พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 68 ช่วยเหลือตระกูลถง
ตอนที่ 68
ช่วยเหลือตระกูลถง?
“เท่าที่ผมรู้มา ผู้ชายที่อยู่ในห้องควรจะต้องแต่งงานกับน้องสาวคุณ”
มู่อวี้เฉิงไม่ตอบรับคำขอบคุณของเธอและหยิบยกเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาแทน
ทำให้ท่าทางที่อ่อนโยนของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา
คำพูดที่ชายคนนั้นพูดยังคงดังก้องอยู่ในหูเธอ
เขากว้านซื้อผู้หญิงมาด้วยเงิน และเงินค่าสินสอดก็จะกลายมาเป็นค่าขนมของเธอ…
เดิมทีเธอไม่เข้าใจความหมายของคำพูดพวกนี้มากนัก แต่ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจมันแจ่มแจ้งแล้ว
ครั้งนี้ตระกูลถงทำเกินขอบเขตและพวกเขาตั้งใจขายเธอ!
“น้องสาวคุณไม่อยากแต่งงานกับเขา ทางตระกูลถงถึงได้มาลักพาตัวคุณไปและใช้คุณเป็นตัวแทนเธอ”
มู่อวี้เฉิงสังเกตเห็นท่าทางเย็นชาของเธอจึงพยายามพูดให้ช้าลง
แต่หลังจากเขาพูดจบ เสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ดังขึ้น
“ฉันไม่มีน้องสาว”
สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับถงอวิ๋นเหยียนไว้ด้วยกันคือถงกัวฮุย และตอนนี้เธอตัดสายสัมพันธ์กับถงกัวฮุยแล้ว
เธอจะไปนับถงอวิ๋นเหยียนว่าเป็นน้องสาวได้อย่างไร
มู่อวี้เฉิงเม้มปากและพูดเปลี่ยนเรื่องโดยกล่าวอ้างอิงถึงตอนที่ถงกัวฮุยไปสร้างปัญหาถึงสตีเฟนกรุ๊ป
“ทำไมคุณถึงไม่มาบอกผมล่ะว่าถงกัวฮุยไปสร้างปัญหาให้คุณถึงหน้าบริษัท?”
หากเขารู้เรื่องก่อนหน้านี้ เขาจะส่งคนมาจับตาดูการเคลื่อนไหวของตระกูลถงอย่างใกล้ชิด
ถึงแม้ว่าพี่ชายกับน้องสาวคู่นี้จะเก่งกาจ แต่พวกเขามีกันแค่สองคนเท่านั้นจะสามารถปกป้องแม่ลูกคู่นี้ได้อย่างไร
เมื่อได้ยินว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องในวันนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ย้อนนึกถึงวันเหตุการณ์ตอนที่ถงกัวฮุยบุกเข้ามาสร้างปัญหาถึงบริษัท
เมื่อมีเยี่ยหานกับเยี่ยชวงมาอยู่เคียงข้าง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเผลอวางใจและลืมเรื่องสำคัญเช่นนี้ไปสนิท ทำให้ถงกัวฮุยมีช่องว่างในการลงมือ!
“พวกเราไม่ได้สนิทอะไรกันขนาดนั้นนี่คะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสลัดความคิดต่าง ๆ ออกและหันมาสบตากับมู่อวี้เฉิง
เธอประทับใจมากที่มู่อวี้เฉิงเข้ามาช่วยเหลือเธอได้ทันเวลา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอะไรบางอย่างที่คั่นกลางระหว่างพวกเขาอยู่ดี
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและรู้สึกแปลก ๆ ในใจเมื่อเห็นท่าทางห่างเหินของเธอ
ทว่าใบหน้าซีดเซียวของเธอกลับทำให้มู่อวี้เฉิงเก็บครอบงำคำถามที่ค้างคาอยู่กลับออกไป
“ตระกูลถงเข้ามาหาเรื่องคุณสามครั้งแล้ว ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปคุณกับเสี่ยวเป่าจะตกอยู่ในอันตราย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้แสดงความคิดเห็น
และไม่จำเป็นต้องคาดเดาก็พอจะรู้ได้ว่าถงกัวฮุยจะลงมือทำลายเสี่ยวเป่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเองอย่างแน่นอน
โชคดีที่เยี่ยหานคอยอยู่ข้าง ๆ เสี่ยวเป่า
“ถ้าถูกทำร้ายอีกจะทำยังไง? ต้องคอยระวังตัวไปทุกวันเหรอ?”
น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบสนอง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพิจารณาถึงปัญหานี้เช่นกัน
หากเธอตัวคนเดียว ตระกูลถงคงจะเป็นได้แค่ตัวตลกสำหรับเธอ
แต่ตอนนี้เธอมีเสี่ยวเป่าอยู่ด้วย
ครั้งล่าสุดที่ถงกัวฮุยลักพาตัวเสี่ยวเป่าไป เขาแทบจะไม่ต้องออกแรงอะไรเลย…
“ตระกูลถงตามราวีคุณเพราะอยากจะกลับมาเป็นใหญ่อีกครั้ง” มู่อวี้เฉิงเล็งเห็นความลังเลของเธอและพูดเสียงทุ้ม “ขอแค่คุณพูดมา ผมจะช่วยเหลือตระกูลถงเอง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ
ช่วยเหลือตระกูลถงเหรอ?
ตระกูลถงทำทุกอย่างเพื่อขุดเธอให้จมดิน แล้วเธอจะให้โอกาสพวกเขาได้กลับมายืนหยัดอีกครั้งได้อย่างไร?
หากเธอต้องการ เพียงคำพูดเดียวของเธอก็สามารถช่วยเหลือตระกูลถงให้ฟื้นคืนมาอีกครั้งได้
ทว่าตระกูลถงไม่สมควรได้รับมัน
“พวกเขาสมควรได้รับมันแล้ว พวกเขากล้าลงมือทำแบบนี้มันแตกต่างจากอาชญากรตรงไหน?” เธอมองออกไปข้างนอกขณะที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ตระกูลถงทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับเรื่องพรรค์นี้ และยังมีหน้ามาขอให้เธอช่วยเหลืออีก ฝันไปเถอะ
ต่อไปเธอทำทุกอย่างด้วยตาต่อตา ฟันต่อฟัน
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงมืดมนลงขณะที่ค่อย ๆ ละสายตาออกไปจากเธอ
เขาเพียงคาดหวังว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะร้องขอความช่วยเหลือจากเขาเหมือนกับที่เธอให้ชายคนนั้นส่งคนมาคอยปกป้อง
แต่เธอกลับเงียบ
หลังจากตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสับสน มู่อวี้เฉิงกลับมามีสติอีกครั้งและยิ้มมุมปากเยาะเย้ยตัวเอง
เขาคงหลงลืมไปว่าตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถปล่อยคนที่ทำร้ายเธอไปอย่างง่ายดาย
“ดึกแล้ว คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปริปากพูดทำลายความเงียบสงบภายในห้อง
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว “หมอบอกว่าคุณบาดเจ็บอยู่ต้องพักผ่อนเงียบ ๆ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพยายามทำความเข้าใจ
มู่อวี้เฉิงกำลังเป็นห่วงเธออยู่หรือเปล่า?
“เดี๋ยวเยี่ยชวงดูแลฉันเอง”
เธอยิ้มและหันหน้าไปมองเยี่ยชวงที่อยู่ข้าง ๆ
สีหน้าของมู่อวี้เฉิงเรียบเฉยขึ้น เขาจำสิ่งที่เยี่ยชวงพูดกับเขาได้ชัดเจน
คนที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาคือใคร? มีความสัมพันธ์อย่างไรกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว?
เยี่ยชวงสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลราวกับบังเอิญได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง เธอลืมตามองด้วยความสับสนเล็กน้อย ก่อนจะรีบเงยหน้ามองถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“คุณเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นยังบ้างคะ ยังเจ็บแผลอยู่มั้ย?”
เยี่ยชวงลุกขึ้นยืนและเดินตรงเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวโดยไม่ได้สังเกตเห็นบรรยากาศอันน่าอึดอัดในห้องผู้ป่วย
เธอเข้ามายืนขวางทิวทัศน์การมองเห็นของมู่อวี้เฉิง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางกังวลของเธอและยิ้มปลอบโยน “กินยาแล้วดีขึ้นมากเลย ไม่ต้องกังวลไปหรอก”
“จะไม่กังวลได้ยังไงล่ะคะ!”
เยี่ยชวงขึ้นเสียง เธอไม่เห็นด้วยคำพูดของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง
“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของฉันเอง ฉันน่าจะบอกคุณตั้งแต่เห็นคนสะกดรอยตามเมื่อสองสามวันก่อน แต่จู่ ๆ พวกเขาก็หายตัวไป ฉันถึงได้สะเพร่าคิดน้อยและปล่อยโอกาสให้พวกเขาลงมือทำลายคุณ!”
“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ฉันจะต้องตายแน่ ๆ ค่ะ”
เยี่ยชวงหวนนึกถึงใบหน้าเย็นยะเยือกของลู่ซีจวี๋ยามโกรธจัดและอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
เมื่อได้ยินคำพูดที่เกินจริง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เผลอหันไปมองทางมู่อวี้เฉิงโดยไม่รู้ตัว
จู่ ๆ เยี่ยชวงก็ก้าวมาข้างหน้า บดบังสายตาของเธอจนมิดชิด
“คุณหนู ลงโทษฉันทีเถอะค่ะ!”
ปล่อยให้คุณเหมี่ยวเหมี่ยวลงโทษเธอเสียยังดีกว่าปล่อยให้ท่านประธานลู่ลงโทษเธอทีหลัง
เยี่ยชวงคิดเช่นนั้นขณะที่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวัง
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งมืดมนลงเรื่อย ๆ หลังจากได้ยินคำพูดของเธอ
คนคนนั้นสามารถทำให้ทหารรับจ้างมืออาชีพตกอยู่ในสภาพนี้ได้ และยังดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยวในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้
เมื่อพิจารณาจากคำพูดก่อนหน้านี้ของเยี่ยชวงแล้ว มู่อวี้เฉิงเริ่มกังวลเกี่ยวกับความรู้สึกของถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มีต่อคนคนนั้น
“ฉันเหนื่อยแล้ว คุณช่วยไปส่งคุณมู่ทีค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกได้ถึงแรงกดดันในห้อง จึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งและไม่ตอบสนองต่อความคาดหวังของเยี่ยชวง แต่ให้เธอออกไปส่งแขกแทน
ทั้งสองตกตะลึงกันมาก
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเยี่ยชวงและลุกขึ้นยืนโดยไม่รีรอให้เธอพูดอะไร
“ไม่ต้องลำบากหรอก ให้เธออยู่ดูแลคุณเถอะ”
เขาพูดและหันหลังเดินกลับออกไปจากห้องผู้ป่วย
ลู่หมิงรออยู่ที่หน้าประตูห้องตลอดเวลา
“ท่านประธาน อาการบาดเจ็บของคุณถงเป็นยังไงบ้างครับ?”
ลู่หมิงถามเมื่อเห็นเขาเดินออกมา
ทว่าเขากลับเพิ่งสังเกตเห็นสีหน้าขมุกขมัวของท่านประธานทันทีที่พูดจบ จึงไม่ได้ถามซักไซ้ต่อ
หลังจากเดินตามมู่อวี้เฉิงไปถึงรถ ลู่หมิงก็ได้ยินเสียงของท่านประธานดังขึ้น
“เรื่องที่ฉันให้นายไปตามสืบได้ความมาว่ายังไงบ้าง?”
เมื่อมีเรื่องงานเข้ามา ลู่หมิงก็ดูจริงจังขึ้น
“ผมตามสืบเท่าที่จะสืบได้ครับ”
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว
หากกล่าวเช่นนั้นคงมีเรื่องบางอย่างที่จงใจซ่อนเร้นอยู่
ผู้ชายคนนั้นสามารถหลบหลีกสายสืบของตระกูลมู่ได้จริง ๆ สินะ
“คุณถงเข้าร่วมสตีเฟนกรุ๊ปหลังจากเดินทางไปต่างประเทศ และได้พบปะกับลู่ซีจวี๋หลานชายของท่านประธานสตีเฟน ปัจจุบันขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานสตีเฟนกรุ๊ปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนดูเหมือนจะใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก”