พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 62 ข้อตกลงรักษาความลับ
ตอนที่ 62
ข้อตกลงรักษาความลับ
ในช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น โจวเพ่ยฮวาพาถงอวิ๋นเหยียนเดินทางไปยังร้านกาแฟที่ทั้งสองคนนัดหมายเอาไว้
เมื่อพวกเธอเดินทางมาถึง ซ่งอวี่ซีก็นั่งอยู่ที่นั่นแล้ว
“คุณหนูซ่ง ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ป้ามาสาย”
โจวเพ่ยฮวาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าประจบประแจง
ซ่งอวี่ซีวางแก้วในมือลงเมื่อได้ยินเสียงเรียกหา เธอพยักหน้าลวก ๆ และหันไปมองคนที่เดินตามหลังมา
“นั่นใคร?”
“ลูกสาวป้าน่ะค่ะ ชื่อถงอวิ๋นเหยียน พอดีว่าเรื่องเกี่ยวข้องกับเธอไม่น้อย ป้าเลยพาลูกสาวมาที่นี่ด้วย”
โจวเพ่ยฮวาพูดและเอื้อมมือออกไปตีเพื่อปลอบประโลมถงอวิ๋นเหยียนเบา ๆ
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เธอก็ไม่ได้ต้องการให้ถงอวิ๋นเหยียนมาเป็นไม้ประดับที่นี่เพียงอย่างเดียว
ตระกูลซ่งค่อนข้างมีอิทธิพลใหญ่โต หากถงอวิ๋นเหยียนได้รับความโปรดปรานจากซ่งอวี่ซีจนความสัมพันธ์ระหว่างสองคนพัฒนาไปไกล ตระกูลถงจะจะได้รับผลประโยชน์จากส่วนนี้ด้วยเช่นกัน
ถงอวิ๋นเหยียนพูดทักทายซ่งอวี่ซีอย่างสุภาพเรียบร้อย จากนั้นทั้งสองคนจึงนั่งลงฝั่งตรงข้าม
“คุณหนูซ่ง ที่เราคุยกันทางโทรศัพท์…” โจวเพ่ยฮวาพูดเกริ่นอย่างไม่มั่นใจนัก
แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ ซ่งอวี่ซีก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ฉันไม่ชอบพูดอ้อมค้อม และรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตระกูลถงมาแค่เล็กน้อยเท่านั้น พวกคุณมีความคิดยังไงก็พูดเสนอฉันมาได้เลย หรือถ้าต้องการอะไรก็แค่พูดออกมา”
เธอพูดออกมาอย่างง่ายดาย แต่แม่ลูกกลับพากันลังเล
“ทำไม หรือว่าพวกคุณจะไม่เต็มใจทำ?”
ซ่งอวี่ซีขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นการตอบสนองที่ล่าช้า
โจวเพ่ยฮวารีบพูดปฏิเสธ “ต้องเต็มใจอยู่แล้วสิคะ แต่แค่ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ คุณหนูซ่งถึงมาช่วยพวกเรา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปทำอะไรให้คุณงั้นเหรอคะ?”
หากเป็นเพียงเรื่องบาดหมางเล็กน้อย ซ่งอวี่ซีอาจจะไม่ยอมรับแผนการของพวกเธอ
“เรื่องส่วนตัวน่ะ”
ทัศนคติของซ่งอวี่ซีดูเย็นชาขึ้นเมื่อเธอได้รับการยืนยันคำตอบแล้ว
“คุณก็แค่บอกฉันมาว่าคุณจะทำอะไรและต้องการอะไร”
โจวเพ่ยฮวายังคงลังเลเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ถ้าเรื่องระหว่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับตระกูลหลี่สำเร็จด้วยดี ฉันจะเพิ่มเงินให้พวกคุณอีกห้าล้านหยวน” ซ่งอวี่ซีเสนอเพิ่มเงิน
โจวเพ่ยฮวาล้มเลิกการปกปิดแผนการต่าง ๆ หลังจากได้ยินจำนวนเงินรางวัล พร้อมบอกความจริงว่าพวกเธอกำลังจะหาใครมาบางคนมาลักพาตัวถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปส่งถึงเตียงนอนของผู้จัดการหลี่
“ที่คิดเอาไว้ก็มีเท่านี้ค่ะ แต่ว่าพวกเราหาคนที่ฝีมือเหมาะสมมาหลายวันแล้วหายังไงก็ยังไม่เจอสักที ส่วนเงินที่ผู้จัดการหลี่ให้มาก็ดันไม่พอซะนี่”
โจวเพ่ยฮวาเห็นแก่จำนวนเงินห้าล้านหยวนจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ให้เคารพอย่างมาก
ถงอวิ๋นเหยียนที่อยู่ด้านข้างคอยสังเกตท่าทางของซ่งอวี่ซีและพบว่าเธอไม่ได้คัดค้านแผนการของพวกเธอจึงเข้าใจถึงความเกลียดชังของซ่งอวี่ซีที่มีต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ถ้าให้ฉันพูดนะคะ แผนการที่นังสารเลวถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องเจอยังไม่คุ้มกับปัญหาทั้งหมดที่พวกเราต้องเผชิญเลย”
ดวงตาของซ่งอวี่ซีดูมีความสุขมากและอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองเธอขณะที่เธอกำลังถึงถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงอวิ๋นเหยียนเริ่มใส่ไฟมากขึ้น
“เธอสร้างความเสียหายไว้ให้กับตระกูลถงตั้งมากมาย แต่พอกลับมากลับทำทีเย่อหยิ่งราวกับพวกเราติดหนี้เธออย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่จริงเธอก็เป็นแค่นังเนรคุณ”
“มายั่วโมโหเราเราไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่ตอนนี้ยังไปยั่วโมโหคุณหนูซ่งอีก นังนี่มันไม่รู้จักบุญคุณจริง ๆ เลย”
สีหน้าของซ่งอวี่ซีมืดมนลงเรื่อย ๆ
เธอเกลียดชังถงเหมี่ยวเหมี่ยวจนเข้าไส้ก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ชอบหญิงสาวที่พูดจาหยาบคายต่อหน้าเธอ
หากคนคนนี้สามารถพูดถึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยถ้อยคำหยาบคายต่อหน้าเธอได้ อีกฝ่ายก็สามารถพูดจาหยาบคายแบบนี้ลับหลังเธอได้เช่นกัน
“เซ็นชื่อตรงนี้”
ซ่งอวี่ซีเกียจคร้านเกินกว่าจะมาเสียเวลากับแม่ลูกคู่นี้จึงเอื้อมมือออกไปหยิกเอกสารขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ
ถงอวิ๋นเหยียนสงบลงเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าวและสลับกันมองดูเอกสารกับโจวเพ่ยฮวา
มีคำว่าข้อตกลงในการรักษาความลับเขียนไว้อยู่บนหน้าปกอย่างชัดเจน
ตัวเอกสารเขียนเอาไว้ว่าหากบทสนทนาในวันนี้รั่วไหลออกไป พวกเขาจะไม่ได้เงินห้าล้านหยวนและยังต้องชดเชยคืน ซ่งอวี่ซีเป็นสิบเท่าตัว
ถงอวิ๋นเหยียนยังคงลังเล
ในขณะที่โจวเพ่ยฮวาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อ
ถงอวิ๋นเหยียนมองดูและหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่ออย่างหมดทางเลือก
เมื่อเห็นว่าทั้งสองเซ็นชื่อเสร็จแล้วซ่งอวี่ซีไม่ได้เปิดโอกาสให้สองแม่ลูกรู้สึกเสียใจนานรีบดึงแผ่นเอกสารออกมาจากมือของพวกเธอ
“จำเนื้อหาในข้อตกลงเอาไว้ให้ดี ฉันไม่อนุญาตให้เปิดเผยเรื่องที่เราคุยกันในวันนี้”
ซ่งอวี่ซีเหลือบมองพวกเธอด้วยสายตาเย็นชา
จนแม่ลูกพากันพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า
“แล้วพวกคุณไม่ต้องกังวลเรื่องเงินไป อีกไม่กี่วันฉันจะส่งคนเอาไปให้ถึงที่ พวกคุณแค่ให้ความร่วมมือก็พอ” ซ่งอวี่ซีพูดก่อนจะหันหลังเดินจากไป
หลังจากกลับมาที่วิลล่าตระกูลถง โจวเพ่ยฮวาลืมเลือนเนื้อหาในข้อตกลงและบอกเล่าแผนการการช่วยเหลือตระกูลถงทุกอย่างของซ่งอวี่ซีให้ถงกัวฮุยฟัง
“ซ่งอวี่ซี? คุณหนูซ่งน่ะเหรอ? เธอไปมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว?”
ถงกัวฮุยไม่เข้าใจว่าทำไมถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงไปทำให้ ซ่งอวี่ซีเกลียดชังได้ทั้งที่สองคนไม่ได้มีอะไรเกี่ยวโยงถึงกันเลย
“ใครจะไปรู้ล่ะ ดีแค่ไหนแล้วที่เราจะได้จัดการกับนังสารเลวนั้นสักที เพราะถ้าเกิดตระกูลซ่งหันมาเล่นงานตระกูลถงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ พวกเราจะอดตายกันหมด”
โจวเพ่ยฮวาตบไหล่เขาและพูดออกมาอย่างปีติยินดี
ถงกัวฮุยพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ก็จริง นังเนรคุณนั้นทำคุณประโยชน์อะไรให้บ้านเราไม่ได้เลย มีแต่จะสร้างปัญหามาให้”
“มันดีสำหรับพวกเราแล้ว ลูกสาวเราแสนดีขนาดนี้ คุณจะให้ลูกไปแต่งงานกับตาแก่นิสัยเสียได้ยังไง?”
โจวเพ่ยฮวาฉวยโอกาสปกป้องถงอวิ๋นเหยียนต่อหน้า
หากเปลี่ยนเทียบกับลูกสาวคนเล็ก ถงกัวฮุยพบว่าลูกสาวคนเล็กน่ารักน่าทะนุถนอมมากจึงยิ้มแย้มและส่ายหัว
“ผมจะจำใจทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ”
พวกเขาทั้งสามคนพูดคุยกันอย่างมีความสุข แต่แล้วถงกัวฮุยก็พูดถึงซ่งอวี่ซีขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณหนูซ่งพูดแค่นี้เองเหรอ? พวกเราก็ช่วยเธอแก้ปัญหาเหมือนกันนี่ เธอไม่ได้บอกว่าจะมอบรางวัลอะไรให้เหรอ?”
ในสายตาของเขาไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเงิน
โจวเพ่ยฮวากับถงอวิ๋นเหยียนรีบหันมามองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าพวกเธอไม่ได้คาดหวังว่าถงกัวฮุยจะพูดถึงเรื่องนี้
ทั้งสองขยิบตาส่งสัญญาณให้กันก่อนที่โจวเพ่ยฮวาจะพูดขึ้นโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “คุณคิดอะไรอยู่? คุณหนูซ่งจะมาช่วยเหลือเราต่างหาก ในเมื่อเธอไม่ให้เงินก็ไม่ต้องไปร้องขอเงินหรอก อีกอย่างทำไมเธอจะต้องให้เงินเราด้วย?”
โจวเพ่ยฮวาพูดและหันหน้าไปทางด้านข้างจนถงกัวฮุยสังเกตเห็นถึงความแปลกประหลาด
เงินจำนวนห้าล้านหยวนไม่เพียงพอสำหรับเธอด้วยซ้ำ ยังไม่รวมถึงส่วนที่ต้องแบ่งปันให้ถงอวิ๋นเหยียนอีก หากถงกัวฮุยเข้ามามีส่วนแบ่งด้วย เธอจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานแค่ไหนถึงจะชำระหนี้พนันจนหมด…
“งั้นเหรอ?”
ถงกัวฮุยหันไปมองดูลูกสาวด้วยแววตาสงสัย
ถงอวิ๋นเหยียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มและพยักหน้า
หากถงกัวฮุยรู้เรื่องเงินห้าล้านหยวน พวกเธอจะไม่ได้รับเงินแม้แต่หยวนเดียวอย่างแน่นอน
เมื่อเดือนที่แล้วเธอเพิ่งขอยืมเงินเพื่อนมาซื้อรถยนต์และยังไม่ได้จ่ายคืน จนทำให้เพื่อนคอยทวงถามอยู่หลายครั้ง
หากได้เงินห้าล้านหยวนมาเธอจะเอาบางส่วนไปคืนเพื่อนก่อน
ทั้งสองตอบแบบเดียวกันทำให้ถงกัวฮุยไม่สามารถคาดเดาอะไรได้แม้ว่าจะคาดคั้นอยู่หลายรอบ จึงทำได้เพียงพยักหน้าด้วยความคลางแคลงใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่อีกด้านหนึ่งไม่รู้เรื่องแผนการระหว่างพวกเธอเดินทางเข้าออกบริษัทตามปกติทุกวัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้สึกกังวลถึงอันตรายรอบตัวเมื่อมีเยี่ยชวงอยู่ข้างกาย
ทุกอย่างเป็นอย่างที่เธอคิด ตระกูลถงพยายามหาทางลงมืออยู่หลายครั้ง แต่กลับต้องรีบกลับออกไปทุกครั้งที่เยี่ยชวงสังเกตเห็น
หลังจากพลาดท่ามาสองสามครั้ง ตระกูลถงก็เริ่มวิตกกังวล