พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 63 เธอถูกลักพาตัว
ตอนที่ 63
เธอถูกลักพาตัว
“คุณถง ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เธอแข็งแกร่งมากจนพี่น้องเราหาโอกาสทีเผลอไม่ได้เลยครับ”
หัวหน้าแก๊งชายฉกรรจ์รีบโทรรายงานถงกัวฮุยทันทีที่แผนการล้มเหลว
หลังจากนั้นไม่นานเสียงตะคอกของถงกัวฮุยก็ดังขึ้นมาจากปลายสาย
“ไอ้พวกเฮงซวย! มึงใช้กำลังกันไม่เป็นหรือไง? หัดใช้สมองบ้างได้มั้ย? ผู้หญิงคนนั้นจะอยู่ข้างมันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยหรือไง?”
หลายคนที่ถูกต่อว่าทำได้เพียงอดกลั้นอย่างขมขื่น
หลังจากวางสายลง พวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งของ ถงกัวฮุยโดยคอยติดตามเยี่ยชวงจากระยะไกลและรักษาระยะห่างให้ปลอดภัยจากเยี่ยชวง
พวกเขาคอยติดตามอยู่หลายวันและทำได้ดีอย่างไร้ที่ติ
คืนนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถยนต์ตามถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปยังคลับแห่งหนึ่ง เฝ้าดูจนกระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าไปข้างใน
“คุณถง? ไม่ได้เจอกันนานเลย ดื่มด้วยกันสักหน่อยมั้ยครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเอาเอกสารสัญญาขึ้นมาชั้นบนและต้องการกลับออกไปทันทีที่ลงนามเสร็จ แต่ขณะที่เธอกำลังเดินออกมาเธอกลับบังเอิญเจออดีตลูกค้าของสตีเฟนกรุ๊ป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเล็งเห็นความร่วมมือที่เคยมีให้แก่กันจนไม่สามารถพูดปฏิเสธได้ เธอตั้งใจจะดื่มเพียงสองสามแก้วและขอตัวกลับออกไป แต่กลับคาดไม่ถึงว่าคนอื่น ๆ ในโต๊ะจะพยายามมอมเหล้าเธอ
ทันทีที่เยี่ยซวงเข้าไปช่วย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เมาจนแทบยืนไม่ไหวแล้ว
“คุณหนูรออยู่ตรงนี้สักแป๊บนะคะ เดี๋ยวฉันไปขับรถมารับ”
หลังจากกลับออกมาจากคลับ เยี่ยชวงเห็นว่าเธอเดินไม่ไหวจึงไม่อยากรบกวนเธอและอาสาจะขับรถไปส่ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหน้าก่ำพยักหน้างึกงัก ไม่รู้ว่าเธอได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายชัดเจนหรือไม่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองรูปร่างของเยี่ยชวงที่กำลังค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป เธอโซซัดโซเซไปตามทิศทางของลมและพยายามทำให้สมองโปร่ง
แต่เมื่อเธอเดินมาถึงแสงสว่าง รถตู้คันสีขาวก็มาจอดลงข้างหน้าเธอ
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอเชื่องช้าลง เธออยากจะหันหลังวิ่งหนีไปแต่ร่างกายกลับสวนทางกัน
ชายฉกรรจ์สองคนจับเธอโยนเข้าไปรถอย่างไร้ความปรานีโดยที่เธอไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมา
รถตู้คันสีขาวแล่นออกไป
“ท่านประธาน นั่นคุณถงหรือเปล่าครับ?”
ลู่หมิงเดินกลับออกมาจากคลับหลังจากติดตามมู่อวี้เฉิงเข้าไปร่วมวงสังคมแล้วสังเกตเห็นฉากดังกล่าว
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว
เขาเหลือบเห็นเพียงร่างหนึ่งที่แวบผ่านไปมา
ขณะเดียวกันเยี่ยชวงขับรถยนต์มาจอดบริเวณทางเข้าคลับ แต่กลับไร้วี่แววของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวดื่มมามากคงจะไปหาที่นั่งพักที่ไหนสักแห่ง แต่หลังจากค้นหาจนทั่วกลับไม่พบร่องรอยอะไร
จู่ ๆ หัวใจของเยี่ยชวงก็จมดิ่งลง เธอเหลือบมองคนสองคนที่หน้าประตูทางเข้าและรีบวิ่งเข้าไปสอบถามเรื่อง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหมี่ยวกับพวกเขา
“สวัสดีค่ะ พวกคุณพอจะเห็นผู้หญิงใส่ชุดสูทสีขาวบ้างมั้ยคะ? สูงพอ ๆ กับฉันเลย”
เธอมองดูชายสองคนตรงหน้าอย่างวิตกกังวล
มู่อวี้เฉิงมองดูใบหน้าเธอและหวนนึกถึงใบหน้าของชายในคืนนั้นขณะที่หัวใจเริ่มจมดิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณกำลังหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่เหรอ?”
เยี่ยชวงตกใจเล็กน้อย “คุณรู้จักคุณเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยเหรอคะ? พอทราบมั้ยว่าเธอไปไหน?”
ลู่หมิงที่ยืนอยู่ด้านหลังได้สติเป็นคนแรก
“ท่านประธานจะช่วยมั้ยครับ?”
ท้ายที่สุดเธอถูกลักพาตัวต่อหน้าพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สนิทชิดเชื้อกันหากแต่ไม่สามารถเพิกเฉยได้
ท่าทางของเยี่ยชวงเปลี่ยนไปและหันไปมองเขาทันทีที่เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ลู่หมิงที่ถูกจ้องมองมารีบพูดด้วยความรู้สึกผิด “เมื่อกี้เธอถูกลักพาตัวไปครับ”
เยี่ยชวงรีบร้อนจนไม่ได้กล่าวขอบคุณหันหลังกลับไปขึ้นรถและเตรียมจะสตาร์ทรถขับไล่ตามไป
แต่ทันทีที่เธอสตาร์ทรถยนต์ ชายทั้งสองคนก็เปิดประตูขึ้นมานั่งบนเบาะหลังโดยไม่มีการกล่าวบอกล่วงหน้า
“ขับไล่ตามไปทางนั้น”
มู่อวี้เฉิงชี้นิ้วด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
เยี่ยชวงเหยียบคันเร่งและเร่งความเร็วออกไป
บรรยากาศภายในรถยนต์ตึงเครียดมาก
ด้านหน้าเป็นทางแยก ดังนั้นพวกเขาจะต้องหากล้องวงจรปิดตัวที่ดักจับรถตู้คันนั้นให้ได้โดยด่วนที่สุด
“ขอใช้โน๊ตบุ๊คหน่อยได้มั้ยครับ?”
ลู่หมิงรู้สึกโล่งใจเมื่อหันกลับมาและเห็นโน๊ตบุ๊ควางกองอยู่ข้างหลัง
การมีโน๊ตบุ๊คจะสะดวกกับเขามาก
เยี่ยชวงยินยอม
หลังจากนั้นไม่นานเสียงนิ้วกระทบแป้นพิมพ์ของลู่หมิงก็ดังขึ้นในรถยนต์
“คุณเป็นอะไรกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว?”
ขณะที่ลู่หมิงกำลังตรวจสอบระบบการเฝ้าระวัง มู่อวี้เฉิงเอ่ยถามเยี่ยชวงด้วยน้ำเสียงทุ้ม
เยี่ยชวงมัวแต่มุ่งความสนใจไปที่การตามหา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจนไม่ทันได้ตั้งตัวและเผลอพูดเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
“บอดี้การ์ด”
ชายในคืนนั้นก็พูดแบบเดียวกัน
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงมืดมนลงเล็กน้อย
คนที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาคือใคร?
การวานจ้างทหารมากฝีมือมารับใช้ได้เช่นนี้ คนคนนั้นจะต้องมีอิทธิพลล้นหลาม
นอกจากนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังไว้เนื้อเชื่อใจคนคนนั้นมาก
คราวเมื่อเธอเดินทางกลับมาในตอนแรก มู่อวี้เฉิงพบว่าคนเหล่านี้ไม่ได้รายล้อมอยู่รอบตัวเธอ
พอมาคิดดูแล้วคนพวกนี้เริ่มมาปรากฏกายหลังจากที่เสี่ยวเป่าถูกลักพาตัวไป
และทุกครั้งที่ตกอยู่ในอันตรายถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะลองขอความช่วยเหลือจากเขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองใกล้ชิดสนิทสนมกันมากแค่ไหน
“ท่านประธาน หาไม่เจอครับ”
เสียงของลู่หมิงดังขึ้นทำลายความเงียบสงบในรถยนต์
เยี่ยชวงเริ่มกังวล
“อะไรนะ? จะทำยังไงดี? คุณเหมี่ยวเหมี่ยวดื่มมาด้วย คงต่อสู้กับคนพวกนั้นเพียงลำพังไม่ไหวหรอก”
ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงดูน่ากลัวมากขึ้น
หากในตอนนั้นเขาไม่ลังเล ป่านนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคงจะมาอยู่เคียงข้างเขาแล้ว
“ในเมื่อคุณเป็นบอดี้การ์ดของเธอ คุณพอจะรู้มั้ยว่าเธอไปทำอะไรให้ใครเขาโกรธเคืองหรือเปล่า?”
หลังจากนั้นไม่นานมู่อวี้เฉิงก็เอ่ยถามขึ้น
เยี่ยชวงคิดปฏิเสธทันทีเมื่อได้ยินคำถามดังกล่าว
คุณเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนดีแบบนั้นจะไปทำอะไรให้ใครขุ่นเคืองได้ยังไง? นี่มันขุ่นเคืองถึงขั้นลักพาตัวกันเลยเชียวนะ
ขณะที่เธอกำลังจะตอบกลับ ช่วงเวลาที่ได้รับคำสั่งและสถานการณ์ในวันนั้นก็ปรากฏขึ้น
หากเธอจำไม่ผิดชายคนที่ไร้ยางอายคนนั้นคือพ่อของคุณเหมี่ยวเหมี่ยว
“คงจะแค่ตระกูลถงนั่นแหละค่ะ ฉันจำได้ว่าเขาเข้ามาหาเรื่องคุณหนูถึงบริษัท”
ตระกูลถง
บรรยากาศรอบตัวมู่อวี้เฉิงดูกดดันขึ้นอย่างชัดเจน
ถงกัวฮุยอีกแล้ว ครั้งก่อนก็ลงไม้ลงมือทำร้ายเสี่ยวเป่า ครั้งนี้ยังจะมาจับถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปอีก ไม่รู้ว่าครั้งนี้เขาจะทำอะไรกับเธอบ้าง!
“ลู่หมิง ตรวจสอบความเคลื่อนไหวล่าสุดของตระกูลถงที”
มู่อวี้เฉิงที่ได้รับเบาะแสมามุ่งความสนใจไปที่ตระกูลถงโดยตรง
ลู่หมิงไม่รีรอหลังจากได้รับคำสั่งการรีบกดต่อสายโทรศัพท์
หลังจากได้รับคำสั่งการจากมู่อวี้เฉิงในวันนั้น เขาก็เข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลถงไปโดยปริยายและสามารถรับรู้ทุกอย่างได้ด้วยคำพูดเพียงแค่ไม่กี่คำ
“ก่อนหน้านี้ถงกัวฮุยจัดงานแต่งให้ถงอวิ๋นเหยียน อีกฝ่ายคือผู้นำตระกูลหลี่คนปัจจุบัน คุณก็คงจะรู้ว่าถงอวิ๋นเหยียนไม่มีวันยอมแต่งงานกับเขาแน่นอน ถงกัวฮุยถึงได้มุ่งเป้าไปที่ลูกสาวคนโต”
ลู่หมิงเปิดสปีกเกอร์โฟนจนทำให้เสียงจากปลายสายดังก้องออกมา
“เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันจำได้ว่าเขาไปหาเรื่อง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงบริษัท”
เยี่ยชวงหรี่ตาลงทันที หากเธอคาดเดาถูกต้อง คนคนนี้กำลังพูดถึงวันแรกที่เธอเดินทางมาถึง
ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมาเธอสังเกตเห็นว่ามีใครหลายคนคอยสังเกตการณ์อยู่รอบตัวเธอ และการที่คนเหล่านั้นหายตัวไปทำให้เธอผ่อนผันความระมัดระวังลง
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะทำสำเร็จ!
“เล่าแผนการของพวกเขามาทีว่างานแต่งถูกจัดขึ้นที่ไหน?”
มู่อวี้เฉิงพูดขัดจังหวะการรายงานและถามตรงประเด็น
เสียงนิ้วกระทบแป้นพิมพ์ดังขึ้นจากปลายสายอยู่หลายครั้ง
“เจอแล้วครับ จะจัดขึ้นที่โรงแรมโซล่า แกรนด์ แต่งานแต่งถูกยกเลิกไป ส่วนห้องที่ผู้จัดการหลี่จองไว้ยังไม่ได้ส่งมอบคืน”