พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 80 เขามีเธออยู่ในใจ
ตอนที่ 80
เขามีเธออยู่ในใจ
ผู้เฒ่ามู่ไม่พอใจกับคำพูดดังกล่าวจึงดุว่า “เจ้าคนปากเสีย!”
ผู้เฒ่ามู่ชี้นิ้วไปที่มู่อวี้เฉิงและหันไปพูดกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างโกรธเคืองว่า “เธอดูเจ้าเด็กนี้ทำหน้าโมโห มาที่นี่เขาให้มาดูแลปู่ แต่เหมือนมันมาแช่งปู่มากกว่าอีก!”
ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งทำตัวเหมือนเด็ก นี่คงเป็นเรื่องจริง
มู่อวี้เฉิงทำอะไรไม่ถูกและไม่อยากจะพูดอะไรอีก เขายกมือขึ้นและขมวดคิ้ว
“คุณปู่!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วไม่เห็นด้วย เพราะนี่มันเรื่องร้ายแรงจริง ๆ “คุณปู่พูดแบบนี้ได้ยังไงคะ มู่อวี้เฉิงเป็นห่วงคุณปู่ พอรู้เรื่องก็รีบทิ้งงานที่ทำอยู่แล้วขับรถมาหาเลย และถึงเขาจะทำให้คุณปู่เคืองแต่คุณปู่จะพูดแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
ลุงหลิวที่ยืนอยู่ด้านข้างพยายามพูดอธิบาย “ท่านผู้เฒ่า ทำไมพูดขัดเจตจำนงแบบนั้น คุณชายจะไปแช่งท่านได้ยังไงล่ะครับ”
ใครบางคนกำลังปกป้องเขา แต่มู่อวี้เฉิงกลับยืนสงบอยู่ด้านข้างโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ผู้เฒ่ามู่ไม่ได้โกรธตั้งแต่แรก แต่เมื่อเขาได้ยิน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดปกป้องมู่อวี้เฉิง ความขุ่นเคืองบนใบหน้าก็จางหายไป
ดูเหมือนว่าระหว่างทั้งสองคนจะไม่มีความขุ่นเคืองหรือความเข้าใจผิดใด ๆ แต่ก็ยังมีความอึดอัดอยู่บ้าง
ผู้เฒ่ามู่พึมพำ “เอาล่ะ พวกเธอไม่ต้องกังวลไป ปู่รู้จักร่างกายตัวเองดีไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก อีกอย่างปู่ยังรออุ้มหลานอยู่!”
หัวข้อประเด็นดังกล่าวถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยววอกแวกไม่กล้ามองไปทางผู้เฒ่า
คราวที่แล้วเมื่อเธอออกมาจากวิลล่าหลังเก่า เธอบอกกลับท่านผู้เฒ่าว่าเธอต้องการคิดให้รอบคอบเสียก่อน
แต่ว่าตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้คิดอะไร
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนั้นมันเป็นเหมือนเรื่องสมมติขึ้น แต่แล้วทำไม… เธอจะต้องอึดอัดใจขนาดนี้ด้วยล่ะ และเธอไม่ได้ตอบกลับมู่อวี้เฉิงอยู่นาน
มู่อวี้เฉิงไม่ได้สนใจเธอมากนัก และบางทีเขาอาจจะไม่ได้สนใจเรื่องพรรค์นี้
ผู้เฒ่ามู่ไม่ได้สนใจท่าทางนึกคิดของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เพียงแต่มุ่งเป้าไปยังมู่อวี้เฉิงและตอบโต้กลับด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง “เมื่อไหร่แกจะพาหลานสะใภ้กลับมาสักที รีบพามาตอนที่ฉันยังทันได้เห็น ถ้าคนแก่อย่างฉันโชคดีหน่อยก็อาจจะได้กอดหลานกับเขาบ้าง”
นี่คือความปรารถนาอันยาวนานของผู้เฒ่ามู่
มู่อวี้เฉิงไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านเลย สีหน้าของเขายังนิ่งเรียบ “ถ้าคุณปู่ยอมมีสุขภาพดีเพื่อรอคอยเรื่องพรรค์นี้ งั้นผมก็จะไม่แต่งงาน”
“ไอ้หลานไม่รักดี!” คราวนี้ผู้เฒ่ามู่โกรธมากรีบคว้าส้มบนโต๊ะขึ้นมาเขวี้ยงใส่ศีรษะของมู่อวี้เฉิง “ถ้าแกกล้าทำแบบนี้ ฉันก็จะไล่แกออกจากบ้าน!”
มู่อวี้เฉิงยกมือขึ้นมารับส้มและวางมันกลับบนจานด้วยท่าทางสบาย ๆ “คุณปู่อย่าโมโหไปเลยครับ ถ้าจะตีผมก็รอให้หายดีก่อนเถอะ”
คำพูดดังกล่าวเต็มไปด้วยร่องรอยยั่วยุ จนทำให้ผู้เฒ่ามู่โกรธเคือง “รอฉันก่อนนะแล้วฉันจะไปจัดการกับแก!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะยิ้ม
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นปู่กับหลานชายเล่นสนุกสนานกัน ภาพตรงหน้าน่าสนใจมากจริง ๆ และภาพที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
หลังจากทะเลาะกันสองสามยก ผู้เฒ่ามู่ก็สั่งให้มู่อวี้เฉิงออกไป มู่อวี้เฉิงจึงออกไปซื้ออาหารอย่างเชื่อฟัง
เหลือเพียงแต่ผู้เฒ่ามู่กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ในห้องผู้ป่วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรินน้ำอุ่นให้เขา “คุณปู่ คุยกันมาตั้งนานคงจะกระหายน้ำแย่”
ผู้เฒ่ามู่ดื่มน้ำ มองดูสีหน้ากังวลบนใบหน้านวลของเธอและถอนหายใจ “สาวน้อย มาอยู่ดูแลปู่ที่นี่คงจะยากลำบากนักสินะ”
“คุณปู่พูดอะไรคะ หนูควรจะดูแลคุณปู่สิคะ”
ผู้เฒ่ามู่ยกฝ่ามือหยาบกระด้างขึ้นมาตบหลังมือเธอ เบา ๆ “ตอนที่ปู่บังคับให้อวี้เฉิงหมั้นกับเธอ เธอไม่มีความสุขเลยใช่มั้ย? ถึงจะผ่านไปนานหลายปีปู่ก็ยังคิดว่าพวกเธอสองคนเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน”
เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นความเสียใจครั้งยิ่งใหญ่ของผู้เฒ่ามู่
คนสองคนที่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้เข้าใจผิดกันมานานหลายปีเพราะข่าวลือจากคนนอก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบและตั้งใจฟัง
เรื่องราวในอดีตนั้นหนักหนาและมีความซับซ้อนมากเกินไป มีทั้งความเข้าใจผิดและเรื่องตลอดมากมายจนทำให้น่าเศร้า
ผู้เฒ่ามู่พูดอย่างใจดี “สาวน้อยฟังที่ปู่พูดให้ดีนะ เจ้าเด็กอวี้เฉิงน่ะไม่รู้จักวิธีการแสดงความรู้สึกหรอก ตอนนั้นเขาอาจจะเมินเธอไปบ้าง แต่ดูตอนนี้สิ บางทีเขาอาจจะมีเธออยู่ในใจก็ได้นะ…”
“คุณปู่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลดระดับสายตาลงและพูดขัดจังหวะผู้เฒ่ามู่
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้ว
ดวงตาของเธอดูเศร้าสร้อย “หนูกับมู่อวี้เฉิงไม่มีทางมาบรรจบกันได้หรอกค่ะ ในตอนนั้นก็ด้วย ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วยังจะฝืนชะตาอีกเหรอคะ”
ในตอนนั้นหากมู่อวี้เฉิงให้ความสนใจแก่เธอมากขึ้นกว่านี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก็คงจะหลีกเลี่ยงได้
แต่ในเมื่อมันพลาดไปแล้วก็คงจะพลาดอีก
ชายในชุดสูทยืนถือกล่องอาหารด้วยมือข้างเดียวอยู่หน้าประตูห้องผู้ป่วย คอยฟังบทสนทนาของคนที่อยู่ภายในห้อง เงียบ ๆ
ดวงตาของเขามืดมนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยิน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดว่าไม่มีทางมาบรรจบกัน
ไม่มีทางมาบรรจบกันเหรอ? หากไม่มีทางมาบรรจบกันจริง ๆ แล้วทำไมพวกเขายังได้กลับมาเจอกันอีกหลังจากผ่านไปหลายปี?
นอกจากนี้เขาไม่เคยเชื่อเรื่องพรรค์นี้เลย เพราะหลายอย่างสามารถกำหนดได้ด้วยตัวเราเอง
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพยายามของมนุษย์ ไม่ใช่แค่อาชีพการงาน แต่ยังรวมถึงความรู้สึกและการแต่งงานด้วย แต่ตอนนี้เขามีอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องการควบคุมมากกว่าเมื่อก่อน นั่นคือเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว…
หลังจากยืนอยู่ข้างนอกห้องผู้ป่วยเป็นเวลานานจนเสียงพูดคุยภายในห้องหายไป เขาก็เปิดประตูเดินเข้าไปข้างใน
เขาซื้อข้าวต้มกลับมาและส่งต่อให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “มาแล้วครับ”
หลังจากป้อนข้าวต้มให้ผู้เฒ่ามู่เสร็จ เขาก็เพลียจนผล็อยหลับไปในไม่ช้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบกระเป๋าขึ้นมาและกลับออกไปพร้อมกับมู่อวี้เฉิง
แต่เมื่อหันหน้ากลับออกมา เขาเห็นหมอกำลังเดินตรงเข้ามาหาและพูดกับมู่อวี้เฉิงว่า “สวัสดีครับ ผลตรวจออกมาแล้วครับ พบว่าจุดในร่างกายของท่านผู้เฒ่าเป็นเนื้องอกดี”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม “แล้วร้ายแรงมั้ยคะ?”
หมอยิ้มและส่ายหน้า “ไม่ร้ายแรงครับ ผ่าตัดเสร็จแล้วก็สบายหายห่วง ทางญาติวางใจได้เลย เดี๋ยวยังไงหมอจะแจ้งเวลาผ่าตัดที่เหมาะสมไปนะครับ”
มู่อวี้เฉิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโล่งใจเช่นกัน หลังจากที่หมอออกไปแล้ว เธอก็พร้อมที่จะกลับออกไป “ฉันขอตัวก่อนนะคะ ส่วนคุณอยู่ดูแลคุณปู่ให้ดีล่ะ”
“ผมจะไปส่งคุณ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตีตัวออกห่างจากเขาและส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ”
มู่อวี้เฉิงจ้องมองใบหน้าเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง “คุณนั่งรถผมมา และตอนนี้มันก็ดึกแล้ว คุณแน่ใจเหรอว่านั่งแท็กซี่กลับแล้วมันจะปลอดภัย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถือกระเป๋าและปฏิเสธอีกครั้ง “ฉันนั่งจากทางเข้าโรงพยาบาลไปที่ชุมชนก็ได้ค่ะ ไม่น่ามีปัญหาอะไรหรอก”
คนเดียวที่คิดจะทำร้ายเธอคือถงกัวฮุย แต่ตอนนี้เขาสูญเสียแหล่งเงินไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะต้องการทำร้ายเธอแต่เขาก็ไม่มีเงินไปจ้างใครได้อีก
ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงมืดมนลงขณะหยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋า “ไปกันเถอะ”
เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอกลับบ้านเพียงลำพัง
กลางวันคงไม่มีปัญหาแต่ตอนนี้ดึกแล้ว นอกจากนี้เธอประสบอุบัติเหตุมามากจนเขาไม่ต้องการได้ยินข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุของเธออีกต่อไป