พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 83 ฉันเชื่อใจคุณมากกว่า
ตอนที่ 83
ฉันเชื่อใจคุณมากกว่า
มู่อวี้เฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย “ไม่ สี่ร้อยล้านคือราคาที่เหมาะสมที่สุด จิ้นกรุ๊ปใช้เงินทุนไปถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เพราะต้องการแข่งขันกับมู่กรุ๊ป ในเมื่อพวกเขาอยากจะลิ้มลองความทุกข์ทรมานนัก ฉันก็จะช่วยส่งเคราะห์พวกเขา”
ลู่หมิงพยักหน้า
ณ ห้องอาหารชุดอวี้ซงเวลาสองทุ่มตรง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปถึงตรงเวลาตามนัดหมาย แต่เมื่อมาถึงเธอพบว่ามู่อวี้เฉิงได้สั่งอาหารไว้รอแล้ว
ครั้งนี้เธอต้องเป็นเจ้าภาพไม่ใช่เหรอ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแตะปลายจมูกและนั่งลงตรงข้ามเขา “มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
“เพิ่งถึงไม่นานครับ” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างใจเย็น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถึงจุดประสงค์ที่เธอต้องการพบเขา “คนจากจิ้นกรุ๊ปมาหาฉันและเสนอเงินให้หกร้อยล้านค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง “แต่ฉันอยากจะร่วมมือกับมู่กรุ๊ปมากกว่า”
มู่อวี้เฉิงประหลาดใจ “คุณจะยอมเสียสองร้อยล้านไปเหรอครับ?”
“ฉันยังพูดไม่จบ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและพูดเจรจาอย่างเย่อหยิ่ง “ฉันมีเงื่อนไขสำหรับการร่วมมือระหว่างมู่กรุ๊ปกับถงกรุ๊ป ฉันต้องการให้มู่กรุ๊ปอนุญาตให้ถงกรุ๊ปพัฒนาโครงการบนที่ดินผืนนั้นด้วย”
ราคาส่วนต่างสองร้อยล้านหยวนจะกลายมาเป็นหุ้นส่วนของถงกรุ๊ป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตัดสินใจหลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “ตอนนี้ถงกรุ๊ปกำลังจัดระเบียบใหม่และต้องการโครงการขนาดใหญ่มาดำเนินการสร้างสรรค์ นอกจากนี้ฉันยังต้องทำอะไรให้สำเร็จเพื่อการพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าผู้ถือหุ้นในถงกรุ๊ปด้วย”
หลังจากพูดจบ มู่อวี้เฉิงก็ไม่ได้ตอบกลับในทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาด้วยสายตาแน่วแน่ “ฉันหวังว่าคุณจะนำมันกลับไปพิจารณา”
มู่อวี้เฉิงมองดูสีหน้าจริงจังของหญิงสาวตัวน้อยแล้วอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา จึงถามว่า “ถงกรุ๊ปจะไปร่วมมือกับจิ้นกรุ๊ปก็ได้นี่ หรือว่าจิ้นเป่ยเฉิงไม่ตอบรับเงื่อนไขของคุณ คุณถึงได้มาหาผมแทนน่ะ?”
ตามที่เขาคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้บอกจิ้นเป่ยเฉิงว่าเธอคิดอย่างไรบ้าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองเขาและจำใจพูดว่า “ฉันกับจิ้นเป่ยเฉิงไม่คุ้นเคยกัน และมีข่าวลือว่าคนคนนี้ชั่วร้าย เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ลงมือทำสิ่งที่ไม่แน่นอน”
หลังจากหยุดครู่หนึ่ง เธอพูดต่อว่า “ถ้าให้เปรียบเทียบ ฉันเชื่อใจคุณมากกว่า”
หลังจากกลับมาเยือนประเทศจีนเธอมีโอกาสได้ร่วมมือกับมู่กรุ๊ปในนามของสตีเฟนกรุ๊ปถึงสองครั้ง มู่กรุ๊ปค่อนข้างมีความรับผิดชอบสูงและมีความน่าเชื่อถือว่าจะไม่ผิดคำพูด
ดวงตาที่แข็งกร้าวของมู่อวี้เฉิงดูอ่อนโยนขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ ภายในใจมีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูก ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น แต่สำหรับเธอแล้วเขาก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี
นิ้วเรียวยาวยื่นออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจความหมาย และรีบส่งข้อมูลที่ดินในมือเธอออกไปทันที “คุณลองดูก่อนก็ได้ค่ะ”
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของที่ดินผืนนี้แล้ว แต่ถงกรุ๊ปที่มีสิทธิ์ครอบครองที่ดินย่อมมีรายละเอียดข้อมูลมากกว่า
มู่อวี้เฉิงไม่ได้ตรวจดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาชำเลืองมองคร่าว ๆ และจ้องมองเธอแทน “ไม่ต้องหรอก กลับไปแล้วค่อยไปดูอีกที”
เขายัดเอกสารข้อมูลใส่ลงในกระเป๋า
สุดท้ายก็เป็นไปตามที่ตกลงกันเอาไว้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มและยัดสำเนาอีกชุดเก็บหนึ่งใส่ที่เดิม
เดิมทีเธอกังวลว่ามู่อวี้เฉิงจะคิดว่าคำขอของเธอมากไป แต่สุดท้ายแล้วเธอก็สามารถถอนหายใจได้อย่างโล่งใจ
หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลง สายตาของมู่อวี้เฉิงก็จดจ่ออยู่กับอาหารบนโต๊ะ “คุยเรื่องงานเสร็จแล้วก็ถึงเวลาเลิกงานแล้วครับ ผมสั่งอาหารมาให้แล้วอย่าปล่อยให้มันเสียเปล่าล่ะ”
เขาหยิบตะเกียบบนโต๊ะขึ้นมาและส่งให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักและรับตะเกียบมา
ดวงตาของมู่อวี้เฉินดูอ่อนโยนขึ้นมา เขาหันไปมองบริกรที่ยืนอยู่ด้านข้าง “ไปเปิดลาโต้ลาฟิต*ที”
*ชาโต้ ลาฟิต รอธส์ชิลด์ (Château Lafite. Rothschild) สุดยอดไวน์คุณภาพสูงที่ชาวนักดื่มนิยมลิ้มรสกันมานานหลายทศวรรษ
“ครับ กรุณารอสักครู่” พนักงานหันหลังเดินออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
เธอเป็นคนไม่ค่อยดื่มแอลกอฮอล์มากนัก
แต่วันนี้เธอมีความสุขมากที่ความร่วมมือสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ดังนั้นเธอจึงต้องการผ่อนคลายเล็กน้อย
อาหารในภัตตาคารแห่งนี้ได้รับการจัดเตรียมมาอย่างประณีตและมีรสชาติดี จึงทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความอยากอาหารเป็นพิเศษ
“หวังว่าความร่วมมือของเราจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี” มู่อวี้เฉิงยกแก้วในมือขึ้นมาและเขย่าเบา ๆ
แก้วไวน์แดงสองใบชนกันเบา ๆ แต่กลับส่งเสียงดังคมชัด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นมาดื่มไวน์จนริมฝีปากเปียกชุ่มไปด้วยไวน์แดง เธออดไม่ได้ที่ยิ้มออกมา “นี่ไม่ใช่การร่วมมือครั้งแรกของเราสักหน่อยค่ะ”
ทั้งสองคนต่างรู้ดี
ประโยคดังกล่าวทำให้มู่อวี้เฉิงพึงพอใจ “ก็ใช่ ช่วงนี้คุณปู่พูดถึงคุณอยู่บ่อย ๆ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลดสายตาและยิ้ม “เอาไว้ว่างแล้วฉันจะแวะเข้าไปเยี่ยมค่ะ ว่าแต่หาเวลาผ่าตัดได้หรือยังคะ?”
“ยังเลยครับ”
“หาเวลาได้แล้วบอกฉันด้วยนะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดื่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยปกติแล้วเธอไม่ค่อยดื่มนักแม้ว่าจะไปออกงานสังคมในต่างประเทศก็ตาม และนี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เธอดื่มจริง ๆ จัง ๆ ตั้งแต่กลับมาจีน
หลังจากนั้นไม่นานแก้มของเธอก็ค่อย ๆ แดงระเรื่อ
มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีอาการเหมือนสาวน้อยทั่วไปด้วยเหรอ?
เขาถาม “อีกแก้วมั้ย?”
แก้วเดียวคงจะสบประมาทเกินไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นและพูดว่า “นี่ก็แก้วที่สามแล้วนะ”
“ฮะฮ่า” มู่อวี้เฉิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ น้ำเสียงของเขาทุ้มลึกเป็นพิเศษในตอนกลางคืน
เธอไม่ค่อยแสดงด้านที่น่ารักของมาบ่อยนัก และดูเหมือนว่าเธอจะเมาจริง ๆ
จนกระทั่งอาหารใกล้จะหมด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดื่มไวน์แก้วสุดท้ายแล้วเลียริมฝีปากด้วยความอาลัยอาวรณ์อยากจะดื่มต่อ เธอหันหน้าไปมองชายที่อยู่ตรงข้ามด้วยสายตาที่เป็นประกาย “ไปกันเถอะค่ะ”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นยืนด้วยอาการมึนเมาเล็กน้อย และรู้สึกว่าสายรัดบางอย่างรั้งเสื้อผ้าเธอเอาไว้จากทางเก้าอี้ด้านหลังเธอ เธอเอื้อมมือออกไปดึงมันแต่ก็ยังไม่สามารถดึงมันออกมาได้ จึงพยายามเดินออกมาข้างและสะดุดล้ม
“ซื่อบื้อหรือเปล่า” มู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปและเห็นสายกระเป๋าของเธอยังห้อยอยู่บนเก้าอี้จึงช่วยเธอถอดมันออก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย “คุณมู่ โปรดพูดกับฉันด้วยความเคารพ ฉันไม่ได้ซื่อบื้อ”
“…”
ดูเหมือนว่าเธอจะเมาจริง ๆ
มู่อวี้เฉิงไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับเธอ แต่จับแขนเธอเอาไว้แน่นและเดินออกมาจากร้านอาหารพร้อมกัน
เมื่อเห็นว่ากู้ชิงยืนรออยู่ด้านนอก มู่อวี้เฉิงก็หยิบกุญแจรถของถงเหมี่ยวเหมี่ยวโยนให้กู้ชิง “ขับรถของเธอกลับไปที่ชุมชนด้วยล่ะ”
กู้ชิงรีบคว้ากุญแจเอาไว้
กู้ชิงตกใจเมื่อเห็นว่ามือของมู่อวี้เฉิงกำลังโอบรอบเอว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่
สถานการณ์เป็นมายังไงกันแน่?
มู่อวี้เฉิงช่วยถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นรถและบอกกับลู่หมิงว่า “ไปคอนโดเธอ”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาไปส่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้กังวลอะไรมากนัก
เธอยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเท้าศีรษะและหลับตาลง
ถึงแม้ว่าเครื่องดื่มจะเป็นไวน์แดง แต่ก็ยังมีฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ข้างในนั้น
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มวิงเวียนศีรษะ
จู่ ๆ รถยนต์ก็สั่นสะเทือนจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถประคองศีรษะของตัวเองได้อีกต่อไป เธอล้มฟุบไปพิงไหล่คนที่อยู่ด้านข้าง
ตำแหน่งท่านอนนี้ค่อนข้างสบาย
“อืม…” อาการวิงเวียนศีรษะเบาลงมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดการเคลื่อนไหว ทำปากขมุบขมิบและผล็อยหลับไป
มู่อวี้เฉิงหลับตาลงเตรียมจะงีบหลับ แต่ทันทีที่เธอเอนศีรษะลงมา ดวงตาทั้งสองข้างก็เบิกกว้าง
เขาได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยออกมาจากร่างกายของเธอ
ทั้งสองคนแนบชิดกันมากจนปอยผมนุ่มของเธอสัมผัสเข้ากับลำคอของเขาเบา ๆ
มู่อวี้เฉิงหันหน้าเข้าหาเธอและประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของถงเหมี่ยวเหมี่ยวโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ
“…”
หัวใจที่สงบนิ่งกำลังเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ตัวเลยและนอนหลับสนิท