พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 69 ฟางเส้นสุดท้าย
ตอนที่ 69
ฟางเส้นสุดท้าย
หลังจากที่ลู่หมิงพูดจบ เขาก็ดึงเอาโทรศัพท์มือถือและกองเอกสารที่ลูกน้องส่งมาให้ออกมา
ภายในประกอบด้วยภาพถ่ายมากมายของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังพูดคุยหัวเราะอยู่กับผู้ชายอีกคน
แน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากลู่ซีจวี๋
รายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวตนของลู่ซีจวี๋ถูกเก็บงำเอาไว้เป็นความลับ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับถูกเปิดเผยอย่างง่ายดาย
การกระทำแบบนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นการป่าวประกาศอำนาจการปกครอง
และเขาจงใจทำมัน
ความกดอากาศรอบตัวมู่อวี้เฉิงลดลงจนถึงจุดเยือกแข็งทันที
ลู่หมิงนั่งเงียบทันทีเมื่อเห็นท่าทางของท่านประธานเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน แต่ทั้งนี้จิตใจกลับสั่นไหว
ตอนนี้ท่านประธานกำลังโมโหเพราะคุณถงหรือเปล่า? เพราะไปเจอรูปคุณถงกับผู้ชายอื่นใช่ไหม?
เขาหึงหวงหรือแค่อยากจะแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของกันแน่?
แต่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ดูเหมือนว่าตอนนี้คุณถงจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับท่านประธานเลย…
เขารู้สึกสงสัยแต่มู่อวี้เฉิงที่อยู่ด้านข้างไม่ยอมปริปากพูดอะไร
มู่อวี้เฉิงไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ ตลอดการเดินทางกลับไปยังวิลล่าตระกูลมู่
จนกระทั่งร่างของท่านประธานลับสายตาไป ลู่หมิงจึงถอนหายใจออกมา
วันรุ่งขึ้นลู่หมิงเดินทางมารับมู่อวี้เฉิงที่วิลล่าตรงเวลา
“นี่คืออะไรเหรอครับ?”
ลู่หมิงหยิบของที่วางอยู่บนเบาะนั่งด้านข้างขึ้นมาด้วยความสงสัย
มู่อวี้เฉิงนำของสิ่งนี้มามอบให้เขาทันทีที่ขึ้นรถมา และบอกให้เขานำมันไปให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ลู่หมิงจ้องมองขวดอยู่นานแต่กลับไม่พบคำอธิบายใด ๆ
ขณะที่เขากำลังจะยอมแพ้ จู่ ๆ ปลายนิ้วก็สัมผัสได้ถึงรอยขีดบนขวดและพอจะคาดเดาได้ว่ามันคืออะไร
หลังจากสัมผัสรอยสลักแล้ว ลู่หมิงคาดเดาได้ทันที
เขานึกถึงบุคคลหนึ่งที่มักจะสลักตัวตนทิ้งเอาไว้ในลักษณะแบบนี้
ใครก็ตามที่รู้จักเขาจะต้องประหลาดใจกับอัจฉริยะทางการแพทย์ของเขา
และเขาเป็นคนค้นพบยานี้!
“ถ้าเกิดคุณถงถาม ผมคงจะต้องอธิบายสรรพคุณให้เธอฟังด้วยหรือเปล่าครับ”
ลู่หมิงระงับความประหลาดใจและถามขึ้นอีกครั้ง
ในที่สุดเสียงของมู่อวี้เฉิงก็ดังก้องในรถยนต์อีกครั้ง
“ยาลบรอยแผลเป็น ใช้ทาตามปกติ”
เขาพูดอธิบายราวกับยาแก้หวัดธรรมดาทั่วไป
แม้ว่าภายนอกลู่หมิงจะดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับมีพายุโหมกระหน่ำ
เท่าที่เขารู้มายาที่คิดค้นโดยผู้เชี่ยวชาญคนนี้ให้ผลลัพธ์มหัศจรรย์มาก และถ้าอยากได้มันมาครอบครองจะต้องจ่ายเงินแลกมาจำนวนมหาศาล
ท่านประธานได้ขวดยาขวดนี้มาได้อย่างไร? หนำซ้ำยังส่งต่อขวดยานี้เอง
ลู่หมิงมาส่งมู่อวี้เฉิงที่ชั้นล่างของบริษัทตามคำสั่งและรีบเดินทางไปยังโรงพยาบาล
ณ ห้องผู้ป่วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งกินข้าวเช้าเสร็จและกำลังขอบคุณเยี่ยชวงที่เข้ามาช่วยทำความสะอาด จากนั้นจึงได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น
จู่ ๆ ทั้งสองคนก็รู้สึกวิตกกังวลขึ้นมา
ช่วงนี้ใครจะมาเยี่ยมได้บ้าง?
“คุณถงอยู่ในห้องหรือเปล่าครับ?”
เสียงของลู่หมิงดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจด้วยความโล่งอกและขอให้เยี่ยชวงไปเปิดประตู
หลังจากนั้นไม่นานลู่หมิงก็ถือถุงพลาสติกขนาดเล็กเดินตามเยี่ยชวงเข้ามาข้างในห้อง
“ท่านประธานสั่งให้เอายามาให้คุณครับ” ลู่หมิงวางขวดยาลงบนโต๊ะข้างเตียงพยาบาล “มันเป็นยาลบรอยแผลเป็นที่มีประสิทธิภาพมาก คุณใช้มันเหมือนกับยาสามัญประจำบ้านได้ตามปกติเลยครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะมองดูขวดยาบนโต๊ะให้ละเอียดถี่ถ้วน
เธอยังไม่ได้คิดถึงเรื่องรอยแผลเป็นด้วยซ้ำแต่มู่อวี้เฉิงกลับคิดเผื่อเธอ
“ขอบคุณนะคะ แล้วก็ฝากขอบคุณคุณมู่ด้วย”
เธอหันกลับมายิ้มให้ลู่หมิง
ลู่หมิงคอยสังเกตสีหน้าของเธอตั้งแต่เดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย และเห็นว่าสีหน้าของเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนหลังจากได้ยินประโยคบอกเล่าของเขา เขาจึงรีบพยักหน้าและเดินออกมา
ลู่หมิงเดินออกมาจากห้องผู้ป่วยด้วยความสับสน
ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้มันคืออะไรกันแน่?
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ในห้องผู้ป่วยกลับไม่ได้รับรู้ถึงความสับสนของลู่หมิงเลยสักนิด
หลังจากลู่หมิงกลับออกไปได้ไม่นาน กู้ชิงก็เข้ามาเยี่ยมเธอพร้อมกับกองเอกสาร
เธอเพิ่งทราบข่าวว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้รับบาดเจ็บเมื่อเช้านี้ จึงรีบเดินทางเข้ามาหาและแสดงสีหน้ากังวลทันทีที่เดินเข้าประตูมา
“ผู้จัดการถงเป็นยังไงบ้างคะ? บาดเจ็บสาหัสหรือเปล่า?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหน้า “ดีขึ้นมากแล้ว เอาเอกสารมานี่สิคะ ฉันคงจะต้องอยู่ทำงานในโรงพยาบาลต่ออีกสักครึ่งเดือน ขอบคุณที่ช่วยจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้นะคะ”
กู้ชิงไม่ได้ลังเลและรีบส่งกองเอกสารให้เธอ
หลังจากตรวจสอบเอกสารสำคัญหลายฉบับแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ค่อย ๆ ยกปากกาขึ้นมาเขียนอย่างเชื่องช้า
กู้ชิงคิดว่าเธอคงได้รับผลข้างเคียงจากอาการบาดเจ็บ จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงวางปากกาลงและมองดู
“เมื่อหลายวันก่อนฉันให้คุณไปตรวจสอบสถานการณ์ของตระกูลถง ตอนนี้ได้เรื่องว่ายังไงบ้างคะ?”
กู้ชิงมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น “พอทราบเรื่องมาบ้างแล้วค่ะ”
จากที่เธอตรวจสอบมา ตอนนี้ตระกูลถงตกอยู่ในจุดตกต่ำที่สุด
“ยังมีกิจการไหนของตระกูลถงที่ยังพออยู่รอดอีกมั้ย ถ้ามีก็ดึงดูดลูกค้าเข้ามาซะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำหนดความเป็นความตายให้ ตระกูลถงอย่างใจเย็น
กู้ชิงตกตะลึงไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ดูเหมือนลูกค้าจะเหลือไม่มากแล้วค่ะ ปัจจุบันตระกูลถงเหลือแค่ธุรกิจเก่าแก่ที่พวกเขาพยายามจะดิ้นรนรักษามันเอาไว้ แต่เงินเริ่มร่อยหรอลงและทางธนาคารก็ปฏิเสธที่จะให้พวกเขากู้ยืม ส่วนลูกค้าที่เหลืออยู่เพียงแค่ไม่กี่รายก็คงจะทนอยู่ไม่ได้นานนักหรอกค่ะ”
หากพูดให้ถูกต้อง พวกเขากำลังรอเวลายกเลิกสัญญากับตระกูลถง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเยาะ
ไม่แปลกใจเลยที่ถงกัวฮุยจะฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเธอ ทุ่มสุดแรงกำลังทั้งหมดที่มีในการลงมือครั้งสุดท้ายและก่ออาชญากรรมด้วยการขายเธอออกไป
กลับกลายเป็นว่าสถานการณ์ในตระกูลถงนั้นเลวร้ายกว่าที่เธอคิดมาก
ตอนนี้ถงกัวฮุยโง่เขลามากที่กล้าใช้เธอเป็นฟางช่วยชีวิต
เพราะเธอจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายให้กับตระกูลถง
อีกไม่นานตระกูลถงจะต้องตกมาอยู่ในกำมือของเธอ
“ไม่ว่าเขาจะเหลือลูกค้าอีกกี่คนก็ตาม เชิญลูกค้าพวกนั้นมาอยู่กับสตีเฟนกรุ๊ปในนามของฉันซะ”
เธอสั่งการกู้ชิงอย่างเย็นชา
กู้ชิงเห็นด้วยโดยไม่ลังเล
ตั้งแต่ถงกัวฮุยมาก่อเหตุที่บริษัทครั้งล่าสุด เธอก็เกลียดชังถงกัวฮุยมาก และอาการบาดเจ็บของถงเหมี่ยวเหมี่ยวในครั้งนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน
คนอย่างเขามีคุณสมบัติอะไรในการทำธุรกิจบ้าง?
กู้ชิงดำเนินการทุกอย่างอย่างมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด
บ่ายวันรุ่งขึ้น หมายเลขโทรศัพท์ต่าง ๆ กระหน่ำโทรหาถงกัวฮุย
“คุณถง เนื่องจากบริษัทของเราไม่ได้จ่ายค่าเช่าตรงตามเวลาที่กำหนด เจ้าของที่จึงขอให้พวกเราย้ายออกภายในหนึ่งวันครับ”
น้ำเสียงตื่นตระหนกของผู้ช่วยผสมปนเปกับเสียงอึกทึกที่ดังอยู่รอบข้าง
ถงกัวฮุยรีบลุกขึ้นจากเตียงโดยไม่ได้คำนึงถึงแขนที่ได้รับบาดเจ็บ
“อะไรนะ? ไหนเราตกลงกับเขาแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราขอติดเอาไว้เดือนหนึ่งก่อน แล้วเดี๋ยวเดือนหน้าจะจ่ายให้หมด?”
ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันมาหลายปีแล้ว และเจ้าของที่ไว้วางใจพวกเขาเสมอมา
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ตอนนี้เจ้าของที่ยื่นคำขาดมาเลย” ผู้ช่วยทำอะไรไม่ถูก “แถมพนักงานที่เห็นเจ้าของที่ยื่นคำขาดก็พากันหยุดงานหมด”
เมื่อได้ยินเสียงอึกทึกดังมาจากปลายสาย เลือดภายในร่างกายของถงกัวฮุยก็พลุ่งพล่านขึ้น จนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
เมื่อผู้ช่วยวางสายลง ลูกค้าอีกหลายรายก็ต่างโทรศัพท์มาหา
“คุณถง ผมได้ยินเรื่องบริษัทคุณแล้ว เรามายกเลิกสัญญาการร่วมมือกันเถอะนะ”
“คุณถง เงินที่ติดบริษัทเราไว้จะชำระคืนเมื่อไหร่? ผมต้องรีบใช้เหมือนกัน”
“…”
ไม่รู้ว่าตลอดทั้งเช้าถงกัวฮุยรับโทรศัพท์ไปกี่สาย รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้เขากำลังก่อหนี้ก้อนโต
และในขณะเดียวกันคุณนายถงก็หมดสิ้นความหวังทุกอย่าง