พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 77 การเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์แบบ
ตอนที่ 77
การเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์แบบ
บนเว็บไซต์บริษัทเต็มไปด้วยข้อความแสดงความคิดเห็นมากมาย จนเซ่าหมิงเวยกังวลเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นสีหน้ากังวลของเขาจึงเลิกคิ้วถาม “เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรจะพูดก็พูดมา”
เซ่าหมิงเวยพูดถึงสิ่งที่ตัวเองกังวล “ถึงการจัดการของคุณถงจะตรงไปตรงมาแต่การเลิกจ้างแบบนี้มันจะส่งผลเสียต่อบริษัทมั้ยครับ?”
มันยากนักที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด นอกจากนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับถงกัวฮุยยังขัดแย้งกัน หากมีคำพูดที่ไม่ดีเกี่ยวกับเธอหลุดออกมา การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากอาจจะถูกยกกลับมาเป็นเครื่องใช้โจมตีเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเมื่อรู้ว่าเขาเป็นห่วงถงกรุ๊ปจากใจจริง จากนั้นจึงเล่าความคิดเห็นของตัวเองให้เขาฟัง “บริษัทนี้มัน เน่าเปื่อยเพราะโครงสร้างภายใน เพราะงั้นพวกแมลงเม่าภายในก็ควรจะขับออกไปซะแล้วค่อยฉีดอัดพลังใหม่เติมเต็มเข้าไป ด้วยวิธีการนี้เราจะสามารถยืนหยัดขึ้นมาได้อีกครั้ง”
การเก็บกิ่งไม้ใบไม้ที่เน่าเปื่อยแล้วย่อมไม่ได้สารอาหารใด ๆ สู้ใช้มีดมาเร่งตัดส่วนที่เน่าเปื่อยทิ้งจะดีกว่า
เซ่าหมิงเวยพยักหน้าเข้าใจ “แต่ตำแหน่งที่ว่างพวกนั้นล่ะครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดอยู่ครู่หนึ่งและลดเสียงต่ำ “เดี๋ยวเราประกาศรับพนักงานใหม่ก่อน พร้อมกับใส่ใจพนักงานที่มีความสามารถในบริษัทไปด้วย จากนั้นค่อยเลื่อนตำแหน่งให้พวกเขา แต่อย่าเลื่อนไปตำแหน่งที่สูงเกินตัว คงต้องคอยจับตาสังเกตเป็นระยะ ๆ แต่ว่าคุณอาจจะต้องทำงานหนักหน่อย”
เนื่องจากเชื่อใจในความสามารถของเซ่าหมิงเวย เธอจึงไว้วางใจให้เขาจัดการ
เซ่าหมิงเวยดันกรอบแว่นตาบนสันจมูกและพูดอย่างมั่นใจ “ไม่ต้องห่วงไปครับคุณถง มันน่าจะไม่มีปัญหาอะไร ผมจะคอยรายงานคุณตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ทางฝั่งสตีแฟนกรุ๊ป…”
เขายังคงเป็นลูกจ้างของสตีเฟนกรุ๊ปแต่กลับถูกเรียกตัวมายังถงกรุ๊ปซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสตีเฟนกรุ๊ปเลย…
“ไม่ต้องห่วง ฉันแจ้งเรื่องนี้ให้คุณลู่รับรู้แล้ว และคุณลู่ก็อนุญาตให้คุณมาทำงานที่ถงกรุ๊ป”
สายตาของเซ่าหมิงเวยเต็มไปด้วยความตกตะลึง
หากพูดตามหลักเหตุผลแล้วคำข้อดังกล่าวไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง แต่คำขอร้องดังกล่าวกลับได้รับคำอนุญาตจากคุณลู่เป็นการส่วนตัว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกยิ้มแกมหยอกล้อ “ถึงฉันจะเอาชนะคุณที่สตีเฟนกรุ๊ปได้ แต่ที่นี่คุณจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการใหญ่และมีอำนาจในการตัดสินใจทุกอย่าง และฉันคิดว่าที่นี่ค่อนข้างเหมาะสมกับคุณค่ะ”
เซ่าหมิงเวยยิ้มและพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ครับ สตีเฟนน่ะแค่มีคุณคนเดียวก็พอ”
เขารู้สึกไม่พอใจที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามากดทับอำนาจ ทว่าสุดท้ายแล้วความสามารถอันโดดเด่นของเธอกลับประจักษ์ต่อหน้าสายตาของทุกคน นอกจากนี้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้แสดงความสามารถในที่ทำงานมากนักทั้งที่อายุยังน้อย และนั่นทำให้เขายากที่จะปล่อยวาง
นี่คงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย
ขณะเดียวกันพายุกำลังโหมกระหน่ำบนโลกอินเทอร์เน็ต
ข่าวลือเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ และสื่อข่าวหลายแห่งรายงานถึงการเปลี่ยนแปลงประธานของถงกรุ๊ป
ทำให้มีคาดเดาไปต่าง ๆ นานา
ด้านนอกตัวอาคารเต็มไปด้วยนักข่าวที่กำลังนั่งยอง ๆ รอคอยที่จะสัมภาษณ์ถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่ทุกครั้งพวกเขาจะเห็น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าไปในรถยนต์ยี่ห้อออดี้สีเงินทันทีที่ออกมาจากตัวอาคาร จนพวกเขาไม่มีโอกาสได้สัมภาษณ์สักที
คราวนี้นักข่าวสาวรวบรวมความกล้ารีบวิ่งเข้าไปดักตรงหน้า
“คุณถงคะ! ขอเวลาสัมภาษณ์สักห้านาทีได้มั้ยคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสะดุ้งจากนั้นจึงพยักหน้า “เชิญถามได้ค่ะ”
ในขณะที่ถงกรุ๊ปกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และได้รับความสนใจอย่างมากจากโลกภายนอก แต่เธอไม่เคยให้การสัมภาษณ์เป็นการส่วนตัวเลย ดังนั้นบริษัทพันธมิตรหลายแห่งจึงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยและพวกเขาต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อทำทุกอย่างให้ชัดเจน
ภายในกล้องหญิงสาวคนนี้ดูสะสวย ไม่ได้แสดงท่าทางถ่อมตัวหรือหยิ่งยโสจนเกินไป
นักข่าวถาม “อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ทางบริษัทเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากกะทันหันคะ?”
“ฉันเชื่อว่าทุกคนเคยได้ยินวิกฤตการณ์ของถงกรุ๊ปมาก่อน การเลิกจ้างพนักงานมีจุดประสงค์เพื่อขจัดนิสัยที่ไม่ดีของบริษัทตั้งแต่ต้นตอ และจากนี้ไปในอนาคตมันจะถูกดำเนินการอย่างถูกต้อง”
นักข่าวสาวยังคงถามต่อว่า “คุณถง ฉันได้ยินมาว่าคุณจัดหาทุนมาโปะบริษัทและใช้วิธีการสกปรกขับไล่อดีตประธานบริษัทออกไป คุณจะอธิบายเรื่องนี้ยังไงคะ?”
“ไร้สาระทั้งเพค่ะ” ริมฝีปากของถงเหมี่ยวเหมี่ยวโค้งลง “กฎของตระกูลถงคือคนที่มีความสามารถเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้บริหารดูแลบริษัท อดีตประธานบริษัทอายุมากแล้วและไม่สามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ ดังนั้นฉันจึงกลายมาเป็นประธานบริษัทคนใหม่แทนค่ะ”
เธอพูดอธิบายเกี่ยวกับบริษัทและไม่ได้พูดอะไรถึงครอบครัวเลย
นักข่าวทยอยเข้ามาถามคำถามทีละคน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบคำถามไปสองสามนาทีแล้วเธอจึงยิ้มตาหยีและบอกว่า “ครบห้านาทีแล้วค่ะ”
“อ๊ะ” ทว่านักข่าวกลับไม่พอใจ “ก็ได้ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะคุณถง!”
ขณะเดียวกันลู่หมิงกำลังรายงานสถานการณ์ดังกล่าวอยู่ในมู่กรุ๊ป เขาถอนหายใจและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมเธอจากก้นบึ้งของหัวใจ “คุณถงมีความสามารถมากเลยครับ เธอใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วันก็สามารถใช้ความเก่งกาจแก้ไขกิจการภายในของถงกรุ๊ปได้แล้ว แถมยังไล่พนักงานในองค์กรออกด้วย”
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงเต็มไปด้วยความชื่นชม “เธอทำงานเก่ง ถงกัวฮุยยังขาดประสบการณ์ทางด้านธุรกิจ ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากภรรยา เขาคงไม่มีวันประสบความสำเร็จ”
ลู่หมิงพูดเสริมต่อ “ก็เขาไม่ยอมรักษามันไว้ให้ดี มารุกรานคุณถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วไม่ยอมรับผิด ถึงได้ต้องมาร้องขอแบบนี้”
มู่อวี้เฉิงรู้สึกถึงอารมณ์บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ขณะเดียวกันถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้เขาประหลาดใจมากขึ้นเรื่อย ๆ “เธอรับบทเป็นตัวละครโหดเหี้ยมที่เพิ่งพ่นไฟออกมา! ไม่ใช่แค่แย่งหุ้นบริษัทมาได้แต่ยังเตะถงกัวฮุยให้หลุดออกจากบริษัท ทำทุกอย่างได้รวบรัดตัดตอนจริง ๆ”
การกระทำดังกล่าวทำให้เขาไม่สามารถมองย้อนกลับไปยังอดีตได้
ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปทั้งภายในและภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ
ลู่หมิงก็ยิ้มแสดงสีหน้าประทับใจเช่นกัน “ถ้างั้นถงกัวฮุยคงจะโมโหเป็นฟืนเป็นไฟน่าดูนะครับ”
ณ วิลล่าตระกูลถง
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึม
ถงกัวอุยนั่งทำหน้าตาหดหู่อยู่บนโซฟา มีถงอวิ๋นเหยียนนั่งอยู่ด้านข้างและโจวจงฮวาที่กำลังโกรธจัด
โจวเพ่ยฮวาโกรธมากหลังจากรู้เรื่องทุกอย่าง “นังสารเลวนั่นอยากได้หุ้นนักเราก็อุตส่าห์ทำทานให้แล้ว ยังมีหน้ามาไล่ประธานบริษัทกับผู้จัดการบริษัทออกอีก! นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”
โจวจงฮวาเกาหัวมองดูถงกัวฮุยและขอร้องว่า “พี่เขย รีบหาทางเข้าสิครับ! พี่จะยกบริษัทให้มันไปเฉย ๆ แบบนี้ไม่ได้นะครับ!”
ถงกัวฮุยขุ่นเคืองมาก “แล้วฉันจะไปทำอะไรได้!”
ตลอดช่วงเวลาไม่กี่วันที่เขาเข้าไปสร้างปัญหาในบริษัท ทุกครั้งเขาจะถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขับไล่ออกมาก่อนที่จะได้ก้าวขาเข้าไปข้างในบริษัทด้วยซ้ำ
มันยากที่สองหมัดจะเอาชนะสี่มือ ไหนจะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกหลายคนอีก!
ในอดีตคนพวกนั้นเป็นเพียงสุนัขเฝ้ายามที่อยู่ภายใต้ปีกของเขา แต่ตอนนี้คนพวกนั้นกลับกำลังเมินเฉยเขา
สิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งไปกว่านั้นคือไม่มีใครลุกขึ้นมาประท้วงเรื่องที่เขาถูกไล่ออกสักคน หนำซ้ำยังปรบมือเห็นดีเห็นชอบ เขาโทรศัพท์หาหุ้นส่วนคนสนิทอย่างบ้าคลั่งแต่กลับไม่มีใครรับสาย และคนที่รับสายยังพูดแนะนำให้เขายอมแพ้ซะ!
จิตวิญญาณอันสูงสง่าของเขาได้จางหายไปนานแล้ว
ถงอวิ๋นเหยียนนั่งสังเกตสีหน้าของถงกัวฮุยอยู่บนโซฟา จากนั้นจึงกำหมัดด้วยความโกรธ
พ่อของเธอช่างไร้ประโยชน์จริง ๆ!
แต่เธอไม่ซะหรอก! เธอกับโจวเพ่ยฮวาย้ายเข้ามาอยู่ในตระกูลถงหลายปีแล้วแต่กลับไม่เคยได้รับอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย มีแต่นังถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้รับทุกอย่างไปจนหมด
เธอจะไม่มีวันยอมให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ทุกอย่างไป!
ถงอวิ๋นเหยียนกัดฟันและหรี่ตาลงอย่างชั่วร้าย