พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 61 ศัตรูของศัตรูคือมิตร
ตอนที่ 61
ศัตรูของศัตรูคือมิตร
ณ วิลล่าตระกูลมู่
มู่อวี้เฉิงเดินออกมาจากห้องน้ำยกมือบรรจงเช็ดหยดน้ำที่ไหลลงมาเส้นผม นั่งลงข้างเตียงและกดโทรศัพท์หาลู่หมิง
“ท่านประธาน?” ลู่หมิงสับสนเล็กน้อยที่ได้รับสายโทรศัพท์กลางดึก
“ตรวจสอบว่าหลายปีที่ผ่านมาถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอะไรที่ต่างประเทศบ้าง และติดต่อกับใครบ้าง หารายละเอียดได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี”
คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของมู่อวี้เฉิงตลอดระหว่างทางกลับมาจากคอนโดของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถึงแม้ว่าลู่หมิงจะมึนงงที่ได้รับคำสั่งมาอย่างกะทันหันแต่เขากลับเห็นด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่ามู่อวี้เฉิงกับเยี่ยหานไปบังเอิญพบกัน
เธอเหม่อลอยเดินกลับเข้าไปในบ้าน จนกระทั่งเสี่ยวเป่าดีดตัวขึ้นและวิ่งเข้ามาหาเธอ
“หม่ามี้คืนนี้สนุกหรือเปล่าครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกอดรัดลูบผมนุ่มสลวยของเสี่ยวเป่าด้วยความรักใคร่ ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “แม่ไปงานเลี้ยงฉลองคนอื่นมาจะสนุกได้ยังไงล่ะ?”
เสี่ยวเป่ามองดูและแสร้งทำเป็นบ่นอุบอิบด้วยความสงสัย
“งานวันเกิดใคร ทำไมไม่พาเสี่ยวเป่าไปด้วย เสี่ยวเป่าก็อยากกินเค้กเหมือนกัน!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะ รวบผมขณะลุกขึ้นยืน
“หนูไม่รู้จักหรอก ถ้าอยากกินเค้กเอาไว้พรุ่งนี้แม่จะซื้อให้กิน”
“มันดึกแล้ว ไปนอนเถอะ”
หลังจากพาเสี่ยวเป่าเข้านอนจนกระทั่งมองดูเขาผล็อยหลับไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ค่อย ๆ เดินออกมา
ขณะเดียวกันเยี่ยชวงกำลังรออยู่ในห้องนั่งเล่น
“คุณเหมี่ยวเหมี่ยว” เยี่ยชวงเรียกเธอเบา ๆ หลังจากเห็นเธอเดินออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดชะงักและหันกลับไปมอง
“คืนนี้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ? ทำไมสีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย” เยี่ยชวงสับสน
เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลเมื่อเห็นท่าทางของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคราวเมื่อเดินเข้าประตูมา และยังเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเสี่ยวเป่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งโดยคิดว่าตัวเองสามารถแสร้งทำได้ดี
หัวใจของเธออ่อนยวบลงเมื่อเห็นสายตาที่กังวลของเยี่ยชวง ถึงอย่างนั้นก็ยังนิ่งเงียบต่อไป
“ไม่มีอะไร แค่ที่นั่นเสียงดังไปหน่อยจนฉันเพลีย”
เธอพูดแก้ตัวลวก ๆ และหันกลับเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่รีรอให้เยี่ยชวงได้ซักถามเพิ่มเติม
เยี่ยชวงรู้สึกสับสนในใจมากขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอเดินจากไป
ยิ่งอีกฝ่ายแสดงท่าทางแบบนั้น เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น
ด้วยเหตุนี้เยี่ยชวงจึงกลับไปพูดคุยกับเยี่ยหานที่ห้อง
เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมาจากห้องน้ำ เยี่ยชวงก็ไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไป
เธอถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความรู้สึกโล่งอก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงเป็นเวลานาน จิตใจของเธอกำลังฟุ้งซ่าน
หวนนึกถึงวันเวลาที่ซ่งอวี่ซีบุกมาหาถึงหน้าประตูบ้าน และนึกถึงช่วงเวลาที่มู่อวี้เฉิงกับชายชราตั้งคำถาม
เธอถือโทษโกรธมู่อวี้เฉินมานานถึงห้าปี แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด
และเธอเองก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาห้าปีแล้ว
คราวเมื่อเสี่ยวเป่ากับมู่อวี้เฉิงเจอหน้ากันครั้งแรก เธอไม่ได้พูดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาออกไปจึงไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะพูดออกไปอย่างไร
เธอมันเห็นแค่ตัว
คิดแต่จะเก็บเสี่ยวเป่าเอาไว้กับตัวเอง
ซ่งอวี่ซีที่อยู่อีกด้านหนึ่งถูกเจี้ยงไต้เอ๋อลากกลับมาบ้าน เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนเผยธาตุแท้ออกมาจากการกระทำ
ข้าวของภายในคฤหาสน์ตระกูลซ่งถูกเธอทำลายจนย่อยยับ
“นังถงเหมี่ยวเหมี่ยวมันดีกว่าหนูตรงไหน! ทำไมถึงชอบมันกันนัก?”
ซ่งอวี่ซีโมโหจนทุบข้าวของจนละเอียดคามือ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาด้วยดวงตาแดงก่ำ
เจี้ยงไต้เอ๋อได้แต่ถอนหายใจเมื่อเห็นท่าทางของลูกสาว เธอลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปลูบหลังปลอบประโลมเบา ๆ
“คนโง่ ลูกน่ะดีกว่าเธอเป็นไหน ๆ การที่ท่านผู้เฒ่ามู่ทำดีกับเธอเพราะเห็นแก่หน้าของปู่ของเธอต่างหาก อย่าอารมณ์เสียไปเลย”
ซ่งอวี่ซีนิ่งเงียบและหันไปมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า “แล้วมู่อวี้เฉิงล่ะคะ? ทำไมต้องทำดีกับมันด้วย?”
เจี้ยงไต้เอ๋อขมวดคิ้ว
“หนูเห็นทุกอย่าง! อวี้เฉิงจูบมัน ชวนมันออกไปเต้นรำ! หนูเจอถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งแต่มันกลับมาที่จีน และตอนนั้นมันก็อยู่กับอวี้เฉิงด้วย!”
ซ่งอวี่ซีตะคอกเสียงแหบแห้ง
“ที่มันหายตัวไปตั้งหลายปีไม่ได้เรื่องอะไรเลย! ความพยายามของหนูมันไม่มีค่าอะไรเลยใช่มั้ย? ทำไมอวี้เฉิงถึงไม่มองมาที่หนูบ้าง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำตัวเย็นชาใส่เขา แต่ทำไมเขาถึงไม่ยอมปล่อยเธอไปสักที?
ซ่งอวี่ซีไม่เข้าใจ ขณะที่ฉากจูบของมู่อวี้เฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวในสวนหลังบ้านกลับมาวนฉายซ้ำ ๆ
“หนูเข้าไปใกล้เขาไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เขากลับจูบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว…”
น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ ราวกับว่ากำลังหมดแรง
เจี้ยงไต้เอ๋อตั้งโกรธจัดและเป็นทุกข์ เธอยกมือขึ้นมากอดรัดลูกสาวเอาไว้แน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่มีต่อมู่อวี้เฉิง
“คนเก่ง ถ้าเขาตาไม่ถึงเขานั่นแหละจะต้องเสียดาย…”
แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ เสียงสะอึกสะอื้นของซ่งอวี่ซีกลับดังขึ้นขัดจังหวะ
“หนูควรจะทำยังไงดีคะ หนูอุตส่าห์ลงแรงไปตั้งเยอะ แต่อวี้เฉิงกลับกำลังจะถูกแย่งชิงไป…”
“หนูไม่อยากอยู่แล้ว…”
หัวใจของเจี้ยงไต๋เอ๋อกระชับแน่นขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว เธอหันไปมองทางคุณพ่อซ่งเพื่อให้เขาช่วยเสนอแนะแนวคิด
ทว่าคุณพ่อซ่งกลับขมวดคิ้วและถอนหายใจเมื่อเห็นสายตาที่จ้องมองมา
เขารู้จักซ่งอวี่ซีดี ลูกสาวของเขามีลักษณะนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก หากอยากได้อะไรแล้วจะไม่ยอมปล่อยมือไปง่าย ๆ
คงจะดีไม่น้อยหากเธอตกหลุมรักคนอื่น คุณพ่อซ่งจะทุกวิถีทางให้เธอ แต่ว่าครั้งนี้…
“หยุดร้องไห้ได้แล้ว โตจนป่านนี้ยังมานั่งร้องไห้กับเรื่องพรรค์นี้อยู่อีกเหรอ? ถ้าอวี้เฉิงมาเห็นเข้า เขาจะอยากแต่งงานกับลูกมั้ยล่ะ?”
ซ่งอวี่ซีหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของคุณพ่อซ่ง ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง
ทำให้เจี้ยงไต้เอ๋อจ้องเขม็งไปทางคุณพ่อซ่ง
พูดอย่างนั้นกับลูกสาวได้ยังไง? ความโกรธเคืองยังคง คุกรุ่นอยู่ในใจ
คุณพ่อซ่งไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคล้อยตามพวกเธอและหาทางออกให้แก่ลูกสาว
จู่ ๆ ข่าวลือที่ได้ยินมาจากกลุ่มผู้บริหารก็แวบเข้ามาในหัว
“หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาที่จีน ถงกัวฮุยจากบ้านตระกูลถงเข้าไปสร้างเรื่องให้เธอหลายต่อหลายครั้ง ตอนนี้พ่อลูกคู่นั้นน่าจะแตกหักกันไปแล้ว”
ซ่งอวี่ซีหยุดร้องไห้สะอื้นและจ้องมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ ไม่เข้าใจว่าพ่อกำลังหมายถึงอะไร
“เท่าที่ได้ยินมาถงกัวฮุยบุกเข้าหามาถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพราะต้องการให้เธอเข้าพิธีแต่งงานกับผู้จัดการหลี่”
ซ่งอวี่ซีค่อย ๆ ปะติดปะต่อเรื่องราว
ตามอุปนิสัยของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว ถงกัวฮุยจะต้องถูกปฏิเสธจนหงายหลังกลับมาแน่ ๆ
พิธีสมรสถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว หากถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มาเข้าร่วม ตอนนี้ถงกัวฮุยคงจะกำลังปวดหัวอยู่เป็นแน่
หากเธอสามารถช่วยเหลือถงกัวฮุยได้มันจะเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวไม่ใช่เหรอ?
ซ่งอวี่ซีคิดวิเคราะห์และเฝ้าจินตนาการถึงอนาคตของเธอกับมู่อวี้เฉิง
ตราบใดที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลายไปเป็นภรรยาของผู้จัดการหลี่ มู่อวี้เฉิงก็จะตกมาเป็นของเธอ!
เช้าวันรุ่งขึ้นซ่งอวี่ซีสั่งให้ใครบางคนไปตามหาข้อมูลติดต่อของโจวเพ่ยฮวาและต่อสายโทรศัพท์หาโดยตรง
“ใครคะ?”
โจวเพ่ยฮวายังคงกระวนกระวายใจเกี่ยวกับเรื่องของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงกดรับสายอย่างระมัดระวัง
ซ่งอวี่ซีไม่ได้พูดจาหยาบคายเช่นกัน “สวัสดีค่ะคุณนายโจว ฉันซ่งอวี่ซีนะคะ คุณน่าจะเคยได้ยินชื่อฉันมาบ้าง”
โจวเพ่ยฮวาตอบกลับด้วยความลังเลหลังจากได้ยินเช่นนั้น
เธอจะไม่เคยได้ยินเรื่องราวบุตรสาวผู้มั่งคั่งของคุณนายซ่งได้อย่างไร
“ก็อย่างที่ว่านั่นแหละค่ะ ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้ตระกูลถงกำลังประสบปัญหาก็เลยคิดว่าน่าจะพอช่วยอะไรได้บ้าง ถ้าพอจะมีเวลารบกวนออกมาคุยเรื่องนี้กันสักหน่อยได้มั้ยคะ?”
ซ่งอวี่ซีพูดเข้าตรงประเด็น
โจวเพ่ยฮวายังคงลังเลเหมือนเดิม
“คุณรู้เรื่องตระกูลถงด้วยเหรอคะ? ทำไมถึงอยากช่วยพวกเราล่ะ?”
ซ่งอวี่ซีหัวเราะเบา ๆ “แน่นอนว่าพวกเราเกลียดคนคนเดียวกัน เพราะงั้นศัตรูของศัตรูก็คือมิตรไม่ใช่เหรอคะ?”