พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 76 ฆ่าญาติพี่น้องเพื่อผดุงความยุติธรรม
ตอนที่ 76
ฆ่าญาติพี่น้องเพื่อผดุงความยุติธรรม
คำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเฉียบคมและเข้าตรงประเด็นทุกอย่างของถงกัวฮุย
ถงกัวฮุยอดฟังไม่ได้อีกต่อไป ยกนิ้วชี้หน้าด่าทอ “ออกไปให้พ้น! ไม่งั้นฉันจะเรียก รปภ มาลากตัวแกไป!”
มือทั้งสองข้างของเขายังคงถูกเยี่ยหานจับเอาไว้แน่น ทำให้เสียงตะคอกไม่ได้ฟังดูน่ากลัวเลยสักนิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเยาะ “แกลืมอะไรหรือเปล่า? ตอนนี้ฉันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่แล้ว ถ้าจะออกก็เป็นแกนั่นที่ต้องออกไป!”
ตอนนี้ทุกอย่างได้ข้อสรุปแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการเสียเวลาเจรจากับเขาอีกต่อไปจึงสั่งให้เยี่ยหานไล่เขาออกไปอย่างไร้ความเมตตา “พาเขาออกไป”
การตอบโต้กลับของถงกัวฮุยเป็นเหมือนการจั๊กจี้ของเด็กสำหรับเยี่ยหานเท่านั้น ทำให้เขาถูกผลักออกไปในที่สุด
บานประตูห้องประชุมกระแทกปิดดังปังและล็อกใส่กลอน
ถงกัวฮุยโกรธมากรีบกระแทกประตูและตะโกนด่าทอ “นังเนรคุณ! กูน่าจะรัดคอมึงให้ตาย!”
ตอนนี้เขาดูไม่เหมือนประธานเลยสักนิด และประพฤติตัวเหมือนคนเสียสติ
โชคดีที่ห้องประชุมค่อนข้างเก็บเสียง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเดินขึ้นไปนั่งด้านบน ขณะที่ผู้ประชุมด้านล่างนั่งเงียบกริบ
ผู้ถือหุ้นมองดูรูปแบบการทำงานเคร่งครัดและเด็ดเดี่ยวของเธอ นอกจากนี้สีหน้าของเธอยังดูเคร่งขรึมและเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงผลักดัน เห็นได้ชัดว่าเธอดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจสูงมายาวนานจนอดไม่ได้ที่จะทำให้พวกเขาคร่ำครวญ
ลูกสาวของอดีตท่านประธานเก่งขนาดนี้เชียวเหรอ? แต่แล้วทำไมเขาถึงยืนกรานจะเป็นศัตรูกับเธอล่ะ?
เมื่อพิจารณาท่าทางของคุณถงแล้ว เธอน่าจะบริหารถงกรุ๊ปได้ดีกว่า
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กวาดสายตาเย็นชามองดูผู้คนโดยรอบและพูดเปิดประเด็น “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันจะมารับช่วงต่อจากตระกูลถงอย่างเป็นทางการ แต่โดยพื้นฐานผู้ถือหุ้นทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือกับฉันด้วย ตราบใดที่ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดีทุกคนก็จะสามารถสร้างรายได้ได้ ฉันมาที่นี่เพื่อไม่ได้จะมาเอาอกเอาใจใคร ถ้าใครทำอะไรลับหลังจนบริษัทพังทลายลง ฉันก็จะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น”
น้ำเสียงของเธอก้องกังวลและโดนใจผู้ฟังทุกคำพูด
ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นทีละคน “คุณถงวางใจได้ครับ ตราบใดที่บริษัทของเราได้รับการพัฒนา พวกเราจะไม่ปริปากพูดอะไร”
“ดี”
นี่คือสิ่งที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรอคอย “ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันขอเวลาสามเดือนในการทำให้ถงกรุ๊ปกลับมาเป็นปกติและทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง”
เธอกล่าวถึงประเด็นสำคัญทุกเรื่อง และการประชุมก็จบลงอย่างรวดเร็ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมาจากห้องประชุมและเดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของประธานบริษัทภายใต้คำแนะนำของพนักงานหนุ่มคนหนึ่ง
ถงกัวฮุยให้ความสำคัญกับรูปแบบการตกแต่งของตัวอาคาร โคมระย้าด้านบนดูงดงามมาก บนพื้นมีโต๊ะขนาดเล็กตั้งอยู่แต่กลับไร้ประโยชน์
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชี้ไปที่โต๊ะตัวเล็ก “เอาโต๊ะตัวนี้ออก แล้วเอาโต๊ะยาวสีดำที่มีขนาดใหญ่มาตั้งแทน ถอดโคมระย้าข้างบนออกด้วย และ…”
พนักงานจดทุกอย่างอย่างละเอียดและประสานงานกับบริษัทตกแต่ง
หลังจากพูดชี้แนะแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เรียกผู้บริหารระดับสูงให้มาพบที่ห้องทำงาน
ในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงทุกคนต่างรู้ว่าท่านประธานบริษัทคนใหม่มีบุคลิกที่เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว กลุ่มผู้บริหารทั้งหลายจึงไม่กล้ารอช้าและรีบเข้าไปพบทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งอยู่บนเก้าอี้และหันไปพูดคุยกับทุกคน “หลังจากวันนี้เป็นต้นไปเซ่าหมิงเวยจะมารับหน้าที่เป็นผู้จัดการชั่วคราว”
เซ่าหมิงเวยผู้ได้รับ “รางวัลชิ้นใหญ่” โดยไม่คาดคิดหันมามองเธอ “ผู้จัดการถง คุณ…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกมือเพื่อส่งสัญญาณให้เขาเงียบและกวาดสายตามองเล็กน้อย “ฉันเชื่อว่าคุณมีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับตำแหน่งนี้”
ใครบางคนถามขึ้น “คุณถง แล้วอดีตผู้จัดการล่ะครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเยาะ “ไล่ออกแล้ว”
หากเธอจำไม่ผิดอดีตผู้จัดการคือโจวจงฮวาน้องชายของโจวเพ่ยฮวา เขามีความสามารถที่โดดเด่นอะไรบ้าง?
หลังจากที่ทุกคนได้ยินคำว่าไล่ออก ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
โจวจงฮวาโกรธจัด “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว! เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้ เธอจำเป็นต้องฆ่าญาติพี่น้องเพื่อผดุงความยุติธรรมด้วยหรือไง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจ
กลับกลายเป็นว่าโจวจงฮวาอยู่ที่นี่ด้วย เธอคิดว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่เสียอีก เขาจงใจก้มหน้าลงเพื่อแฝงตัวเธอจึงไม่ทันได้สังเกตเห็น
ในเมื่ออยู่ที่นี่แล้วก็คุยกันง่ายหน่อย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสดงสีหน้าเย็นชา “โจวจงฮวา ปีนี้คุณเอาเงินส่วนรวมของทางบริษัทไปใช้จ่ายส่วนตัว ไปกินดื่มเล่นสนุกสนานนอกบ้าน เอาแต่อ้างว่าไปเจอลูกค้าแต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ทำอะไรเลยแล้วแบบนี้เรียกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเหรอ?”
เธอให้คนมาตรวจสอบตระกูลถงตั้งแต่เริ่มให้ความสนใจ
และเพราะมีคนอย่างโจวจงฮวาอยู่ บริษัทถึงได้ประสบปัญหาจนล่มสลายอย่างรวดเร็ว
เมื่อเรื่องทั้งหมดถูกเปิดเผย โจวจงฮวาก็ทำได้เพียง เกาหัวและไม่พูดปฏิเสธอะไรออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขา “คุณจะออกไปเองมั้ย? หรือว่าจะฉันไปตามคนมาลากคุณออกไปจากบริษัท?”
สีหน้าเคร่งขรึมและเด็ดขาดของเธอทำให้ไม่มีผู้บริหารระดับสูงคนไหนเข้ามาแก้ต่างแทนโจวจงฮวา เพราะเกรงว่าตัวเองจะมีส่วนเกี่ยวข้องและพลอยตกงานไปด้วย
ใบหน้าของโจวจงฮวากลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย ก่อนจะเดินจากไปด้วยความสิ้นหวัง
หลังจากจัดการกับก้อนเนื้อร้ายทั้งหลาย เซ่าหมิงเวยได้ส่งรายชื่อให้กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวและทำตามคำสั่งการของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาพบว่าญาติพี่น้องของแม่เลี้ยงเธอล้วนทำงานอยู่ในบริษัทแห่งนี้และไม่ได้ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าอ่านรายชื่อเกือบยี่สิบกว่าคนด้วยสีหน้าเฉยเมย “แจ้งเลิกจ้างงานคนพวกนี้ทั้งหมด และถ้ามีเรื่องอื่นเพิ่มเติมฉันจะแจ้งให้ทุกคนทราบอีกที ตอนนี้จบการประชุมได้”
หลังจากพูดคุยหารือมานานกว่าครึ่งชั่วโมง ผู้บริหารระดับสูงก็เดินเหงื่อตกออกมาจากห้องทำงาน
ภายในบริษัทเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน รายชื่อพนักงานที่ถูกเลิกจ้างปรากฏขึ้นบนเว็บไซต์บริษัททีละคนจนทำให้พนักงานทุกคนในบริษัทพากันแตกตื่นกลัวว่าตัวเองจะเป็นรายต่อไปที่ถูกไล่ออก
กรรมการผู้จัดการทั้งหลายกลับมาทำงานและให้ความสนใจกับการแจ้งเตือนบนหน้าจออย่างใกล้ชิด
เซ่าหมิงเวยนั่งอยู่บนห้องทำงานคอยมองดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอ่านไล่รายชื่อพนักงานทั้งหมดด้วยความลังเลที่จะพูดออกมา และสุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกวาดสายตามองคร่าว ๆ และพูดว่า “แค่นี้พอ คอยจับตาดูคนที่เหลือเอาไว้”
เธอหยุดสั่งการการเลิกงาน
ส่งผลให้ภายในบริษัทมีตำแหน่งว่างงานมากมาย ซึ่งบางตำแหน่งมีความสำคัญมากจนไม่สามารถหาใครมาดำรงตำแหน่งแทนได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงลงชื่อเข้าใช้งานเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์ เขียนแก้ไขประกาศและกดยืนยัน
เธอลงโทษอย่างโหดเหี้ยมแล้ว และตอนนี้มีเพียงรางวัลเท่านั้นที่จะปลอบประโลมคนที่เหลือได้
[ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตราบใดที่พวกคุณตั้งใจทำงาน ทางบริษัทจะไม่มีการแบ่งแยกบุคคลภายในและภายนอกอีก ตอนนี้ทางบริษัทเหลือตำแหน่งว่างจำนวนมาก หวังว่าคนที่มีความสามารถจะสามารถพัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นมาข้างหน้าได้ ตำแหน่งสูงและเงินเดือนสูงกำลังรอคอยพวกคุณอยู่]
หลังจากข้อความนี้ถูกป่าวประกาศออกไป พนักงานทั้งหลายต่างตื่นเต้นกันมาก! ในที่สุดพวกเขาก็ไม่ต้องร่ำเรียนหมั่นเพียรเพื่อคุณวุฒิอีกต่อไป! ตราบใดที่พวกเขามีความสามารถ พวกเขาก็สามารถเป็นผู้บริหารภายในได้!
กลุ่มผู้จัดการทั่วไปต่างโล่งอกเช่นกัน ในที่สุดคนที่ไม่มีความสามารถแต่มีสถานะเท่าเทียมกับพวกเขาก็จะได้หลุดจากเก้าอี้ไปเสียที!
เดิมทีบริษัทจวนจะล้มละลาย หลายคนกังวลว่าจะตกงาน แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับเข้ามาเป็นผู้ช่วยชีวิตและลากเอาความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับบริษัทข้ามชาติอย่างสตีเฟนกรุ๊ปเข้ามาด้วย
ความหวังของทุกคนถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าถงกรุ๊ปจะไม่ล้มละลายลงแล้ว และยังอาจจะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นในอนาคตอีกด้วย ผู้ถือหุ้นทั้งหลายได้เรียนรู้กับเหตุการณ์ดังกล่าวและร้องครวญครางว่าพวกเขาเดิมพันถูกคนแล้ว