พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 72 คุกเข่าขอโทษ
ตอนที่ 72
คุกเข่าขอโทษ
สีหน้าราวกับกำลังจะประสบความสำเร็จ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพูดเข้าตรงประเด็น “ฉันรู้ว่าแกมาที่นี่เพื่อขอร้องฉัน ตระกูลถงกำลังจะล้มละลายแล้วใช่มั้ยล่ะ?”
เขานึกไม่ถึงว่าเธอจะรู้เรื่องราวทุกอย่างและพูดเข้าตรงประเด็น ถงกัวฮุยยิ้มค้างและพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งเอนหลังอยู่บนเตียงพยาบาลด้วยสีหน้าเย็นชาและพูดอย่างเด็ดขาดว่า “อย่าได้แม้แต่จะคิด ฉันไม่ช่วยตระกูลถงหรอก ดูสิ่งที่พวกแกทำกับฉันสิ ฉันไม่ใช่คนในตระกูลถงอีกต่อไปแล้วและแกก็ไม่ใช่พ่อของฉัน!”
เธอเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่หินหรือหญ้าที่จะอยู่ได้โดย ไร้ความรู้สึก
ถึงแม้ว่าหัวใจของเธอจะแข็งแกร่งราวกับหินผา แต่ทุกวันนี้มันกลับแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ!
คนที่นับตัวเองว่าพ่อ คำว่าครอบครัวมันทำให้เธอทุกข์ทรมาน
ถงกัวฮุยขมวดคิ้ว “แกจะพูดแบบนี้ไม่ได้! ยังไงซะเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันก็ยังไหลเวียนอยู่ในตัวแก สายสัมพันธ์ทางสายเลือดไม่มีวันแตกหักออกจากกันได้”
น้ำเสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังดูไม่แยแสและไร้ความเมตตา “ใช่! เพราะงั้นถึงได้ตามมาทำร้ายกันไม่หยุดไม่หย่อนจนฉันขยะแขยง!”
เธอรู้สึกเศร้าใจที่มีพ่ออย่างนี้! มันเป็นจุดด่างพร้อยในชีวิตที่เธอไม่สามารถลบล้างได้
มันไม่ต่างอะไรกับความอัปยศอดสู
เส้นเลือดบนหน้าผากของถงกัวฮุยกำลังปูดโปนออกมา เขาใจร้อนอยากจะทุบตีนังลูกเนรคุณคนนี้เต็มทน!
แต่เขายังคงอดกลั้น กัดฟันทำให้เธอประทับใจ “ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องช่วยตระกูล ต่อให้แกไม่พอใจแค่ไหน แต่ตระกูลถงก็เลี้ยงดูแกมา!”
เป็นความจริงที่ว่าตระกูลถงเลี้ยงดูเธอมา
ถงกัวฮุยรู้จักจับประเด็นสำคัญจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูถงกัวฮุยด้วยสายตาแน่วแน่ “แล้วยังไง? แกอยากจะให้ฉันชดใช้ความมีน้ำใจที่เลี้ยงฉันมาเหรอ?”
เลือกพิจารณาได้ดีนี่
ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความเสียดสี “ถงกัวฮุย ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าแกจะใช้ความมีพระคุณมาเป็นไม้ตายสุดท้าย”
ถงกัวฮุยรู้สึกว่าใบหน้าของเขากำลังร้อนระอุ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดต่อ “ก็ได้ ฉันจะยอมรับคำขอโทษของพวกเธอก็ได้ แต่ให้พวกเธอคุกเข่าแล้วก้มหัวให้ฉันสิ จะปล่อยให้ฉันบาดเจ็บโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้หรอกนะ แกก็คิดแบบนั้นเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ?”
แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ สีหน้าของโจวเพ่ยฮวากับ ถงอวิ๋นเหยียนก็เปลี่ยนไป
ถงอวิ๋นเหยียนจ้องเขม็ง “ฝันไปเถอะ!”
โจวเพ่ยฮวาอยากจะฆ่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้ตายทั้งเป็น “ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแกมีจิตสำนึกบ้างมั้ย! ฉันอายุมากกว่าแก แกจะให้ฉันมานั่งคุกเข่าให้แกได้ยังไง?”
ถงกัวฮุยขมวดคิ้วเมื่อเห็นทั้งสองคนมีปฏิกิริยาที่รุนแรงขึ้น “อย่างนั้นคงไม่เหมาะสม…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลิกคิ้ว “จะไม่คุกเข่าเหรอ?”
เธอหัวเราะเยาะ “ถ้างั้นก็ออกไปให้พ้น รอให้ตระกูลถงล้มละลายแล้วไปนอนเกลือกกลั้วบนถนนซะ!”
เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาขอร้องเธอเพราะกำลังหมดหวัง แต่พวกเขากลับกล้าที่จะตั้งเงื่อนไขและปฏิเสธ
พวกเขาไม่มีคุณสมบัติเลยสักนิด
ตระกูลถงจวนจะล้มละลายแล้ว และดูเหมือนว่าฉากล้มละลายจะปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาทันทีเมื่อ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเตือน
ท่าทางของโจวเพ่ยฮวากับถงอวิ๋นเหยียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน
พวกเธอเคยชินกับการสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมและกินอาหารชั้นเลิศ การหวนคืนสู่ความยากจนอีกครั้งจึงเปรียบเสมือนการฆ่าพวกเธอทั้งเป็น
ใบหน้าของถงกัวฮุยเคร่งขรึมขึ้น เขาเงยหน้ามองสีหน้ามาดมั่นของถงเหมี่ยวเหมี่ยวและรู้ดีว่าเธอจะไม่มีทางยอมแพ้
ดังนั้นเวลาจะขอความช่วยเหลือจากใครจำเป็นจะต้องถ่อมตัว
ถงกัวฮุยกัดฟัน “ไม่ได้ยินหรือไง? พวกเธอสองคนคุกเข่าลงและขอโทษซะ!”
โจวเพ่ยฮวามองเขาด้วยสายตาเหลือเชื่อ แต่เขากลับเบือนหน้าหนีและไม่สนใจเธอเลย
แล้วเธอจะพูดอะไรได้อีก โจวเพ่ยฮวาเงยหน้ามองสีหน้าเยาะเย้ยของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงตัวสั่น
โจวเพ่ยฮวาจับมือถงอวิ๋นเหยียนให้คุกเข่าลงพร้อมกันอย่างขมขื่น
พวกเธอทั้งสองคุกเข่าลง “ขอโทษ!”
แม้ว่าปากจะพูดขอโทษแต่น้ำเสียงกลับฟังดูเหมือนคำสาปแช่งเสียมากกว่า
สีหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูเย็นชาขึ้น “ในเมื่อคิดจะขอโทษแล้วก็ควรขอโทษด้วยความจริงใจ อย่ามาทำให้ฉันรู้สึกแย่อีก ไม่อย่างนั้น…”
เธอไม่ได้พูดประโยคต่อไป แต่พอจะคาดเดาได้ว่ามันเป็นคำพูดคุกคามอย่างแน่นอน
โจวเพ่ยฮวาไม่เคยทุกข์ทรมานกับความอัปยศอดสูในชีวิตเช่นนี้มาก่อน และแอบสาบานในใจว่าวันหนึ่งเธอจะเอาคืนถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นการส่วนตัวให้ได้!
ดวงตาของถงอวิ๋นเหยียนแดงก่ำจนเกือบจะหลั่งน้ำตาออกมา ถึงอย่างนั้นกลับรักศักดิ์ศรีไม่ยอมเผยด้านที่อ่อนแอและพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
พวกเธอโค้งคำนับอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่จริงใจกว่าเดิม “ขอโทษ! พวกเราไม่ควรลักพาตัวเธอไปให้ผู้จัดการหลี่เลย!”
เยี่ยชวงที่อยู่ด้านข้างร้องตะโกนอย่างเย็นชา “พวกเธอสักแต่จะพูดขอโทษคุณเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างเดียวเลยหรือไง?”
เธอเล็งเห็นบทสรุปทั้งหมดจริง ๆ!
ทั้งสองอดทนต่อความอัปยศอดสูและขอโทษอีกครั้ง “ขอโทษ! พวกเราจะไม่ควรคิดร้ายกับเธอเลย และจะไม่ทำแบบนั้นอีก!”
หลังจากขอโทษเสร็จ โจวเพ่ยฮวากับถงอวิ๋นเหยียนก็รีบลุกขึ้นยืนทันทีเพราะเกรงว่าจะต้องคุกเข่าต่ออีกหนึ่งวินาที
ถงกัวฮุยก้าวไปข้างหน้าเพื่อบดบังสายตาของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและรีบถามประจบประแจง “เหมี่ยวเหมี่ยว ลูกคิดว่ามันพอจะได้มั้ย?”
“ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่แกพูด”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับแก้วน้ำที่เยี่ยชวงส่งมาให้อย่างใจเย็น จิบน้ำและเปลี่ยนเรื่อง “ไม่แน่นอน ทำไมฉันจะต้องช่วยครอบครัวพวกแกด้วย? คิดว่ามันดีกับฉันแล้วหรือไง?”
ถงกัวฮุยโกรธมากจนแทบจะอาเจียนเป็นเลือด “ไหนแกบอกว่าพวกเราขอโทษแล้วจะช่วยพวกเราไง?”
เยี่ยชวงที่อยู่ข้าง ๆ ยิ้มและพูดว่า “คนละเรื่องกัน คุณเหมี่ยวเหมี่ยวบอกว่าเธอจะบาดเจ็บโดยเสียเปล่าไม่ได้ ถึงได้ขอให้สองคนนั้นขอโทษไง ไม่ได้บอกว่าจะช่วยพวกแกสักหน่อย!”
การคุกเข่าขอโทษจากทั้งสองคนไม่คู่ควรกับอาการบาดเจ็บสาหัสของคุณเหมี่ยวเหมี่ยวเลยสักนิดไม่ใช่เหรอ?
หากนายท่านอยู่ที่นี่ด้วย ต่อให้ทั้งสองคนคุกเข่าจนเลือดออกปางตายเขาก็จะไม่หยุด!
โจวเพ่ยฮวากับถงอวิ๋นเหยียนที่ยืนอยู่ด้านข้างกำลังตัวสั่นด้วยความโกรธเคือง ความอัปยศอดสูของพวกเธอไร้ประโยชน์อย่างนั้นหรือ?
“ถงเหมี่ยวเหมี่ยว! อย่าให้มันมากไปนัก!” ทั้งสองคนพูดอย่างหมดความอดทน
เยี่ยชวงจึงกวาดสายตามองและพูดเตือน “พวกแกอย่าเพิ่งลืมสิ่งที่เพิ่งพูดไป! หรือถ้าเสแสร้งอยู่ก็เชิญออกไปซะ!”
ทั้งสองคนรีบปิดปากทันที ทว่าหน้าอกของพวกเธอกลับสั่นเทาด้วยความโกรธจัด
เยี่ยชวงรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นเช่นนั้น
ถงกัวฮุยมีสีหน้ามืดมนขณะมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า
เขารู้สึกว่าเขากำลังถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวหลอกอยู่
แต่ถงกัวฮุยกลับปฏิเสธที่จะโจมตี และมองดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบนเตียงด้วยสายตาเศร้าสร้อยแทน “แล้วต้องทำยังไงแกถึงจะช่วยตระกูลถง?”
ในที่สุดแรงกดดันก็มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียง
หรี่ตาลงเล็กน้อยและพูดอย่างเจ้าเล่ห์ “อยากรู้งั้นเหรอ? งั้นฉันจะบอกให้เอาบุญ”
ริมฝีปากสีแดงเข้มขยับขึ้นลงขณะพูดระบุเงื่อนไขออกมา “ฉันต้องการถือหุ้นของตระกูลถงสี่สิบเปอร์เซ็นต์”
เดิมทีเธอพยายามหาทางให้ได้มันมาครอบครอง และมีแนวโน้มว่าเธอจะต้องซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นในราคาที่สูงกว่าเดิม แต่กลับนึกไม่ถึงว่าถงกัวฮุยจะหามาเธอก่อนและทำให้เธอได้เปรียบ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดตามความเป็นจริงด้วยน้ำเสียงไม่แยแส “ส่วนแบ่งเดิมที่แม่ฉันทิ้งไว้ให้ พวกแกฉวยโอกาสความเป็นเด็กของฉันฉ้อโกงหุ้นพวกนั้นไป ตอนนี้เอาคืนมาซะ”
และการที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแย่งชิงของที่ควรจะเป็นของเธอคืนมามันไม่ได้มากเกินไปเลย
แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ กลับบ่งชี้ราวกับว่านี่เป็นกำไรของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาโกรธมากรีบพุ่งเข้าไปชี้หน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ฝันลม ๆ แล้ง ๆ!”
ความเมตตาทั้งหมดที่มีมาก่อนหน้านี้จางหายไปทันที