พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 73 หม่ามี้ถูกรังแกอีกแล้ว
ตอนที่ 73
หม่ามี้ถูกรังแกอีกแล้ว
เธอไม่สนใจท่าทางที่โกรธเคืองของถงกัวฮุย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจและแสร้งทำเป็นเศร้า “ฉันก็อยากช่วยตระกูลถงเหมือนกัน แต่แค่นี้พวกแกก็ยังไม่เต็มใจเลย แล้วฉันจะช่วยอะไรได้”
เธอพูดก่อนปรับน้ำเสียงให้ฟังดูเย็นชาอีกครั้ง “เยี่ยชวง ส่งแขก!”
เยี่ยชวงพยักหน้าและก้าวเข้าไปข้างหน้า “เชิญ อย่าให้ฉันต้องลงมือเลย”
“นังเนรคุณ! ฉันปล่อยให้ลูกอย่างแกเกิดมาได้ยังไง!” ใบหน้าของถงกัวฮุยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขณะมองดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอต้องการขับไล่พวกเขาออกไปต่อหน้าผู้คนมากมายโดยไม่หลงเหลือความเห็นอกเห็นใจให้พวกเขาแม้แต่น้อย!
เมื่อเห็นว่าถงกัวฮุยเริ่มต่อว่า โจวเพ่ยฮวากับ ถงอวิ๋นเหยียนก็สลัดความขี้ขลาดทิ้งและชี้หน้าด่าทอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “นังเนรคุณ! แกหลอกพวกเรามานาน ในที่สุดก็ยอมรับแล้วสินะว่าต้องการอะไร!”
“ทำไมแกไม่ชะโงกดูกะลาหัวตัวเองว่ามีคุณสมบัติพอจะได้หุ้นพวกนั้นไปบ้างมั้ย! ระวังว่าจะต้องทนดูจนตายไปซะก่อน!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโกรธมากที่พวกเขาหัวเราะเยาะ
คนที่ไร้ยางอายช่างอยู่ยงคงกระพันและไม่เกรงกลัวสิ่งใด
ประโยคข้างต้นดูเหมือนว่าจะออกแบบมาเพื่อพวกเขา
“พวกแกมีหน้ามาพูดแบบนี้ได้ยังไง? ตอนนั้นแม่ฉันเป็นคนพิชิตตระกูลถงจนได้มันมาครอบครอง แต่แกกลับบุกรุกเข้ามาครอบครองของคนอื่นหน้าด้าน ๆ แถมยังปล้นทุกอย่างไปจากฉัน! ตอนนี้ฉันอยากได้สิ่งที่เป็นของฉันคืน!”
สีหน้าของถงกัวฮุยดูดุร้ายขึ้น “ซี้ซั้ว! ฉันเป็นสามีแม่แก ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอเป็นของฉัน และแกก็เป็นลูกสาวฉันด้วย!”
ฟังที่เขาพูดสิ
ดื้อด้านเสียจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเธอดูเฉยเมยมาก
เธอยื่นคำขาดให้กับถงกัวฮุย “หุ้นส่วนแบ่งสี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น นี่เป็นเงื่อนไขเดียวที่ฉันจะช่วยตระกูลถง ถ้าแกไม่เห็นด้วยฉันจะใช้สตีเฟนกรุ๊ปทำลายล้างถงกรุ๊ปทีละขั้นตอน!”
น้ำเสียงของเธอเย็นชาและแน่วแน่
ทำให้ทุกคนรู้สึกได้ว่าเธอจะทำอย่างที่พูดไว้
พิจารณาจากความแข็งแกร่งของตระกูลถง ตอนนี้แม้แต่บริษัทเล็ก ๆ ก็ยังสามารถแข่งขันได้ ไม่ต้องพูดถึงสาขาย่อยของสตีเฟนกรุ๊ปเลย
ทั้งที่ไม่มีทางเลือกอื่นแต่กลับยังข่มขู่อย่างโจ่งแจ้ง
“นังสารเลว แกกล้าดียังไง!” ถงกัวฮุยโกรธจัดรีบพุ่งเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวเตรียมจะง้างมือฟาดหน้าเธอ
ท่าทางดังกล่าวทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเตรียมตัวรับชะตากรรม
ทว่าท่าทางที่ว่องไวและสายตาที่ปราดเปรื่องของ เยี่ยชวงกลับคว้ามือของเขาเอาไว้ได้ทันและออกแรงบีบอย่างแรงจนเขาไม่สามารถยกมือขึ้นมาได้อีก
แรงบีบรุนแรงมากจนสีหน้าของถงกัวฮุยเปลี่ยนไป แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสยะยิ้ม ทว่าสีหน้ากลับดูไม่มีความสุข
ดวงตาทั้งสองข้างจับจ้องไปทางถงกัวฮุย แม้ริมฝีปากจะยิ้มกว้างแต่ภายในกลับรู้สึกสะเทือนใจ
“ทำไมฉันจะไม่กล้าล่ะ? ในเมื่อทั้งหมดนี้เป็นเพราะแก! พ่อที่แสนดี! ดูสิว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาแกทำอะไรกับฉันบ้าง? ถ้าวันนั้นแม่ฉันไม่ช่วยเหลือแกเอาไว้ แกจะมีสิทธิ์ได้ครอบครองตระกูลถงเหมือนทุกวันนี้เหรอ? แกมันก็ไอ้ขี้แพ้! ดูแลบริษัทตัวเองยังไม่ได้เลย เอาแต่เร่ขายลูกสาวหาเงินมาหมุนบริษัทไปวัน ๆ! พอหาทางเอาเปรียบกับลูกสาวไม่ได้ก็คิดยอมแพ้แล้วมาใช้วิธีการสกปรกกับฉันแทน! แบบนี้ยังมีหน้ามาขอให้ฉันช่วยอีกเหรอ? ในเมื่อแกอยู่ที่นี่แล้วฉันก็จะพูดให้ชัดเจน! จะยอมรับเงื่อนไขของฉัน หรือว่า… จะมองดูตระกูลถงพังพินาศลง!”
ตอนนี้ความคับข้องใจ ความไม่พอใจและความโกรธเคืองทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในใจของเธอระเบิดออกมาจนหมด แม้แต่น้ำตายังเอ่อล้นออกมาจากดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
นี่คือเจตจำนงในการประกาศเสรีภาพและสงครามอย่างเป็นทางการ
เธอจะไม่มีทางปล่อยตระกูลถงและคนที่อยู่ตรงหน้าไป!
ดวงตาของถงกัวฮุยเป็นสีแดงก่ำ เขารีบผละออกจาก ง้างมือของเยี่ยชวงและพุ่งปลี่เข้าไปตบถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“นังชั่ว! กูทำให้คนอย่างมึงเกิดมาได้ยังไง! ถ้ากูรู้ว่ามึงจะเป็นแบบนี้กูคงจะบีบคอมึงตายตั้งแต่เกิดแล้ว!”
คำพูดแบบนี้จากปากของคนเป็นพ่ออาจทำให้หัวใจของใครหลายคนแตกสลายได้ คำพูดที่ฉายวนครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าหัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับสงบนิ่งเพราะเขาได้ตายจากไปนานแล้ว!
เยี่ยชวงไม่ได้แสดงความเมตตาอีกต่อไป เธอใช้แรงกำลังทั้งหมดที่มีเตะอัดเข้าหน้าท้องของถงกัวฮุยจนเขาทะยานออกไปไกล
เธอเข้าใจเรื่องการเคารพผู้สูงอายุและมีเมตตาต่อเด็กดี แต่ถงกัวฮุยไม่สมควรได้รับมัน
เยี่ยชวงดูถูก “ฉันหวังว่าคนขี้ขลาดอย่างแกจะตายในเร็ววัน มีชีวิตอยู่ต่อไปก็สิ้นเปลืองอากาศเปล่า ๆ”
ศีรษะของถงกัวฮุยกระแทกเข้ากับประตูห้องจนเกิดเสียง “ตุบ” ขาของเขากระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรงจนเขาคร่ำครวญและไม่สามารถลุกขึ้นมาได้
“กัวฮุย!”
“พ่อ!”
โจวเพ่ยฮวากับถงอวิ๋นเหยียนตะโกนออกมาพร้อมกันและรีบเข้าไปดูเขา
โจวเพ่ยฮวามองดูใบหน้าที่เจ็บปวดของถงกัวฮุยก่อนจะหันไปด่าทอถงเหมี่ยวเหมี่ยว “เขาเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดแก แกยังลงไม้ลงมือทำยังกับเขาไม่ใช่คน!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่บนเตียงด้วยสายตาเย็นชาและยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก
เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสมากกว่าเขาในตอนนี้กว่าสิบเท่าไม่ใช่เหรอ?
แม้แต่ตอนนี้บาดแผลบนร่างกายก็ยังเจ็บอยู่ แถมใบหน้าอันน่าสะอิดสะเอียนของพวกเขาก็ยังอยู่ตรงหน้า
เธอไม่ได้รู้สึกเห็นใจครอบครัวนี้เลยและไม่ได้ต้องการเห็นหน้าพวกเขาอีกครั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันได้ยินมาว่าเจ้าหนี้ให้เวลาพวกแกสองวัน หลังจากคำนวณดูแล้ว ตอนนี้เขาน่าจะไปถึงประตูบ้านพวกแกแล้วล่ะ ถงกัวฮุยแกเหลือเวลาคิดอีกสองชั่วโมงเท่านั้น ถ้าคิดได้เมื่อไหร่ก็มาหาฉันได้ทุกเมื่อ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วเหลือกมองด้านข้าง “เยี่ยชวง ส่งแขก”
เธอพูดคำว่า “ส่งแขก” ไม่ต่ำกว่าสองถึงสามครั้ง จนในที่สุดพวกเขาทั้งสามคนก็ยอมจากไปโดยดี
เยี่ยชวงเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อพวกเขา จากนั้นจึงโยนพวกเขาออกไปจากห้องพักผู้ป่วย
ทั้งสามคนยืนสาปแช่งด่าทออยู่ข้างนอกห้องพยาบาลและประคองพากันเดินออกไป
เมื่อไม่มีกลุ่มคนน่าขยะแขยงมารบกวนสายตา ห้องก็ดูสะอาดสะอ้านขึ้น
เยี่ยชวงริมน้ำร้อนให้เธอหนึ่งแก้ว “คุณหนู คุยมาตั้งนานคงจะกระหายน้ำแน่”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มรับ แต่หลังจากที่เธอรับแก้วน้ำมา เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เสียงอันร่าเริงของเสี่ยวเป่าดังขึ้นมานอกประตูห้อง “หม่ามี้! เสี่ยวเป่าเอง!”
เยี่ยชวงรีบไปเปิดประตู
เยี่ยหานกับเสี่ยวเป่าเดินเข้าไปมาห้องและรับรู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เก้าอี้หลายตัวภายในห้องผู้ป่วยล้มระเนระนาดอยู่บนพื้น เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่
และมีถุงผลไม้ตามฤดูกาลราคาถูกวางกองอยู่บนโต๊ะ
คาดว่าคงมีคนแวะมาที่นี่
ใครบางคนที่เข้ามาก่อนหน้านี้คงจะเข้ามาสร้างปัญหาในห้องต่อหน้าเยี่ยชวง
เยี่ยหานถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้รับอันตรายอะไรและมีเยี่ยชวงคอยอยู่เคียงข้าง
ทว่าเสี่ยวเป่ายังคงโกรธอยู่ เขารีบวิ่งเข้าไปหาเอื้อมมือเล็ก ๆ ออกไปลูบแก้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างเป็นทุกข์และถามว่า “หม่ามี้ถูกรังแกอีกแล้วเหรอ!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบส่ายหัวเมื่อเห็นสีหน้าตึงเครียดของเสี่ยวเป่า “ไม่จ๊ะ หม่ามี้ไม่ได้ถูกรังแก”
หม่ามี้โกหก
เสี่ยวเป่ารู้ว่าแม่จะไม่บอกเขาเพราะกลัวว่าเขาจะเป็นกังวล
คนตัวเล็กดูหงุดหงิดเล็กน้อยและพึมพำเบา ๆ “ถ้า เสี่ยวเป่าโตแล้วจะมาปกป้องหม่ามี้เอง…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดของ เสี่ยวเป่า