พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 79 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ตอนที่ 79
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึง
ถึงแม้ว่าเธอจะคาดหวังกับราคาที่ดินไว้สูง แต่ราคาดังกล่าว… ทำให้เธอประหลาดใจมาก
เธอรู้สึกเหลือเชื่อจนอดถามไม่ได้ว่า “แหล่งข่าวของคุณถูกต้องใช่มั้ยคะ?”
ดวงตาสีเข้มของมู่อวี้เฉิงจับจ้องมาที่เธอ “ผมขอถือว่าประโยคนี้เป็นการดูถูกผมได้มั้ยครับ”
คุณกำลังสงสัยว่าแหล่งข่าวจากท่านประธานมู่ถูกต้องหรือไม่จริง ๆ เหรอ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะและพูดจริงจังว่า “ข่าวนี้มันกะทันหันไปหน่อยค่ะ ฉันคิดว่าฉันคงจะต้องตรวจสอบดูก่อน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมันเป็นเรื่องสำคัญมากและฉันด่วนตัดสินใจไม่ได้หรอกค่ะ”
ยิ่งไปกว่านั้นไม่รู้ทำไมถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรู้สึกประหลาดใจที่มู่อวี้เฉิงต้องการใช้ที่ดินในมือเธอ ทำไมเขาถึงเล่าแผนการในอนาคตให้เธอฟังอย่างละเอียด หรือว่าเป็นไปได้ไหมว่าเขาเชื่อใจเธอมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่าความคิดของเธอน่าขบขัน ถึงกระนั้นกลับไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไป
มู่อวี้เฉิงพยักหน้าแสดงความเข้าใจ “แน่นอน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบแล็ปท็อปขึ้นมา “ฉันจะไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินผืนนั้นมาตรวจสอบดู”
หลังจากทำความเข้าใจสถานที่และสภาพแวดล้อมแล้ว เธอก็ขอให้ใครบางคนพาเธอไปที่นั่น
นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่สามารถมองข้ามได้
มู่อวี้เฉิงพูดเตือนว่า “คุณควรจะรีบทำอะไรให้เสร็จเร็ว ๆ และไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไงก็ช่วยตอบกลับผมมาให้ทันเวลาด้วยนะครับ”
“ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
หลังจากหารือเรื่องนี้แล้ว มู่อวี้เฉิงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า “หลังจากนี้คุณจะมาประจำอยู่ที่ถงกรุ๊ปเหรอครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหน้า “ไม่ค่ะ ฉันส่งคนไปแทนแล้ว หลังจากทำจัดแจงอะไรเสร็จฉันจะกลับไปทำงานที่สตีเฟนเหมือนเดิม”
ถึงแม้ว่าจะมีถงกรุ๊ปอยู่ แต่เธอก็ไม่สามารถปล่อยวางสตีเฟนกรุ๊ปได้
มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอด้วยสีหน้าสงบนิ่งแต่ภายในใจกลับรู้สึกสับสน เขาได้ยินมาว่าเธอหอบเงินจำนวนหนึ่งมาเกลื้อกูล ถงกรุ๊ปเอาไว้ เธอไปเงินจำนวนนั้นมาจากไหน?
แต่เขากลับไม่ได้ถามออกไป
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรต้องคุยต่อแล้ว มู่อวี้เฉิงกำลังจะเตรียมตัวออกไปแต่จู่ ๆ กลับนึกอะไรบางอย่างออก เขามองหญิงสาวตรงข้ามขณะก้มศีรษะลงเล็กน้อย “คุณปู่บอกว่าถ้าคุณว่างเมื่อไหร่ก็แวะมากินข้าวกับคุณปู่บ้างนะครับ”
ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ได้เจอหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว ท่านผู้เฒ่าก็เอาแต่คะยั้นคะยอถามเขาอยู่นานทุกครั้งที่เขาเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านหลังเก่า
ท่านผู้เฒ่าชอบถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากจริง ๆ และเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจจนเผลอเงยหน้ามอง “ไม่จำเป็นหรอกมั้งคะ…”
เธอไม่ใช่คู่หมั้นของมู่อวี้เฉิงอีกต่อไป และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับท่านผู้เฒ่ามู่ แล้วเธอจะไปที่นั่นในฐานะอะไร มันคงไม่สะดวกสำหรับเธอนัก…
มู่อวี้เฉิงมองดูปฏิกิริยาของเธอที่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ขณะที่ดวงตาค่อย ๆ มืดมนลง “งั้นก็แล้วแต่คุณ”
“ผมขอตัวล่ะ” เขาลุกขึ้นยืนและถอยเก้าอี้ออกเพื่อเตรียมจะออกไป
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น สายเรียกเข้าแสดงผลเป็นรายชื่อที่เลื่อนไปมาอ่านว่า “บ้านคุณปู่”
มู่อวี้เฉิงหยิบมันขึ้นมากดรับสาย
เสียงร้อนรนของพ่อบ้านดังขึ้น “คุณชาย ท่านผู้เฒ่าออกไปเดินเล่นในสวนแล้วเผลอหกล้มครับ ลูกชายลุงเพิ่งพามาส่งที่โรงพยาบาล คุณชายพอจะมีเวลาสะดวกเข้ามาที่นี่หน่อยมั้ยครับ?”
สีหน้าของมู่อวี้เฉิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทว่าน้ำเสียงยังคงเคร่งขรึม “ร้ายแรงมากมั้ย?”
“ไม่แน่ใจเลยครับ กำลังตรวจดูอยู่”
มู่อวี้เฉิงหยิบกระเป๋าเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาและพูดกับปลายสายว่า “ครับลุงหลิว คุณลุงช่วยดูแลไปก่อน เดี๋ยวผมจะรีบไป”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรีบเอ่ยถามหลังจากที่เขาวางสาย “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
เธอแทบจะไม่เคยเห็นสีหน้าของมู่อวี้เฉิงเปลี่ยนไปเลย
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว “คุณปู่ล้ม ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ผมจะเข้าไปดูหน่อย วันนี้ขอตัวก่อนนะครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกกังวลขึ้นมาทันทีรีบวิ่งไปหยิบเสื้อคลุมที่วางพาดไว้บนเก้าอี้ขึ้นมา “ฉันจะไปกับคุณค่ะ!” หลังจากนั้นเอก็เดินนำออกประตูห้องไป
มู่อวี้เฉิงรู้สึกซาบซึ้งใจ แต่เขากลับไม่ได้พูดอะไรออกไปเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของเธอ
ระหว่างทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวโทรศัพท์หาเซ่าหมิงเวยและสั่งการอย่างเร่งรีบ “ฉันต้องออกไปก่อน คุณช่วยไปดูสภาพที่ดินในเขตชานเมืองทางใต้ให้หน่อย ที่นั่นมีบ่อน้ำพุร้อนอยู่”
เมื่อทั้งสองคนเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ท่านผู้เฒ่ามู่ก็ออกมาจากห้องฉุกเฉินแล้ว มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตามหมอไปตลอดทาง
หมอถอดหน้ากากอนามัยออกและพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ตอนที่ผมตรวจร่างกายของท่านผู้เฒ่า ผมพบจุดบางอย่างในร่างกายแต่ยังระบุไม่ได้ว่ามันคืออะไร อยากให้ทางครอบครัวมีสติและคอยตั้งรับเอาไว้เสมอนะครับ”
หัวใจของมู่อวี้เฉิงกระชับแน่นขึ้นและถามว่า “เป็นไปได้ยังไงครับ? คุณปู่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง หรือเป็นเพราะหกล้มเหรอ?”
หมอส่ายหน้าแล้วพูดว่า “มันไม่ได้มาจากการหกล้มหรอกครับ การหกล้มไม่ได้ร้ายแรงอะไรและตราบใดที่ดูแลร่างกายอย่างดีเดี๋ยวมันก็จะดีขึ้น แต่จุดนั้นมันจะทำให้ท่านผู้เฒ่าอ่อนแอลงและเจ็บไข้ได้ป่วยได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้นมันมีหลายโรคที่ซ่อนตัวอยู่ในระยะแรก และตรวจไม่พบอะไรเลยตั้งช่วงเริ่มต้น ตอนนี้หมอถึงยังอธิบายอะไรให้ญาติฟังไม่ได้มากนัก”
ทุกอย่างดูร้ายแรงขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดจากหมอ
หัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังกระตุกอย่างแรงโดยไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ขณะที่ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงมืดมนลง
หมอแนะนำต่อว่า “พวกคุณควรจะทำใจให้สบาย ๆ มันเป็นแค่จุดที่มองไม่เห็นอะไรเลยอาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ก็ได้ครับ เดี๋ยวรอผลตรวจออกก่อนค่อยมาว่ากันอีกที”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า
หมอพูดต่อว่า “ขาของท่านผู้เฒ่าร้าว หมอเลยใส่เฝือกให้ ตอนนี้ยังห้ามขยับนะครับ”
มู่อวี้เฉิงจดรายละเอียดทีละข้อ
หลังจากหมอออกไปแล้ว ทั้งสองคนก็เข้าไปพบท่านผู้เฒ่า
ผู้เฒ่ามู่มีความสุขมากเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเห็น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวผลักประตูเข้ามา แต่ยังสงวนสีหน้าเคร่งขรึมเอาไว้ “เธอหาทางเจอตาแก่คนนี้ถูกด้วยเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกผิด
ตั้งแต่เธอกลับมาจากงานเลี้ยงวันเกิดของท่านผู้เฒ่ามู่ เธอก็ไม่เคยไปพบเขาอีกเลย และเมื่อสักครู่นี้ยังบอกปฏิเสธ มู่อวี้เฉิงว่าจะไม่ไปทานข้าวกับเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเขยิบเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งลงข้างเตียงพยาบาลและพูดเกลี้ยกล่อม “คุณปู่ หนูก็มานี่แล้วไงคะ เอาไว้หลังจากนี้หนูจะมาเยี่ยมคุณปู่บ่อย ๆ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้”
สีหน้าของผู้เฒ่ามู่อ่อนยวบลงเล็กน้อย และหันไปมองพวกเขาทั้งสองคน “พวกเธอมาด้วยกันเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอธิบายว่า “พอนี้หนูกำลังหารือเรื่องความร่วมมือกับเขาอยู่ พอได้ยินข่าวของคุณปู่ก็รีบมาด้วยกันเลยค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเฝือกบนขาของผู้เฒ่ามู่ด้วยความกังวลและพูดว่า “ดูคุณปู่สิคะ เดินไม่ระวังเลยแล้วยังต้องมาเจ็บตัวแบบนี้อีก ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะคะ?”
เธออดไม่ได้ที่จะพร่ำบ่น “พออายุมากแล้วก็ต้องเดินให้มันช้า ๆ ลงหน่อยสิคะ วัยนี้ควรจะรู้จักดูแลสุขภาพตัวเองได้แล้ว จะใจร้อนได้ยังไง”
ผู้เฒ่ามู่ตบหลังมือเธอเบา ๆ “สาวน้อย อย่าบ่นมาก นักสิ ปู่ก็แค่ไม่ทันมองพื้น”
หลังจากเขาพูดแบบนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถึงกับพูดไม่ออก
ผู้เฒ่ามู่อายุมากแล้วแต่กลับไม่ยอมตระหนักถึงความเป็นจริง แค่เดินในสวนก็ยังหกล้มหัวคะมำ ต่อให้ไม่บอกก็พอจะเดาออกว่าไม่ได้มองพื้น
มู่อวี้เฉิงยืนฟังน้ำเสียงที่ไม่แยแสของผู้เฒ่ามู่อยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าที่จริงจังขึ้นเรื่อย ๆ “คุณปู่ก็คิดง่ายเหลือเกิน ต่อจากนี้ให้คนมาตามดูทุกฝีก้าว ครั้งนี้แค่บังเอิญหกล้ม ถ้าครั้งหน้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นล่ะครับ?”