พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 74 ลงนามสัญญา
ตอนที่ 74
ลงนามสัญญา
เสี่ยวเป่าเขย่งปลายเท้าพยายามมองแผ่นหลังของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่เขากลับตัวเล็กเกินไปจนมองไม่เห็นอะไรเลยจึงพูดด้วยท่าทีหงุดหงิดว่า “หม่ามี้ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า?”
“ดีขึ้นมาแล้วจ๊ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบีบแก้มเขา
หลังจากรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาหลายวัน ร่างกายของเธอดีขึ้นมาก เหลือเพียงรอยฟกช้ำเล็กน้อยเท่านั้นที่ยังไม่จางหายไปจนทุกครั้งที่เธอสวมใส่เสื้อผ้าแทบจะบอกไม่ได้เลยว่าเธอได้รับบาดเจ็บ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูขวดยาบนโต๊ะข้างเตียงแล้วพึมพำว่า “ยาที่เขาส่งมาให้ได้ผลดีมาก”
หลังจากใช้มันเมื่อสองวันก่อนเธอพบว่าอาการปวดทุเลาลงมาก และบาดแผลก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวเป่าที่ได้ยินไม่ชัดกะพริบตา “หม่ามี้พูดว่าอะไรนะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มและพูดว่า “หม่ามี้บอกว่าเดี๋ยวอีกสองวันก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วจ๊ะ”
ในขณะเดียวกัน โจวเพ่ยฮวากับถงอวิ๋นเหยียนเดินประคองถงกัวฮุยออกมาจากโรงพยาบาล ถงอวิ๋นเหยียนคิดจะนั่งแท็กซี่กลับบ้าน
ทว่าใบหน้าของถงกัวฮุยกลับมืดมนและตะคอกว่า “อย่าเพิ่งกลับบ้าน!”
วันนี้เป็นวันที่คนพวกนั้นจะมาทวงหนี้ หากพวกเขากลับบ้านไปจะต้องโดนปิดล้อมเป็นแน่ แต่ว่าตอนนี้พวกเขาไม่เหลือเงินสักหยวนเดียว!
และเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่สามารถเลื่อนระยะเวลาออกไปได้อีก!
พวกเขาทั้งสามเดินมาหยุดที่ริมถนน เมื่อเห็นว่าถงกัวฮุยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โจวเพ่ยฮวาก็อดจะถามไม่ได้ว่า “คุณเห็นด้วยกับนังสารเลวถงเหมี่ยวเหมี่ยวจริง ๆ เหรอ? ฉันไม่เห็นด้วยหรอกนะ!”
ถงอวิ๋นเหยียนเบิกตากว้าง “ใช่! ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำเกินไปมาก! เราไม่เอาด้วยหรอก!”
ถงกัวฮุยกัดฟันพูด “แล้วพวกเธอมีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ยล่ะ!”
พวกเธอคิดว่าเขาอยากจะทำแบบนี้หรือไง?
ทางเลือกเดียวในตอนนี้คือการโอนหุ้นให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ไม่เช่นนั้นตระกูลถงจะไม่มีวันฟื้นคืนชีพกลับมาผงาดอีกครั้งได้เลย และเขาที่ติดหนี้จำนวนมหาศาลอาจจะต้องไปเร่ร่อนตามท้องถนน!
ถงอวิ๋นเหยียนกำหมัดแน่นอย่างไม่พอใจ “แต่นั่นมันคือหุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยนะคะ บริษัทจะไม่ตกไปเป็นของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาเหรอ!”
ถงกัวฮุยหันไปมองถงอวิ๋นเหยียน “มันกำลังฝันอยู่ไง!”
ดวงตาของเขาฉายแววอำมหิตก่อนจะพ่นถ้อยคำที่ดุเดือดออกมา “ต่อให้มันเซ็นต์สัญญา ยังไงซะเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันก็ยังไหลเวียนอยู่ในตัวมันอยู่ดี พอถึงเวลาเข้าจริง ๆ ยังไงมันก็ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์มาให้ฉัน!”
เนื่องจากพวกเขาเป็นพ่อลูกกัน ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงจะถูกเขาเหยียบย่ำไปตลอดชีวิต!
ถงกัวฮุยรีบตัดสินใจทันที
เขาเปิดรายชื่อผู้ติดต่อและต่อสายหาผู้ช่วยของตัวเอง
“แกช่วยไปหาทนายให้มาทำสัญญาโอนหุ้นที ตอนนี้เลย ฉันจะโอนหุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว!”
“เอ่อ…” ผู้ช่วยถามด้วยความสับสน “คุณถง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นลูกสาวคนโตของคุณไม่ใช่เหรอครับ?”
“ใช่ มีแค่วิธีนี้ที่จะช่วยตระกูลถงได้”
ผู้ช่วยเริ่มสับสน “มันเริ่มมาตั้งแต่จุดไหนครับ?”
ยิ่งล่าช้ามากเท่าไหร่ถงกัวฮุยก็ยิ่งตื่นตระหนกมากเท่านั้น เขากลัวว่าวิลล่าจะถูกคนอื่นมารื้อถอนเอาไป!
ถงกัวฮุยตะคอกใส่ “หยุดถามสักที! รีบไปจัดการแล้วเอาสัญญามาให้ที่โรงพยาบาลเมืองด้วย! จำเอาไว้! อย่าทำสัญญาที่มันยุติธรรมมากนัก! ฉันจะทำให้มันต้องสูญเสียครั้งใหญ่!”
ผู้ช่วยมีคำถามมากมายแต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองจากปลายสายเขาก็วางสายและกลับไปทำงานทันที
โจวเพ่ยฮวามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ
หลังจากเข้ามาเป็นสมาชิกในตระกูลถงนานหลายปี หุ้นของเธอกับถงอวิ๋นเหยียนรวมกันได้แค่ห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่นังสารเลวถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับกำลังจะได้ถือหุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์และกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท!
มากดหัวพวกเธอแบบนี้มันยุติธรรมแล้วหรือ?
“ทำยังไงดีคะ?” ถงอวิ๋นเหยียนเป็นกังวลราวกับมดบนกระทะร้อน และอดไม่ได้ที่จะหันไปขอความช่วยเหลือจาก โจวเพ่ยฮวา
พวกเธอทั้งสองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมองดูผู้ช่วยมาส่งสัญญาที่ร่างเอาไว้
กองกระดาษเกือบสิบแผ่นใสสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย ถงกัวฮุยอ่านพิจารณาเงื่อนไขในนั้นแล้วยิ้มด้วยความพึงพอใจ
ธรรมะสูงหนึ่งคืบ มารสูงหนึ่งศอก หากถงเหมี่ยวเหมี่ยวลงนามในสัญญานี้แล้ว เธอจะต้องมอบเงินทั้งหมดให้เขาและไม่มีทางเอาผลประโยชน์ใด ๆ ออกจากตระกูลถงได้!
ถงกัวฮุยพูดกับผู้ช่วยของเขา “แกไปปลอบทุกคนที่บริษัท บอกว่าวิกฤตของตระกูลถงใกล้จะจบลงแล้ว!”
เขารับเอกสารสัญญามาและไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวในโรงพยาบาลอีกครั้ง
เมื่อเดินเข้าไปในตึกผู้ป่วย ถงกัวฮุยหันกลับมาพูดกับ โจวเพ่ยฮวาและถงอวิ๋นเหยียนว่า “พวกเธอรออยู่ข้างนอกนั่นแหละ! ไม่ต้องเข้ามายุ่งวุ่นวาย!”
สองคนนี้กำลังขัดแย้งกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว หากเข้าไปทะเลาะวิวาทแล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกิดไม่พอใจและเพิ่มข้อตกลงขึ้นมา เขาจะต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่!
ความขุ่นเคืองฉายแวบเข้ามาในดวงตาของโจวเพ่ยฮวา แต่เธอกลับแสร้งทำเป็นกังวล “เข้าไปคนเดียวจะอันตรายนะคะ”
“กูก็ทำตามที่มันบอกแล้วไงมันยังจะต้องการอะไรอีก!” ถงกัวฮุยพูดใส่อารมณ์และเดินกะเผลกเข้าไปในห้องผู้ป่วย
เขาไม่เคยตระหนักถึงเรื่องมารยาทเลยสักครั้ง
เมื่อประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดออก ใบหน้าของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกฉายแววถึงความเข้าใจ
เธอรู้ดีว่าถงกัวฮุยจะต้องเห็นด้วย แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะกลับมาเร็วขนาดนี้
ไม่ว่าคำขอของเธอจะมากสักเพียงไหนแต่มันก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความฟุ่มเฟือยของถงกัวฮุยและทำให้เขากลายมาเป็นคนติดดินได้ ถงกัวฮุยจะยอมแพ้ให้กับบ่อเงินบ่อทองของตระกูลถงได้อย่างไร? เธอรู้จักนิสัยของเขาดี
เสี่ยวเป่าแสดงสีหน้าดุร้ายทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของ ถงกัวฮุย เขารีบวิ่งเข้าไปทุบตีอีกฝ่าย “ไอ้คนเลว! แกมาทำอะไรอีก!”
เยี่ยหานที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบคว้าตัวเสี่ยวเป่าเอาไว้ “เสี่ยวเป่าเงียบ ๆ หม่ามี้มีเรื่องจะคุยกับไอ้คนเลว”
ถงกัวฮุยกัดฟันกรอดและส่งเอกสารสัญญาให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง “รีบเซ็นต์ซะสิ!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองเขาเล็กน้อยและพูดอย่างใจเย็น “จะรีบอะไรนักล่ะ? รอให้ทนายฉันมาถึงก่อนแล้วค่อยเซ็นต์สัญญาที่ฉันทำขึ้น ฉันไม่ไว้ใจแกหรอก”
ถงกัวฮุยฉลาดแกมโกงและลูกสาวแท้ ๆ ของเขาย่อมรู้จักเขาเป็นอย่างดี ใครจะไม่รู้ว่าเขาแอบทำกับดักหรือช่องโหว่ในสัญญา?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกระซิบอะไรบางอย่างกับเยี่ยชวง จากนั้นเยี่ยชวงจึงเดินออกไปหาทนายความ
ถงกัวฮุยกำลังโกรธจัด แต่เมื่อเขาสังเกตเห็นว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองเห็นกับดักทุกอย่าง เขาก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมา
เขาสร้างช่องโหว่มากมายเอาไว้บนสัญญา
หากลงนามบนกระดาษ สถานภาพของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นที่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินอะไรเลย และจะไม่ได้รับผลประโยชน์จากทางบริษัทแม้แต่หยวนเดียว!
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเธอจะมองมันออก!
ถงกัวฮุยก้าวไปข้างหน้าและหยิบสัญญาที่ถูกโยนกองไว้กับโต๊ะคืนมาด้วยความรู้สึกผิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเยาะเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขา
ทนายความรีบเข้ามาและส่งหนังสือสัญญาฉบับใหม่ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “คุณถงลองดูก่อนสิครับ สัญญาไม่มีตรงไหนผิดแน่นอน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพลิกเอกสารดูอย่างว่องไว
บุคคลที่เยี่ยชวงหามาย่อมน่าเชื่อถือ ยิ่งไปกว่านั้นเยี่ยชวงยังอ่านตรวจตรามันแล้วหนึ่งรอบ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพลิกไปหน้าสุดท้ายและให้ถงกัวฮุยลงนาม “เซ็นชื่อสิ หลังจากเซ็นชื่อแล้วพรุ่งนี้เงินถึงจะเข้าบัญชีแก”
จากนั้นตระกูลถงก็จะได้รับความช่วยเหลือเช่นกัน
ถงกัวฮุยพลิกอ่านสองสามหน้าแรกอย่างไม่สบายใจนัก
เขาพบว่าเอกสารสัญญาไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ทำอะไรเลยเหรอ? เขาประหลาดใจมากแต่เมื่อเขาเห็นส่วนแบ่งสี่สิบเปอร์เซ็นต์ หัวใจของถงกัวฮุยก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นประธานบริษัท แต่หุ้นในมือเขากลับน้อยกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์
เขากัดฟันและทำได้เพียงเซ็นต์ชื่อเท่านั้น