พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 78 ต้องการเข้าพบ
ตอนที่ 78
ต้องการเข้าพบ
หลังจากเข้ามาบริหารถงกรุ๊ปอยู่หลายวัน สถานการณ์ภายในก็ค่อย ๆ สงบลง ทุกแผนกกลับมาปฏิบัติงานตามปกติอีกครั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใช้วิธีการบริหารงานแบบผสมผสานระหว่างให้รางวัลและบทลงโทษมาโดยตลอด หลังจากเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันผู้ถือหุ้นก็มองเห็นความแข็งแกร่งของเธอ และเปลี่ยนทัศนคติที่มองเธอแตกต่างไปจากเดินอย่างสิ้นเชิง
เซ่าหมิงเวยมองดูรูปลักษณ์ใหม่ของทางบริษัทแล้วถอนหายใจ “คุณถงตัดสินใจตัดไฟตั้งแต่ต้นลมได้ดีมากเลยครับ”
ไม่เพียงแต่จะตัดเนื้อร้ายแต่ยังทำให้ทุกคนในบริษัทสั่นสะเทือน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มรับเบา ๆ “ตอนนี้สถานการณ์คงที่แล้ว ฉันจะเตรียมการกลับไปประจำที่สตีเฟน ฉันแค่มีหน้าที่รับผิดชอบจัดแจงช่วงเริ่มต้นให้เข้าที่เข้าทางเท่านั้นแหละค่ะ หลังจากนี้ไปคงจะขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้จัดการเซ่าแล้ว”
เซ่าเวยหมิงมีคุณสมบัติเหมาะที่จะเป็นผู้จัดการแห่งสตีเฟนกรุ๊ป ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงโล่งใจมากที่เขามาช่วยประจำการที่ถงกรุ๊ป
เซ่าหมิงเวยพยักหน้าด้วยแววตาแน่วแน่ “ผมจะพยายามสุดความสามารถครับ”
ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นเซ่าหมิงเวยจึงกลับออกมาจากห้องทำงานและตรงดิ่งไปที่ยังที่นั่งประจำตำแหน่งของเขา
ทันทีที่มือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแตะเม้าส์ โทรศัพท์มือถือที่อยู่ด้านข้างก็สั่นไหวปรากฏรายชื่อของลู่ซีจวี๋ที่โทรเข้ามา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจเพราะว่าทุกวันนี้ สตีเฟนกรุ๊ปยุ่งมาก จนเธอโทรศัพท์หาลู่ซีจวี๋หลังจากกลับมาประเทศจีนเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง
ทำไมวันนี้ถึงว่างได้นะ? ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกดรับโทรศัพท์
“สถานการณ์ที่ถงกรุ๊ปเป็นยังไงบ้าง?” น้ำเสียงอ่อนโยนแฝงไปด้วยความกังวลดังขึ้น
สีหน้าเย็นชาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ อ่อนยวบลง และตอบรับกลับด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ “ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ค่ะ”
“พี่รู้ว่าเธอจัดการได้อยู่แล้ว” ลู่ซีจวี๋ชื่นชม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขอบคุณเขา “แต่นั่นมันยังไม่พอหรอกค่ะ ขอบคุณที่ช่วยเหลือฉันนะคะ ฉันจะทำงานตอบแทนหนี้บุญคุณรุ่นพี่แน่นอนค่ะ”
หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากลู่ซีจวี๋ เธอคงจะไม่สามารถทำมันออกมาได้อย่างราบรื่น
เธอยืมเงินลู่ซีจวี๋มาประคับประคองถงกรุ๊ปก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเธอเชื่อว่าตราบใดที่ถงกรุ๊ปกลับมาดำเนินการอย่างราบรื่น เธอก็จะสามารถหาเงินก้อนนี้มาจ่ายคืนเขาได้ในไม่ช้า
ความเงียบงันก่อตัวขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ลู่ซีจวี๋จะหัวเราะออกมา “เธอไม่ต้องเกรงใจพี่ขนาดนั้นหรอก พี่อยากจะช่วยเธอต่างหากและมันเป็นยามจำเป็นจริง ๆ อีกอย่างมันก็แค่เรื่องเล็กน้อยน่ะ เธอไม่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอก”
นอกจากนี้เขาไม่ชอบที่เธอแบ่งแยกเรื่องบางอย่างกับเขาอย่างชัดเจน
สิ่งที่เขาต้องการให้เธอจดจำเอาไว้คือความช่วยเหลือจากเขา และไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะจบลงหลังจากคืนเงินให้เขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ตั้งใจฟังคำพูดของเขานัก และตอบกลับอย่างหนักแน่นว่า “ได้ยังไงคะ? เงินเยอะขนาดนั้นต้องเอาเก็บมาคิดสิคะ”
ลู่ซีจวี๋รู้จักนิสัยของเธอดีและไม่สามารถต้านทานเธอได้จึงพูดเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงหมดหนทาง “พี่ว่าจะกลับจีนเดือนหน้า”
“จริงเหรอคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจ “ถ้างั้นฉันจะคอยดูแลพี่อย่างดีเอง!”
ลู่ซีจวี๋เป็นคนคอยช่วยเหลือและแก้ต่างปัญหาต่าง ๆ ให้เธอคราวที่เธออาศัยอยู่ต่างประเทศ และเธอหวังจริง ๆ ว่าเมื่อ ลู่ซีจวี๋กลับมาที่ประเทศจีนแล้ว เธอจะทำหน้าที่ดูแลเขาในฐานะเจ้าบ้านให้สำเร็จ
ลู่ซีจวี๋อดยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่มีความสุขของเธอ “ใช่ ถึงเวลาที่พี่ต้องรบกวนเจ้าบ้านอย่างเธอบ้างแล้วล่ะ”
ลู่ซีจวี๋ค่อนข้างงานยุ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงวางสายลงหลังจากพูดคุยกันได้สักพักหนึ่ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาหมกมุ่นอยู่กับงานอีกครั้ง และตรวจดูไฟล์รายชื่อพนักงานในถงกรุ๊ปที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาทำงาน
เธอหวังว่าตอนนี้จะไม่มีเหตุการณ์ที่พนักงานเข้ามาทำงานในบริษัทโดยอาศัยเส้นสายมานั่งกินนอนกินอีก
ตอนนี้ถงกรุ๊ปอยู่ในช่วงเวลาพิเศษที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นและพนักงานทั้งหลายมีส่วนสำคัญมาก พนักงานที่เข้ามาใหม่จึงถูกสัมภาษณ์กับเซ่าหมิงเวยเป็นการส่วนตัว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตรวจดูและพบว่าไม่มีสิ่งผิดปกติอะไร
หลังจากนั้นไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เซ่าหมิงเวยเข้ามาและรายงานว่า “ผู้จัดการถง คุณมู่จากมู่กรุ๊ปต้องการเข้ามาพบครับ”
“เขาได้บอกหรือเปล่าว่ามีธุระอะไร?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจ
เซ่าหมิงเวยส่ายหน้า
“งั้นก็เชิญให้เข้ามา”
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสูทสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน รัศมีรอบกายดูดุร้ายเล็กน้อยแต่กลับสงบลงหลังจากเดินเข้ามานั่งข้างใน
ดวงตาที่ไม่แยแสกวาดสายตามองไปยังเฟอร์นิเจอร์ตัวใหม่ล่าสุดในห้องทำงาน ก่อนจะประหลาดใจกับความสามารถของเธออีกครั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่งและถามเชิงนักธุรกิจ “คุณมู่มีธุระอะไรที่ถงกรุ๊ปเหรอคะ? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
ความสัมพันธ์ระหว่างมู่กรุ๊ปกับสตีเฟนกรุ๊ปเป็นทั้งพันธมิตรและคู่แข่งกัน แต่ตอนนี้ถงกรุ๊ปไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะร่วมมือกับทั้งสองบริษัทด้วยซ้ำ
เธอคอยสังเกตใบหน้าของเขาและคิดว่าเขาจะมาดีหรือมาร้าย แต่ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงกลับไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ จนเธอเดาทางไม่ออก
ชายตรงหน้าพูดเบา ๆ ว่า “ยินดีด้วย คุณชนะตระกูลถงแล้วสินะครับ”
การแสดงความยินดีในครั้งนี้ดูไม่มีความสุขมากนัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกระตุกมุมปากและจ้องมองเขา “คุณมาเยาะเย้ยฉันเหรอคะ?”
ท่านประธานมู่มีความสามารถในการทำธุรกิจและมีวิธีการที่ใครก็ไม่สามารถเทียบเท่าได้ เขามาแสดงความยินดีแก่เธอแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับรู้สึกทนไม่ไหว
มู่อวี้เฉิงไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงคิดร้ายกับเขาอยู่เสมอ
ดวงตาฉายแววความสิ้นหวัง “ไม่ใช่ ผมไม่ได้ว่างขนาดนั้นและผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”
เขาจ้องมองสายตาสงสัยของหญิงสาวตรงหน้าและถามมุ่งความสนใจไปยังเรื่องธุรกิจ “คุณเข้ายึดครองถงกรุ๊ปได้แล้ว และคุณจะเข้ายึดครองที่ดินในเขตชานเมืองทางใต้ด้วยใช่มั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
เธอจำได้ว่าถงกัวฮุยถ่ายโอนอสังหาริมทรัพย์บางส่วนไปเป็นของตัวเอง รวมถึงที่ดินในเขตชานเมืองทางตอนใต้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขา “คุณรู้เรื่องทุกอย่างได้ยังไงคะ?”
มู่อวี้เฉิงสบตาเธออย่างแน่วแน่ “แค่ตรวจสอบเล็กน้อยก็รู้แล้วครับ”
นี่เขาส่งคนมาตรวจสอบตระกูลถงเหรอ
“มีเรื่องอะไรผิดปกติเกี่ยวกับที่ดินมั้ยคะ?”
หลังจากทำงานในบริษัทมาหลายปี ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเฉลียวฉลาดและเข้าใจประเด็นสำคัญในทันที
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงฉายแววชื่นชมและบอกกับเธอว่า “ที่ดินผืนนี้อยู่ห่างไกลและเดิมทีไม่ได้มีประโยชน์อะไร แต่เมื่อหลายปีก่อนทางรัฐบาลได้ประมูลมันมาเพื่อพัฒนา”
“ฉันรู้ค่ะ”
ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่เธอดำรงตำแหน่งในถงกรุ๊ป เธอได้ตรวจสอบอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดที่ตระกูลถงได้ครอบครองไว้
ปัจจุบันที่ดินถูกทิ้งล้างและเธอกำลังคิดหาวิธีการใช้มันให้เกิดประโยชน์
ถึงมันจะไม่มีคุ้นค่าอะไรนักแต่กลับน่าเสียดายที่ต้องปล่อยทิ้งร้างเอาไว้ เธอจึงลำบากใจมาก
มู่อวี้เฉิงค่อย ๆ พูดทิ้งระเบิดอย่างใจเย็น “เมื่อวานนี้มีคนขุดเจาะพบบ่อน้ำพุร้อนในบริเวณใกล้เคียง มู่กรุ๊ปตั้งใจจะประมูลโครงการนี้เพื่อพัฒนาพื้นที่และสร้างโรงแรมรีสอร์ทน้ำพุร้อน นอกจากนี้พื้นที่บริเวณโดยรอบผืนนั้นอาจจะได้รับการพัฒนาต่อในอนาคต เพราะงั้นวันนี้ผมถึงมาหารือเรื่องธุรกิจกับคุณ”
ตอนนี้กำลังมีการเวนคืนที่ดินที่อยู่ ดังนั้นเขาจึงมาที่นี่เพื่อเจรจาต่อรองให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขายที่ดินพื้นนั้นให้กับเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ตาลง
หากมีบ่อน้ำพุร้อนจริง ๆ มูลค่าของที่ดินผืนนั้นจะเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลามทีเดียว
ต้องบอกว่ามู่อวี้เฉิงเป็นคนรู้ลึกจริง ๆ ที่รีบมาเจรจากับเธอก่อนที่ข่าวจะแพร่กระจายออกไป
มู่อวี้เฉิงเผยราคาที่กำหนดเอาไว้ “มู่กรุ๊ปยินดีจะซื้อมันในราคาสี่ร้อยล้านครับ”