พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 75 แกมีคุณสมบัติอะไรมาจัดการ
ตอนที่ 75
แกมีคุณสมบัติอะไรมาจัดการ
คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะต้องได้รับสัญญาคนละชุดหลังจากลงนาม ถงกัวฮุยจ้องไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความโกรธจัด “รีบโอนเงินเข้าบัญชีฉันซะ อย่าชักช้ายืดยาดเสียเวลา!”
เยี่ยชวงยกกำปั้นขึ้นแล้วพูดว่า “พูดให้มันดี ๆ หน่อย! แกคิดว่าทุกคนไร้มารยาทอย่างแกหรือไง?”
ถงกัวฮุยหวาดกลัวหญิงสาวผู้ดุร้ายคนนี้ เขาจึงหดตัวและเดินกลับออกไป
เสี่ยวเป่ากลอกตามองประตูห้องที่ปิดอยู่และกัดฟันพูดว่า “ไอ้คนเลวไปสักที!”
เยี่ยชวงแสดงสีหน้าชื่นชมถงเหมี่ยวเหมี่ยว “คุณหนูทำแบบนี้ดีมากเลยค่ะ ถงกัวฮุยจะต้องทุกข์ทรมานกับความสูญเสียครั้งใหญ่!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางสัญญาลงและยิ้มเยาะ “ยังไม่จบ”
เสี่ยวเป่ากำหมัดแน่นและให้กำลังใจ “หม่ามี้สู่ ๆ! เอาชนะไอ้คนเลวให้ได้!”
“หม่ามี้จะสู้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลงไปแตะหน้าผากของเขาเบา ๆ เธอจะไม่มีวันยอมให้อภัยคนที่ทำร้ายเสี่ยวเป่าเด็ดขาด
“จัดการให้เรียบร้อยแล้วเราออกจากโรงพยาบาลกันเถอะ”
ขั้นตอนการทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลเสร็จสิ้นสมบูรณ์หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมการรักษา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกจากโรงพยาบาลและรีบกลับบ้านทันที
ก่อนเข้านอนในคืนนั้น เธอโทรหาเซ่าหมิงเว่ย
“พรุ่งนี้เช้าคุณเข้าไปที่บริษัทตระกูลถงกับฉันในฐานะผู้จัดการกับรองผู้จัดการของสตีเฟนกรุ๊ป”
เซ่าหมิงเวยตอบตกลงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่จริงจังของเธอ
วันรุ่งขึ้นเป็นวันสุดสัปดาห์ เสี่ยวเป่าอยู่บ้านโดยมีแม่ซุนคอยดูแลอยู่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เยี่ยชวง เยี่ยหานและเซ่าหมิงเวยออกเดินทางไปยังบริษัทของตระกูลถงตามที่นัดหมายกันเอาไว้ล่วงหน้า
ขณะนั้นมีการประชุมผู้ถือหุ้นที่ห้องประชุมชั้นบนสุดของบริษัทตระกูลถง
หลังจากวิกฤตคลี่คลายลง ถงกัวฮุยยิ้มแย้มและพูดกับผู้คนด้านล่างอย่างหนักแน่นว่า “คนที่มาขับไล่เราออกเพราะเพียงค่าเช่าครบกำหนดชำระ เราจะไม่มีร่วมมือกับพวกเขาอีก!”
ขณะที่เขากำลังพูด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “ก๊อก ๆ ๆ”
“ใคร?” ถงกัวฮุยแสดงอาการไม่พอใจ
แต่เมื่อเขาหันหลังกลับมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ในชุดสูทมืออาชีพสีขาวโดยมีบอดี้การ์ดมากความสามารถตามมาประกบหลัง และชายในชุดสูทสวมแว่นดำก็ปรากฏกายขึ้นต่อหน้า
ทั้งสี่คนเดินเข้ามาด้วยท่าทางดุร้าย
ถงกัวฮุยตกใจจนเผลอตะโกนด่าทอ “ฉันกำลังประชุมอยู่! แกยกพวกมาแบบนี้คิดจะทำอะไร?!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่แม้แต่จะมองไปที่เขา
เธอเดินมาที่โต๊ะแล้วหยิบเอกสารตราสารทุนออกมากางต่อหน้าผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่งที่กำลังประชุมอยู่
ท่าทางของเธอดูเย็นชาและเต็มเปี่ยมไปด้วยออร่าของผู้ที่เหนือกว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถงกัวฮุยจะไม่ใช่ประธานของ ถงกรุ๊ปอีกต่อไป ฉันจะเข้ามารับตำแหน่งประธานอย่างเป็นทางการ”
ผู้ประชุมที่อยู่ด้านล่างตกอยู่ในความโกลาหล
ผู้ถือหุ้นต่างตกใจ “เกิดอะไรขึ้น?”
“เธอคือใคร? ทำไมถึงได้สิทธิ์ถือหุ้นบริษัทถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์!”
เหตุการณ์ตรงหน้าเริ่มอลหม่าน ถงกัวฮุยตบโต๊ะและจ้องเขม็งไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว “แกมันอวดดี! แกไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้!”
“ไม่มีสิทธิ์เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกมุมปากยิ้มประชด
เธอมองดูผู้ถือหุ้นข้างหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงสงบและจริงจังว่า “ในบริษัทคนที่ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดย่อมมีคุณสมบัติในการจัดการไม่ใช่เหรอ?”
ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ยิ่งไปกว่านั้นครั้งนี้ฉันเป็นคนนำเงินมาช่วยบริษัทเอง ประธานถงของพวกคุณไม่มีคุณสมบัติในการจัดการบริษัทให้ได้ดี ดังนั้นฉันจึงจะขอแนะนำให้ถอดเขาออกจากถงกรุ๊ป”
ผู้ถือหุ้นต่างตกตะลึงและมีสีหน้ากังวล “การเปลี่ยนประธานบริษัทเป็นเรื่องใหญ่ คุณเป็นแค่สาวน้อยคนหนึ่งจะมีความสามารถอะไรนัก? แล้วคุณมั่นใจแล้วเหรอว่าจะบริหารบริษัทได้ดี?”
เซ่าหมิงเวยเงียบไปตลอดทางและรู้แล้วว่าตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะต้องปรากฏตัว
“ผมขอแนะนำให้พวกคุณทราบว่าผู้จัดการถงเป็นผู้จัดการใหญ่ของสตีเฟนกรุ๊ปสาขาเอเชีย ซึ่งผู้จัดการถงได้รับอำนาจมาจากสำนักงานใหญ่อย่างล้นหลาม กล่าวได้ว่าเธอมีความสามารถมากกว่าทุกคนในที่นี้และสามารถบริหารจัดการตระกูลถงได้ดีกว่า”
ทุกคนต่างตกใจเมื่อสังเกตเห็นป้ายชื่อสัญลักษณ์ที่บ่งบอกตัวตนบนหน้าอกของเซ่าหมิงเวย
จากนั้นทุกคนจึงพากันตกตะลึงกับตัวตนของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เซ่าหมิงเวยพูดต่อว่า “ยิ่งไปกว่านั้นหากผู้จัดการถงเข้ามาบริหารถงกรุ๊ป ทางถงกรุ๊ปก็อาจจะมีคุณสมบัติเพียงพอได้ร่วมมือกับสตีเฟนกรุ๊ปอย่างถาวร และนี่คือสิ่งที่ท่านประธานถงกัวฮุยคนปัจจุบันของพวกคุณไม่สามารถทำได้ในตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา”
ผลกำไรค่อนข้างน่าดึงดูด จนผู้ถือหุ้นพากันคิดพิจารณา
เยี่ยชวงมองดูถงกัวฮุยและเยาะเย้ย “โอ้ใช่สิ เขาบรรลุผลหนึ่งอย่างด้วยนะ ก็คือการขายลูกสาวกินจนบรรลุผลได้ร่วมมือกับมู่กรุ๊ปในช่วงเวลาสั้น ๆ น่ะ”
เมื่อตัวตนของถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกเปิดเผย ผู้ถือหุ้นก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ
ทว่าสหายเก่าแก่หลายคนที่มีตำแหน่งสูงและอยู่เคียงข้างบริษัทกันมามีความสัมพันธ์ที่ดีกับถงกัวฮุย ได้รับความช่วยเหลือจากถงกัวฮุยเริ่มมา จึงพูดขึ้นว่า “คุณถง คุณเป็นลูกสาวของท่านประธานและเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ทำไมคุณจะต้องใช้กำลังบีบบังคับแบบนี้ด้วยครับ?”
สิ่งที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกลียดที่สุดคือการใช้สายสัมพันธ์ทางครอบครัวมาบีบบังคับให้เธอยอมจำนน
ดวงตาที่เย็นชาราวกับดาบน้ำแข็งกวาดสายตามองไปทางผู้ถือหุ้น “ถ้าคุณอยากเห็นตระกูลถงล่มฉันก็จะออกไปเดี๋ยวนี้เลย ถึงฉันจะได้ครอบครองหุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์แต่ของแบบนี้มันก็ไม่ได้หายากนักหรอก หุ้นพวกนี้น่ะมันควรจะตกไปเป็นทรัพย์สมบัติของพวกคุณไม่ใช่เหรอ? ถึงแม้ว่าวันนี้ฉันจะอัดฉีดเงินให้ ถงกรุ๊ป แต่อีกไม่นานบริษัทก็จะกลับมาเสื่อมถอยลงอีก ถ้าพวกคุณอยากจะให้มันเป็นแบบนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว” หลังจากพูดจบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลงบนเก้าอี้และกวาดสายตามองดูสมุดหุ้น เธอไม่จำเป็นต้องพูดอะไรต่อเพื่อปล่อยให้พวกเขาได้มีพื้นที่ในการจินตนาการ
คำพูดที่ชัดถ้อยชัดคำทำให้ทุกคนตกอยู่ในความเงียบสงบ
ทุกคนตระหนักถึงความสามารถของถงกัวฮุยเป็นอย่างดี
ถึงแม้ว่าทางบริษัทจะได้รับความช่วยเหลือแต่มันก็เป็นความช่วยเหลือเพียงชั่วคราวเท่านั้น กองทุนดังกล่าวถูกนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉินจวนตัว แต่หากมีครั้งหน้าอีกใครจะยินดีมาลงทุนกับถงกรุ๊ป?
ท่าทางของผู้ถือหุ้นเริ่มเปลี่ยนไป
คนที่มีสติไตร่ตรองสองสามคนแสงสีหน้าจริงจังและพูดคุยกันว่า “เมื่อไม่นานมานี้ถงกรุ๊ปตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย และท่านประธานไม่มีความสามารถในการเป็นผู้นำ จริง ๆ ถ้าเป็นอย่างนั้น…”
“ใช่ อีกอย่างเธอเป็นถึงลูกสาวของท่านประธาน ขอให้เขาสละตำแหน่งให้เธอก็คงไม่มากเกินหรอกมั้ง”
หลังจากกระซิบกระซาบกันสั้น ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ควรให้คนที่มีความสามารถมาจัดการบริษัท ผมสนับสนุนคุณถงครับ!”
ในเมื่อมีหนึ่งเสียง เสียงสองก็ตามมาในไม่ช้า จากนั้นเสียงจึงค่อย ๆ ดังขึ้นทีละคน
“คนที่ถือหุ้นมากที่สุดควรดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ผมเห็นด้วย!”
“ในเมื่อคุณถงมีความมั่นใจในการบริหารบริษัท เราก็ลองให้เธอบริหารดู ไม่ว่าบริษัทจะแย่แค่ไหนแต่มันก็คงไม่แย่ไปกว่าตอนนี้แล้วล่ะ!”
ความโกรธเคืองของถงกัวฮุยพุ่งทะยานสูงขึ้นเมื่อเห็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ จากนั้นจึงยกมือขึ้นเตรียมจะฟาดใส่หน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เยี่ยหานเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของเขาอยู่นานและหยุดมือเขาเอาไว้ได้ทันเวลา
ใบหน้าของถงกัวฮุยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขณะร้องตะโกน “ไอ้เด็กเวร มึงคิดเรื่องพรรค์นี้จริง ๆ สินะ! บริษัทนี้เป็นมรดกของกู มึงมีสิทธิ์อะไรมารับช่วงต่อ?!”
เมื่อมีเยี่ยชวงกับเยี่ยหานยืนอยู่ข้าง ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่หวาดกลัวอะไรอีกต่อไปและพูดอย่างเย็นชาว่า “แม่ฉันช่วยแกแย่งชิงมรดกชิ้นนี้มา ถ้าไม่มีแม่ฉัน แกก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอก!”
ทันทีที่เธอพูดจบ ผู้ถือหุ้นบางส่วนก็นึกเหตุการณ์ดังกล่าวออก “ใช่ ภรรยาของท่านประธานเป็นผู้ก่อตั้งร่วมกับท่านประธาน!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูถงกัวฮุยด้วยสายตาไม่แยแส “หลังจากแม่เสียไป แกก็ทิ้งขว้างบริษัทจนมันเละเทะ คนอย่างแกน่ะจะมีคุณสมบัติอะไรมาจัดการบริษัท?”