้วไง คุณรู้สึกบางมั้ยว่าจิ้นเป่ยเฉิงเป็นคนอันตราย”
กู้ชิงพยักหน้า “ค่ะ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขาก็คือการทำธุรกิจเท่านั้น”
“ไม่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบกลับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ฉันคิดว่าการร่วมมือกับเขาจะส่งผลเสียต่อถงกรุ๊ป และฉันให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ระยะยาวมากกว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแบบปุบปับ”
กู้ชิงพยักหน้าทำทีเข้าใจ “แล้วคุณถงจะเอายังไงต่อคะ?”
“ฉันว่าฉันต้องคุยกับมู่กรุ๊ปสักหน่อย”
ณ มู่กรุ๊ป
ลู่หมิงเดินเข้ามาในห้องทำงานและรายงานว่า “ท่านประธาน ผมได้รับข่าวมาว่าจิ้นกรุ๊ปเดินทางไปพูดคุยกับ คุณถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ถงกรุ๊ปครับ”
มู่อวี้เฉิงหยุดสิ่งที่เขาทำอยู่และถามว่า “ใครไปคุย”
“จิ้นเป่ยเฉิง ประธานจิ้นกรุ๊ปครับ”
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว
ครั้งนี้จิ้นกรุ๊ปเป็นคนมาเจรจาเรื่องที่ดินเขตชานเมืองทางตอนใต้ถึงหน้าประตู และจิ้นเป่ยเฉิงเป็นคนลงมาพูดคุยด้วยตัวเอง…
ลู่หมิงรู้สึกกังวล “ท่านประธานคิดว่าทางฝั่งจิ้นกรุ๊ปจะได้ไปครองมั้ยครับ?”
ถึงแม้ว่าฝั่งมู่กรุ๊ปจะเสนอราคาสูง แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าฝั่งจิ้นกรุ๊ปจะเสนอราคาที่ด้อยกว่า นอกจากนี้หลังจากที่มู่อวี้เฉิงเข้าไปพบถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว เขาก็ยังไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากเธอ
พวกเขาจึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาเริ่มไม่แน่ใจกับทัศนคติที่ไม่แยแสของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มีต่อเขา หากเธอต้องเลือกระหว่างมู่กรุ๊ปกับ จิ้นกรุ๊ป บางทีเธออาจจะชื่นชอบจิ้นกรุ๊ปมากกว่า
แต่จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น
ลู่หมิงหยิบมันขึ้นมาและพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ท่านประธาน คุณถงโทรมาครับ”
มู่อวี้เฉิงกดรับสาย
น้ำเสียงของเธอยังคงคมชัดและเย็นชา “คุณมู่ ฉันอยากจะนัดคุยมาคุยเรื่องที่ดินเขตชานเมืองทางตอนใต้ค่ะ”
มู่อวี้เฉิงตอบตกลง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงบอกตำแหน่งที่นัดหมายแก่เขา
เขาวางสายลงและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะไม่เคยโทรศัพท์มานัดหมายเขาก่อนเลย และเป็นไปได้สูงว่าที่ดินผืนนี้จะตกไปอยู่ในกำมือของ จิ้นกรุ๊ป
ลู่หมิงคาดเดาและพูดเสนอว่า “ท่านประธาน เราสามารถเพิ่มราคาจากราคาที่เสนอไปก่อนหน้านี้ได้มั้ยครับ?”