พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 67 ขอบคุณ
ตอนที่ 67
ขอบคุณ
มู่อวี้เฉิงมองดูสีหน้าชวนฝันของเธออย่างไม่สะทกสะท้าน
เหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นแม้ว่าจะมีโอกาสมากแค่ไหนก็ตามย่อมเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน
“ในเมื่อพวกเขายังไม่ได้แต่งงานกัน สำหรับผมแล้วถือว่าเธอยังเป็นโสดอยู่”
เขาพูดและแสดงสีหน้าเย็นชา
เยี่ยชวงไม่สามารถหาข้ออ้างอะไรมาลบล้างตรรกะนี้ได้
มู่อวี้เฉิงมองหน้าเธอขณะที่ดวงตาเต็มไปด้วยความแข็งข้อ “เพราะงั้น มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณที่จะมากำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอ”
“คุณ!”
เยี่ยชวงจ้องเขม็งไปทางเขาด้วยสายตาเกลียดชัง
เธอไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการเล่นคำมากนักจึงหัวเราะเยาะใส่ “ถ้าอย่างนั้นคุณมู่ก็คงกำลังหลอกตัวเองไปวัน ๆ แล้วล่ะค่ะ รอให้เจ้านายฉันมาที่นี่ก่อนเถอะ แล้วคุณจะได้รู้ซึ้งถึง ความแตกต่างระหว่างคุณกับเจ้านายของฉัน!”
เธอเองก็เกียจคร้านเกินกว่าจะต่อล้อต่อเถียงกับเขา
และที่ต้องบอกเรื่องราวทั้งหมดก็เป็นเพราะว่าวันนี้เขาอุตส่าห์มาช่วยคุณเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้
แต่ในเมื่อคุณมู่ไม่ได้รู้สึกอะไร เธอจึงหยุดพูดเตือนเขา
มู่อวี้เฉิงไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
ทั้งห้องตกอยู่ในความสงบ
เขาหันไปมองประตูทางเข้าจนใบหน้าครึ่งซีกกระทบเข้ากับแสงสว่างเผยให้เห็นความไม่แยแสและดูเย็นชา
ใบหน้าของเขาดูเย็นชาเสียจนไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ได้
ทว่าภายในใจกลับมืดมนยิ่งนัก ความโกรธเคืองที่ไม่อาจบรรยายได้กำลังปะทุขึ้นมา
คำพูดเพียงไม่กี่คำของผู้หญิงคนนี้กำลังกระตุ้นความโกรธในตัวเขา
หรือเป็นเพราะเขาพลาดช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากเกินไป?
ทำไมเขาถึงไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากเธอบินไปต่างประเทศ!
ถึงแม้ว่าจะกลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง แต่เขาก็ควรจะทำตัวเฉยเมยหรือเลิกชอบเธอไปซะ ใครจะคิดว่าหลังจากผ่านไปหลายปีความรู้สึกทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิม!
และหลังจากใช้เวลาร่วมกับเธอมาหลายวัน จิตใจของเขาก็ถูกเธอครอบงำจนควบคุมตัวเองไม่ได้
เขาเปลี่ยนไปมากจริง ๆ
เขาอยากจะถามว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่เคียงข้างเขาในตอนนั้นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเธอใช่ไหม?
พอตอนนี้เขามารู้ว่าเธอกำลังพัวพันอยู่กับผู้ชายอื่น ความโกรธของเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นจนยากจะควบคุม
เขาอยากจะฉีกผู้ชายคนออกเป็นชิ้น ๆ!
อยากจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนให้สิ้นซาก!
ความหงุดหงิดเริ่มทวีคูณความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ริมฝีปากของมู่อวี้เฉิงเม้มเข้าหากันเล็กน้อย แต่ใบหน้าได้รูปคมเข้มยังคงไร้อารมณ์ใด ๆ
ยากที่คนจะหยั่งรู้ถึง
เยี่ยชวงเหลือบมองและเห็นว่าเขากำลังงีบหลับอยู่ ดูสงบสุขเป็นอย่างมาก
นี่หมายความว่าเขาไม่ได้เก็บเอาคำพูดของเธอมาพิจารณาเลยใช่ไหม?
เยี่ยชวงขมวดคิ้วจนเป็นปม
ถึงแม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะเพิ่งช่วยชีวิตคุณเหมี่ยวเหมี่ยวมา แต่ตอนนี้เธอกลับเกลียดขี้หน้าเขาอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามมู่อวี้เฉิง… เธอเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนและรู้เรื่องราวของมากทีเดียว เขาจัดว่าเป็นคนที่น่าทึ่งคนหนึ่ง
เกรงว่าเขาจะเป็นคู่แข่งหัวใจตัวฉกาจของท่านประธานลู่คราวเมื่อพวกเขาต้องไล่ตามจีบคุณเหมี่ยวเหมี่ยว!
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟุ้งกระจายไปทั่วทุกมุมห้องผู้ป่วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มืดมิด
มีเพียงแสงสว่างที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา
บาดแผลที่กระจายตัวอยู่บนแผ่นหลังทำให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องนอนราบต่อไป เธอผล็อยหลับไปอีกครั้งแต่จู่ ๆ ก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่เผลอนอนพลิกตัว
“ซี๊ด…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะซี๊ดปากขณะค่อย ๆ พลิกตัวลง
เจ็บมาก
ถึงจะทายาเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่แผลก็ยังแสบร้อนอยู่ดี
เสียงโอดครวญของเธอปลุกคนที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงให้ตื่นในทันที
ไฟในห้องถูกเปิดขึ้น ชายข้างเตียงรีบหันมาถามด้วยน้ำเสียงวิตกกังวลทันทีเมื่อไม่เห็นสิ่งผิดปกติอะไร “เกิดอะไรขึ้น? เป็นอะไรหรือเปล่า?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของมู่อวี้เฉิงแล้วประหลาดใจเผลอโพล่งออกมา “คุณมาทำอะไรที่นี่?”
เธอถามขณะที่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนนี้แวบเข้ามาในหัว
มู่อวี้เฉิงเข้ามาช่วยเธอได้ทันเวลาและเป็นคนพาเธอมาส่งยังโรงพยาบาลอย่างนั้นหรือ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดจะถามคำถามเหล่านี้ออกไป แต่จู่ ๆ เธอกลับรู้สึกอับอายขึ้นมา
เธอหันหน้าไปมองแล้วเห็นเยี่ยชวงกำลังนอนหลับอยู่บนโซฟา
สีหน้าของเยี่ยชวงดูเหนื่อยล้าเต็มที
คงจะใช้แรงกำลังอย่างมากในการช่วยเหลือเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเยี่ยชวงที่กำลังหลับลึกและไม่อยากปลุกเธอ
มู่อวี้เฉิงไม่ได้เก็บเอาคำพูดอันน่าอึดอัดของเธอมาใส่ใจเลยสักนิด
หากเธอหวาดกลัวเรื่องเมื่อคืนนี้ก็ปล่อยให้เธอหลงลืมมันไปเสียจะดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ใบหน้าของเธอช่างซีดเซียวนัก คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากันแน่น และศีรษะถูกปกคลุมไปด้วยหยาดเหงื่อ
เขาลดระดับสายตามองดูเธอด้วยความเจ็บปวด “ยังเจ็บแผลอยู่มั้ย?”
น้ำเสียงของเขาค่อนข้างนุ่มนวลเป็นพิเศษ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เคยเห็นมู่อวี้เฉิงในลักษณะเช่นนี้มาก่อนจนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมู่อวี้เฉิง เธอไม่สามารถแกล้งทำเข้มแข็งได้
จากนั้นจึงพยักหน้าด้วยความลังเล
มันเจ็บมากจริง ๆ
ผิวหนังฉีกขาดออกจากกันและคงจะต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัว
เธอไม่กล้าขยับเขยื้อนราวกับว่าการขยับตัวเพียงเล็กน้อยจะทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากบาดแผล
“รอก่อนนะ” มู่อวี้เฉิงลุกขึ้น เปิดประตูห้องผู้ป่วยและเดินตรงออกไป
ลู่หมิงผล็อยหลับไปบนเก้าอี้ระหว่างทางเดิน และสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีที่ประตูถูกผลักออก
มู่อวี้เฉิงรีบสั่ง “เธอฟื้นแล้ว ไปหาหมอแล้วสั่งยาแก้ปวดมาที ขอยาที่มีประสิทธิภาพแต่ไม่ส่งผลข้างเคียงกับร่างกาย”
ลู่หมิงตอบตกลง พยักหน้าและหันหลังเดินจากไป
มู่อวี้เฉิงยืนรออยู่ตรงทางเดินสักพักหนึ่ง หลังจากนั้น ลู่หมิงก็วิ่งจ๊อก ๆ กลับมาพร้อมกับยาแก้ปวด หยาดเหงื่อไหลออกมาตามซอกผม
“ท่านประธาน กินครั้งละหนึ่งเม็ด วันหนึ่งอย่าให้เกินสามครั้งนะครับ”
ลู่หมิงยื่นขวดยาแก้ปวดสีขาวในมือให้เขา
มู่อวี้เฉิงตอบรับและเดินกลับเข้าในห้องผู้ป่วย
ทว่าภาพเหตุการณ์ในห้องผู้ป่วยกลับทำให้เขาวิตกกังวลกว่าเดิม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังยกมือขึ้นมาคว้าน้ำบนโต๊ะข้างหัวเตียง การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้แผลเสียดสีกันจนใบหน้าของเธอเริ่มซีดเซียวอีกครั้ง
“ทำไมไม่เรียกผมล่ะ?”
น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงฟังดูไม่พอใจอย่างมากและเขาไม่ทันได้สังเกตตัวเองด้วยซ้ำ
เขาก้าวเข้าไปข้างหน้าหยิบน้ำบนโต๊ะและเทยาออกจากขวดยา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจที่จู่ ๆ เขาก็เดินกลับเข้ามา ทว่าอาการบาดเจ็บของเธอรุนแรงมากจนเธอพูดอะไรไม่ออก
“ยาแก้ปวด”
มู่อวี้เฉิงหยิบยาและแก้วน้ำยื่นไปจ่อปาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโดยตรง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นอนอยู่บนเตียงพยายามจะเอื้อมมือออกไปจับแก้วน้ำ แต่ทันใดนั้นความเจ็บปวดบนแผ่นหลังก็ทวีคูณขึ้น เธอพยายามกัดฟันระงับเสียงโอดครวญและเปิดปากรับยา
“ยังมีตรงไหนที่เจ็บอยู่อีกมั้ย?”
มู่อวี้เฉิงดึงมือกลับมาและถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม
“มีแค่ตรงหลัง ที่อื่นไม่มี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้เงยหน้ามองเขา “หมอก็ตรวจดูแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก”
ยาแก้ปวดออกออกฤทธิ์เร็วมากจนทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าอาการเจ็บปวดบนแผ่นหลังลดน้อยลง
มู่อวี้เฉิงมองดูใบหน้าของเธอและพบว่าสีหน้าของเธอดูดีขึ้นมาก ดูมีสีสันมากกว่าในตอนแรก
“ไม่เจ็บก็ดีแล้ว”
เขากวาดสายตามองแผ่นหลังที่ได้บาดเจ็บของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเล็กน้อย
การนอนท่านี้ค่อนข้างไม่สบายตัวนัก และไม่รู้ว่าเผลอนอนหลับไปนานแค่ไหนพอตื่นขึ้นมาร่างกายจึงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเช่นนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถอดทนต่อความเหนอะหนะแบบนี้ได้ เธอลังเลอยู่นานก่อนจะเงยหน้าขอความช่วยเหลือจากมู่อวี้เฉิง “ฉันอยากลุกขึ้นนั่ง”
มู่อวี้เฉิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผลอยื่นมือออกไปโดยที่ไม่รู้ตัว จากนั้นจึงค่อย ๆ หดมือกลับมา ตั้งสติและออกไปเรียกนางพยาบาลมาช่วยเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสบายตัวมากขึ้นหลังจากได้ลุกนั่ง เธอหันไปมองมู่อวี้เฉิงที่อยู่ด้านข้าง เม้มปากบางและพูดว่า “ขอบคุณค่ะ”
เหตุการณ์เมื่อคืนนี้ทำให้เธอเกือบจะหมดหวัง
โชคดีที่มู่อวี้เฉิงมาทันเวลา